ตอนที่ 17
ครั้นถึงเช้าวันรุ่งขึ้น จันบาแล่นเรือออกมาจากช่องเขาโดรกูรได้ระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งถือว่าตอนนี้พวกเขาได้เดินทางเข้าเขตดินแดนทางใต้อย่างสมบูรณ์
ภายในห้องพักด้านใน เชาวานั่งเฝ้าเชาวีที่นอนหมดสติอยู่บนเตียงตลอดทั้งคืน นางไม่รู้ว่าเวทย์อาคมชนิดใดที่สามารถเล่นงานเชาวีอย่างกระชั้นชิดเช่นนี้ได้
หากตามปกติแล้วเชาวีจะเป็คนระมัดระวังตัวและละเอียดรอบคอบกว่านางนัก เห็นได้ชัดว่าชายผู้นั้นจะต้องมีวิชาไสยเวทย์แกร่งกล้า เชาวีถึงพลาดท่าให้เขาบุกชิงตัวเกาลัดไปได้
เมื่อคืนนี้จันบาเล่าเสริมเกี่ยวกับกลุ่มโจรพวกนั้นว่า เคยมีผู้พบเห็นชายคนนั้นมาแล้วครั้งหนึ่ง เพราะมีขบวนเรือสินค้าแล่นผ่านช่องเขาโดรกูร และพวกเขาก็มีผู้ใช้ไสยเวทย์ขั้นสูงคุ้มกันอยู่หลายคน
เมื่อกลุ่มโจรเห็นว่าสู้ไม่ได้จึงเรียกเขามาช่วยเจรจา แต่การเจรจานั้นกลับกลายเป็ศึกนองเื ผู้ใช้ไสยเวทย์ขั้นสูงถูกชายคนนั้นสังหารจนหมด พวกกลุ่มโจรจึงได้ทรัพย์สินและของมีค่าไป ในครั้งนั้นพวกมันได้จับลูกเรือหลายคนไปขายเป็ทาสอีกด้วย
เชาวาเมื่อได้ฟังดวงตาก็ดำดิ่งลง นางใคร่ครวญดูแล้ว ชายคนนั้นน่าจะเป็คนของเผ่าลึกลับอย่างไม่มีข้อสงสัย
จันบายังให้ข้อมูลที่สำคัญว่ามีสถานที่ลับแห่งหนึ่งเรียกว่าหุบเขาค้าทาส ร่ำลือกันว่ามันเป็ที่ซ่องสุมของกลุ่มโจรพวกนั้น อาจรวมไปถึงเผ่าลึกลับของชายคนนั้นด้วย หากเกาลัดถูกจับตัวไป หญิงสาวน่าจะอยู่ที่นั่น
ภายหลังจากเชาวีฟื้นตื่นขึ้นมา ชายหนุ่มก็จดจำเหตุการณ์อะไรไม่ได้ เชาวาจึงเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้ผู้เป็น้องชายฟัง เชาวีย่อมรู้สึกแค้นเคืองตนเองว่าเป็สาเหตุให้เกาลัดถูกจับตัวไป
จันบาพาทั้งสองมาส่งที่ท่าเรือแห่งหนึ่ง เขาบอกให้ทั้งสองพี่น้องลองไปสอบถามจากคนผู้หนึ่งที่อยู่ในเมืองไม่ไกลจากท่าเรือนัก
หุบเขาค้าทาสเป็สถานที่ลับในม่านอำพราง คนผู้นี้เชี่ยวชาญเื่เมืองในม่านอำพรางของดินแดนทางใต้ ไม่แน่ว่าอาจจะให้คำตอบเื่หุบเขาค้าทาสได้
เชาวากับเชาวีตกลงที่จะเชื่อจันบาสักครั้ง พวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นสืบจากที่ใด หากบุคคลที่จันบาบอกทราบเื่เกี่ยวกับหุบเขาค้าทาส พวกเขาย่อมมีหนทางที่จะช่วยเกาลัดได้
สองพี่น้องควบม้ามายังเมืองเป้าหมายอย่างราบรื่น จันบาบอกว่าคนผู้นั้นเป็หญิงคณิกา และได้รับฉายาว่าเป็สตรีผมแดงหนึ่งเดียวของเมือง แต่เมื่อพวกเขาสอบถามคนในเมืองนั้น กลับไม่มีใครรู้จักหญิงคณิกาผมแดงสักคน
จนกระทั่งทั้งสองเดินทางมาถึงหอคณิกาแห่งหนึ่ง สถานที่แห่งนี้กลับอยู่ท้ายเมืองที่ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน ตัวหอคณิกาแห่งนี้ค่อนข้างเก่าแก่ และมีกลิ่นสาบเหมือนอาบทาไปทั่วบริเวณด้านหน้า จึงคล้ายไม่เหมาะที่จะเป็สถานที่เริงรมย์ของบุรุษมากนัก
เมื่อเชาวากับเชาวีควบม้ามาหยุดตรงด้านหน้าทางเข้าหอคณิกา เสียงแหบแห้งของชายชราคนหนึ่งก็ดังขึ้น คล้ายว่าเขากำลังรอการมาของทั้งสองอยู่
“ท่านมาหาแม่หญิงเมรีหรือขอรับ เช่นนั้นเชิญท่านทั้งสอง” คนผู้นั้นทำท่าทีผายมือเชื้อเชิญพวกเขาเข้าไปด้านใน ชายชราร่างผอมแห้ง เขานุ่งเสื้อผ้าเก่าซอมซ่อ ศีรษะล้านและมีหนวดเคราสีขาวบางๆประดับใบหน้า ดวงตาคล้ายจะฝ้าฟางเช่นคนแก่ทั่วไป
ทั้งสองแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ได้ยินจากปากชายชราคนนั้นเพิ่มมาว่า หากพวกเขากำลังตามหาสตรีผมแดง หอคณิกาแห่งนี้ก็ย่อมเป็จุดหมายของพวกเขา
เชาวาไม่อาจประมาทได้ นางจึงร่ายเวทย์อาคมสำรวจพุ่งเข้าไปด้านในหอคณิกาแห่งนั้นทันใด
ภายในห้องโถงค่อนข้างเก่าและตกแต่งด้วยสิ่งของประหลาด กลิ่นกำยานอบอวลไปทั่วบริเวณคล้ายอยู่ในห้องโถงลับของปาเนียงไม่มีผิด ด้านในไม่มีแเื่หรือหญิงงามที่เป็สัญลักษณ์แห่งหอคณิกา แต่กลับคล้ายเป็ปราสาทส่วนตัวมากกว่า
ขณะที่เชาวากำลังส่งเวทย์อาคมไปสำรวจอยู่นั้น นางพลันได้ยินเสียงกระซิบดังแว่วออกมาจากมุมหนึ่งของห้องโถง ทว่าไม่นานเชาวาก็ถอนเวทย์อาคมของตนออกมา นางส่งสายตาคล้ายบอกเล่าให้เชาวีฟังครู่หนึ่ง ก่อนที่ทั้งสองจะตัดสินใจลงจากม้าและเดินตามชายชราเข้าไปด้านใน
เมื่อทั้งสามเข้ามายังห้องโถงด้านใน ชายชราผู้นั้นก็เป็ผู้เดินนำพวกเขาไปยังเส้นทางอีกมุมหนึ่ง ทั้งหมดเดินตรงไปยังห้องที่อยู่ด้านหลังสุด ช่องทางเดินโดยรอบนั้นมีแต่ของโบราณเก่าแก่แปลกตาประดับตกแต่ง
ครั้นชายชราเดินมาส่งพวกเขาถึงห้องด้านในแล้ว เขาก็พลันรีบจากไปทันที ราวกับว่าเขาเกรงกลัวอะไรสักอย่างในห้องนี้
ไม่นานนักก็ปรากฏเงาร่างของหญิงสาวคนหนึ่งโผล่ออกมาจากม่านกั้น นางสวมใส่ชุดคลุมสีชมพูผืนบางปกปิดเรือนร่าง คล้ายว่านางเพิ่งอาบน้ำเสร็จมาหมาดๆ สาวงามผมดำยาวสลวยยืนรอต้อนรับทั้งสองคนอย่างสบายอารมณ์
เชาวาเอียคอสงสัย พลางบ่นพึมพำเบาๆ “เหอะ นี่หรือสตรีผมแดง..”
