ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 30 คืนวิวาห์ของคู่บ่าวสาว

            เฉียวปินตัวแข็งทื่อชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพึมพำเสียงแผ่ว “เรียก...หมิงจูครับ”

            “เปลี่ยนไปเรียกพี่สะใภ้”

            เฉียวปินเบิกตากว้าง“แต่ผมอายุมากกว่าเธอตั้งหลายปีเลยนะครับ...”

            เขาเรียกแบบนั้นไม่ได้จริงๆ!

            เจียงตั่วไม่ตอบแต่จ้องมองเฉียวปินด้วยสายตาจริงจัง

            เฉียวปินถูกจ้องนานรู้สึกหนาวยะเยือกจึงจำต้องยอมแพ้ พยักหน้าหงึกหงัก “ได้ครับได้ครับ เรียกพี่สะใภ้แล้วครับ ผมเรียกพี่สะใภ้ก็ได้!”

            เจียงตั่วถอนสายตากลับไปแล้วตอบเสียงเรียบ “เธอตุ๋นหมูสามชั้นพะโล้”

            โจวชางหมิงที่อยู่ข้างๆจิบชาและยิ้มอย่างอ่อนโยน

            คืนนี้หมิงจูทำกับข้าวสี่อย่างหมูสามชั้นพะโล้ หมูผัดมันฝรั่งหั่นเส้น หมูผัดบวบซูกินี และหอยขมผัดพริกกระเทียม

            เฉียวปินได้กลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ

            เมื่อหมิงจูจัดจานชามให้แล้วเขาก็รีบชิมหอยขมผัดพริกกระเทียมทันที แล้วอดไม่ได้ที่จะออกปากชม“พี่สะใภ้ ฝีมือทำอาหารของคุณสุดยอดไปเลย!”

            เสียงเรียก‘พี่สะใภ้’ นี้ทำเอาหมิงจูที่กำลังรินน้ำให้อยู่ถึงกับชะงักมือ

            “ผู้กองเฉียว คุณเรียกฉันว่าหมิงจูเถอะค่ะ ฉันอายุน้อยกว่าคุณนะคะมาเรียกฉันว่าพี่สะใภ้... ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเลยค่ะ”

            ไม่ทันที่เฉียวปินจะได้พูดอะไรเจียงตั่วก็คีบเนื้อให้หมิงจูและหมิงชุนนีคนละชิ้น พร้อมกับตอบเสียงเรียบ“ควรแล้ว”

            เฉียวปินพยักหน้ารัวๆ“ใช่แล้ว ใช่แล้ว สมควรแล้ว! คุณจะอายุน้อยหรือเปล่าไม่สำคัญเลยเพราะหัวหน้าเราอายุมากแล้ว ใช่ไหมครับหัวหน้า?”

            เจียงตั่วไม่สนใจเขา

            หมิงจูถึงกับหลุดหัวเราะออกมาเฉียวปินที่พูดมากขนาดนี้มาอยู่กับเจียงตั่วที่เงียบขรึมตั้งนานได้อย่างไรกัน?

            เธอยิ้มร่า“อาจารย์โจว ผู้กองเฉียว ทานเยอะๆ เลยนะคะ ไม่ต้องเกรงใจค่ะ!”

            โจวชางหมิงพยักหน้าซ้ำๆ“ผมกินเยอะหน่อยนะ หมิงจู ฝีมือทำกับข้าวของคุณดีมากเลย!ไปเรียนมาจากไหนเนี่ย?”

            “คุณย่าค่ะ” ตอนนี้หมิงจูคุ้นชินกับการโยนความดีความชอบให้คุณย่าไปแล้วยังไงซะคุณย่าก็ไม่โผล่มาปฏิเสธหรอก

            โจวชางหมิงชื่นชม“คุณย่าของคุณนี่สุดยอดเลย ทำอะไรก็ยอดเยี่ยมแถมยังสอนหลานสาวที่วิเศษอย่างคุณออกมาได้!”

            หมิงจูยิ้มเล็กน้อยแล้วพยักหน้ารับโดยไม่ถ่อมตัว “คุณย่าของฉันเก่งมากจริงๆท่านเป็นคุณย่าที่ดีที่สุดในโลกเลยค่ะ อาจารย์โจว ผู้กองเฉียวถ้าคุณชอบอาหารฝีมือฉัน คราวหลังก็มาฝากท้องที่บ้านฉันบ่อยๆ ได้เลยนะคะ”

            ไม่ว่าใครก็ต้องยอมรับว่าวันนี้เป็นวันดี เป็นวันที่สนุกสนานและเป็นมงคล

            หลังจากนั้นหมิงจูก็แสร้งทำเป็นถ่อมตัวสอบถามปัญหาทางการแพทย์กับโจวชางหมิงเพื่อแสดงให้เจียงตั่วเห็น

