2 วันต่อมา
"เฮ้ ลุงโทนี่ จะไม่อยู่สักพักหนึ่งนะ ถ้าครอบครัวผมมาเยี่ยม ฝากแต่งเรื่องให้หน่อยละกัน" เฟรีสโทรหาชายหัวล้านด้วยน้ำเสียงสบายๆ
สั่งการเสร็จก็ตัดสายไปทันที ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายปฏิเสธแม้แต่น้อย
"...." แอนโทนี่กุมขมับด้วยความปวดหัว
เซซาเรียและโจนาธาน พ่อแม่บุญธรรมของเฟรีส มักมาเยี่ยมลูกชายทุกสุดสัปดาห์ (นิวอีร่าเป็นโรงเรียนประจำ)
หากพวกเขามาแล้วไม่เจอเฟรีส เรื่องก็อาจบานปลายได้ และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ้านายตัวน้อยโยนภาระแบบนี้มาให้เขา
"รอบๆ ก็เอามาอ้างจนหมดแล้ว" แอนโทนี่พึมพำด้วยความกลัดกลุ้ม ทุกครั้งเมื่อเจ้านายตัวแสบไปข้างนอกหลายวัน เขาก็ต้องส่งจดหมายไปให้ผู้ปกครองเซ็นต์ยินยอมก่อน
โชคดีที่สองสามีภรรยาอนุญาตทุกครั้ง เพราะแอนโทนี่อ้างว่าครูใหญ่จะเป็นผู้ดูแล ทำให้ทั้งคู่รู้สึกวางใจ
"เอาล่ะ คราวนี้ส่งไปประเทศโลกที่สามเลยแล้วกัน อืม...อ้างว่าไปศึกษาชนเผ่าโบราณน่าจะได้อยู่" ชายหัวล้านปรบมือ นึกภูมิใจตัวเองไม่น้อยที่คิดแผนเนียนๆ ได้ คราวนี้ไม่ต้องห่วงแล้ว
อันที่จริงเฟรีสเองก็ใช่ว่าอยากจะไปเสียเมื่อไร เขาอยากหมกตัวเองอยู่แต่ในห้องทดลองมากกว่า
แต่เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา หลังจากที่ส่งคณะแขกชาวไอโนว่ากลับประเทศเรียบร้อย เขาก็ได้รับแจ้งว่าระบบไฮเปอร์สเปซเกททั้งสองฝั่งได้สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว
ตอนนี้เหลือเพียงการปรับสภาพที่อยู่อาศัยของชาวดีโนก้าให้เหมาะสมที่สุด
เพื่อให้ทุกอย่างลงตัว เฟรีสจึงต้องประสานงานกับกูอีก้าอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน
"กูอีก้า ไปกันเถอะ" เด็กชายในชุดสูทสำรวจอวกาศกล่าวกับเพื่อนตัวกลมข้างๆ
วันนี้ก็เหมือนกับวันอื่นๆ ที่ทั้งคู่ต้องไปทำงานด้วยกันในเมืองใต้ทะเล
ช่วงแรก ๆ การเดินทางถือว่าเหนื่อยไม่น้อย เพราะต้องนั่งยานแบล็คสติงบินไปมาระหว่างสถาบันนิวอีร่ากับจุดดีปบลูวันละหลายรอบ
แต่หลังจากสถานีวาร์ปรุ่นจำกัดระยะสร้างเสร็จ การเดินทางจากนิวอีร่าและเมืองใต้ทะเลก็สะดวกขึ้นมาก ที่ต้องทำก็แค่ขึ้นลิฟท์จากสถาบันลงไปยังชั้น G30 (ลึก 30 ชั้น) ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีวาร์ประยะสั้น
โดยในปัจจุบัน ประตูวาร์ปเกทแบบนี้จะยังมีเพียงสถาบันนิวอีร่ากับเมืองใต้สมุทรเท่านั้น
ในอนาคต เมื่อทุกคนคุ้นเคยกับเทคโนโลยีนี้มากขึ้น เฟรีสก็มีแผนว่าจะขยายการติดตั้งไปทั่วทั้งดวงดาว เพื่อให้การเดินทางระยะไกลไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป
[กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังตรวจสอบความพร้อมสถานีปลายทางค่ะ] เสียงจักรกลดังขึ้นจากวงแหวนโปร่งใสขนาดใหญ่
ติ๊ง
[สถานีปลายทางได้รับการยืนยันแล้ว ขอให้ทุกท่านเดินทางโดยสวัสดีภาพค่ะ ประตูจะเปิดใน 10, 9, 8...]
