“เฮ้อ!” โหย่งจิ้นถอนหายใจออกมาเป็ครั้งที่เท่าไหร่เขาจำไม่ได้แล้ว
“ท่านลุงถอนหายใจทำไม” หนิงเฉิงหันมาถาม โหย่งจิ้นพยักเพยิดไปทางด้านหน้าสองหนุ่มกำลังปะมือกันไม่สนใจนักเรียนของตนเลย
“ให้ข้าเรียกคุณหนูไหมเ้าคะ”
“ปล่อยไปเถอะ พวกเขาไม่กล้าทำลายข้าวของหรอก”
“ท่านลุงไม่สงสัยบ้างเลยหรือ” หนิงเฉิงหันมามองโหย่งจิ้น
“บางเื่บางอย่างเราไม่ควรสงสัยให้มากความหรือที่ผ่านมาคุณหนูของเ้ายังสร้างความแปลกใจให้ไม่พอ”
“ข้าอยากรู้นี่”
“ถามคุณหนูสิ”
“ข้าไม่กล้า”
“สิ่งใดไม่กล้าต่อหน้า ลับหลังยิ่งไม่ควรทำข้าไม่ได้ห้ามไม่ให้สงสัยแต่ที่ผ่านมาคุณหนูเ้าบอกสิ่งที่นางบอกได้หมดแล้วไม่ใช่หรือ”
“เฮ้อ!พวกเราจะมีนายท่านสองคนอีกแล้วใช่หรือไม่” โหย่งจิ้นการประลองดุเดือดด้านหน้า
“อย่างน้อยท่านเฟยเฟิ่ง ท่านต๋าไป๋จะไม่เหมือนสองคนนั่น”คนที่เชื่อคำพูดคนอื่นง่าย ๆโดยไม่คิดหาความจริงแบบนั้นไม่คู่ควรกับคุณหนูของพวกเขาสักนิด
“เฟิ่งเอ๋อร์!/ท่านเลี่ยงเฟิ่ง!” โหย่งจิ้นอดหัวเราะไม่ได้ แค่คำเรียกขานก็สามารถระบุตำแหน่งสามีได้ทันที
“ข้าให้ฝึกพวกเขาไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงได้สู้กันเอง”
“ข้าสอนพวกเ้าแล้วใช่หรือไม่”เฟยเฟิ่งส่งสายตาข่มขู่พวกเขา
“..ขอรับ” จ้างจิ้งอี้ จ้างเจียวเจี๋ย จ้างเจียวจ้าน จ้างจือถงจ้างเจี๋ยเหา จ้างจือซู ตอบรับเสียงเบา
“ไม่ต้องใช้สายตาขู่พวกเขาเลย”
“เหนื่อยหรือไม่” ต๋าไป๋ถามด้วยความห่วงใย
“แค่สอนทำอาหารไม่ได้เหนื่อยขนาดนั้นพวกเ้าไปพักทานมื้อเที่ยงเถอะ ่บ่ายไม่ต้องมาฝึกแล้ว”
“ขอรับ!” น้ำเสียงตอบรับต่างกันราวฟ้ากับดิน
“ให้เตรียมอะไรเป็พิเศษไหม” โหย่งจิ้นถามนาง
“กำชับคนของเราให้ดีก็พอ อย่าให้คนล้ำไปถึงส่วนหลัง”
“เื่นั้นข้าจัดการเอง” ต๋าไป๋บอกนางซุนเลี่ยงเฟิ่งพยักหน้า
“งั้น...ตอนบ่ายว่างใช่หรือไม่?”
