ซูหลางสะบัดกำปั้นพลางหันไปสั่งเสียงเย็น “มัดมันไว้ให้แน่น อย่าให้ได้ออกมาอาละวาดอีก!”
ทหารทั้งสองหอบหายใจหนัก ๆ แต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ครั้นเหลือบมองป่ามืดเื้ัก็เห็นกำแพงสูงของเรือนร้าง ร่องรอยความเชื่อที่ได้ยินมาก่อนหน้าผุดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
เรือนร้างสกุลเกา…อาจมีผีสิงจริงอย่างที่ชาวบ้านร่ำลือ!!
“สตรีผู้นั้นบอกว่ามีหญิงสาวอีกคนถูกไล่ตามมามิใช่หรือ? พวกเ้าเห็นนางหรือไม่” ซูหลางใช้สายตาสำรวจไปทั่ว
ทหารคนหนึ่งก้มหน้าแล้วตอบ “ั้แ่พ้นเนินดินเข้ามา ข้าก็เห็นเพียงแผ่นหลังของสองคนนี้เท่านั้น บางทีหญิงสาวที่ว่าอาจวิ่งไปทางอื่นก็ได้นะขอรับ”
“ที่นี่..น่ากลัวจะตายไป หากนางยังอยู่แถวนี้จริง ก็คงวิ่งตามสองคนนั้นออกมาแล้วล่ะขอรับ” อีกคนเสริมด้วยน้ำเสียงเกรงกลัว
ซูหลางพยักหน้าช้าๆ เขาไม่รู้ว่าอันธพาลสองคนนี้พบเจออะไรมา ถึงได้วิ่งหนีมาราวกับคนเสียสติเช่นนี้ แต่ขนาดบุรุษตัวโตๆ สองคนยังใได้ ถ้ามีหญิงสาวคนหนึ่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วยนางก็คงไม่ต่างจากสองคนนี้เท่าใดนัก
เขามองฝ่ากลุ่มควันที่ค่อยๆ จางหายไปกับสายลมไปยังกำแพงสูงที่อยู่อีกไม่ไกล ไม่มีร่างของสตรีคนใดอยู่ในบริเวณนี้เลยสักคน
“นางอาจจะวิ่งไปทางอื่น หรือบางทีสามแม่ลูกนั่นอาจจะตาฝาด..พาสองคนนี้กลับไปที่หมู่บ้านกันก่อนดีกว่า บางทีสตรีผู้นั้นอาจกลับไปถึงหมู่บ้านแล้วก็เป็ได้”
แม้ปากจะสั่งให้ไป แต่ซูหลางก็ยังยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นอีกครู่ใหญ่ แน่นอนว่าชายหนุ่มไม่อยากขัดคำสั่งของเซี่ยโม่เหวิน โดยการบุกเข้าไปในเรือนร้างด้วยความอยากรู้อยากเห็น
อีกใจหนึ่งเขาก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เย็นะเืบริเวณกำแพงเรือนสกุลเกา ทั้งที่อากาศเวลานี้ร้อนอบอ้าวอยู่ไม่น้อย
“หรือว่าที่นั่นจะมีสิ่งลี้ลับอยู่จริงๆ”
……….
ทางด้านไป๋เยี่ยนหรู เมื่อเสียงอันธพาลคู่ปรับสองคนร้องะโด้วยความหวาดกลัวแล้ววิ่งหนีไป นางก็เงยหน้าขึ้นทันทีอย่างกล้ากลัวๆ
หญิงสาวแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง เมื่อเหลือบไปเห็นร่างโปร่งแสงที่ลอยอยู่เหนือศีรษะของนางยามนี้ และนั่นก็ทำให้นางใยิ่งกว่าเห็นผีเสียอีก!!
“อู่หลิงเยว่!! เ้า!! เ้าตายไปแล้วจริงๆ!!” นางร้องออกมาเสียงหลง น้ำตาคลอเบ้า แต่ไม่ใช่เพราะกลัวผีเพื่อนสาว หากเพราะความใที่ไม่อาจคาดคิด
แต่ทันใดนั้น อู่หลิงเยว่อีกคนก็ก้าวออกมาจากกลุ่มควัน “เยี่ยนหรู! รีบเข้าไปในเรือนกับข้าเดี๋ยวนี้!”
ไป๋เยี่ยนหรูก้าวถอยหลังจนเกือบล้ม หัวใจเต้นแรงทั้งความใและความสับสน ร่างโปร่งแสงบนหัวยังลอยอยู่ที่เดิมชัดเจน แต่มือของอู่หลิงเยว่อีกคนที่กำลังดึงนางกลับเป็คนจริงๆ ที่มีชีวิตมีเืเนื้อ
อู่หลิงเยว่สบตาไป๋เยี่ยนหรู เห็นสายตาของอีกฝ่ายที่มองสลับระหว่างตัวนางกับสิ่งที่ลอยเหนือศีรษะ จึงเงยหน้าขึ้นมองบ้าง
ดวงตาของหญิงสาวแทบจะถลนออกมานอกเบ้า!
