“เ้าจะลองดีกับข้าหรือข้าบอกให้เ้าขอโทษฮูหยินรองเ้าก็ต้องขอโทษ”หยางเจี๋ยตวาดเสียงดัง
“น้องสาวข้าไม่ผิดเหตุใดต้องขอโทษเฟิ่งเออร์พูดความจริงผิดหรือขอรับ”หยางเหวินที่ทนมองน้องสาวของตนถูกรังแกไม่ได้เอ่ยเถียงชายที่ได้ชื่อว่าพ่อเสียงดังเขาเดินเข้าไปกุมมือของหยางเฟิ่งแล้วมองหน้าหยางเจี๋ยอย่างไม่ยอมแพ้
“ใครอยู่ข้างนอกมาลากตัวเ้าเด็กเหลือขอทั้งสองคนนี้ไปขัง”หยางเจี๋ยที่เคยถูกใครเถียงมาก่อนสั่งคนรับใช้ชายมาลากเด็กตรงหน้าไปขัง
“ขอรับ”บ่าวรับใช้เดินเข้ามาหวังจะอุ้มคุณหนูคุณชายไปที่ห้องขัง
เพล้ง!
“ใครกล้าแตะต้องหลานข้า”นางซือขว้างจอกชาในมือใส่คนรับใช้ที่เดินใกล้หลานทั้งสองของตนอย่างมือโทสะ
“ท่านแม่ข้าลงโทษบุตรของข้าอยู่นะขอรับ”หบางเจี๋ยเอ่ยกับมารดาของตนเสียงดัง
“ฮึ”กุ้ยเจินที่ได้ยินคำกล่าวของหยางเจี๋ยจึงแค่นยิ้มสมเพชให้กับหยางเจี๋ยตอนนี้ในหัวของนางมีแต่คำถามว่าในอดีตนางตาบอดมาหลงรักผู้ชายตรงหน้าได้อย่างไรผู้ชายที่มีดีแค่หน้าตาตำแหน่งล้วนได้มาจากฝีมือของนางซือที่วิ่งเต้นส่งของล้ำค่าให้กับเหล่าขุนนาง
“อ้อตลอดห้าปีที่ผ่านมาเ้าไม่เคยเป็พ่อให้กับหลานของข้าแต่วันนี้เ้ายอมเป็พ่อให้เด็กๆ เพื่อสั่งให้หลานของข้าก้มหัวให้นางแพศยานั้นหรือหยางเจี๋ยเ้าทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ”นางซือมองไปที่หยางเจี๋ยด้วยความผิดหวัง
“ท่านย่าเฟิ่งเออร์ไม่ผิดนะเ้าคะสาวใช้คนนั้นไล่ตามข้าจริงๆ”หยางเฟิ่งหันมาฟ้องนางซืออย่างไม่ยอมแพ้
“ฮูหยินผู้เฒ่าเป็นางเ้าค่ะ”จือหลิงที่ยืนอยู่ใกล้นางซือเอ่ย
“เด็กๆจับนางออกไปโบยยี่สิบไม้”นางซือสั่งคนรับใช้ให้มาลากตัวเสี่ยวซานออกไปโบย
“ฮูหยินรองช่วยบ่าวด้วยเ้าค่ะ”เสี่ยวซานร้องขอความช่วยเหลือจากนายของตนอีกทั้งยังพยายามดิ้นเพื่อหวังยื้อเวลาการลงโทษของตน
“ท่านพี่เสี่ยวซานไม่ได้ทำจริงๆนะเ้าคะ” เสวี่ยเหม่ยเหนียงยังคนพยายามช่วยคนของตนอย่างไม่ยอมแพ้
“เด็กๆพาฮูหยินรองไปพักที่เรือนเหมยกุ้ย”นางซือที่รำคาญเสียงแหลมของเสวี่ยเหม่ยเหนียงจึงสั่งให้คนรับใช้คุมตัวนางไปที่เรือนเหมยกุ้ย
“ท่านแม่มันจะมากเกินไปแล้วนะขอรับ”หยางเจี๋ยที่ทนเห็นเมียรักถูกรังแกไม่ไหวอีกต่อไปจึงหันมาถามมารดาของตนเสียงดัง
“ทำไมข้าลงโทษบ่าวรับใช้ก็ไม่ได้หรือ” นางซือหันไปถามบุตรชายของตนอย่างมีโทสะ
“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้นขอรับ”หยางเจี๋ยเอ่ยตอบอย่างจนปัญญาแล้วจึงสะบัดแขนเสื้อตามเมียรักของตนไปอีกคน
“หึนึกว่าจะแน่ ” นางซือเอ่ยเสียงดัง
“ท่านแม่นี้ก็เย็นมากแล้วข้าว่าท่านกลับไปพักผ่อนเถอะเ้าค่ะ”กุ้ยเจินที่เห็นว่าน้ำค้างเริ่มลงแล้วจึงเอ่ยเตือนแม่สามีด้วยความเป็ห่วง
“ก็ดีเ้ารีบพาเด็กๆไปพักเถอะ วันนี้เหนื่อยมามากแล้ว”นางซือเอ่ยกับกุ้ยเจินแล้วจึงลูบหัวหลานๆของอย่างเอ็นดู
“โบยนางเพิ่มอีกสิบไม้”กุ้ยเจินสั่งบ่าวชายเสียงเย็น
“ไปกันเถอะตากน้ำค้างนานๆพวกเ้าอาจป่วยได้”กุ้ยเจินจูงมือเด็กทั้งสองไปที่เรือนของตน
เรือนเหลียนฮวา
“เฟิ่งเออร์”กุ้ยเจินเรียกหยางเฟิ่งเสียงเย็น
“เ้าค่ะท่านแม่”หยางเฟิ่งขานรับเสียงเบาด้วยรู้ว่ามารดาของตนต้องมีเื่มาตำหนิตนอีกเป็แน่
“ต่อไปเ้าจะต้องศึกษามารยาทและการวางตัวของสตรีแม่คงปล่อยเ้านานเกินไปวันนี้เ้าจึงแสดงกริยาไม่เหมาะไม่ควรออกมาอย่างไม่รู้สึกละอาย”กุ้ยเจินเอ่ยพร้อมกับมองหน้ากลมใสของเด็กตรงหน้า
“ท่านแม่”หยางเฟิ่งเอ่ยเสียงเศร้า
“เฮ้อเฟิ่งเออร์เ้าจงจำไว้บุรุษใช้อาวุธในการฆ่าฟันศัตรูแต่สตรีเช่นเราใช้สมองและมารยาในการต่อสู้แย่งชิงในสิ่งที่ตน้าดังนั้นหากเ้าอยากช่วยเหลือพี่ชายของเ้าในอนาคตเ้าควรรู้จักเก็บซ่อนอารมณ์ของตนและเรียนรู้ที่จะแย่งชิงในสิ่งที่ควรจะเป็ของตน”กุ้ยเจินสอนหยางเฟิงเสียงเรียบแล้วลูบหัวของหยางเฟิ่งเบาๆเมื่อเห็นว่าบุตรสาวของตนกำลังคิดตามสิ่งที่ตนกำลังอยู่
“เ้าค่ะต่อไปข้าจะทำตามที่ท่านแม่บอก” หยางเฟิ่งเอ่ยกับมารดาของตนด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปตอนนี้หยางเฟิ่งกำลังเรียบเรียงสิ่งที่นางรู้มาจากนิยายที่นางเคยอ่านแล้ววางแผนเพื่อจะหลีกหนีจากชะตากรรมอันน่าอดสูของนางและพี่ชาย