ตอนที่ 1 ทะลุมิติ
สนามบินเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน...
เด็กสาวยิ้มมุมปากเล็กน้อยยกมือขวาขึ้นโบกสามทีเรียกเพื่อนชายใจสาว น้ำเสียง...ฝืนเปล่งเหลือเกิน
"เจ่เจ้"
เ้าของชื่อเรียกมองเห็นที่มาของเสียงแล้วก็ฉีกยิ้มกว้างดวงตาเป็ประกายยินดี เปล่งเสียงอันแหลมสูงติดแหบห้าวเป็เอกลักษณ์ของเพศที่สาม"หนิงหนิง! ที่รัก เจ้กลับมาแล้ว"
อีกฝ่ายสวมกอดเด็กสาวด้วยความคิดถึงไม่ได้เจอกันกว่าสามเดือน หานซีหนิงโตขึ้นอีกแล้ว
หานซีหนิงมองอดิศักดิ์ด้วยแววตาซุกซนขยับปากพูดภาษาไทยบ้าง จีนบ้าง ก่อนจะเหลือบมองเด็กสาวด้านหลังอีกฝ่ายแต่ส่วนใหญ่แล้วเธอพูดจีน เทียบกับการอ่าน เธออ่านภาษาไทยเข้าใจกว่าให้พูดออกเสียง
"กลับมาคราวนี้เจ้อยู่นานไหมคะหนิงจะได้วางแผนอยู่เที่ยวเป็เพื่อน" ปกติเธอก็ว่างอยู่แล้ว ว่างมาก
อดิศักดิ์เป็คนผอมสูงพูดจีนได้คล่อง อีกทั้งบุคลิกของเขาค่อนข้างโดดเด่น ใครได้ยืนข้างๆอีกฝ่ายจึงพลอยเป็ที่สังเกตไปด้วย เช่นเด็กสาวหน้าตาน่ารักที่กำลังหิ้วกระเป๋าอยู่ข้างหลังเขาตอนนี้
อดิศักดิ์ยิ้มมองหานซีหนิงที่ยื่นมือมาช่วยหิ้วกระเป๋าเห็นแบบนั้นก็ไม่ได้ขัดทั้งยังหันไปแนะนำเด็กสาวด้านหลังที่กำลังยืนยิ้มโง่งมให้หานซีหนิงรู้จักอีกด้วย"หนิงหนิง ...นี่ว่านน้ำ หลานสาวเจ้เอง"
อดิศักดิ์พยักพเยิดใบหน้าสวยเก๋มีจริตให้ว่านน้ำขยับใกล้เข้ามา
ว่านน้ำยิ้มเคอะเขินเพราะฟังภาษาจีนไม่ออก…กูฟังไม่รู้เื่โบราณว่าให้ยิ้มไว้อย่างเดียว
จากนั้นยกมือไหว้อย่างลืมตัวครั้นรู้ตัวแล้วจึงยื่นมือให้หานซีหนิง พลางเอ่ยเป็ภาษาไทย "สวัสดีค่ะชื่อเล่นว่า 'ว่านน้ำ' เรียก 'น้ำ' เฉยๆ ก็ได้ค่ะ"
หานซีหนิงฉีกยิ้มซุกซนพยักหน้าพลางจับมือทักทายเด็กสาว เอ่ยตอบภาษาไทยสำเนียงจีนเช่นกัน"ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ...คุณน้ำ หนิงเป็เพื่อนกับเขา ปีนี้เพิ่งอายุสิบเจ็ดเรียก 'หนิงหนิง' ตามเขาก็ได้ค่ะ"
ว่านน้ำอึ้งเล็กน้อยส่วนหนึ่งเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายพูดภาษาไทยได้