            ไม่นานเธอกับหมิงชุนนีก็อิ่มแล้ว

            ผู้ชายกินเก่งกว่าหมิงชุนนีจึงเข้าไปต้มน้ำข้างใน ส่วนหมิงจูก็ตามเข้าไปทำอาหารมาเพิ่ม

            เธอตั้งใจจะใช้แป้งสาลีเนื้อละเอียดที่แลกคูปองมาจากในเมืองทำเส้นบะหมี่ให้พวกเขากิน

            พอหมิงจูลุกไปจากโต๊ะอาหารโจวชางหมิงก็กระซิบกับเจียงตั่วว่า “ภรรยาคนนี้ของนายไม่เลวเลยนะถึงจะดูบอบบาง แต่ก็สุขภาพแข็งแรง นิสัยก็ร่าเริง แจ่มใส และยังเอาใจใส่...เป็นคู่ชีวิตที่ช่วยดูแลกิจการภายในได้อย่างดี”

            เฉียวปินฟังคำชมนี้แล้วเกือบจะสำลัก!

            ถ้าเหล่าโจวรู้ว่าหมิงจูเป็นคนที่หัวหน้ากำลังจับตาดูอยู่คงจะเสียใจที่ชมไม่ขาดปากแน่!

            “เหล่าโจว คุณนี่ปากไม่ตรงกับใจเลย พูดแต่เรื่องดี!แค่สาวน้อยบ้านนอกธรรมดาเท่านั้นเอง ไม่สิไม่สิ...เธออารมณ์ร้ายกว่าสาวน้อยธรรมดาเยอะเลย ใช่ไหมครับหัวหน้า?”

            เจียงตั่วเหลือบมองเขาแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธหรือเห็นด้วย

            เฉียวปินเดาใจหัวหน้าไม่ออกแม้หมิงจูจะสวยจริงๆ และฝีมือทำอาหารก็ดี แต่...เธออารมณ์ร้ายนะ!

            หัวหน้าในตอนนี้ไม่ยอมให้พูดจาไม่ดีเกี่ยวกับหมิงจูเลยหรือว่าติดกับดักสาวงามไปแล้ว?

            โจวชางหมิงส่ายหน้าทำท่าเหมือนผู้มีประสบการณ์ “เฉียวปินนายไม่เข้าใจหรอก ผู้หญิงคนนี้ได้รับการอบรมมาอย่างดี ลองคิดดูสิถ้านายอยู่ในหมู่บ้านที่ไม่มีใครให้พึ่งพิงและถูกรังแก นายจะไม่ต่อต้านเลยหรือ?สรุปคือ ตัดสินใจถูกแล้วที่แต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ เสี่ยวเจียงใช้ชีวิตกับเธอให้ดี และตามใจเธอให้มากหน่อยนะ”

            เฉียวปินคิดดูให้ดีแล้วก็รู้สึกว่า...มันก็จริงนะ ถ้าเธอไม่อารมณ์ร้ายสักหน่อยป่านนี้คงถูกครอบครัวของหมิงฉางเหอขายไปสามครั้งแล้ว!

            แต่หัวหน้าคิดว่าเธอน่าสงสัย...

            ถ้าเธอไม่มีอะไรน่าสงสัยคงจะดีไม่สิ หวังว่าเธอจะไม่มีเรื่องอะไรให้น่าสงสัยเลยต่างหากไม่อย่างนั้นหัวหน้าคงน่าสงสารมาก ชีวิตแต่งงานของเขาคงต้องพังไปแล้ว!

            แต่เจียงตั่วกลับเงียบไปเขามองไปยังทิศทางของห้องครัว ความรู้สึกมากมายปะปนอยู่ในใจ

            เขาเป็นคนที่ไม่เคยคิดจะหย่าร้างเลยหลังจากแต่งงานแล้วแต่หมิงจูไม่ได้อยากแต่งงานกับเขา เธอถึงกับคิดเรื่องหย่าร้างแล้วจะเต็มใจใช้ชีวิตกับเขาให้ดีในอนาคตได้อย่างไร?

            เมื่อนึกถึงเรื่องเหล่านี้เขาก็รู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก

            ในครัวตอนนี้หมิงจูรีดเส้นบะหมี่เสร็จแล้ว เธอทำการผัดกระเทียมกับต้นหอมพอน้ำเดือดก็ใส่เส้นลงไป แล้วเติมเกลือเล็กน้อย

            ก๋วยเตี๋ยวธรรมดาๆแค่หม้อเดียว เฉียวปินซดไปสามชาม

            เขาไม่ใช่คนที่มีความอยากอาหารมากขนาดนี้เลยแต่วันนี้เขากลับกินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักพอ เขาก็อายตัวเองอยู่เหมือนกัน

            เพราะสมัยนี้ใครบ้างที่จะได้กินแป้งสาลีละเอียดหากไม่มีโอกาสสำคัญอะไร?คราวหน้าคงต้องเอามาชดเชยให้เจ้าของบ้านแล้ว!