มื่อการนับถอยหลังสิ้นสุดลง ภาพของจุดหมายปลายทางปรากฏขึ้นภายในวงแหวนโปร่งใส สิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้ก็แค่ก้าวเท้าเข้าไป
ไม่กีวินาทีต่อมาเฟรีสกับเพื่อนตัวกลมก็มาถึงเมืองใต้ทะเลเป็นที่เรียบร้อย
"เป็นไงบ้าง กลิ่นเหม็นหายไปหรือยัง" เฟรีสหันไปถามกูอีก้า
"ยังมีอยู่บ้าง นี่สหาย! อย่าหาว่าเรื่องมากเลยนะ ถึงเหม็นไปบ้างแต่เผ่าพันธุ์ของเราก็พอทนได้ แต่ปัญหาคือน้ำแบบนี้ปลูกต้นกีก้า (เรดไชน์) ไม่ขึ้นหรอก มันต้องการน้ำที่สะอาดมากๆ" กูอีก้าตอบด้วยน้ำเสียงกังวล
แม้จะติดตั้งเครื่องกรองน้ำขนาดยักษ์ตามจุดต่างๆ แล้ว แต่สารปนเปื้อนในน้ำก็ลดลงได้ชั่วคราวเท่านั้น เพียงไม่นานก็กลับมาสกปรกใหม่เหมือนเดิม
“อืม... ปัญหาคือเมืองชายฝั่งที่ปล่อยมลพิษลงสู่ทะเลไม่หยุด” เฟรีสวิเคราะห์ด้วยแววตาจริงจัง
การกรองน้ำทั้งทะเลทั้งหมดนั้น อัจฉริยะอย่างเขาสามารถทำได้ แต่มันต้องสิ้นเปลืองเวลาและทรัพยากรมากเกินไป ยังมีปัญหาที่ท้าทายที่สุดก็คือการขอความร่วมมือจากประเทศต่าง ๆ
เพราะหากฝ่ายหนึ่งกรองน้ำ แต่อีกฝ่ายกลับปล่อยมลพิษลงทะเลไม่หยุดหย่อน กรองไปมันก็ไร้ประโยชน์ ยิ่งไปกว่านั้นคือเขามีเวลาจำกัด วิธีนี้จึงไม่เหมาะสม
“ต้องหาวิธีกั้นน้ำปนเปื้อนไม่ให้ไหลมาผสมกับน้ำที่กรองแล้ว” เฟรีสพึมพำ ขมวดคิ้วครุ่นคิด
จริงๆ วันนี้เขายังมีกำหนดการต้องขึ้นไปเก็บทรัพยากรบนอวกาศอีก แต่ดูเหมือนจะต้องเปลี่ยนแผนซะแล้ว
“หืม…”
ขณะกำลังครุ่นคิด เฟรีสก็เหลือบไปเห็นหุ่นอเนกประสงค์ตัวหนึ่งกำลังกางบาเรียกั้นน้ำสำหรับเขตที่อยู่อาศัยของมนุษย์ ทันใดนั้นไอเดียหนึ่งก็ผุดขึ้นมา
“กูอีก้า พวกนายคงต้องทนกลิ่นเหม็นไปก่อน แต่ฉันจะกันพื้นที่เพาะปลูกแยกออกมาให้” เฟรีสกล่าว
กูอีก้าพยักหน้ารับเงียบ ๆ “ไม่มีปัญหา กลิ่นยังพอทนได้ เรื่องอาหารสำคัญกว่าเยอะ”
ในเมื่อยังควบคุมประเทศต่างๆ ในโลกไม่ได้ก็แยกตัวเองออกจากมันเสียเลย เดิมที เฟรีสวางแผนจะติดตั้งบาเรียกั้นน้ำเฉพาะเขตที่อยู่อาศัยของมนุษย์
แต่ตอนนี้เขาจะทำมันด้วยสำหรับที่อยู่ใหม่ของชาวดีโนก้า ต่างกันที่ภายในจะเป็นน้ำสะอาดแทน
แต่ด้วยเวลาที่จำกัด เขาจึงตัดสินใจสร้างเฉพาะโซนเพาะปลูกที่สำคัญกว่าก่อน
