ยอดสายลับโอเมก้า [จบแล้ว]

    ตอนที่ 73 ความคิดลึกล้ำยากคาดเดา

    ตอนที่ 73 ความคิดลึกล้ำยากคาดเดา
    รถยนต์ประมาณ 5-6 คันกำลังขับเคี่ยวความเร็วกันอยู่บนท้องถนนของเมืองใหญ่ รถ SUV สีดำยังคงทิ้งห่างพวกไปไกลพอสมควร ตามด้วยรถตำรวจอีกหลายคันที่ไล่หลังมา 1 ชั่วโมงผ่านไป จู่ ๆ ลานเซลอตก็หักพวงมาลัยอย่างกะทันหันเพื่อเลี้ยวเข้าไปยังทางแยกสายหนึ่ง รถตำรวจที่ตามหลังมาไม่ทันตั้งตัวและขับเลยทางแยกนั้นไป เมื่อตั้งสติได้และวกรถกลับมากลับพบว่ารถสีดำคันนั้นได้หายไปเสียแล้วลานเซลอตไม่ได้ตรงกลับสู่ถนนสายหลักในเมือง แต่เลือกที่จะใช้ทางเลี่ยงเพื่อขับเข้าสู่เมืองเล็ก ๆ ที่อยู่ข้างเคียงแทน แล่นรถเข้าไปจอดในตรอกมืด ๆ ที่ร้างไร้ผู้คนแห่งหนึ่ง เมื่อรถจอดสนิทก็ดับไฟหน้าลงแล้วหันกลับไปมองรถตำรวจคันแล้วคันเล่าที่ขับผ่านตรอกที่พวกเขาอยู่ไป เมื่อรถตำรวจขับผ่านไปจนหมด เฉินอันหลานก็เปิดประตูและรีบพุ่งตัวออกจากรถ จากนั้นก็ถอดแมสก์ออกแล้วโก่งคออาเจียนจนแทบหมดไส้หมดพุงลานเซลอตนั่งรออยู่ในรถพักใหญ่ เมื่อเห็นว่าเฉินอันหลานยังคงอาเจียนอย่างต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดขย้อนของเก่าออกมา ชายหนุ่มจึงได้หยิบน้ำเปล่าขวดหนึ่งลงจากรถแล้วเดินตรงไปหาก่อนจะยื่นมันไปตรงหน้าอีกฝ่ายเฉินอันหลานไม่รับ เขาค่อย ๆ พยุงตัวเองขึ้นมา พิงหลังกับกำแพงแล้วไถลตัวลงไปช้า ๆ นั่งยองอยู่บนพื้นพร้อมกับหอบหายใจด้วยใบหน้าซีดเผือดลานเซลอตเปิดฝาขวดน้ำแล้วยื่นไปจ่อบริเวณริมฝีปากของเฉินอันหลาน“ดื่มหน่อย”เฉินอันหลานผลักมือนั้นออก“นั่งรถที่ขับเร็วไม่ได้แล้วยังจะอวดดีอีก”“อย่างน้อยฉันก็ยังไม่ตายละกัน”“ดื่มน้ำ”เฉินอันหลานยังคงนั่งยอง ๆ อยู่บนพื้นไม่ขยับเขยื้อนนัยน์ตาสีดำสนิทภายใต้เลนส์แว่นมองกลางคืนค่อย ๆ มืดครึ้มลง วินาทีถัดจากนั้นลานเซลอตก็เทน้ำที่อยู่ในขวดทิ้งลงพื้นจนหมด เฉินอันหลานเงยศีรษะที่อ่อนแรงนั้นขึ้นมาและมองไปทางขวดน้ำที่ว่างเปล่าในมือของอีกฝ่าย เขาปรายตามองผู้ชายที่เทน้ำทิ้งไปอย่างน่าเสียดายคนนั้นก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อยลานเซลอตยื่นมือไปทางเฉินอันหลาน“พวกเราเคยเจอกันมาก่อนใช่ไหม?”“เคยสิ เมื่อคืนก็พึ่งเจอกันไป”“แค่เมื่อคืน?”