ที่จริงแล้วอดิศักดิ์ผู้เป็อาของเธอเป็ดีไซเนอร์มืออาชีพระดับแถวหน้าของเมืองไทยทำงานไปกลับไทยจีนบ่อยๆ เธอจึงพอจะรู้จักแฟชั่นต่างประเทศอยู่บ้างและการแต่งกายของหานซีหนิงยามนี้ ก็ทำให้ภาพแฟชั่นในสมองของเธอชัดเจนขึ้นมาเป็สิบเท่า
คนตรงหน้าอายุน้อยกว่าเธอหนึ่งปีใบหน้าจิ้มลิ้ม ริมฝีปาก จมูกและตา มองอย่างไรก็ให้รู้สึกอิจฉาหน้าตาสะสวยกว่าเธออีก ผมตัดสั้นประบ่าสีเขียวเข้มอมดำ วาดคิ้วทาปากได้ซุกซนมากดูดีมีรสนิยม เสื้อผ้าแม้ดูเรียบง่ายสบายตาแต่ก็เป็ดีไซน์จากห้องเสื้อชื่อดังต่างประเทศ
พลันคำพูดของอดิศักดิ์ที่เอ่ยระหว่างนั่งเครื่องบินมาเซี่ยงไฮ้ดังขึ้นในหัว'หนิงหนิงน่ะรวยม๊าก! รวยแบบมีสไตล์'
ครั้นรู้ตัวว่าจ้องนานเกินไปแล้วว่านน้ำก็ยิ้มเขิน เรียก "หนิงหนิง" ตามที่อีกฝ่าย้าให้เรียก
หานซีหนิงฉีกยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อยแพรขนตายาวลู่ลง ไม่สนใจว่านน้ำอีกเอ่ยปากชวนให้ทั้งคู่ตามตนออกไปที่รถซึ่งจอดรออยู่
แค่รถก็หรูขนาดนี้แล้ว
มิหนำซ้ำยังมีคนขับรถประจำตัวอีกด้วย...เขาชื่อลุงฉี
"เจ้จัดการเื่สัญญากับบริษัทในประเทศไทยเรียบร้อยแล้วกลับมาครั้งนี้ก็ว่าจะอยู่ทำงานที่นี่ยาว..."ปกติแล้วอดิศักดิ์ไม่ค่อยพูดเื่งานให้หานซีหนิงฟังดังนั้นเื่ที่พูดระหว่างที่นั่งรถกลับที่พักจึงมีแต่เื่ไร้สาระเรียกเสียงหัวเราะจากหานซีหนิงเป็บางครั้งบางคราว
อดิศักดิ์รู้ว่าหานซีหนิงเป็คน 'ชอบกิน' ทั้งยังกินได้ไม่เลือกชนิดอาหารเพราะชีวิตเธอเคยอดอยากยิ่งกว่าขอทานมาก่อน ดังนั้นจึงกินเท่าไรก็ยังดูผอมแห้ง
ตอนที่พบกันครั้งแรกเมื่อห้าปีก่อนแทบดูไม่ได้มาตอนนี้ก็ว่าผิวพรรณดูดีขึ้นมาก ไม่เหมือนเด็กขาดสารอาหารอีกแล้ว
หานซีหนิงฟังอดิศักดิ์พูดว่าเขาเอาของฝากอะไรจากเมืองไทยมาให้เธอบ้างส่วนใหญ่มีแต่ของกิน เธอไม่อยากยอมรับเลยว่าถูกใจมากเอ่ยขอบคุณอดิศักดิ์หลายประโยคก่อนที่เขาจะละความสนใจจากเธอไปที่สายเรียกเข้าที่กำลังสั่นบนมือถือ
เด็กสาวเงียบครู่หนึ่งก่อนเหลือบมองว่านน้ำที่กำลังนั่งอ่านหนังสือบางอย่างอยู่บนรถแววตาซุกซนของเธอมองอีกฝ่ายที่กำลังก้มหน้ายิ้มอยู่คนเดียว
อันที่จริงเธอเห็นว่านน้ำถือหนังสือเล่มนั้นั้แ่อยู่ที่สนามบินแล้วจึงชวนคุยเป็ภาษาไทย