------------------
5 วัน ต่อมา
"เฮ้อ เสร็จสักที" เฟรีสถอนหายใจยาว ส่วนเพื่อนตัวกลมข้างๆ นอนหงายท้องหลับสนิทไปเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ทั้งสองคนอยู่ในโรงงานขนาดยักษ์ที่เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อสักครู่
ตลอด 5 วันที่ผ่านมา หุ่นอเนกประสงค์ทั้งหมดได้ถูกระดมมาเพื่อสร้างโรงงานนี้อย่างเร่งด่วน
ส่วนเฟรีสกับกูอีก้าก็คอยตรวจสอบและแก้ไขจุดบกพร่องทั่วบริเวณจนเหนื่อยอ่อน
"ระบบ เริ่มการทำงานโรงผลิตหุ่นยนต์อัตโนมัติได้" เฟรีสสั่ง
[รับทราบ เริ่มการตรวจสอบความพร้อม... สถานะ…ปกติ, พลังงาน…100%, ทรัพยากร…. ฯลฯ เสร็จสิ้นกระบวนตรวจสอบ โรงงานผลิตหุ่นยนต์ขนาดเล็ก Type M เริ่มการทำงานแล้วค่ะ]
[กรุณาระบุประเภทหุ่นยนต์ที่ต้องการสร้างด้วย]
“หุ่นอเนกประสงค์รุ่นต้นแบบ 10%, สุนัขก่อสร้างรุ่นเดียวกัน 80%, และหุ่นเก็บทรัพยากร 10%"
[รับทราบ กระบวนการผลิตแบบจำนวนมากจะเริ่มในจะเริ่มในอีก 15 นาที คาดว่าจะแล้วเสร็จใน 71 ชั่วโมง 53 วินาทีค่ะ]
“ดีมาก เมื่อผลิตหุ่นเสร็จ ให้สุนัขก่อสร้างเริ่มโครงการโคโลนีใต้สมุทรตามลำดับนี้...” เฟรีสเริ่มป้อนคำสั่งอย่างละเอียด
ถึงแม้หุ่นอเนกประสงค์จะผลิตตัวเองได้ก็จริงอยู่ แต่ก็ช้าเกินไปเมื่อเทียบกับโรงงานผลิตหุ่นยนต์แห่งใหม่
ซึ่งมันจำเป็นสำหรับแผนเฉพาะหน้าของเขาที่ต้องใช้หุ่นประเภทนี้จำนวนมาก
แผนที่ว่าก็คือการใช้หุ่นอเนกประสงค์มาต่อกันเป็นโดมขนาดใหญ่เพื่อสร้างบาเรีย จากนั้นก็ค่อยปล่อยน้ำสะอาดเข้าไปภายในเพื่อแยกน้ำดีออกจากน้ำปนเปื้อน
แต่วิธีนี้เป็นเพียงการแก้ปัญหาชั่วคราว เพราะหุ่นอเนกประสงค์มีข้อจำกัดเรื่องพลังงาน เมื่อแบตเตอรี่หมดก็ต้องหยุดชาร์จและสลับหุ่นตัวใหม่เข้ามา
แม้หุ่นประเภทนี้จะนำมาใช้งานได้หลากหลายอย่างก็ตาม แต่ข้อเสียใหญ่หลวงของมันก็คือจะไม่เชี่ยวชาญด้านใดเลย เกราะของมันไม่ทนทาน และบาเรียที่สร้างก็เป็นเกรดต่ำ หากถูกกระทบแรง ๆ ก็อาจเกิดช่องโหว่ได้
หลังจากผ่านพ้นสถานการณ์เร่งด่วนไปแล้ว เฟรีสก็คิดว่าจะสร้างบาเรียใหม่แบบถาวรในภายหลัง