ลานเซลอตไม่ตอบเฉินอันหลานทำท่าจะพยุงตัวเองขึ้นยืน แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าผู้ชายคนนี้น่าจะมีบาดแผลจากเล็บของเขาอยู่บนแขนขวา เฉินอันหลานจึงได้ยอมยื่นมือให้อีกฝ่ายจับไว้ แล้วใช้โอกาสช่วงที่ชายหนุ่มกำลังช่วยดึงตัวเองขึ้นจากพื้น คว้าหมับเข้าที่แขนของอีกคนอย่างรวดเร็ว คว้าได้แล้วเฉินอันหลานก็ไม่รอช้า จัดการเลิกแขนเสื้อของเขาขึ้นทันที บนแขนข้างนั้นมีผ้าพันแผลพันอยู่จริง ๆ ซึ่งก็คงเป็นแผลที่ได้มาจากตอนนั้นอย่างไม่ต้องสงสัยแววตาที่มองมาดูมืดครึ้มลงอีกหลายส่วน ลานเซลอตจ้องมองมือของเฉินอันหลานที่วางอยู่บนท่อนแขนของตนครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“เป็นห่วงฉันขนาดนั้นเลยเหรอ?”“ขอโทษ” เฉินอันหลานปล่อยมือออกจากแขนของลานเซลอต“ขอโทษเรื่องอะไร?”“ที่ทำให้นายบาดเจ็บเมื่อคืน”“ทำให้เจ็บหรือว่าทำให้...กันน้า?” “...”“ล้อเล่นน่า” ลานเซลอตประคองเฉินอันหลานให้ยืนดี ๆ จากนั้นจึงหันไปมองร้านสะดวกซื้อที่ยังคงเปิดไฟสว่างจ้าอยู่อีกฟากของถนน เขาหันกลับมามองเฉินอันหลานอีกครั้งก่อนจะพูดขึ้น“อยากกินอะไรไหม เดี๋ยวฉันไปซื้อให้”เฉินอันหลานเอนหลังพิงกำแพงพร้อมกับมองหน้าลานเซลอต “น้ำ”“เดี๋ยวฉันมา”“นายไม่กลัวว่าฉันจะขับรถนายหนีไปเหรอ?”ลานเซลอตชูกุญแจรถในมือขึ้นแล้วแกว่งมันไปมาตรงหน้าเฉินอันหลานเฉินอันหลานหรี่ตามองเขาครู่หนึ่ง จากนั้นก็เบือนหน้าหนี ไม่สนทนาอะไรกับอีกฝ่ายอีกลานเซลอตหัวเราะเสียงต่ำ ๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปซื้อน้ำมาให้เฉินอันหลานรอกระทั่งคนเดินจากไปไกลและเข้าร้านสะดวกซื้อไปแล้ว เฉินอันหลานจึงหันไปล้วงหูฟังออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วยัดมันเข้ามาในหู ผินหน้าไปมองสังเกตความเคลื่อนไหวของผู้ชายในร้านพร้อมกับต่อสายไปหาผู้จัดการโรงแรมไปด้วย รอสายเพียงไม่นาน อีกฝ่ายก็กดรับพร้อมกับเสียงของผู้จัดการที่ดังลอดออกมาจากในสาย(คุณชายสามครับ)“เรื่องที่ฉันให้ไปตรวจสอบ ได้เรื่องแล้วใช่ไหม?”(ได้เรื่องแล้วครับ แต่พอผมจะโทรกลับไปหาคุณ สายกลับไม่ว่างเสียอย่างนั้น)“ว่ามา”(รูมเซอร์วิสบอกว่าไม่พบของเปื้อนเลือดใด ๆ ในห้อง 1809 เลยครับ เมื่อกลางวันตอนที่แขกห้อง 1809 ลงมาด้านล่าง ผมจงใจผลักพนักงานขนกระเป๋าเพื่อลองหยั่งเชิงดู แต่ผลคือตอนที่เดินชนแขกท่านนั้นไม่ได้แสดงปฏิกิริยาอะไรออกมาเลยครับ เขาแค่ใช้มือกันกระเป๋าที่กำลังจะร่วงลงพื้นไว้เท่านั้น ดังนั้นผมคาดว่าเขาคงไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรครับ)“แน่ใจใช่ไหม?”