ไป๋ซูเฉียวยืดอกเต็มความสูงหันไปมองเหรินเจี๋ยที่ยืนหน้าซีดเผือดด้วยสายตาของผู้ชนะ
"เห็นหรือยังคะ?"เธอยกตะกร้าขนมขึ้นโชว์ "ผู้ชายที่เกรดดีจริง ๆ เขาไม่มาเดินโอ้อวดควงผู้หญิงไปทั่วหรอกค่ะแต่เขาจะใส่ใจเื่ปากท้องของผู้หญิงที่เขาแคร์คุณกับเขาน่ะต่างกันลิบลับเลยเนอะ"
พูดจบเธอก็หันหลังให้คู่รักตัวเอกแล้วจูงมือเด็กแฝดเข้ารั้วบ้านไปหน้าตาเฉย "ไปกันเถอะต้าเป่า เสี่ยวเป่าเดี๋ยวเรามาแบ่งขนมกินกัน แล้วน้าจะเอานมมอลต์อุ่น ๆ ให้ดื่มด้วย ดีไหม?"
"ดีฮะ! เย้ๆ"
ประตูรั้วไม้ปิดลงดัง ปัง!ใส่หน้าเหรินเจี๋ยและหลินอีทิ้งให้คนทั้งคู่ยืนอึ้งรับลมร้อนและฝุ่นควันอยู่หน้าบ้านพร้อมกับเสียงซุบซิบของชาวบ้านที่ดังฮือฮาขึ้นอีกครั้ง
"เห็นไหม!เห็นไหม! พันเอกหลี่มาจีบซูเฉียวจริง ๆ ด้วย!"
"มิน่าล่ะหล่อนถึงไม่สนพันตรีเหรินอีกแล้ว ก็นะ…พันเอกหลี่ทั้งหล่อทั้งยศสูงกว่าตั้งเยอะ!ใครบ้างจะไม่สนใจเขา"
ไป๋ซูเฉียวที่แอบฟังอยู่หลังประตูรั้วฉีกยิ้มกว้างจนแก้มปริ ‘ใครบ้างจะไม่สนใจเขา?ก็นังหลินอีหน้าโง่คนนั้นไงล่ะ’
หน้าบ้านแถวสภาพซอมซ่อในยามวิกาลนายทหารหนุ่มร่างท้วมผู้ทำหน้าที่เป็พี่เลี้ยงจำเป็ให้สองแฝดยืนกอดอกพิงมอเตอร์ไซค์คันเก่า ๆ ด้วยท่าทางกระวนกระวายใจเล็กน้อย
“เสี่ยวเป่า ต้าเป่าฟังอานะครับ” จ่าสิบเอก ‘จื่อกง’ เอ่ยไล่หลังกับเด็กน้อยสองคนด้วยน้ำเสียงจริงจัง“ท่านพันเอกหลี่อนุญาตให้พวกเธอเล่นที่นี่ได้แค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้นถ้ากลับช้ากว่านี้พ่อของพวกเธอเอาอาตายแน่ เข้าใจไหมครับ?”