            หลังอาหารเฉียวปินไม่มีทีท่าว่าจะไป โจวชางหมิงเห็นดังนั้นจึงเตือนเขาว่า“เฉียวปิน ดึกแล้ว เรายังไม่กลับอีกเหรอ?”

            “โอ๊ย เหล่าโจว คุณรีบอะไรนักหนา วันนี้เป็นวันมงคลของหัวหน้าผมต้องรอแกล้งในคืนส่งตัวก่อนสิ!”

            เจียงตั่วขมวดคิ้วริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น

            โจวชางหมิงรับรู้ได้ว่าเจียงตั่วไม่อยากถูกรบกวนจึงยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ “อย่าเลยอย่าอยู่ที่นี่รบกวนคืนแต่งงานของคู่บ่าวสาวเลย ไปกันเถอะ”

            สุดท้ายเฉียวปินก็ถูกโจวชางหมิงดึงตัวกลับไป

            เมื่อหมิงจูออกมาจากห้องครัวทุกคนก็ออกไปไกลแล้ว

            เธอกำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็เห็นเจียงตั่วเก็บจานชามแล้วเอาไปล้างเอง

            หมิงจูไม่ได้ห้ามการทำงานบ้านควรแบ่งเบากันอยู่แล้ว

            เธอทำอาหารเขาล้างจาน นี่เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว!

            หมิงจูมองชายหนุ่มร่างสูงหนึ่งร้อยแปดสิบแปดเซนติเมตรนั่งยองๆล้างจาน เธออดขำไม่ได้ รู้สึกว่ามันเป็นภาพที่ขัดแย้งกันดี จัดว่าน่ารักทีเดียว...

            หลังจากเจียงตั่วล้างจานเสร็จแล้วท้องฟ้าก็มืดสนิท

            ภายในห้องหมิงจูจุดตะเกียงน้ำมันก๊าดและจัดการเก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวที่เจียงตั่วขนมาจากที่อยู่เก่า

            ตอนนี้ทั้งสองคนอยู่ใต้ชายคาเดียวกันตามลำพังเธอจึงรู้สึกประหม่ามาก

            และเจียงตั่วที่อยู่ข้างหลังก็คงไม่ต่างกัน

            เขายืนอยู่ข้างเตียงอุ่นมองหญิงสาวร่างเล็กที่คุกเข่าคลานอยู่บนเตียง จัดที่นอนของเขาให้เรียบร้อยลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงโดยไม่รู้ตัว...

            หลังจากหมิงจูจัดที่นอนเสร็จเธอก็นั่งห้อยข้าที่ขอบเตียง เงยหน้ามองเจียงตั่วที่ยังยืนนิ่งอยู่

            ดวงตาทั้งสองประสานกันอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็รีบเบือนหน้าหนีไปคนละทาง

            หมิงจูยกมือขึ้นมานวดขมับน่าอายจริงๆ เลย!

            แม้ว่าทั้งสองจะเคยผ่านการมีอะไรกันมาแล้วและยังดุเดือดและเร่าร้อนผิดปกติ แต่พูดตามตรง...

            วันนั้นเธอคิดว่าตัวเองกำลังฝันอยู่จริงๆดังนั้นจึงขาดยั้งคิดและทำอะไรที่ดุเดือดไปหน่อย

            ถ้าตอนนี้ให้เธอกลับไปทำแบบนั้นอีกครั้งเธอทำไม่ได้แน่!

            ลึกๆแล้วหมิงจูยังค่อนข้างเป็นคนหัวโบราณอยู่บ้าง

            มาจนถึงวันนี้เธอและเจียงตั่วเพิ่งรู้จักกันได้ไม่กี่วันเท่านั้น เรียกได้ว่ายังไม่สนิทกันเลยเธอยังรู้สึกได้ถึงความห่างเหินและความ... ประหม่าของเจียงตั่วในตอนนี้

            เธอรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้มีความหัวโบราณยิ่งกว่าอีก!

            วันนั้นเขาถูกวางยาถ้าเขามีสติรู้ตัว เขาคงไม่มีทางนอนกับผู้หญิงที่ไม่รู้จัก

            หมิงจูเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะเอ่ยปากก่อน “เอ่อ เจียงตั่วคะ...”

            “อืม”

            “ฉันคิดว่า... เราสองคนยังไม่รู้จักกันดีพอเราน่าจะลองให้เวลาสร้างความสัมพันธ์กันสักพักก่อน แล้วค่อย...พัฒนาไปยังอีกขั้นของชีวิตคู่ดีไหมคะ?”