(แน่ใจครับ ผมเห็นกับตาตัวเองเลยครับ)“โอเค ไม่มีอะไรแล้วล่ะ ขอบใจมาก”เฉินอันหลานวางสายพร้อมกับหันไปมองผู้ชายที่กำลังเดินหิ้วถุงใบหนึ่งออกมาจากร้านสะดวกซื้อ เฉินอันหลานดึงหูฟังออกแล้วยัดกลับเข้าไปในกระเป๋าดังเดิม จากนั้นก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นลานเซลอตกลับมาพร้อมกับน้ำเปล่าและอาหารทานเล่นอีกนิดหน่อย เขาหยิบขวดน้ำขึ้นมาเปิดฝาแล้วยื่นส่งให้กับเฉินอันหลานคราวนี้เฉินอันหลานไม่ได้ปฏิเสธเขาอีก ชายหนุ่มรับขวดน้ำมาดื่มกลั้วปากครั้งหนึ่ง ก่อนจะจิบเพิ่มไปอีกสองอึกหลังจากกลิ่นภายในปากหายไปแล้ว ตอนที่เฉินอันหลานวางขวดน้ำลง เขาก็เห็นอีกคนยื่นห่อขนมปังที่แกะแล้วมาตรงหน้า“ฉันไม่หิว”“ที่นี่อยู่ห่างจากตัวเมืองหลายร้อยกิโลเมตร ถ้าไม่กินอะไรรองท้องสักหน่อยนายอาจจะหิวได้นะ แล้วเดี๋ยวตอนขับเข้าเมืองจะลำบากเอา”“แล้วนายไม่กินเหรอ?”“คนที่อ้วกไม่ใช่ฉัน”เฉินอันหลานปรายตามองผู้ชายตรงหน้าแวบหนึ่งก่อนจะยื่นมือไปหยิบห่อขนมปังจากมือเขามากัดลานเซลอตไม่ได้พูดอะไรอีก เขาเดินถอยหลังกลับไปเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ ทิ้งตัวพิงกระโปรงรถไว้ นั่งมองเฉินอันหลานที่กำลังกัดกินขนมปังที่เขาซื้อมาให้อย่างเชื่องช้า“นายชอบดูคนอื่นกินเหรอ?” เฉินอันหลานที่ถูกใครอีกคนจ้องมองก็รู้สึกอึดอัดขึ้นมา จนอดหันไปมองเขาไม่ได้“คนอื่นไม่ชอบ นายเป็นข้อยกเว้น”“นายบอกเองไม่ใช่เหรอว่าที่นี่อยู่ห่างจากตัวเมืองอีกหลายร้อยกิโลเมตร แล้วไม่กินสักหน่อยเหรอ?”“ฉันดื่มแค่น้ำก็พอแล้ว”เฉินอันหลานมองไปทางผู้ชายที่กำลังยกขวดน้ำขึ้นดื่มตรงหน้าเขา เมื่อเห็นว่าทุกอย่างยังดูปกติ เขาจึงค่อย ๆ วางใจลง แล้วก้มหน้ากินขนมปังที่อยู่ในมือต่อไปลานเซลอตกระดกน้ำขึ้นดื่มไปแล้วสองอึก แต่สายตากลับไม่สามารถละออกไปจากเฉินอันหลานได้เขาเคยเห็นคนคน นี้ในร่างที่เป็นทางการด้วยชุดสูทเต็มยศพร้อมกับรองเท้าหนังมันปลาบ เคยเห็นอีกฝ่ายในร่างที่เร่าร้อนราวไฟผลาญยามเมื่ออยู่บนเตียง แต่เฉินอันหลานในตอนนี้กลับดูแตกต่างออกไป ทั้งเปราะบาง สงบนิ่ง และนุ่มนวล ... จนสามารถทำให้คนคน หนึ่งเกิดความรู้สึกอยากปกป้องขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย   เฉินอันหลานกินขนมปังไปได้ครึ่งก้อนและไม่ได้กินต่ออีกเพราะรู้สึกไม่ค่อยสบายท้องเท่าไหร่ เขาอยากจะกลับเข้าไปนั่งพักในรถ แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมากลับพบว่าคนตรงหน้ายังเอาแต่จ้องหน้าเขาไม่หยุด ถึงจะมองเห็นดวงตาภายใต้กรอบแว่นคู่นั้นได้ไม่ชัดเจนเท่าไรนัก แต่เฉินอันหลานก็รู้ว่าชายคนนี้กำลังจ้องมาทางตนอยู่ “ไม่กินแล้วเหรอ?” ลานเซลอตได้สติกลับคืนมา เขาลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินมาทางเฉินอันหลานเฉินอันหลานพยายามจ้องมองเข้าไปในดวงตาหลังเลนส์แว่นนั้นแม้ว่าจะมองไม่เห็นอะไรเลยก็ตาม“ขึ้นรถเถอะ เรายังเดินทางกันอีกหลายชั่วโมง”“นายไม่อยากรู้ความลับของฉันแล้วเหรอ?”