“พวกเ้าถูกโจรปล้นของมีค่าไปหรือ” เสียงนั้นนุ่มนวลและแฝงไปด้วยความเ็า แม่หญิงเมรีที่ชายชรากล่าวถึงน่าจะเป็สตรีที่อยู่ตรงหน้า
เชาวากับเชาวีพูดคุยกันทางกระแสจิตกันไปมา สาวงามที่พวกเขาเห็นน่าจะเป็ผู้ใช้ไสยเวทย์ขั้นสูงผู้หนึ่ง แต่ระดับใดนั้นพวกเขาก็ไม่อาจล่วงรู้ได้
เชาวาเดินเท้าขึ้นหน้า นางปรายตามองสตรีที่อยู่ตรงหน้าั้แ่หัวจรดเท้า และดูเหมือนอีกฝ่ายก็จะมองมายังนางเช่นเดียวกัน เชาวายืนกอดอกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินลากเท้าไปนั่งที่เก้าอี้ไม้เก่าๆใกล้โต๊ะกลมในห้อง
ส่วนเชาวีรีบเดินตามหลังเข้ามาแต่กลับไม่ได้นั่งลง เขาทำทียืนสีหน้าเคร่งขรึมอยู่ด้านหลังพี่สาวตนเท่านั้น
“ท่านรู้เื่ที่พวกข้าถูกโจรปล้น เช่นนั้นก็รู้ว่าข้ามาที่นี่เพื่ออะไรสินะ” เชาวายกมุมปากไม่คล้ายยิ้ม นางเชิดหน้ารอคำตอบจากอีกฝ่าย เมรีคลายสีหน้าสงสัยลง กลิ่นอายของพี่น้องสองคนนี้ช่างคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
พริบตาเดียวนั้น หญิงสาวใช้เวทย์อาคมดึงชุดคลุมของตนมาเปลี่ยนเป็เสื้อผ้าสวมใส่ร่างกาย มันรวดเร็วจนเชาวากับเชาวีไม่รู้ว่านางทำตอนไหน จากนั้นเมรีก็เดินนวยนาดตรงมานั่งตรงข้ามเชาวาที่นั่งอยู่ก่อนหน้านี้
เมรีขยิบตาให้เชาวีเล็กน้อย พลางกล่าวตอบเชาวาไปว่า “คนที่มาหาข้าที่นี่ย่อมมีจุดหมายแตกต่างกัน เมืองในม่านอำพรางของดินแดนทางใต้ลึกลับซับซ้อนยิ่งนัก ถ้าเ้าจะไปหุบเขาค้าทาสก็ต้องจ่ายให้สมราคา เพราะสถานที่แห่งนี้ลึกลับไม่น้อยไปกว่าพวกเผ่าพยัคฆ์ดำนะ” นางจงใจยิ้มอย่างมีเลศนัย
เชาวีใบหน้ากระตุกชัด เมื่อได้ยินอีกฝ่ายกล่าวถึงเผ่าพยัคฆ์ดำ นางอาจจะยังไม่รู้ว่าตอนนี้คนของเผ่าพยัคฆ์ดำกำลังตามไล่ล่าพวกเขาอยู่เหมือนกัน หากพวกเขารีบเข้าไปยังหุบเขาค้าทาส ย่อมมีโอกาสที่จะถึงตัวเกาลัดได้ก่อน
เชาวีจึงพลันยื่นข้อเสนอกับนางไปว่า “แม่หญิงเมรี้าเท่าใดขอรับ”
เมรีเลิกคิ้วแล้วมองชายหนุ่มร่างกำยำที่ยืนอยู่ แต่เมื่อหันกลับมามองสายตาคมดุของสตรีที่นั่งอยู่เบื้องหน้า บรรยากาศการเจรจาในครั้งนี้ก็ไม่น่ารื่นรมย์เท่าใดนัก
“หึๆ มีผู้คนอยากไปหุบเขาค้าทาสไม่รู้เท่าไหร่ บางคนถึงขั้นยอมตัดแขนตัดขาตัวเองก็ยังมี กฎข้อแรกของการซื้อป้ายผ่านทางก็คือต้องแลกกับสิ่งที่ตัวเองรักมากที่สุด แต่ถ้าพวกเ้าไม่มี ต่อให้เอาเงินเอาทองมากองอยู่ตรงหน้าข้า ก็อย่าหวังว่าจะไปที่นั่นได้..”
เมื่อเมรีกล่าวจบนางลากนิ้วเรียวงามมาที่ซอกหูของตัวเอง จากนั้นก็ปรากฏป้ายไม้ขนาดเล็กสีดำเงาอันหนึ่งโผล่ออกมา มันไม่มีลวดลาย หรือสิ่งที่บ่งบอกที่มา
เมรีหยิบมันมาวางไว้บนโต๊ะกลม จากนั้นจึงกล่าวต่ออีกว่า “ป้ายผ่านทางของหุบเขาค้าทาส เมืองในม่านอำพรางอันลึกลับ ข้าให้ได้เฉพาะคนที่คู่ควรเท่านั้น”
เชาวาชำเลืองมองป้ายสีดำเงานั้นพลางขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง สักพักนางก็พลันลุกขึ้นยืนประกบข้างกายเชาวีทันที เชาวายื่นมือมาจับท้ายทอยผู้เป็น้องชาย จากนั้นก็ใช้อุ้งมือดึงกระชากศีรษะชายหนุ่มลงบนโต๊ะกลมอย่างแรง
นางใช้เวทย์อาคมกดข่มเชาวีเอาไว้เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายขยับตัว เชาวาเงยหน้าเอ่ยกับเมรีขึ้นว่า “พวกเราสองพี่น้องกำพร้ามาั้แ่เด็ก น้องชายข้าย่อมเป็สิ่งที่ข้ารักมากที่สุด ข้าจะแลกเขากับป้ายผ่านทางนั่นได้หรือไม่”
เมรีเมื่อเห็นเชาวีถูกกดอยู่ตรงหน้าก็พลันนึกสงสาร ไยสองพี่น้องคู่นี้ถึงแตกหักกันอย่างง่ายดายเช่นนี้ ของมีค่าที่ถูกชิงไปสำคัญกว่าพี่น้องสายเืเดียวกันเชียวหรือ?