“เ้าอยากทำอะไร” เฟยเฟิ่งยิ้มกว้าง เขาก้มลงอุ้มร่างบางพุ่งตรงไปทางด้านหลังต๋าไป๋ไม่รอช้า
“สรุปแล้ว คุณหนูโชคดีใช่ไหมเ้าคะ”
“ข้าไม่รู้เหมือนกัน” โหย่งจิ้นพูดเสร็จเดินออกจากลานฝึกพร้อมหนิงเฉิงพรุ่งนี้คือวันเปิดรับสมัครวันแรก มีเื่หลายอย่างต้องเตรียมให้พร้อม
ซุนเลี่ยงเฟิ่งลืมตาขึ้นมาพร้อมกับแขนเฟยเฟิ่งพาดอยู่บนหน้าท้องซ้ายเฟยเฟิ่ง ด้านขวาแมวขาวขนปุยตัวใหญ่นอนเกยอยู่เหนือไหล่นาง ั้แ่อนุญาตให้เข้าห้องได้หนึ่งนกหนึ่งแมวแทบไม่ห่างกายนางเลย ดีที่ยังไม่อนุญาตให้ทำมากกว่าจูบไม่อย่างนั้นนางคงเหนื่อยมากกว่านี้
“ตื่นได้แล้ว”
“ขอนอนต่ออีกหน่อย” เฟยเฟิ่งดึงนางเข้ามาก่อนแมวขาวเงยหน้าเลียแก้มนางเบา ๆ ก่อนกลับร่างมนุษย์ที่สวมกางเกงบาง ๆ จนเห็นไปถึงไหนต่อไหน
“อรุณสวัสดิ์” ต๋าไป๋ก้มลงจูบริมฝีปากบางเหมือนที่ทำประจำทุกเช้าเฟยเฟิ่งลืมตาขึ้นมอง
“ข้าด้วย” เฟยเฟิ่งก้มลงจูบนางหลังต๋าไป๋ถอดใบหน้าออก
“ทำไมไม่สวมกางเกงนอน”
“ร้อน”เฟยเฟิ่งลุกขึ้นนั่งจนเห็นเ้าตัวยุ่งผงกหัวทักทายแต่เช้าพอหันมาอีกด้านช่างไม่ต่างกันเลย
“เมื่อไหร่จะอนุญาต”
“ใจร้อนไปได้” ซุนเลี่ยงเฟิ่งขยับกายลุกขึ้น
“มันทรมานนี่ เ้านี่อยากััเฟิ่งเอ๋อร์” เฟยเฟิ่งชี้เ้าตัวปัญหาตั่งโด่ผงกหัวเห็นด้วยได้แต่กอดนางจูบนางแบบนี้มันทรมานยิ่งกว่า
ซุนเลี่ยงเฟิ่งมองต่ำสลับกันทั้งสองด้าน นางคิดอยู่ครู่หนึ่งมือเรียวยื่นไปทักทายตัวปัญหาทั้งสอง
“อ๊ะ!” เฟยเฟิ่งเผลอยืดตัวแอ่นสะโพกให้นางต๋าไป๋ก้มมองมือที่กำลังกำรอบลูกชาย เนื้อผ้าเสียดสีทำให้เขาสั่นสะท้าน
“ทะ...ท่านเลี่ยงเฟิ่ง..อ่า” ต๋าไป๋คิดก้มลงจูบนางแต่ช้ากว่าเฟยเฟิ่งเขาทำได้แค่ก้มลงจูบหัวไหล่เนียน
“อ๊า!!”ต๋าไป๋ส่งเสียงร้องเมื่อมือบางล้วงเข้าไปในกางเกงนอน เฟยเฟิ่งเหลือบตามองลิ้นอุ่นสอดแทรกควานหาความหวาน
“ข้า...ข้าอยากจูบบ้าง” ต๋าไป๋ทนไม่ไหวเอ่ยขอเฟยเฟิ่งอีกฝ่ายจูบนางสักพักจึงผละออก มือหนาประคองใบหน้าเพื่อรับจูบของตน เขากอบโกยรสชาตินางด้วยความโลภ
“เฟิ่งเอ๋อร์...ข้าััได้หรือไม่..” เสียงแหบพร่าแสดงอารมณ์ความ้ามุมปากนางยกยิ้มเ้าเล่ห์
“ไม่ได้”
“เฟิ่งเอ๋อร์...อ่า” มือบางขยับเร็วขึ้น สะโพกสอบขยับตามจังหวะมือของนาง
“...ท่านเลี่ยงเฟิ่ง...ข้า..”
“อยากเสร็จเหรอ”
“ได้โปรด...อ๊า!!”