“ถ้าฉันอยากรู้เดี๋ยวฉันก็ไปหานายเองแหละ”“แน่ใจเหรอว่าจะหาฉันเจอ?”“ถ้าไม่แน่ใจฉันไม่อาสาไปส่งนายหรอก”เฉินอันหลานหัวเราะเสียงเย็นก่อนจะเดินผ่านหน้าลานเซลอตไปหยุดอยู่ข้างประตูรถฝั่งข้างคนขับลานเซลอตยิ้มน้อย ๆ แล้วเดินอ้อมไปเปิดประตูอีกฝั่งและเตรียมจะขึ้นไปนั่ง“ลานเซลอต” เฉินอันหลานที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม จู่ ๆ ก็ตะโกนชื่อนี้ออกมาประกายบางอย่างวาบผ่านนัยน์ตาสีดำสนิทที่อยู่หลังเลนส์แว่น แต่ลานเซลอตไม่ได้แสดงท่าทางผิดปกติอื่นใดออกมา เขาแค่เปิดประตูรถแล้วก้าวขึ้นไปนั่งในรถแล้วเลื่อนกระจกของอีกฝั่งลงพร้อมกับหันหน้ามามองเฉินอันหลานที่ยังไม่ยอมขึ้นรถเฉินอันหลานหรี่ตาลงเล็กน้อย แต่ก็ยอมเปิดประตูขึ้นมานั่งบนรถโดยไม่พูดอะไรอีก “เมื่อกี้นายไม่ได้ยินที่ฉันพูดเหรอ?”“พูดอะไร?”“ลานเซลอต”“ลานเซลอตคือใคร?”“นายไม่รู้จักเหรอ?”ลานเซลอตหัวเราะน้อย ๆ ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แต่ไม่ได้พูดอะไรเสียงหัวเราะที่ดังลอดออกมาจากใต้แมสก์ทำให้เฉินอันหลานยอมละสายตาออกจากอีกฝ่าย แล้วมองตรงไปยังท้องถนนที่มืดมิดด้านหน้านั้นแทน“นายเคยได้ยินเรื่องราวของตระกูลเอสเตจากอิตาลีมาก่อนไหม?”“เคยได้ยินผ่านหู”“แล้วโอดินล่ะ?”“เคยได้ยิน แต่ไม่เคยเจอ”“เขาเป็นอัลฟ่าที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา”ประกายประหลาดเล็ก ๆ วาบผ่านดวงตาสีทมิฬคู่นั้นอีกครั้ง ก่อนที่ลานเซลอตจะเอ่ยถามเฉินอันหลานต่อเสียงเรียบ“นายชมเขาขนาดนี้ แสดงว่าเคยอยู่ด้วยกันกับเขามาแล้ว?”เมื่อได้ยินคำว่า ‘อยู่ด้วยกัน’ ภาพที่ตัวเองกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับลานเซลอตอยู่บนเตียงตอนฮีทก็ปรากฏขึ้นมาในหัวสมองของเฉินอันหลานอย่างช่วยไม่ได้ อยู่ด้วยกันงั้นเหรอ?ไม่นับมากสุดก็แค่เพื่อน“จี้ใจดำหรือไง?” เมื่อไม่ได้ยินเฉินอันหลานตอบกลับมา ลานเซลอตก็ถามขึ้นอีกครั้งเฉินอันหลานขมวดคิ้วเล็กน้อย พยายามควบคุมตัวเองไม่ให้คิดภาพที่สมควรเหล่านั้นอีก หลังจากที่จิตใจค่อย ๆ สงบลงแล้วเขาจึงได้พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบมาจากที่นั่งฝั่งข้างคนขับ“ก็ฉันพูดอยู่ว่าเขาเป็นอัลฟ่า”“อัลฟ่าแล้วยังไง คนเราเจอกันก็ยังต้องก้มหัวให้กันอยู่ดี”“แล้วนายคิดว่านายต้องก้มหัวให้อีกฝ่ายไหม?”