“เข้าใจฮะ!คุณอาจื่อกง” เสี่ยวเป่ารับคำเสียงใส ใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างตื่นเต้นที่จะได้เข้าบ้านคุณน้าคนสวย
“คุณอาจื่อกงไม่ต้องห่วงผมจะดูนาฬิกาครับ”ต้าเป่าแฝดพี่ผู้สุขุมเกินวัยชี้ไปที่นาฬิกาข้อมือเรือนเก่าที่หลี่ลู่เฟิงยกให้
เมื่อตกลงกันได้แล้วสองแสบก็จูงมือกันเดินดุ๊กดิ๊กเข้าไปในตัวบ้านของไป๋ซูเฉียว
ภายในบ้านนั้นคับแคบและมีกลิ่นอับจางๆ ของบ้านดิน รวมถึงมีกลิ่นเฉพาะตัวของวัสดุไม้เก่า ๆผนังปูนของที่นี่มีรอยแตกร้าวเฟอร์นิเจอร์มีเพียงโต๊ะญี่ปุ่นขาหักและเก้าอี้ไม้เก่า ๆแต่ทว่าแววตาของเด็กแฝดกลับไม่มีความรังเกียจเดียดฉันท์เลยแม้แต่น้อย
สำหรับเด็กเล็กที่เติบโตมาในค่ายทหารที่ขาดแคลนความอบอุ่นจากพ่อกับแม่ตัวจริงบ้านหลังเล็กที่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆของสบู่และมีเ้าของบ้านคนสวยสุดใจดีอยู่ที่นี่ด้วยมันย่อมดีกว่าบ้านพักในค่ายทหารตั้งหลายเท่าตัว
“น้าซูเฉียวบ้านน้าเล็กจัง...แต่หอมจังเลยฮะ” เสี่ยวเป่าสูดจมูกฟุดฟิด
“เล็กแต่แจ๋วนะจ๊ะ”ไป๋ซูเฉียวเดินไปเปิดโทรทัศน์ขาวดำเครื่องเก่าขนาด 14 นิ้วที่ตั้งอยู่มุมห้องมันเป็สมบัติชิ้นสุดท้ายที่เ้าของร่างเดิมกัดฟันซื้อมาเพื่ออวดรวย
ภาพบนจอขาวดำกะพริบซู่ซ่าเล็กน้อยก่อนจะฉายภาพการแสดงงิ้วปักกิ่งที่กำลังดัดเสียงแหลมสูงขึ้นมา
“พวกหนูนั่งดูงิ้วรอตรงนี้ก่อนนะน้าจะไปเตรียมของอร่อยมาให้”
“ได้คร๊าบ!”สองแฝดปีนขึ้นไปนั่งเรียงกันบนแคร่ไม้ไผ่ซึ่งอยู่ตรงข้ามหน้าจอทีวีทั้งคู่แกว่งขาไปมาอย่างอารมณ์ดี
ไป๋ซูเฉียวแยกตัวออกมายังโซนหลังบ้านที่ใช้เป็ห้องครัวรอยยิ้มหวานหยดย้อยบนใบหน้าเมื่อครู่เปลี่ยนเป็รอยยิ้มเ้าเล่ห์ของนางมารร้ายทันที
[ติ๊ง!ภารกิจย่อย : สร้างความประทับใจต่อเด็กแฝด]
[รางวัลภารกิจ: 100 แต้ม]
“หวานหมู” ไป๋ซูเฉียวคลี่ยิ้มและพึมพำ“เอาใจเด็ก ง่ายกว่าเอาใจผู้ใหญ่ซะอีกรับรองว่าสองแฝดนั่นจะต้องลืมฉันไม่ลงอย่างแน่นอน”
เธอยืนอยู่หน้าเตาถ่านที่ดับสนิทเรียกหน้าต่างระบบขึ้นมาตรงหน้า จ้องมองตัวหนังสือที่บอกแต้มคงเหลือแทบตาไม่กะพริบ
[คะแนนคงเหลือ:413 แต้ม]
“เอาล่ะถึงเวลาลงทุนเพื่อผลกำไรแล้วสิ”