“อื้มม!!”ร่างพวกเขาเกร็งกระตุกพร้อมกัน น้ำข้นเหนียวไหลหยดเปื้อนมือนาง บ้างกระเด็นถูกตัวต๋าไป๋ก้มลงเลียข้างแก้มนุ่มกลืนกินน้ำรักข้นขาวของตัวเอง เฟยเฟิ่งเลียทำความสะอาดมือเนียนทีละนิ้ว
“ข้าจะเปลี่ยนผ้าปูที่นอนพวกเ้าไปอาบน้ำเตรียมตัวได้แล้ว”
“เดี๋ยวข้าทำเอง ท่านไปอาบน้ำเถอะ” เฟยเฟิ่งอุ้มนางเดินเข้าห้องน้ำต๋าไป๋ลงจากเตียงเปลี่ยนผ้าปูที่นอนผืนใหม่
บรรยากาศแปลก ๆ รอบกายซุนเลี่ยงเฟิ่งส่งผลให้คิ้วดกดำโหย่งจิ้นขมวดเข้าหากันท่าทีหวงแหนยิ่งกว่าเมื่อก่อนของชายหนุ่มข้างกายทำให้เขาสงสัย หรือว่า.....
“ไม่ใช่อย่างที่ท่านลุงคิดหรอก” เสียงซุนเลี่ยงเฟิ่งดึงสติของเขากลับคืนมา
“ข้ายังไม่ได้พูดอะไรเลย”
“ข้ารู้ว่าท่านกำลังคิดอะไร ข้ากับพวกเขายังไม่ถึงขั้นนั้น”
“อะไรหรือเ้าคะ”
“อยากรู้ไหม” ซุนเลี่ยงเฟิ่งหยักคิ้วให้หนิงเฉิงโหย่งจิ้นดันหัวหนิงเฉิงกลับคืน
“ทุกอย่างเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว”
“คนมาเยอะไหม”
“เยอะพอสมควร” ซุนเลี่ยงเฟิ่งเดินข้างกายโหย่งจิ้นเฟยเฟิ่ง ต๋าไป๋เดินตามหลังห่างไม่ถึงก้าว
ประตูใหญ่เปิดกว้าง เผยให้เห็นคนรอเต็มหน้าบ้านจนล้นถนนเจิ้งฉิงเป่ากำลังบอกให้ทุกคนจัดแถวตามตำแหน่งที่อยากสมัครเจิ้งลู่ฟางเดินเข้ามาหานาง
“พร้อมแล้วเปิดรับสมัครเลยก็ได้”
“ขอรับ...เข้าแถวให้เรียบร้อยไปรับสมัครที่โต๊ะตามตำแหน่งที่อยากสมัคร เสร็จแล้วให้เดินเข้าประตูข้างไปตามลำดับ!!”
“หลีกทาง!”ซุนเลี่ยงเฟิ่งมองไปยังจุดที่เสียงดัง
“พิการแล้วยังกล้ามาสมัครอีก” ชายคนหนึ่งวัยน่าจะอยู่ที่30 ต้น ๆ กำลังผลักป้าคนหนึ่งให้หลีกทาง แขนข้างนึงใช้ไม้เท้าค้ำหยันอีกข้างมีเด็กน้อยวัยไม่น่าจะเกิน 10 ขวบพยุง เสื้อผ้าของพวกเขาไม่ได้ดูมอซอในทางกลับกันฝีเข็มบนผ้าน่าสนใจมากที่เดียว
“หนิงเฉิง”
“เ้าค่ะ” หนิงเฉิงเดินออกไปทันที
“กลับไป”
“ขะ...ขอโทษเ้าค่ะ ข้าน้อยจะกลับไปเดี๋ยวนี้”
“ไม่ใช่ป้า เขาต่างหากที่ต้องกลับไป” ป้าคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองหนิงเฉิง
“นี่เ้าเห็นยายแก่พิการดีกว่าข้า!?” หนิงเฉิงยกมือกอดอก
“คนที่ไม่ให้เกียรติคนอื่นอย่างเ้าไม่เหมาะกับตระกูลซุนของคุณหนูข้า!”