เรื่องพลังงานเองก็ถือว่าเป็นอีกอุปสรรคหนึ่งด้วยเช่นกัน ตอนนี้เฟรีสจึงจำเป็นต้องนำพลังความร้อนจากใต้พิภพมาใช้ไปพลางๆ ก่อน
ในอนาคตเมื่อเทคโนโลยีพัฒนาไปไกล พลังงานความร้อนจากใต้โลกก็เริ่มเสื่อมความนิยมลง
โรงไฟฟ้าชนิดนี้มีขนาดใหญ่เกินไปและต้องขุดลงไปลึกมาก พลังงานที่ผลิตได้ก็น้อยไม่เพียงพอต่อการนำมาใช้ในเมืองใหญ่ๆ
แต่สำหรับในปัจจุบัน เฟรีสแค่สร้างมันไว้แค่พอใช้งานเท่านั้น ไม่ได้ใหญ่โตหรือทันสมัยอะไรมาก เพราะเมื่อต้นเรดไชน์ออกผลแล้ว โรงไฟฟ้านี้ก็ไม่จำเป็นอีก
"กูอีก้า! ระหว่างที่รอสร้างบาเรียเสร็จ ฉันจะขึ้นไปเก็บทรัพยากรบนอวกาศก่อน นายก็มาด้วยสิจะได้แวะไปเยี่ยมเพื่อนๆ ด้วย" เฟรีสหันไปพูดกับเพื่อนตัวกลมที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้นราวกับไอศกรีมมะนาวกำลังละลาย
"ไปสิ ผลกีก้าของข้าก็ใกล้หมดแล้ว อาหารบนดาวนี้ถึงจะอร่อยแต่ไม่อิ่มเลย" กูอีก้าบ่นเบาๆ
ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเฟรีสหรอกว่าเพื่อนตัวกลมตรงหน้ากินจุแค่ไหน อาหารที่เขากลืนลงไปเหมือนถูกดูดเข้าสู่หลุมดำ
แต่ละวัน สถาบันต้องจัดเตรียมอาหารเทียบเท่ากับผู้ใหญ่ตัวโตๆ 15 คน ให้กูอีก้า ซึ่งนั่นเป็นโควต้าที่เฟรีสจำกัดไว้
แต่แม้จะกินไปมากมายขนาดนี้ เจ้าตัวกลมก็ยังมักบ่นว่า "ยังไม่อิ่มเลย" อยู่เสมอๆ
ก็ไม่แปลก เพราะเผ่าพันธุ์นี้ปกติกินผลเรดไชน์วันละ 3-4 ผล ซึ่งผลไม้เพียงผลเดียวก็ให้พลังงานเพียงพอสำหรับเมืองใหญ่ๆ ได้นานนับปีแล้ว
ดังนั้น การกินอาหารของกูอีก้าจึงเป็นการกินเพื่อสนองความสุขล้วน ๆ หากไม่จำกัดโควต้า รับรองว่าสถาบันต้องล้มละลายแน่นอน
-----------------------
30 นาทีต่อมา
ยานแบล็คสติงพร้อมตู้เก็บของหลายตู้ก็มาถึงอีกฝั่งของไฮเปอร์เกท เมื่อพ่วงตู้เก็บของเข้าไป เจ้ายานกระเบนดำก็ดูราวกับขบวนรถไฟยาวเหยียด
"เดี๋ยวฉันไปส่งนายที่ดาวก่อน พอเสร็จธุระแล้วค่อยมารับ" เฟรีสกล่าวพลางปลดตู้เก็บของว่างเปล่าทิ้งไว้ชั่วคราว จากนั้นก็บังคับยานมุ่งสู่ดาวสีฟ้าแสนสวย
ทว่า ทันทีที่เข้าใกล้วงโคจรของดวงดาว สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือด
"กูอีก้า!! เราต้องอพยพชาวเมืองเดี๋ยวนี้"