ไป๋ซูเฉียวเลือกเมนูอย่างคล่องแคล่วเธอ้าของที่อร่อยมีประโยชน์แต่ต้องไม่ดูล้ำยุคจนเกินไปเพื่อป้องกันการถูกจับผิด
นมกล่อง UHT รสจืด เกรดพรีเมียม ปี 2025 : ราคา 15 แต้ม
เธอเทนมสีขาวข้นคลั่กที่มีความมันและหอมมันระดับโลกอนาคตลงในเหยือกสังกะสีใบเก่า แล้วเติม ‘ผงนมมอลต์’ ราคาถูกที่หาได้ทั่วไปในยุค80 ลงไปผสมเล็กน้อยเพื่อกลบกลิ่นนมวัวสดที่อาจจะแปลกใหม่เกินไปสำหรับลิ้นคนยุคนี้แต่รสชาติความเข้มข้นยังคงเดิม
ชุดอาหารปิ่นโตสไตล์ซีเป่ยระดับภัตตาคาร: ราคา 50 แต้ม
เธอเลือกเมนูที่หลี่ลู่เฟิงน่าจะชอบและหากินได้ในแถบนี้แต่รสชาติต้องเหนือชั้นชุดอาหารปิ่นโตสไตล์ซีเป่ยระดับภัตตาคารที่เธอเลือกประกอบด้วย…
1.หมั่นโถวแป้งขาวเนื้อนุ่มฟูไม่ใช่แป้งเหลือง ๆ สากคอ
2.หมูสามชั้นตุ๋นผักกาดแห้งเคี่ยวจนละลายในปาก
3.ผัดถั่วแขกใส่พริกแห้ง
4.ซุปตุ๋นกระดูกหมูรากบัว
เธอย้ายอาหารทั้งหมดลงในปิ่นโตเถาเก่าๆ จัดเรียงให้ดูเหมือนทำเองกับมือ
กระเช้าผลไม้แปลงโฉม: ราคา 30 แต้ม
แอปเปิลลูกโตสีแดงสดจากฟาร์มออร์แกนิกถูกระบบดัดแปลงผิวภายนอกให้ดูมีรอยด่างดำเล็กน้อยและผิวไม่เรียบเนียนเหมือนผลไม้ตามธรรมชาติของยุค80 แต่เนื้อข้างในยังคงความกรอบหวานฉ่ำน้ำระดับ A+ไว้ทุกอณู
“แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วมั้ง”ไป๋ซูเฉียวมองผลงานตรงหน้าพลางคลี่ยิ้มมุมปาก
ก่อนจะหุบยิ้มพลันเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่า
“อ้อ...ลืมพี่เลี้ยงไม่ได้เดี๋ยวไม่มีคนช่วยเชียร์”
เธอกดซื้อซาลาเปาไส้หมูสับลูกั์สี่ลูกและน้ำเก๊กฮวยเย็นหนึ่งขวดแยกอีกชุด ทั้งหมดนี้ใช้ไป 9 แต้มถือว่าไม่มากแล้วก็ไม่น้อยจนเกินไป
ซูเฉียวนำของเ่าั้ใส่กล่องข้าวแยกไว้ต่างหากไม่ได้เอามารวมกันกับส่วนของหลี่ลู่เฟิง
คะแนนที่เธอใช้ไปทั้งหมดคือ104 แต้ม คงเหลือ 309 แต้มจาก 413 แต้ม ไป๋ซูเฉียวมองแต้มที่ไหลติ๊ง ๆออกไปจากหน้าจอระบบด้วยดวงตาอ่อนละห้อย
หล่อนอดที่จะเสียดายไม่ได้จริงๆ แต่เพื่อการใหญ่ ยังไงหล่อนก็ยอม
เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วไป๋ซูเฉียวก็ยกถาดที่มีแก้วนมมอลต์สูตรพิเศษและจานขนมไข่ที่เด็กๆ เอามาให้ออกไปยังห้องด้านหน้า ด้วยความที่เธอเสียคะแนนแลกอาหารไปเยอะระบบจึงปลอบใจเธอด้วยการแถมนมข้นหวานให้เธอหนึ่งหลอด