ฝ่ายนั้นใระคนประหม่าเพราะเป็ครั้งแรกที่ได้มาต่างประเทศครอบครัวที่มีเชื้อสายจีนไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองมีความเกี่ยวข้องกับคนจีนแม้แต่น้อยจึงวางหนังสือนิยายในมือลงอย่างลุกลนก่อนเอ่ยตอบเสียงเบา
อดิศักดิ์วางสายแล้วจึงเอ่ยต่อ"ยัยน้ำเป็คนขี้อาย พูดน้อย ชอบเก็บตัว อ่านนิยายอยู่แต่ในบ้านชีวิตมีแค่ที่บ้านกับโรงเรียนเท่านั้นอากงอาม่าก็เลยตกลงกันให้เจ้พามาเที่ยวที่จีนสักห้าหกวันค่อยส่งกลับไทย"
"ไม่เป็ไร หนิงก็ไม่เคยไปโรงเรียนบางครั้งก็พูดไม่เก่ง"
"นั่นมันข้อยกเว้น"ใครใช้ให้พี่ชายเธอรวยล่ะ
อดิศักดิ์เอ่ยจบพวกเขาก็มาถึงบ้านพักที่เขาซื้อไว้เมื่อหลายปีก่อนพอดีหานซีหนิงโบกมือให้พวกเขาสองคน
"หนิงหนิงอีกสองวันเจ้จะฝากให้ดูแลยัยน้ำสักครึ่งวัน ระหว่างนั้นก็ฝากพาเที่ยวด้วย"
หานซีหนิงหันมองว่านน้ำแวบหนึ่ง หน้าตาของอีกฝ่ายก็นับว่าใช้ได้ไม่สวยจัดแต่น่ารัก คิดในใจ...หึๆ หนิงกำลังอยากหาเมียให้พี่ชายอยู่พอดีเลยค่ะ
เด็กสาวฉีกยิ้ม"สะดวกทุกเมื่อค่ะเจ้..."
แววตาซุกซนอีกแล้ว!
หานซีหนิงกลับขึ้นรถไปแล้วว่านน้ำก็หันมาถามผู้เป็อาด้วยความสงสัย "อาเจ๊ก หนิงหนิงอายุสิบเจ็ดจริงเหรอทำไมน้ำถึงคิดว่าเขาโตเป็ผู้ใหญ่มากกว่าน้ำอีก หรือเพราะที่นี่คือประเทศจีน"
เพราะแกไม่รู้จักโตต่างหาก...อดิศักดิ์หรี่ตามองคนถาม
เขาเดินเข้ามาข้างในแล้วหยิบกุญแจเปิดประตูรั่วพลางเอ่ยตอบ"เพราะครึ่งชีวิตของเด็กคนนั้นเคยลำบากมาก่อนน่ะสิ แล้วจะให้ทำตัวเป็เด็กเล่นไปวันๆแบบแกได้ยังไง"
นิ้วชี้จิ้มหน้าผากเด็กสาวว่านน้ำหัวเราะก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าต้องมีชีวิตลำบากแค่ไหนถึงได้พรากความเป็เด็กไปจากเด็กวัยรุ่นที่อายุแค่นั้น
อดิศักดิ์ยังคงพูดถึงพี่น้องตระกูลหานให้ว่านน้ำฟังเด็กสาวฟังแล้วก็รู้สึกเหมือนกำลังถูกสปอยล์นิยายเื่ที่เธออ่านยังไม่จบ
"เจ๊ก น้ำไม่อยากฟังแล้ว"
อาของเธอฟังเสียที่ไหน ยังพูดต่อ"...แต่พี่ชายเ้าหล่อนหล่อมาก พี่น้องคู่นี้คนหนึ่งสวยคนหนึ่งหล่อหนำซ้ำยังรวยเว่อร์ โอ๊ย! เจ๊กใจจะละลาย"
"..."