‘อืม..น่าสนใจยิ่งนัก’ เมรีนึกกระหยิ่มในใจ
เสียงของเชาวีดังลอดออกมาเป็ระยะด้วยความเ็ป เขากำลังเดือดพล่านที่พี่สาวของตนทำอะไรบุ่มบ่าม นางคิดจะเอาตัวเขาแลกกับป้ายผ่านทางเช่นนั้นหรือ แม้แต่ตอนเป็เด็กนางก็นำเขาไปขายให้กับเศรษฐีเฒ่า เงินค่าตัวก็ไม่ได้แถมทั้งสองพี่น้องยังต้องถูกจับไปพร้อมกันอีก
เมื่อคิดได้เช่นนั้นเชาวีก็ร่ายเวทย์อาคมต่อต้านเชาวาที่กดเขาเอาไว้ แม้พลังเวทย์ของนางจะดีกว่าเขาเล็กน้อย แต่ก็พอจะสลัดตัวออกจากการถูกตรึงร่างได้
สักพักเชาวีก็พลันดิ้นหลุดออกมา เขาด่ากราดเชาวาเสียงดังพลางขุดวีรกรรมไม่ดีของผู้เป็พี่สาวให้เมรีฟัง ส่วนอีกฝ่ายก็นิ่งฟังอย่างตั้งใจ นางพอจะเดาออกว่าสองพี่น้องคู่นี้ ลึกๆแล้วก็ไม่ค่อยลงรอยกันสักเท่าไหร่นัก
ครั้นเมื่อเมรีเห็นทั้งสองคนทะเลาะกันบานปราย นางจึงรีบห้ามปรามอยู่หลายครั้งจนทั้งคู่เริ่มสงบลง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางเห็นผู้ที่มาซื้อขายป้ายผ่านทางทะเลาะวิวาทกัน
เพราะบางกลุ่มถึงขั้นฆ่ากันตายต่อหน้านาง เพียงเพราะ้าแย่งชิงป้ายผ่านทางเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น
หากพี่น้องสองคนนี้ไม่ปฏิบัติตามกฎ นางเองก็ไม่สามารถมอบป้ายผ่านทางสำหรับการเดินทางไปยังหุบเขาค้าทาสได้
เมื่อท่าทีของเชาวาเริ่มสงบลงแล้ว นางกลับไม่พอใจเมรีเล็กน้อย จึงลองเอ่ยถามอีกฝ่ายขึ้นว่า “มีกฎอย่างอื่นหรือไม่ที่ไม่ใช่สิ่งนี้”
“อ้อ..ย่อมมีแน่นอน กฎข้อที่สองคือเ้าต้องฆ่าน้องชายของเ้า หรือเ้าต้องถูกเขาฆ่า” เมรียิ้มเยาะ นางพลันเก็บป้ายผ่านทางมาไว้ในมือพลางหมุนสิ่งนั้นไปมา
เชาวากับเชาวีมองตามด้วยท่าทางประหลาด ก่อนที่ทั้งสองจะมองหน้ากันด้วยความงุนงง
เมรีย่อมล่วงรู้ว่าทั้งสองคนไม่มีทางจะฆ่ากันตายอย่างแน่นอน เช่นนั้นแล้วการเจรจาครั้งนี้ถือว่าสิ้นสุดลง
เชาวาเมื่อรู้ว่าข้อเสนอแต่ละอย่างเกินกว่าจะทำตามได้ นางทำทีฉุนเฉียวแล้วรีบหันหลังกลับออกไปทันที เชาวีเมื่อเห็นพี่สาวของตนโกรธเคืองจึงรีบกล่าวร่ำลาเมรีเล็กน้อย จากนั้นก็วิ่งติดตามผู้เป็พี่สาวออกไป
ครั้นสองพี่น้องฝาแฝดเดินทางออกมาจากหอคณิกาแห่งนั้นมาไกลแล้ว เชาวีที่กำลังควบม้าตามหลังมา เขามองซ้ายขวาก่อนที่จะเรียกให้เชาวาผ่อนฝีเท้าม้าลง
“เ้าแน่ใจว่าไปถูกหรือ..” เชาวาหันมามองเชาวีอย่างสงสัย ก่อนที่อีกฝ่ายจะคว้าบางอย่างออกมาพินิจดู
ป้ายผ่านทางสู่หุบเขาค้าทาส!
เชาวีใช้เวทย์อาคมลับสับเปลี่ยนมันระหว่างที่เขาถูกเชาวากระแทกลงบนโต๊ะ ตอนนั้นเมรีย่อมไม่ทันระวังตัว ชายหนุ่มจึงลองเสี่ยงที่จะใช้สิ่งของเสมือนที่เขาเพิ่งสร้างขึ้นมาอย่างลับๆ ทำการสับเปลี่ยนป้ายผ่านทางของจริงอย่างรวดเร็ว
ซึ่งตอนนี้แม่หญิงเมรีผู้นั่งดูพวกเขาเล่นละครทะเลาะกัน น่าจะรู้ตัวแล้วว่าสิ่งที่ตนถืออยู่เป็ของปลอม
เกาลัดลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย ก็พบว่าตนนอนอยู่บนกองฟางในห้องเก็บของแห่งหนึ่ง
เสียงดังแกรกกรากดังมาจากปลายเท้าของหญิงสาว เมื่อนางเหลือบมองก็พบว่าตนถูกโซ่เส้นใหญ่ล่ามขาเอาไว้ข้างหนึ่ง โซ่เส้นนั้นผูกติดไว้กับเสาที่อยู่อีกมุม
บริเวณห้องเก็บของปรากฏข้าวของเครื่องใช้และเสื้อผ้าเก่าที่ถูกทิ้งแล้ว กลิ่นเหม็นอับลอยออกมาเป็ระยะ จนเกาลัดได้แต่มุดหน้าเข้าหาซอกไหล่ของตน
ภายหลังจากชายหนวดเคราคนนั้นจับตัวเกาลัดออกมาจากเรือสำเภา หญิงสาวก็เหมือนหมดสติไปก่อน นางจึงไม่รู้ว่าสถานที่แห่งนี้อยู่ที่ไหนกันแน่ หรือตอนนี้อาจจะเป็เผ่าลึกลับที่เชาวีเคยเล่าให้ฟังก็เป็ได้
สักพักนั้น เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งเดินมาหยุดตรงประตูด้านหน้า พร้อมกับปลดโซ่ที่คล้องเอาไว้ ชายหนวดเคราผู้นั้นก็โผล่ร่างเข้ามาในห้องทันใด