เมื่อเป็อย่างนั้นไป๋ซูเฉียวจึงแอบราดนมข้นหวานทับลงไปบนเนื้อขนมไข่เพื่อเพิ่มความฟินให้กับมัน
“เด็ก ๆ จ๋าของว่างมาแล้ว~”
สองแฝดหันขวับดวงตาเป็ประกายยิ่งกว่าดาวลูกไก่
“ว้าว!หอมจังเลยฮะน้าซูเฉียว!” เสี่ยวเป่าแทบจะะโลงจากแคร่
ไป๋ซูเฉียววางถาดลงยื่นแก้วนมสังกะสีให้พวกเขาคนละใบ “ดื่มนมก่อนนะ จะได้โตไว ๆเหมือนคุณพ่อไงล่ะจ๊ะ”
ต้าเป่ารับแก้วมาอย่างสุภาพยกขึ้นจิบเล็กน้อย ทันทีที่ของเหลวสีขาวนวลััปลายลิ้นดวงตาเรียวรีของเขาก็เบิกกว้าง รสััที่นุ่มละมุน หวานมันกำลังดีไม่เหม็นคาวเหมือนนมแพะที่เคยดื่มและไม่จางเหมือนน้ำล้างหม้อข้าวที่โรงอาหารเลยสักนิด
มันคือรสชาติแห่งความสุขที่พุ่งปรี๊ดขึ้นสมองของเด็กชายตัวน้อยเลยก็ว่าได้
“อร่อยจัง...”ต้าเป่าพึมพำเสียงใส ก่อนจะยกดื่มอึกใหญ่
“อร่อยมากเลยฮะน้าซูเฉียว!”เสี่ยวเป่าที่มีคราบนมติดเหนือริมฝีปากเหมือนหนวดแมวน้อย ฉีกยิ้มแก้มปริ
“น้าซูเฉียวใส่อะไรลงไปฮะทำไมนมมอลต์ที่นี่ถึงอร่อยกว่าที่พ่อเคยชงให้ผมดื่มล่ะฮะ!”
“ความลับจ้ะ”ไป๋ซูเฉียวขยิบตาวิ๊งค์ ๆ ให้เด็กชายตัวน้อย “เรียกว่าเวทมนตร์ของน้าซูเฉียวก็ได้”
[ติ๊ง!ภารกิจสำเร็จ : เด็กแฝดประทับใจในรสชาติและความใจดีของคุณ]
[ได้รับรางวัล: +100 แต้ม คะแนนระบบทั้งหมดของโฮสต์คงเหลือ 409 แต้ม]
‘เยี่ยม’ไป๋ซูเฉียวเม้มริมฝีปากเพื่อเก็บอาการในขณะที่กำลังพูดกับตัวเองในใจ ‘ถึงจะลดไปเยอะ แต่ก็ได้กลับมาตั้ง 100 แต้ม แถมยังได้ความสนิทสนมจากเด็กสองคนนั่นอีก ที่ลงทุนไปมีแต่กำไรเห็น ๆ’
หลังจากเด็ก ๆกินขนมจนอิ่มแปล้ไป๋ซูเฉียวก็นำปิ่นโตเถาใหญ่และนำตะกร้าผลไม้ออกมาจากห้องด้านหลัง
“ต้าเป่า เสี่ยวเป่านี่เป็มื้อเย็นของพ่อหนูนะ น้าทำเผื่อไว้เห็นว่า่นี้เขาทำงานหนัก น้าอยากให้เขาได้กินของดีๆ น่ะ” เธอยื่นปิ่นโตให้ต้าเป่าเป็คนถือ“ฝากบอกคุณพ่อด้วยนะว่าน้าซูเฉียวตั้งใจทำสุดฝีมือเลยล่ะ ต้องกินให้หมดนะไม่งั้นเสียดายของแย่”
“ได้เลยฮะ!ผมจะบอกคุณพ่อว่าน้าซูเฉียวใจดีที่สุดในโลกเลย!”เสี่ยวเป่าอาสารับตะกร้าผลไม้ไปกอดไว้
ไป๋ซูเฉียวเดินไปส่งเด็กๆ ที่หน้าบ้านด้วยท่าทางอารมณ์ดี