เสี่ยวเป่าไม่ได้ปรากฏตัวออกมาในร่างของเด็กชายวัยแปดปีสวมชุดทหารแคว้นเหยียนอีกต่อไปแล้ว แต่เขากลับใช้ร่างของนางแสร้งทำมาเป็ผีหลอกผู้อื่น!!
พอเข้าไปในเรือนแล้ว ทั้งอู่หลิงเยว่ ไป๋เยี่ยนหรู และท่านยายหุยยืนมองหน้ากันไปมา ด้วยสายตาและความคิดที่ต่างกันไป จนในที่สุดไป๋เยี่ยนหรูก็เป็คนเปิดปากออกมาก่อน
“หลิงเยว่ เมื่อครู่..เ้า..เ้า”
“ข้ายังไม่ตาย ท่านยายหุยก็เช่นกัน” หญิงสาวรีบตอบสหายพลางข่มกลั้นความคิดอยากจะด่าคนเอาไว้สุดแรง
เสี่ยวเป่าปลอมตัวเป็นาง! แถมตอนนี้ก็หายตัวไปอีก ปล่อยให้นางต้องเป็คนอธิบายเพียงฝ่ายเดียว!
ไป๋เยี่ยนหรูกลับใจเต้นแรงและหัวเราะทั้งน้ำตา รู้สึกโล่งใจที่เพื่อนยังมีชีวิต “แล้วเมื่อครู่..ข้าเห็นผี..หน้าตาเหมือนเ้าเลย!” นางกล่าวพลางย่นคออย่างนึกอะไรขึ้นมาได้
“ที่นี่คือเรือนร้างสกุลเกา มีผีอยู่จริงๆ ทำไมเ้ากับท่านยายถึงได้กล้าหาญนัก!”
อู่หลิงเยว่พยายามรักษาสมาธิ ตอบกลับอย่างใจเย็น “เมื่อครู่เ้าคงตาฝาดไปกระมัง ข้าไม่เห็นอะไรเสียหน่อย” นางปด
ส่วนท่านยายหุยกลับตื่นเต้นขึ้นมาทันที “เยี่ยนหรู เ้าเห็นผีผู้หญิงงั้นหรือ รูปร่างเป็อย่างไร ั้แ่ข้ามาอยู่ที่นี่ข้าก็พบแต่ิญญาของคุณชายใหญ่ ไม่เคยเห็นผีคนอื่นอีกเลย นางเป็ใครกันนะ”
ไป๋เยี่ยนหรูถึงกับหน้าเหวอ จากคำพูดของท่านยายหุย ก็ทำให้รู้แล้วว่าในเรือนร้างมีผีคุณชายใหญ่อยู่ตนหนึ่ง แต่เหตุใดท่านยายหุยถึงได้ดีใจขนาดนั้น เมื่อรู้ว่านางได้เห็นิญญาของสตรีอีกร่างหนึ่ง!!
อู่หลิงเยว่ยกมือขึ้นกุมขมับรู้สึกปวดหัวตุ้บๆ ขึ้นมาทันที ยามนี้คำโกหกของนางดูเหมือนจะน่าเชื่อถือยิ่งกว่าเก่าแล้วสินะ! นางควรจะดีใจหรือไม่!