“นังเด็กนี่!!” หนิงเฉิงชักกระบี่พาดคออีกฝ่ายก่อนเขาฟาดฝ่ามือลงมาแววตานางดุดัน
“ลองตบข้าดูสิ คอของเ้าได้ขาดแน่” การกระทำของหนิงเฉิงทำให้คนรอบข้างหันมามองั้แ่เริ่มหลายคนกลืนน้ำลายลงคอ หลายคนสมน้ำหน้าผู้ชายคนนั้น
“พอเถอะเ้าค่ะ ข้าไม่ได้เป็อะไรมาก”
“พานางไปพบคุณหนู” หนิงเฉิงหันมาสั่งเด็กน้อยเสร็จ นางหันมาสนใจกับคนตรงหน้า
“ถ้าข้าเห็นหน้าเ้าอีกข้าจะตัดมือเ้าทิ้งจะได้ไม่ไปทำร้ายคนอื่น ไป!”หนิงเฉิงมองตามหลังผู้ชายคนนั้นไปชั่วครู่ สายตานางกวาดมองรอบด้าน
“อย่าคิดสร้างความวุ่นวายอีกไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน!!”ซุนเลี่ยงเฟิ่งยิ้มออกมาด้วยความพอใจ
“แบบนี้นางคงหาสามียากแน่ ๆ”
“หนิงเฉิงของเราไม่จำเป็ต้องง้อใคร”
เฮ้อ!เพราะมีท่านเป็ตัวอย่างนี่แหละข้าถึงกังวล.....โหย่งจิ้นคิดในใจ
“แม่นางช่างน่าสนใจยิ่งนัก” หนิงเฉิงหันไปมองด้านหลังชายหนุ่มคนที่พูดเดินออกมาจากฝูงชน นางหรี่ตามอง ส่วนเขายกมือสองข้างขึ้น
“ข้าไม่ได้มาหาเื่”
“เ้า้าอะไร” หนิงเฉิงถามเสียงดุ
“ข้าแค่มาตามพี่ชายของข้าเท่านั้น”
“ที่นี้ไม่มีพี่ชายของเ้า”
“แม่นางรู้ได้อย่างไร” หนิงเฉิงพูดไม่ออกส่วนเขามองเลยผ่านหลังนาง พอเห็นเป้าหมาย
“พี่ใหญ่!!” หนิงเฉิงหันควับต๋าไป๋มองตรงมายังเขา
“เ้าเป็น้องชายท่านต๋าไป๋?”
“ถูกต้อง...ท่านป้าเชิญ”เขาพยุงป้าคนเมื่อครู่ผ่านหน้านางไป หนิงเฉิงมองตามหลังงงๆ
“เสี่ยวไป๋ คารวะท่านเลี่ยงเฟิ่ง”
“เสี่ยวไป๋...หรือว่า...” ต๋าไป๋พยักหน้าหันไปถามน้องชายเสียงดุ
“เ้ามาทำไม”
“ข้าเห็นท่านไม่ยอมกลับสักทีเลยมาดู”
“อาจารย์ของเ้าอนุญาต?”
“หากอาจารย์ไม่อนุญาต ข้าจะออกมาได้อย่างไรท่านเลี่ยงเฟิ่งอาจารย์ฝากสิ่งนี้มาให้” ซุนเลี่ยงเฟิ่งยื่นมือไปรับกล่องใบหนึ่งพอเปิดดูมันคือโสมต้นอวบอ้วนสมบูรณ์
“แค่โสมข้าหาให้เฟิ่งเอ๋อร์ได้” เสี่ยวไป๋ยิ้มกว้าง
“แน่นอนว่าท่านหาได้แต่โสมต้นนี้อาจารย์ของข้าตั้งใจดูแลมานาน สรรพคุณอาจไม่เทียบเท่าโอสถล้างกระดูกแต่สามารถใช้ทดแทนกันได้”
“ฝากขอบคุณอาจารย์ของเ้าด้วย”
“อาจารย์รับรู้แล้ว” เสี่ยวไป๋เดินไปยืนข้างโหย่งจิ้นเขายิ้มทักทายอีกฝ่าย ซุนเลี่ยงเฟิ่งจึงหันมาสนใจผู้หญิงตรงหน้า
“ท่านป้ามาสมัครตำแหน่งอะไร?”