เกาลัดที่ยังไม่ทันได้ลุกขึ้นยืน จึงพยายามลากร่างตัวเองให้ถอยหลัง นางคลำหาเหรียญคุมิญญาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพบว่ามันยังอยู่
ปาเนียงบอกว่าหากไร้สิ่งนี้แล้ว เทธานจะติดตามตัวนางได้ และที่สำคัญมันจะไม่ทำให้เกาลัดเปลี่ยนเป็อีกคนที่ร้ายกาจ แต่หากมีเหตุการณ์อันคับขันจริงๆ แม้อาจจะเสี่ยงที่จะถูกเปิดเผยตัว ปาเนียงก็อนุญาตให้นางเรียกหาดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญาได้ทันที
ชายคนนั้นเดินเข้ามาปลดโซ่ที่ข้อเท้าของนาง โดยเขาไม่พูดอะไรแต่สีหน้าของอีกฝ่ายกลับไม่สู้ดีนัก สักพักก็มีกลุ่มชายหญิงเดินติดตามเขาเข้ามาในห้อง ชายร่างผอมคนหนึ่งพูดกับเขาด้วยภาษาประหลาด จากนั้นก็มีหญิงสาวรุ่นชูคอพูดกับเขาอีกหลายประโยค จนชายคนนั้นพลันแววตามืดครึ้มลงอย่างเห็นได้ชัด
เกาลัดย่อมไม่เข้าใจในสิ่งที่พวกเขาสนทนากัน จนกระทั่งนางมารู้ตัวอีกทีก็พบว่า ร่างของตนถูกชายหญิงที่ตามเข้ามาห้อมล้อมและพยุงตัวนางลุกขึ้นจากพื้น
ชายผู้นั้นมองเกาลัดอย่างเฉยชาอีกครั้ง ก่อนเขาก็สะบัดหน้าอย่างไม่พอใจและเดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว
เกาลัดถูกปิดตาและพามายังสถานที่แห่งหนึ่ง ภายในห้องนี้มีเสื้อผ้าและเครื่องประดับตกแต่งของผู้หญิงอยู่มากมาย
ถัดไปอีกฝั่งเป็ห้องอาบน้ำที่มีเพียงผ้าผืนบางกั้นเอาไว้ ขณะที่เกาลัดกวาดสายตาสำรวจอยู่นั้น ก็ปรากฏหญิงสาวร่างท้วมผู้หนึ่งเดินเปลือยกายออกมาจากห้องอาบน้ำ จากนั้นก็มีหญิงรับใช้สองคนคอยสวมผ้าคลุมให้นางจากด้านหลัง
เกาลัดก้มหน้าต่ำด้วยท่าทางเขินอาย หญิงสาวรุ่นที่พานางเข้ามาก็เหมือนจะพยายามถอดเสื้อผ้าของนางออก แต่ก็พลันถูกหญิงร่างท้วมคนนั้นดุกล่าวไปคำหนึ่ง จนกลุ่มหญิงสาวพวกนั้นพากันเดินกรูออกไปจากห้อง
ไม่นานนักเกาลัดก็ถูกหญิงรับใช้สองคนนั้นพาเข้าไปในห้องอาบน้ำ หญิงสาวถูกจับมาขัดตัวด้วยผงสีดำ หน้ากากหนังมนุษย์ที่เชาวาให้นางสวมใส่ ก็ไม่รู้ว่าหลุดหายไปไหนแล้ว
ครั้นเกาลัดอาบน้ำถูตัวเสร็จ หญิงสาวก็ถูกห่อด้วยผ้าขนสัตว์ชนิดหนึ่ง หญิงร่างท้วมคนนั้นคล้ายกับทำพิธีอะไรบางอย่าง สักพักก็จับตัวเกาลัดมาใส่เสื้อผ้า แต่งหน้าทำผมราวกับตุ๊กตาตัวหนึ่ง
เกาลัดไม่เข้าใจภาษาที่พวกเขาพูดคุยกัน นางเคยถามพวกเขาอยู่หลายครั้งทั้งภาษาปกติและภาษามือ แต่กลับไม่มีใครตอบรับกลับมาสักคน
หรือนางกำลังจะถูกเผ่าลึกลับจับมาบูชายัญ!
เมื่อเกาลัดแต่งตัวคล้ายตุ๊กตาเสร็จ มงกุฎเครื่องประดับหนักอึ้งที่ถูกสวมบนศีรษะของนางยิ่งทำให้เกาลัดเริ่มรู้สึกวิงเวียน แต่หญิงร่างท้วมคนนั้นที่แต่งตัวไปพร้อมกันกับนาง อีกฝ่ายก็ไม่ได้จัดเสื้อผ้าหน้าผมมากมายเช่นเกาลัด ซ้ำหญิงสาวคนนั้นก็เหมือนจะดีอกดีใจอะไรสักอย่างอีกด้วย
เมื่ออาทิตย์ใกล้ตั้งฉากยามเที่ยง เกาลัดถูกพาตัวออกมาจากห้องอย่างระมัดระวัง โดยมีหญิงร่างท้วมคนนั้นเป็ผู้สั่งการ เกาลัดถูกผ้าปิดตาไว้เช่นเคยจึงไม่รู้ว่าสถานการณ์ด้านนอกเกิดอะไรขึ้นบ้าง
พวกเขาพาเกาลัดเดินออกมาสักระยะหนึ่ง ก็เริ่มปรากฏเสียงเซ็งแซ่ของผู้คนมากมาย เสียงตีกลองและเครื่องดนตรีแปลกหูก็ลอยดังเข้ามาในโสตประสาทเกาลัดเป็ระยะ
หัวใจของหญิงสาวเริ่มเต้นถี่ยิบขึ้น บนศีรษะของนางก็ถูกกดทับด้วยมงกุฎขนาดใหญ่ หากจะวิ่งหนีตอนนี้นางก็น่าจะไม่รอดอยู่ดี หรือถ้าร้องเรียกหาดาบปีศาจนั่นเล่า จะเกิดอะไรขึ้น..
เกาลัดยังไม่ทันได้คิดไปไกล ผ้าปิดตาสีมืดนั้นก็ถูกปลดออก เบื้องหน้าของนางปรากฏผู้คนนับร้อยๆ ล้อมรอบอยู่บนลานด้านล่าง
พวกเขาเมื่อได้เห็นเกาลัดก็ยิ่งปรบมือโห่ร้องกันอย่างดีใจ หญิงสาวยืนเด่นบนแท่นสูงตรงกลาง สายตาของผู้คนโดยรอบจับจ้องมายังตัวนาง จนเกาลัดพลันมีเหยื่อเย็นเฉียบเริ่มผุดซึมขึ้นมา
นางกวาดมองผู้คนที่ต่างแต่งกายสีสันฉูดฉาด เหมือนกับมาร่วมงานมงคลอะไรสักอย่าง หรือว่าจะเป็..
งะ..งานแต่ง!!