ก็บอกว่าไม่อยากฟังไง
หานซีหนิงบอกลุงฉีคนขับรถให้ตรงกลับบ้านทันที
เธอนั่งเอนหลังอย่างผ่อนคลายสายตาหันมองความคึกคักบนถนนยามเย็นกลางมหานครเซี่ยงไฮ้ก่อนที่เท้าจะเตะของแข็งบางอย่างบนพื้นเข้า ก้มลงมองก็เห็นว่าเป็หนังสือเล่มหนึ่ง
"เอ๋... เจ่เจ้ลืมหนังสือไว้แน่ะลุงฉี ช่วยวนรถกลับทีค่ะ"
"ไม่ได้หรอกครับคุณหานรถเริ่มทยอยติดแล้ว หากให้ผมวนรถกลับ คุณอาจกลับไปไม่ทันเวลาอาหารเย็นนะครับ"
หานซีหนิงมองออกไปก็เห็นว่ารถบนถนนเริ่มเคลื่อนช้าลงทุกทีหากกลับไม่ทันเวลาอาหารที่พี่ชายกำหนดไว้ เธอจะต้องถูกเขาดุจนขนคิ้วหายหลายเส้นแน่
"ก็ได้ค่ะ กลับไปก่อนแล้วกัน"
เอ่ยจบก็ก้มหน้าหยิบมือถือขึ้นมากดเบอร์โทรหาเพื่อนชายใจสาว ทว่าไม่มีใครรับสาย เธอจึงพิมพ์ข้อความส่งไปแทนจากนั้นก็เปิดหน้าโปรแกรมออนไลน์ตลาดการค้าอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศขึ้นมาจดจ่ออยู่กับเส้นกราฟวิเคราะห์ค่าเงินสกุลต่างๆ ที่ขึ้นลงแตกต่างกันบางครั้งสลับไปอ่านหน้าข่าวสารต่างประเทศ
เธอละความสนใจจากความวุ่นวายใน่เวลาเร่งด่วนบนถนนอย่างสมบูรณ์
"คุณหานครับ พวกเรามาถึงแล้ว"
ยามนั้นดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าเส้นสีทองทางทิศตะวันตกบ่งบอกเวลาชัดเจน เธอเก็บมือถือหยิบหนังสือเล่มนั้นตามลุงฉีที่หิ้วของฝากจากเมืองไทยเดินไปยืนอยู่หน้าประตูลิฟต์ลุงฉีสแกนม่านดวงตาเรียบร้อยก่อนที่ลิฟต์จะเปิดออกนำคนทั้งสองขึ้นไปบนชั้นสูงสุดของตึกแห่งนี้
ลุงฉีเดินเข้าไปในครัวจัดเก็บของฝากทั้งหมดเข้าตู้เย็นและตู้เก็บของหางตาเหลือบเห็นเด็กสาวหยิบแอปเปิลขึ้นกัดพลางเดินถือหนังสือเล่มหนึ่งไปที่มุมห้องทิศตะวันตกติดระเบียงก็ไม่ได้สนใจอะไร เก็บของเสร็จแล้วจึงเอ่ย
"คุณหานผมขอตัวกลับแล้วนะครับ"
หานซีหนิงที่นั่งลงบนโซฟานุ่มนิ่มได้ยินเสียงลุงฉีก็เพียงเอ่ยตอบสายตายังจดจ้องหนังสือนิยายในมือ
"วันนี้ขอบคุณลุงฉีมากค่ะพรุ่งนี้เช้าไม่ต้องเข้ามาแต่เช้าก็ได้ หนิงไม่ได้มีธุระที่ไหน อ้อเอาผลไม้ในตะกร้าบนโต๊ะกลับไปด้วยนะคะ เมื่อเช้าพี่ชายข้างห้องเอามาฝาก"
ลุงฉีมองตะกร้าผลไม้สองใบบนโต๊ะเอ่ยขอบคุณแล้วก็หิ้วมาตะกร้าหนึ่งก่อนเดินออกจากห้อง
ตลอดเจ็ดปีมานี้ความเป็อยู่ของสองพี่น้องได้ลุงฉีคอยจัดการและดูแลจนกลายเป็ญาติสนิทเพียงคนเดียวที่เด็กทั้งสองให้ความเคารพและเชื่อใจ
หานซีหนิงไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเธอได้ยินเสียงประตูปิดแล้วก็เพิ่งจะอ่านชื่อเื่ของนิยายเล่มนี้ออก
'จักรพรรดิหลั่งโลหิต'
เหอะๆ หานซีหนิงหัวเราะตัวเองคิดในใจว่า...ตัวหนังสือไทยยึกยือ ไม่มีอักษรจีนกำกับ นามแฝงยังพิลึกภาพปกยิ่งพิเรนทร์ หมวดนิยายคือ 'ครึ่งจีนแฟนตาซี'
...หือ?
"นี่มันสำนักพิมพ์บ้านไหนวะ?"