“ไม่”“นายควรได้ไปเจอเขาสักครั้ง”“ฉันไม่สนใจเขา” ลานเซลอตพูดพร้อมกับหันไปมองเฉินอันหลานที่นั่งอยู่ข้างเขา “ฉันสนใจนายมากกว่า” เฉินอันหลานหรี่ตาลงเล็กน้อย จากนั้นก็กลับมานั่งข้างคนขับเงียบ ๆ ไม่พูดอะไรต่อ“พูดเยอะขนาดนี้ นายยังไม่ตอบคำถามฉันเลยนะว่าเคยอยู่ด้วยกันกับเขามาก่อนรึเปล่า”“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย?”“เกี่ยวสิ ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าฉันสนใจนาย”“นั่นมันก็เรื่องของนาย ไม่เกี่ยวกับฉัน““ทำไมจะไม่เกี่ยว ฉันเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตนายไว้นะ...อ่า จริงสิ วันนี้ก็ครั้งที่สองแล้วนี่เนอะ?”“นายช่วยฉันงั้นเหรอ?” เฉินอันหลานแค่นหัวเราะเสียงเย็น“ถ้าไม่ใช่เพราะนาย ฉันคงไม่ถูกชี้หน้าด่าว่าเป็นไอ้โรคจิตหรอก แล้วที่สำคัญพอเกิดเรื่องขึ้น นายก็ดันหนีเอาตัวรอดไปซะอย่างนั้น ตรงไหนกันที่เรียกว่าช่วยน่ะ?”“ก็นายอยากให้ทุกคนเห็นฉันกอดนายเองไม่ใช่เหรอ?”“มั่วเหอะ”“ที่แท้นายก็ชอบแบบนี้สินะ” ลานเซลอตพยักหน้า“งั้นคราวหลังฉันจะไม่ไปไหนแล้ว จะกอดนายไว้แบบนี้แหละ ก็นะ ถึงยังไงฉันก็อยากจะใกล้ชิดนายอยู่แล้ว จะได้ค่อย ๆ บ่มเพาะความรู้สึกดี ๆ ให้กันและกัน”เฉินอันหลานขมวดคิ้วพร้อมกับหันไปมองผู้ชายที่กำลังขับรถอยู่ “ไม่จำเป็น ฉันไม่มีความรู้สึกอะไรที่ต้องบ่มเพาะกับนาย”“ฉันพูดเรื่องนี้เร็วไปสินะ แต่ก็ไม่แน่หรอก บางทีถ้าเราได้ใกล้ชิดกันทีละน้อย นายอาจจะชอบจนไม่อยากจากฉันไปไหนเลยก็ได้ ว่าไง?”“นายกำลังป่วยแน่ ๆ”“งั้นนายก็คือยาของฉัน”เฉินอันหลานกัดฟันกรอด ละสายตาจากเขาแล้วกลับมามองถนนไม่ต่อบทอีกลานเซลอตชำเลืองมองเฉินอันหลานที่ดูไม่สบอารมณ์เท่าไร ก่อนจะดึงสายตากลับมาโฟกัสที่ท้องถนนพร้อมกับรอยยิ้มน้อย ๆ ที่ประดับอยู่บนใบหน้าหลังจากขับมาได้พักใหญ่ ในที่สุดรถของพวกเขาก็เลี้ยวเข้าสู่ตัวเมือง เฉินอันหลานที่พักสายตามาตลอดทาง ลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้งพร้อมกับท้องฟ้ายามรุ่งสางและรถที่จอดสนิทเรียบร้อยแล้ว“เข้าเมืองแล้ว?”“...”“ฉันถามหน่อยสิ....”เฉินอันหลานนวดขมับตัวเองพร้อมกับหันไปถามคนขับว่าถึงไหนแล้ว แต่เมื่อหันไป ชายหนุ่มกลับพบว่าใครอีกคนไม่ได้นั่งอยู่ในรถด้วยกันแล้ว เฉินอันหลานดันตัวเองขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วและกวาดสายตาไปรอบ ๆ ตัว ไม่เห็นแม้แต่เงาของผู้ชายคนนั้น แต่กลับเห็นสถานที่ที่เขาอยู่ในเวลานี้อย่างชัดเจนกลับมาแล้วเขากลับมาที่บ้านพักของตัวเองแล้วและรถคันนี้ก็จอดอยู่ที่รั้วเหล็กหน้าบ้านเขานี่เอง 

    คล้ายกับเรื่องยอดสายลับโอเมก้า [จบแล้ว] ที่คุณอ่าน