เมื่อเกาลัดปรายตามองไปข้างหน้า ก็พบชายร่างอ้วนกลมนั่งอยู่บนเก้าอี้ใหญ่สีทอง เขาแต่งกายตามพิธีอย่างเต็มยศ บนศีรษะของอีกฝ่ายก็มีเครื่องประดับและมงกุฎขนาดใหญ่สวมไว้อยู่เช่นกัน ตัวอ้วนกลมและใบหน้ายู่ยี่ของเขาทำให้เกาลัดหลุดขำออกมาทีหนึ่ง
ถัดลงมาอีกฝั่งปรากฏชายคนนั้นยืนอยู่ เขาตัดเล็มหนวดเคราออกบางส่วนจนเห็นรูปหน้าอย่างชัดเจน แต่แววตามืดครึ้มที่นางเคยเห็นกลับไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป
เกาลัดกัดฟันแน่นพลางนึกโมโหอีกฝ่าย เขาเป็คนจับนางมาแต่งงานกับตัวประหลาดในเผ่าลึกลับเช่นนั้นหรือ
เกาลัดกำมือสั่นเทาของตัวเองไว้แน่น ใบหน้าของนางพลันซูบซีดลง จนหญิงสาวตัดสินใจคว้ามงกุฎอันแสนหนักออกมาจากศีรษะตน นางทุ่มสิ่งนั้นลงพื้นจนเครื่องประดับบนมงกุฎแตกกระจายออกเป็เสี่ยงๆ
ฉับพลันเสียงโห่ร้องดีใจของผู้คนกลับหยุดชะงักทันควัน ไม่เว้นแม้แต่เ้าบ่าวร่างอ้วนก็ดีดร่างออกมาจากเก้าอี้มงคลตัวนั้นอย่างว่องไว นิ้วอวบอ้วนของเขาชี้หน้าด่าเกาลัดเป็ภาษาของเผ่า
แต่เกาลัดรับรู้ได้ว่าเขาย่อมไม่พอใจตนอย่างมากเป็แน่ แต่สิ่งที่หญิงสาวััได้ในตอนนี้ คงจะเป็รอยโค้งยิ้มเล็กน้อยที่ปรากฏบนใบหน้าชายคนนั้น
จากนั้นไม่นานก็มีหญิงร่างท้วมผู้นั้น เดินเข้ามากระชากแขนของเกาลัดอย่างแรง นางไม่คล้ายจะดุด่าว่ากล่าวหญิงสาวมากนัก
ในระหว่างนั้นก็พลันมีชายผอมสูงน่าเคารพผู้หนึ่งเดินเข้ามา แล้วใช้เวทย์อาคมบางอย่างประกอบมงกุฎที่แตกหักให้เข้าที่ เขาส่งมงกุฎที่มีเครื่องประดับอันสมบูรณ์ยื่นให้หญิงร่างท้วมคนนั้น นางรีบรับมาพลางโค้งต่ำอย่างนอบน้อมทันใด
หญิงร่างท้วมกำลังจะสวมมงกุฎให้เกาลัด แต่ถูกนางรั้งแขนเอาไว้ หญิงสาวส่ายหน้าไปมาอย่างไม่ยินยอม จนเสียงเ้าบ่าวร่างอ้วนดังลอยมาคล้ายกับเร่งรัดให้นางรีบสวมมงกุฎให้เกาลัดโดยเร็ว
อีกฝ่ายเมื่อเห็นว่าได้ฤกษ์แล้ว นางจึงส่งสายตาให้หญิงรับใช้ที่อยู่ด้านหลังจับตัวเกาลัดเอาไว้ จากนั้นมงกุฎอันงดงามก็ถูกประดับบนศีรษะของเกาลัดผู้เป็เ้าสาวอีกครั้ง
เกาลัดถูกส่งตัวออกไปยืนเด่นด้านหน้า สาวงามกับชายร่างอ้วนเป็สิ่งที่ผู้คนต่างมองแล้วรู้สึกขัดสายตาเป็อย่างยิ่ง โดยเฉพาะชายผู้นั้นที่ยืนอยู่อีกฝั่ง เขาดูเหมือนกำลังพยายามเก็บงำสีหน้าด้วยความไม่พอใจเอาไว้
เ้าบ่าวร่างอ้วนผู้นั้นมาหยุดยืนอยู่ตรงข้ามกับเกาลัด พุงพลุ้ยของเขาแทบจะยื่นออกมาเบียดลำตัวของหญิงสาว จนนางรีบเดินถอยห่างออกมาอย่างรู้สึกรังเกียจ
คงถึงเวลาคับขันแล้วสินะ..
ขณะที่เกาลัดกำลังจะหลับตา เพื่อเรียกดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญาออกมานั้น แมวดำขนฟูตัวหนึ่งกลับเดินเข้ามานั่งอยู่ใกล้ๆพวกเขา เกาลัดทำตาโตคล้ายเห็นภูตผีตามหลอกหลอน
เ้าลูกหมี!!
เ้าบ่าวร่างอ้วนเมื่อเห็นแมวดำประหลาดโผล่ออกมาจากที่ไหนไม่รู้ เขาก็พลันเริ่มใจคอไม่ค่อยดีนัก นอกจากมงกุฎที่เคยถูกเ้าสาวทำลายแล้ว ฤกษ์มงคลของเขาที่กำลังจะเริ่มขึ้นกลับมีสัตว์สีดำปรากฏตัวเสียได้
ทว่ายังไม่ทันที่แมวดำจะถูกขับไล่ออกไป เกาลัดก็พลันวิ่งพรวดไปคว้าตัวแมวดำตัวนั้นเอาไว้ทันที
หญิงสาวสวมกอดมันเอาไว้แน่น นางพร่ำบ่นคิดถึงมันอย่างไม่หยุดปาก ภายหลังจากวันนั้นแล้วเกาลัดก็ไม่เคยพบเจอลูกหมีอีกเลย จนกระทั่งถึงวันนี้
‘แต่..มันก็ถูกลักพาตัวมาเหมือนกันหรอ’ เกาลัดคิดในใจด้วยความสงสัย
แมวดำเงยหน้ามองเกาลัดครู่หนึ่ง ก่อนมันจะหันมาจ้องหน้าเ้าบ่าวร่างอ้วนผู้นั้นเหมือนโกรธเคืองอะไรสักอย่าง คนพวกนี้ไม่รู้หรือไรว่าถ้าหากทำให้เ้าสาวงดงามผู้นี้อารมณ์แปรปรวนขึ้นมา หายนะย่อมมาเยือนเผ่าพันธุ์อันสงบสุขของตนเป็แน่
บรรยากาศงานแต่งของบุตรชายผู้นำเผ่าเริ่มไม่ค่อยดีนัก ผู้คนจากที่เคยชื่นชมยินดีก็พลันกล่าวในทางไม่ดีต่างๆนานา
จังหวะนั้นเสียงอันคุ้นเคยของใครหนึ่งดังมาจากฝูงชนที่อยู่ด้านล่าง เงาร่างสูงสง่าของบุรุษเดินแทรกผ่านผู้คนขึ้นมาบนลานงานแต่ง หัวใจของเกาลัดพลันรู้สึกถูกบีบแน่นขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
หญิงสาวั์ตาลุกวาวแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง “เขามาได้ยังไง..เ้าอองที”
ทุกคนที่ยืนอยู่บนลานงานแต่งต่างตื่นตะลึงไปพร้อมกัน เมื่อเ้าเมืองโกนิลพลันปรากฏตัวขึ้นมาโดยไม่ได้รับเชิญใดๆ หลายคนยังไม่รู้ว่าชายสูงสง่าผู้นี้เป็ใคร แต่เมื่อเห็นว่าเขามีดวงตาเพียงข้างเดียวจึงพอจะคาดเดาแล้วว่าเขาคือผู้ใด
เมื่อเห็นอองทีปรากฏกายอยู่เบื้องหน้า แววตาของชายผู้นั้นคล้ายมีรังสีสังหารวาบผ่านจางๆ ครั้งนี้เ้าเมืองโกนิลสามารถเข้ามาก่อกวนถึงเผ่าด้านในได้ ผู้นำเผ่าย่อมไม่ปล่อยให้เขาออกไปได้โดยง่ายเป็แน่
แต่ที่สำคัญฤกษ์เวลางานแต่งได้ผ่านพ้นไปแล้ว ตามกฎของเผ่าคงต้องหาฤกษ์มงคลเป็วันใหม่ สาวงามที่เขาลักพาตัวมาจึงถือว่ายังไม่ได้ร่วมพิธีอย่างสมบูรณ์
เช่นนั้นเ้าอองทีก็มาถูกเวลา..