หานซีหนิงไม่มีความคิดจะอ่านมัน
ความจริงแล้วเธอเคยถูกพี่ชายสั่งห้ามไว้ลงนามในสัญญาเรียบร้อยโดยห้ามเธอเสพสื่อไร้สาระทุกชนิด โดยเฉพาะคลิปโป๊
แต่เด็กวัยรุ่น...ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ
สอนว่า...มึงเอาเวลาไปหาเงินเลี้ยงปากท้องมึงดีกว่า ตอนนั้นเธอขึงตาใส่พี่ชาย
ตอนนี้...ชื่อพระเอกข้างในทำให้เธอยังถือมันอยู่ในมือพึมพำเพราะรู้สึกบังเอิญ "หานเซ่ออี้ ฮ่าๆๆ"
ออกเสียงคล้ายชื่อพี่ชายของเธอเลย
ความรู้สึกอยากอ่านจึงเพิ่มขึ้นมานิดหนึ่งทว่าเพิ่งอ่านแค่บนนำ หานซีหนิงก็ได้ยินเสียงรัวนิ้วกดรหัสผ่านหน้าประตูพร้อมกับที่ข้อความในมือถือดังขึ้นมาซ้อนกันสองข้อความ
เด็กสาววางหนังสือนิยายในมือลงก้มมองมือถือข้างๆ ข้อความแรกที่เห็นคือจำนวนเงินสองร้อยล้านหยวน
เธอผวาเฮือก!หันมองไปที่ประตูด้วยความตื่นตระหนก
"หานซีหนิง!"เสียงคำรามนั้นดังมาั้แ่ที่ร่างเ้าตัวยังไม่ปรากฏ
"พี่!"
เด็กสาวกลัวจับจิตะโลุกจากโซฟา เร่งหาที่ซ่อนอย่างลนลาน
ฉับพลันนั้นแจกันใบหนึ่งลอยข้ามห้องมาหาศีรษะของเธอตามด้วยข้าวของอีกหลายชิ้น วิ่งหลบกันให้วุ่น สุดท้ายก็จนทางหนีขดตัวลีบเล็กอยู่ริมระเบียงด้านนอกแสงสีทองของดวงอาทิตย์ส่องสะท้อนใบหน้าหล่อเหลาของพี่ชาย มันช่าง...สยดสยองมาก
"ซีหนิง! มึงกล้าหลบ?"
เธอมองชะตากรรมข้าวของที่ร่วงจากชั้นเจ็ดสิบเอ็ดลงไปยังพื้นเบื้องล่างนั่นคงทำให้หลายคนข้างล่างใ กลัวเหลือเกินว่าตนจะมีชะตาเหมือนพวกมัน
"พี่อี้..."เมื่อหันกลับก็เห็นหานเซ่ออี้หยิบหนังสือนิยายขึ้นมาอย่างเชื่องช้า
เฮ้ย? จะขว้างมันไม่ได้นะนั่นไม่ใช่ของเธอ!
อีกฝ่ายยกมือชี้หน้าย่างสามขุมใกล้เข้ามา "เมื่อเช้ามึงทำหุ้นในมือเสียหาย สูญเงินไปสองร้อยล้านเพราะของไร้สาระพวกนี้?"
ชัดเจนว่าของไร้สาระนั้นคือหนังสือนิยายในมือเขาภาพปกค่อนข้าง...ดึงดูดเลยทีเดียว
ไม่น่า...ก็คิดอยู่ว่าทำไมพี่ชายข้างห้องถึงใจดีจังให้ผลไม้มาสองตะกร้า ที่แท้ก็รู้ล่วงหน้าแล้วว่าราคาหุ้นจะตกตะกร้าละร้อยล้านหยวนนี่เอง เอามาเซ่นไหว้เธอหรือ?!
เอ่ยจบชายหนุ่มก็เขวี้ยงหนังสือในมือจริงๆ เล็งเป้าที่หน้าผากมนของเด็กสาว
"พี่อี้อย่า...!"
หานซีหนิงหงายหลังพลัดตกระเบียงชั้นเจ็ดสิบเอ็ดหน้าหนังสือนิยายพัดเปิดพรึ่บๆ ร่วงตามลงมา เธอรู้สึกว่า...
ฉิบหายแล้วไง!