“ข้าน้อยพอรู้เครื่องดนตรีอยู่บ้างเ้าค่ะ”
“ท่านป้าปักผ้าเก่งเ้าค่ะ” เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นซุนเลี่ยงเฟิ่งส่งยิ้มอ่อนโยน เด็กน้อยยิ้มกว้างตอบรับ
“เคยทำงานที่ไหนมาก่อนหรือไม่” นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
“ข้าน้อยเคยทำงานตำแหน่งเตี่ยนฝ่ายงานเย็บปักเ้าค่ะ” (เตี่ยนหรือ ยี่สิบสี่เตี่ยน ตำแหน่งผู้ช่วยหลักของแต่ละกองงาน ขั้น 7 ชั้นรองในวังหลวง ทั้งหมด24 ตำแหน่ง)
“เตี่ยนคืออะไรเ้าคะ” หนิงเฉิงถาม
“ตำแหน่งงานในวังหลวง...ท่านป้าเจิ้ง พานางเข้าไปด้านในนำอุปกรณ์เย็บปักให้นาง ข้าอยากได้รูปดอกบัวหนึ่งดอก ทำได้หรือไม่”
“ได้เ้าค่ะ!” ซุนเลี่ยงเฟิ่งลุกขึ้นยืนกวาดตามองคนที่ยืนรอสมัครงายจำนวนไม่น้อย
“งานทุกตำแหน่งที่ข้ารับสมัคร จะมีการทดสอบฝีมือ หากมีคนผ่านเข้ารอบจำนวนมากข้าจะจัดการแข่งขันขึ้นในวันหลัง 10 คนสุดท้ายทุกตำแหน่งก่อนประกาศผลจะได้รับเงินค่าเสียเวลาทำให้เต็มความสามารถ ใครที่คิดตุกติกจะถูกตัดสิทธิ์ทันที ขอให้ทุกคนโชคดี” สิ้นเสียงนางทุกคนต่างรีบเร่งจนพ่อบ้านเจิ้งต้องบอกให้ทุกคนใจเย็น ๆ
“ดูนางสิ ทำตัวหยิ่งยโส คิดว่าตัวเองฉลาดอีกไม่นานร้านนั้นต้องเป็ของตระกูลหลิวเหมือนร้านผ้าของนาง” ฉิงลี่หลินซูเฟยฮวาสบตากัน หลิวเจียเยี่ยนตาฝ้าฟางหรือจิตใจมืดบอดจนมองไม่เห็นความจริงตรงหน้ากันแน่ขนาดพวกนางที่ภูมิใจกับรูปร่างหน้าตาของตนยังรู้สึกต่ำต้อยเมื่อเทียบกับสาวใช้อีกฝ่ายยิ่งไม่กล้าเทียบความงามโดดเด่นของซุนเลี่ยงเฟิ่ง ท่าทางมั่นใจยิ่งทำให้นางดูมีเสน่ห์น่าเกรงขาม
ไม่นับชายหนุ่มสองคนข้างกายท่าทางพวกเขาพร้อมปกป้องซุนเลี่ยงเฟิ่งตลอดเวลา สายตากวาดมองรอบด้านระแวดระวังภัยความเอาใจใส่เล็กน้อยเหล่านี้ล้วนแสดงถึงความสำคัญของซุนเลี่ยงเฟิ่งในใจพวกเขาพอหันมามองคู่หมั้นตนเอง แทบไม่มีอะไรแสดงถึงความใส่ใจพวกเขาไม่เคยชวนออกไปเที่ยวข้างนอก ไม่เคยมาหาที่บ้าน ไม่มีแม้แต่ของแทนใจมีแต่พวกนางเป็ฝ่ายออกปากก่อนเสมอ
หลิวเจียเยี่ยนช่างกล้าพูดออกมาได้ นางเอาความมั่นใจมาจากไหนคิดว่าหลิวห้าวเหลียง หลิวห้าวจิ่งยังมีวาสนานั้นอยู่งั้นหรือ ดูจากตอนนี้คงไม่มีทางเป็ไปได้อย่างแน่นอน....