“เ้าอองทีมาเยี่ยมเยือนถึงเผ่าจันทราของเรา ช่างเป็เกียรติอย่างยิ่ง แต่วันนี้ฤกษ์มงคลเปลี่ยนแปลงแล้ว หากท่านไม่มีธุระใดก็เชิญท่านพำนักที่นี่สักระยะเพื่อร่วมพิธีในวันใหม่ ท่านผู้นำเผ่าน่าจะดีใจที่ท่านเ้าเมืองมาเยือน” ชายผอมสูงคนนั้นเดินขึ้นหน้า เขากล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ
เกาลัดพลันนิ่วหน้าคราหนึ่ง เพราะั้แ่นางเข้ามาที่นี่ยังไม่มีใครสื่อสารภาษาที่เข้าใจได้เลยสักคน ยกเว้นลุงคนนี้..
เผ่าจันทราหรอ? เกาลัดไม่รู้ว่าเผ่าลึกลับที่เชาวีบอกจะเป็ที่แห่งนี้หรือไม่ หากลึกลับจริง เ้าอองทีจะมาปรากฏตัวที่นี่ได้อย่างไรกัน
อองทีแทบจะไม่ได้ฟังเขาพูด เพราะชายหนุ่มกำลังเหลียวมองเกาลัดที่อุ้มเพลิงดำไว้อยู่ในอ้อมกอด เขาอยากจะดึงร่างแมวดำอ้วนกลมตัวนี้ออกมาเสียจริง
อองทีทำมือไขว้หลังพลางกล่าวตอบผู้าุโของเผ่าผู้นี้ไปว่า “คงไม่มีฤกษ์มงคลให้จัดอีกต่อไปแล้ว เพราะเ้าสาวของพวกเ้าผู้นี้ก็คือคู่หมั้นของข้า”
เกาลัด “...”
เพลิงดำทำท่าทีกลอกตาไปมาแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่..
เมื่อสิ้นเสียงอองที เสียงฮือฮาของผู้คนทั้ง้าด้านล่างก็เริ่มดังขึ้น ต่างฝ่ายก็เริ่มออกความคิดเห็นแลกเปลี่ยนกันไปมา
“บุตรชายผู้นำเผ่ากำลังแย่งคู่หมั้นผู้อื่นหรือ”
“คู่หมั้นของสาวงามผู้นี้เป็ถึงเ้าเมืองโกนิลนะ”
“ท่านผู้นำเผ่าน่าจะกำลังท้ารบกับเ้าอองที..”
เสียงนินทาว่ากล่าวลอยวนมาถึงหูของเ้าบ่าวร่างอ้วน เขาด่ากราดคนพวกนั้นไปหลายประโยคจนบรรยากาศเริ่มเงียบลงทันใด ร่างอ้วนกลมของเขาเดินอืดอาดมายังอองทีที่กำลังจ้องมองเขาอย่างไม่ละสายตา
“ข้าไม่มีวันเชื่อคนอย่างเ้า นางเป็ของข้าผู้เดียว เ้านั่นแหละที่กำลังมาแย่งคนรักของข้า!” บุตรชายผู้นำเผ่าที่เป็เ้าบ่าวยืนตะคอกใส่หน้าอองทีไม่ยั้ง
อองทีแค่นเสียงหัวเราะอย่างไม่ถือสา เมื่อเห็นแก้มเนื้อของเขาเคลื่อนไหวไปมาเวลาพูด
พลันนั้นลมวูบหนึ่งก็หอบเงาร่างปริศนาเข้ามายังลานงานแต่ง ชายวัยกลางคนรูปร่างอ้วนใหญ่บึกบึนก็ปรากฏ คนของเผ่าจันทราต่างพากันโค้งคำนับกันอย่างพร้อมเพรียง ผู้นำเผ่าจันทราผู้เป็บิดาของเ้าบ่าวร่างอ้วน
เ้ากาอูน..
เกาลัดเมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มเปลี่ยน นางจึงรีบถอดมงกุฎออกแล้วอุ้มแมวดำวิ่งเข้ามาหลบหลังอองทีอย่างรวดเร็ว ชายคนนั้นตวัดสายตามายังอองที เห็นเขาเอียงหน้าพูดบางอย่างกับเกาลัดเล็กน้อย ราวกับว่าทั้งสองคนเคยสนิทสนมกันมาก่อน
“คู่หมั้นหรือ?” เขายังกังขาอยู่ในใจ
เมื่อกาอูนมาถึง หลายคนที่กำลังชมความครึกครื้นก็เริ่มลดเสียงลง ชายร่างอ้วนใหญ่ผู้นี้มีอำนาจมากที่สุดของเผ่ากำลังจัดงานแต่งให้กับบุตรชายคนเล็ก แต่กลับมีบางคนแสดงตัวแย่งชิงเ้าสาวกลางงานมงคล เขาผู้เป็บิดาย่อมไม่อาจนิ่งดูดาย
“เ้าอองที เ้ากล้ามาเหยียบถึงที่นี่ คิดว่าตนเก่งนักหรือ” กาอูนส่งสายตาอำมหิตมายังอองที
อีกฝ่ายโค้งมุมปากเล็กน้อยเป็เชิงตอบรับ ชายหนุ่มชำเลืองมองบุตรชายร่างอ้วนของเขาก่อนตอบกลับไปว่า “หึ หากเขาคู่ควรกับนาง ข้าก็จะยินยอมปล่อยไป แต่ลูกชายของท่านแม้แต่จับดาบก็ยังไม่เป็ เช่นนี้ข้าคงต้องขอตัวนางกลับแล้ว”
เ้าบ่าวร่างอ้วนผู้ถูกกล่าวถึง เมื่อรู้ว่าตนไร้ความสามารถจริง จึงได้แต่ยืนคอตกทันใด
กาอูนเมื่อได้ฟังก็พยักหน้า พลันท่าทีกลับขึงขังขึ้นมา “พูดได้ดี เผ่าของข้าชื่นชมผู้เก่งกาจ ลูกบุญธรรมของข้าเป็ผู้พาตัวนางมา ตามจริงเ้าบ่าวสมควรจะเป็เขา เช่นนั้นถ้าใครเป็ผู้ชนะก็เอาตัวนางไปได้เลย”
เมื่อกล่าวจบ กาอูนหันหน้ามาทางชายคนนั้น อีกฝ่ายโค้งศีรษะเล็กน้อยเพื่อให้สัญญาณว่าตนพร้อมแล้ว
ภีคาม.. เป็บุตรบุญธรรมเพียงผู้เดียวของผู้นำเผ่าจันทรา เขาเป็ผู้ใช้ไสยเวทย์ขั้นสูงระดับสูงสุดอย่างสมบูรณ์ มีพลังเวทย์ลึกล้ำที่ได้รับการถ่ายถอดจากเผ่าโดยเฉพาะ
ภีคามเป็ผู้อยู่เื้ัของกลุ่มโจรจากช่องเขาโดรกูร ในวันนั้นเขาถูกเรียกให้มายังเรือสินค้า เขาปล่อยเวทย์อาคมลึกลับเข้าสำรวจจึงได้พบกับเกาลัดที่อยู่บนเรือ
ชายหนุ่มย่อมไม่เคยลักพาตัวสตรีมาก่อน เขาก็ไม่รู้ว่าเกาลัดเป็ใคร แต่หญิงสาวภายใต้หน้ากากหนังมนุษย์นั้น ทำให้เขาต้องชิงตัวนางมาเป็ของตนให้จงได้
เมื่อพาเกาลัดกลับมายังเผ่าจันทรา กาอูนจึงสั่งให้เขามอบหญิงสาวให้กับบุตรชายคนเล็กที่ยังไม่แต่งงาน ภีคามย่อมไม่พอใจแต่ก็ไม่อาจขัดคำสั่งผู้นำเผ่าได้ เขาวางแผนหวังจะทำลายงานแต่งครั้งนี้อยู่แล้ว แต่อองทีกลับปรากฏตัวออกมาก่อน
เช่นนั้น.. ตอนนี้เขาก็มีโอกาสที่จะชิงตัวเกาลัดกลับมาโดยชอบธรรมแล้ว
การที่กาอูนให้พวกเขาประลองกัน ย่อมเป็เพียงธรรมเนียมปฏิบัติของเผ่า ชนะได้ก็ได้ครอง เ้าเมืองโกนิลผู้นี้เป็เพียงผู้ไร้ไสยเวทย์ แต่เล่าลือกันว่าเขามีปีศาจลึกลับตนหนึ่งคอยคุ้มครอง กาอูนก็อยากรู้นักว่าปีศาจที่ว่านั้นจะร้ายกาจมากเพียงใด
ถึงแม้อองทีจะสามารถเอาชนะภีคามได้ ก็ใช่ว่ากาอูนจะปล่อยเขาไป เผ่าจันทราถือว่าเป็เผ่าลึกลับที่อยู่ในม่านอำพรางขั้นสูง บุคคลภายนอกเข้ามาไม่ได้
แต่เมื่ออองทีลอบเข้ามาได้ย่อมจะต้องมีผู้ช่วยเหลือ กาอูนจึงสั่งเป็การลับให้ออกตามหาร่องรอยการมาของอองที เขาอาจมีคนคุ้มกันฝีมือดีติดตามมา หากเป็เช่นนั้นการสังหารเ้าเมืองโกนิลย่อมไม่ง่ายแล้ว
อองทีเมื่อรู้ว่าถูกท้าประลองก็พลันสีหน้ามืดครึ้มลง เขาปรายตามองเกาลัดที่ยืนอยู่ข้างกายอย่างเป็ห่วง หญิงสาวจ้องเขาตอบราวกับอยากจะบอกว่าตนไม่เป็อะไร
เกาลัดรู้ว่าอองทีเข้ามาช่วยนาง แต่ตอนนี้เขาตัวคนเดียวไม่ใช่หรือ อีกอย่างผู้ที่สามารถเอาชนะเชาวากับเชาวีได้ย่อมไม่ธรรมดา
“ถ้าเพลิงดำก่อเื่เมื่อไหร่ ให้เ้ารีบวิ่งเข้าไปในฝูงชนฝั่งนั้นทันที เข้าใจแล้วหรือไม่” อองทีขยับปากเล็กน้อยเหมือนไม่ได้พูด แต่เกาลัดกลับได้ยินประโยคนั้นอย่างชัดเจน
เกาลัดขยับตัวแมวดำขนฟูให้อุ้มได้ถนัด เมื่อรู้ว่านางจะต้องเตรียมตัววิ่ง หญิงสาวกระซิบแ่เบากลับไปว่า “ท่านว่าใครจะก่อเื่นะ?”