“เอาเป็ว่าเราเลิกพูดเื่ผีเื่ิญญาอะไรนี่กันก่อนเถิด แท้จริงแล้วเรือนร้างแห่งนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เ้าคิดหรอก ใช่หรือไม่เ้าคะท่านยาย” อู่หลิงเยว่หันไปถามความเห็นของท่านยายหุย
นางปล่อยให้ท่านยายหุยเล่าเื่ราวฝั่งทางนางว่ามาอยู่ที่เรือนร้างได้อย่างไร รวมทั้งท่านยายหุยก็ยังบรรยายรูปร่างและความใจดีของคุณชายใหญ่ ที่ส่งอาหารแปลกๆ มาให้พวกนางสองคนจนจบ ทำให้ไป๋เยี่ยนหรูรู้สึกทึ่งและไม่ได้กลัวผีในเรือนร้างเหมือนคราวแรกแล้ว
แต่พอถึงทางฝั่งของไป๋เยี่ยนหรูเล่าบ้าง อู่หลิงเยว่กับท่านยายหุยก็แทบจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่
“ชั่วเวลาไม่กี่วัน พวกเ้าต้องลำบากกันถึงเพียงนี้..” ท่านยายหุยปาดน้ำตาพลางคิดถึงซุนเหยาและเด็กสองคน
“ทหารส่วนใหญ่ต้องออกไปหาเสบียง ที่เหลือเพียงไม่กี่คนย่อมควบคุมฝูงชนได้ยาก..พวกเขาไม่น่าปล่อยพวกอันธพาลกลุ่มนั้นออกมาเลย พวกมันก็ไม่รู้จักหลาบจำเลยสักนิด!!” อู่หลิงเยว่บ่นอุบ
“ยามนั้นข้าศึกเล็ดลอดเข้ามาในหมู่บ้าน สถานการณ์วุ่นวายไปหมด ท่านแม่ทัพคงเห็นว่าถึงจะเป็นักโทษก็ยังเป็ชาวแคว้นเหยียนเช่นกัน หากขังพวกเขาไว้โดยไม่มีใครคุ้มกันก็คงจะไม่ดี” ไป๋เยี่ยนหรูตอบเสียงเบา
“ตอนนี้เ้าปลอดภัยแล้วล่ะเยี่ยนหรู มาอยู่กับพวกเราสองคนเถิด อาหารการกินที่นี่ก็ไม่เคยขาด นอกกำแพงนั่นก็ยังมีของป่าพอให้เก็บกินได้ ไม่ต้องกลับไปนอนหวาดผวาอยู่ในกระโจมในหมู่บ้านแล้วล่ะนะ” ท่านยายหุยปลอบ
“ไม่ได้หรอกเ้าค่ะ ข้ารู้ว่าท่านยายกับหลิงเยว่ปลอดภัยก็สบายใจแล้วล่ะ พวกท่านหายตัวมาทหารยังรู้เลยว่ามีคนหาย ข้ารับปากพี่สาวซุนเอาไว้แล้วด้วย ว่าจะรีบกลับไป เก็บสถานที่นี้ไว้เป็ความลับของพวกเราจะดีกว่า”
อู่หลิงเยว่มองสหาย ส่ายหน้าช้าๆ “อย่ากลับออกไปเลย ข้าคิดว่าอีกไม่นาน สองคนนั้นก็คงถูกปล่อยออกมา แล้วก็ต้องคอยจ้องเล่นงานเ้าอีกแน่…อีกอย่าง เ้าไม่ได้ยินเสียงร้องโหวกเหวกเมื่อครู่หรือ? พวกมันแตกตื่นจนเสียสติ ะโว่าผีหลอกอยู่มิหยุด คราวนี้คงไปป่าวประกาศกันทั่วว่าเรือนนี้มีผีสิงจริง ๆ เช่นนั้นแล้ว ยังมีใครกล้าเข้ามาตามหาเ้าอีกหรือ?”
ท่านยายหุยได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าเห็นด้วย “ต่อให้มีคนมาตามหา ข้าก็เชื่อว่าคุณชายใหญ่กับผีสาวนางนั้นต้องช่วยกันปกป้องเรือนสกุลเกาเอาไว้อีกอยู่ดี”
อู่หลิวเยว่กลอกตา ผีสาวนางนั้นก็คือนาง!! และก็คือเสี่ยวเป่าด้วยเช่นกัน!!
นางยักไหล่ขึ้นข้างหนึ่ง ก็ดี..ให้ทุกคนคิดว่าในเรือนมีผีหลายตนก็ดีเหมือนกัน
หลังจากปรึกษากันอยู่อีกพักใหญ่ สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปว่าไป๋เยี่ยนหรูจะพักอยู่ที่เรือนร้างสกุลเกา และเมื่อสบโอกาสจึงค่อยหาทางส่งข่าวให้ซุนเหยาพาลูก ๆ มาอยู่ด้วยกันในภายหลัง
พอฟ้ามืด ความเงียบเข้าปกคลุมรอบเรือนร้าง เสียงลมพัดใบไม้เสียดสีกันแ่เบาชวนให้ใจสั่นคลอน
“ท่านยาย..คืนนี้ข้าขอไปนอนกับท่านด้วยนะเ้าคะ”
อู่หลิงเยว่ขมวดคิ้วขึ้นมาทันที ตอนอยู่ในหมู่บ้านหานเฉิง นางกับไป๋เยี่ยนหรูแทบจะตัวติดกันตลอดเวลา ไม่คิดว่าพอได้มาอยู่ร่วมกันจริงๆ อีกฝ่ายกลับเลือกไปนอนกับท่านยายหุยแทนที่จะเป็นาง
“ข้าได้ยินท่านยายบอกว่า..คุณชายใหญ่มีวาสนากับเ้าและมักจะปรากฏตัวให้เ้าเห็นอยู่บ่อยครั้งมิใช่หรือ? ข้ายังไม่พร้อมจะเห็นิญญาของผู้ใดในตอนนี้หรอกนะ” หญิงสาวโบกมือป้อยๆ แทนคำร่ำลายามค่ำ แล้วรีบดึงท่านยายหุยเดินหนีอู่หลิงเยว่ไปทันที