ด้านของจ่าสิบเอกจื่อกงที่รอนานจนเริ่มหิวเห็นเด็ก ๆ เดินออกมาพร้อมเสบียงพะรุงพะรังก็ทำหน้าแปลกใจ
“จ่าสิบเอกจื่อกงคะ”ไป๋ซูเฉียวยิ้มหวาน ยื่นกล่องข้าวอีกใบให้ “นี่ส่วนของคุณค่ะขอบคุณที่ช่วยดูแลเด็ก ๆ และขอบคุณที่พาเด็ก ๆ มาส่งนะคะ ถือว่าเป็น้ำใจเล็ก ๆน้อย ๆ จากฉัน”
จ่าสิบเอกจื่อกงรับมาแบบงงๆ กลิ่นหอมของซาลาเปาร้อน ๆ ลอยเตะจมูกจนเขาเผลอกลืนน้ำลายลงคอ “เอ่อ...เกรงใจจังครับคุณนาย... เอ๊ยไม่ใช่สิ เกรงใจจังครับคุณซูเฉียว”
ไป๋ซูเฉียวได้ยินคำพูดว่าคุณนายก็ได้แต่ฉีกยิ้มกว้างจนแก้มปริไม่คิดพูดแย้งเลยแม้แต่แอะเดียว “รับไปเถอะค่ะ”
จ่าสิบเอกจื่อกงมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปข่าวลือที่ว่าไป๋ซูเฉียวเป็คนอารมณ์ร้ายและเห็นแก่ตัว ดูท่าว่าจะไม่จริงเสียแล้วผู้หญิงที่เข้าครัวทำอาหารและดูรักเด็กขนาดนี้จะเป็คนอารมณ์ร้ายและเห็นแก่ตัวได้ยังไง?
“ขอบคุณครับ!ผมจะดูแลเด็ก ๆ ทั้งสองอย่างดีเลยครับ!”จ่าสิบเอกจื่อกงยื่นมือมารับของสิ่งนั้นไว้ด้วยความเกรงใจจากนั้นเขายกมือหนึ่งข้างขึ้นป้องปาก แล้วพูดเสียงแ่เบาว่า“และผมจะพูดเข้าข้างคุณซูเฉียวให้เยอะ ๆ เลยล่ะครับ รับรองได้ว่า!อีกไม่นานพันเอกหลี่จะต้องมองคุณซูเฉียวเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน”
ว่าไว้แล้วจ่าสิบเอกจื่อกงก็อมยิ้มกรุ้มกริ่มไว้ในโพรงปากท่าทางของเขาดูลับ ๆ ล่อ ๆ มีพิรุธชะมัด
ไป๋ซูเฉียวไม่ได้พูดแก้ต่างอะไรเพียงอมยิ้มกรุ้มกริ่มไว้ในโพรงปากเช่นกัน หล่อนนึกเอ็นดูจ่าสิบเอกจื่อกงคนนี้จริงๆ เลย ไม่น่าล่ะเขาถึงได้กลายเป็พี่เลี้ยงจำเป็ของเ้าสองแฝดนั่นก็เป็เพราะว่าเขาเป็คนทึ่มที่มองโลกในแง่ดีนี่เอง
ไป๋ซูเฉียวยืนโบกมือส่งสามคนที่เคลื่อนตัวออกไปด้วยยานพาหนะไม่นานคนทั้งสามก็หายไปในความมืด รอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าของหล่อนค่อย ๆจางลงเปลี่ยนเป็รอยยิ้มร้ายของคนเ้าเล่ห์ที่มีแผนการ
“เสบียงส่งไปแล้ว…ทีนี้ก็รอดูว่าปลาใหญ่ตัวนั้นจะงับเหยื่อตอนไหน”
เธอหันหลังเดินเข้าบ้านเพื่อเตรียมตัวเข้านอนสำหรับค่ำคืนอันยาวนานพรุ่งนี้เธอต้องเริ่มออกล่าแต้มได้แล้ว ดังนั้นคืนนี้ต้องนอนพักผ่อนให้มาก ๆ