อองทีไม่ตอบนาง แต่กลับหลุบตาข้างเหลียวมองแมวดำที่นางอุ้มไว้อยู่ เกาลัดยังเกิดข้อสงสัย นางเคยได้ยินคำว่าเพลิงดำอยู่ครั้งหนึ่งจากปากของเบียงตอ แต่ไม่รู้ว่าเขาหมายถึงใคร
แต่ที่เป็ไปได้มากที่สุดในตอนนี้ เพลิงดำ.. ก็คือแมวลูกหมีที่นางอุ้มไว้อยู่นั่นเอง
เกาลัดก้มมองไปยังดวงตาไร้เดียงสาของมัน “แกเนี่ยนะ จะก่อเื่!มากนักมาก”
ภายหลังจากมีคนประกาศกลางลานงานแต่ง ว่าเ้าเมืองโกนิลจะประลองฝีมือกับภีคาม บุตรบุญธรรมของผู้นำเผ่าจันทรา
การประลองในครั้งนี้ก็เพื่อชิงคู่หมายมาเป็ของตน เมื่อผู้คนรับทราบก็แตกตื่นกันเล็กน้อย เพราะสาวงามผู้นี้กำลังจะแต่งงานกับบุตรชายคนเล็กของผู้นำเผ่า
ทางด้านเ้าบ่าวร่างอ้วนเมื่อเห็นว่าตนแทบไร้ความหมายแล้ว จึงรีบผละตัวเดินออกไปจากลานงานแต่งทันที
ภีคามก้าวขึ้นมาประจันหน้ากับอองที เกาลัดสีหน้าบูดบึ้งเล็กน้อยจึงยอมถอยห่างออกมาจากข้างกายอองที ภีคามรู้ว่าเ้าเมืองโกนิลไม่ใช่ผู้ใช้ไสยเวทย์ แต่มีปีศาจอยู่ข้างกาย เช่นนั้นเขาก็ต้องต่อสู้กับปีศาจตนนั้นหรือ
ระยะห่างภีคามกับอองทีอยู่ไกลกันพอสมควร แต่เมื่อไหร่ที่ภีคามเดินเข้ามาใกล้อีกฝ่าย พลังเวทย์ในร่างเขาเหมือนจะมีบางสิ่งมากดข่มเอาไว้อย่างไม่รู้ที่มา เขาััได้ว่ากลิ่นอายอันทรงพลังเริ่มแผ่กำจายออกมาจากดาบเล่มนั้นที่อองทีถือไว้
“เ้าอองที ข้าไม่อยากได้ชื่อว่ารังแกผู้ที่ไร้ทางสู้ หากเ้ายอมแพ้เสียตอนนี้ ข้าจะเป็คนขอร้องท่านพ่อให้ไว้ชีวิตเ้าเอง” ภีคามเอ่ยขึ้น บริเวณฝ่ามือของเขาปรากฏริ้วพลังสีน้ำเงินอ่อนจางก่อตัวอย่างเงียบๆ
ั์ตาดุดันของอองทีวาบผ่านขึ้นมา คนผู้นี้มีแก่นิญญาสมบูรณ์ยิ่งนัก พลังเวทย์ในร่างมีความลึกลับและแข็งแกร่งพอควร
ขณะที่อองทีคิดเช่นนั้น ขุมพลังปริศนาในร่างเขาก็เริ่มเคลื่อนไหว นานแล้วที่อองทีไม่ได้กลืนกินแก่นิญญาของผู้ใด ถ้าหากได้แก่นิญญาของชายผู้นี้มาเติมเต็ม ย่อมลดความเ็ปจากขุมพลังในร่างของเขาได้ระดับหนึ่ง
อองทีกำดาบในมือของตนไว้แน่นก่อนจะเอ่ยตอบอีกฝ่าย “เช่นนั้นก่อนที่ข้าจะยอมแพ้ แก่นิญญาของเ้าข้าขอได้หรือไม่”
ครั้นเมื่อได้ฟัง ภีคามก็พลันมีสีหน้าดุร้ายขึ้นมาทันใด พลังเวทย์ในมือเขาแปรเปลี่ยนมาเป็สีน้ำเงินเข้ม คล้ายว่ามันพร้อมที่จะรับคำสั่งจู่โจมศัตรูทันที
ระหว่างนั้นเพลิงดำที่ยังมีท่าทีสงบอยู่ในอ้อมกอดเกาลัด มันพุ่งกระโจนออกมาอย่างรวดเร็ว
ผู้ที่อยู่ใกล้ลานประลองกลับต้องตื่นตะลึงอีกครั้ง เมื่อแมวดำขนฟูธรรมดาที่พุ่งออกมาจากอีกฝั่ง จะกลายร่างเป็หมาป่าสีดำตัวใหญ่น่าเกรงขามตัวหนึ่ง ดวงตาของมันเหี้ยมเกรียม เขี้ยวของมันคมกริบราวกับปลายคมดาบ
เพลิงดำ!!
เกาลัดรู้สึกเย็นวูบที่สันหลัง ที่แท้หมาป่าดำพูดได้ที่นางเคยเห็นในท่าเรือตอนนั้นก็คือแมวลูกหมีหรอกหรือ เช่นนั้นตลอดเวลาที่เกาลัดพักอยู่ในม่านอำพรางเมืองดุรงคา อองทีก็เป็ผู้ส่งเพลิงดำในร่างแมวมาคอยจับตาดูหญิงสาวเอาไว้
เมื่อเพลิงดำปรากฏกายออกมาอย่างคาดไม่ถึง ผู้คนที่รอชมการประลองด้านล่างต่างก็ฮือฮากันครั้งใหญ่ กาอูนหรี่ตามองหมาป่าดำอย่างพินิจพิเคราะห์ กลิ่นอายของมันแปลกประหลาด และมิใช่เกิดจากพลังเวทย์ที่ปลุกเสกขึ้นมา
“นี่หรือปีศาจตัวนั้น!” กาอูนกล่าวด้วยสีหน้าพรั่นพรึง
ภีคามขมวดคิ้วแน่น ไม่อาจระงับสีหน้าความขลาดกลัวในใจได้ เขาไม่รู้ว่าหมาป่าดำตัวนี้ร่างที่แท้จริงจะเป็อย่างไร หากมันคือปีศาจที่ร่ำลือคอยคุ้มกายเ้าเมืองโกนิล เขาอาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมันก็เป็ได้
จังหวะนั้น กาอูนที่กำลังแอบร่ายเวทย์อาคมเอาไว้ เขาถือโอกาสที่หมาป่าดำตัวนั้นเผลอ จึงพลันดีดเวทย์อาคมไร้สภาพกลุ่มหนึ่งโจมตีมายังเพลิงดำอย่างรวดเร็ว
เกาลัดที่สังเกตเห็นความผิดปกติของเขามาก่อนหน้านี้แล้ว นางจึงรีบพุ่งตัวออกไปยืนขวางเบื้องหน้าเพลิงดำเอาไว้ทันใด
ลูกหมีของข้าใครอย่างแตะ!!
เมื่อพลังไร้สภาพนั้นจู่โจมเข้ามาถึงตัวเกาลัด มันกลับถูกยึดเอาไว้ครู่หนึ่ง ก่อนที่ไอพลังลึกลับในร่างของหญิงสาวจะดีดสะท้อนมันออกอย่างรวดเร็ว
ฉับพลันนั้นก็ปรากฏเสียงคล้ายะเิดังกึกก้อง มวลแสงวาบหนึ่งที่ถูกปล่อยออกมาจากร่างเกาลัด มันม้วนตัวฉีกอากาศออกไปข้างหน้าทันที
กาอูนและภีคามที่เป็เหมือนเป้าหมายสำคัญ พวกเขาถูกไอพลังนั้นพุ่งปะทะจนร่างกระเด็นอย่างไม่ทันตั้งตัว ปราณเวทย์ของพวกเขาเริ่มลดระดับลง ไอพลังนั้นเหมือนกำลังฉีกกินเืเนื้อในร่างราวกับปีศาจหิวโหย
ภีคามเริ่มตั้งสติได้ จึงรีบใช้พลังเวทย์ทั้งหมดในกายต่อต้านไอพลังประหลาดนั้นทันที เขาเหลือบมองมายังเกาลัดที่ยืนเด่นอยู่ตรงหน้าหมาป่าดำ แววตาของนางแทบจะไม่มีอาการตื่นกลัวกับเหตุการณ์ครั้งนี้เท่าไรนัก
นางกำลังปกป้องหมาป่าดำตัวนี้หรือ?
ชายหนุ่มพยายามขบคิดซ้ำไปมา เื่เล่าลือจากแดนทางเหนือว่าปรากฏผู้เป็ร่างนำพาไอพลังจันทราสีเื
หรือว่าจะเป็นาง..
>โปรดติดตามตอนที่18<