“เอาล่ะ ตาฉันแล้วนะ...”แลนซ์กล่าวพลางอมยิ้ม “จะเริ่มยิงเวทกี่วงก่อนดีน้า”
วงเวทจำนวนมหาศาลรายล้อมวาเนสว่าจนเธอแทบขยับไม่ได้ นี่เป็สิ่งที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน วงเวทขนาดนี้น่าจะเกิดจากกองทัพทหารหรือจอมเวท ไม่ใช่จากคนๆเดียว แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่คิดจะแสดงความอ่อนแอให้อีกฝ่ายเห็น แม้จะรู้ถึงความต่างชั้นแล้วก็ตามที
“จะเท่าไหร่ก็มาเถอะค่ะ” วาเนสซ่ากล่าวเสียงแข็งพลางตั้งท่าสู้ “หน้าที่ขององครักษ์ คือไม่กลัวตายหากต้องปกป้องเ้านาย”
“งั้นก็ลุยล่ะนะ” แลนซ์กล่าวก่อนจะสั่งให้วงเวทสิบวงรอบวาเนสซ่ายิงะุแสงใส่เธอ วาเนสซ่าสร้างโล่น้ำแข็งขึ้นมารายล้อมทั้งสี่ทิศกันเอาไว้ได้จนหมด
วงเวทสิบวงที่แลนซ์ใช้งานแล้วสลายไป แลนซ์จึงควบคุมวงเวทอีกสิบวงให้ทำงานต่อ คราวนี้แลนซ์กำหนดให้มันโจมตีจากทิศทางอื่นบ้าง เช่นจากหัวหรือใต้พื้น แน่นอนว่าวาเนสซ่าสามารถสร้างโล่ขึ้นมากันเพิ่มได้
เมื่อโจมตีด้วยะุแสงทั่วไปไม่เป็ผล แลนซ์จึงตัดสินใจดึงวงเวททั้งสิบมารวมกันจนเป็มหาวงเวทที่ด้านหน้าของเขา ก่อนที่เขาจะเริ่มใช้เวทระดับไม้ตาย
“ด้วยพลังของมหาภูติแห่งแสง ข้าขอวิงวอนพลังที่จะทำลายล้างสิ้นซึ่งศัตรู อารค์ แฟรี่ ไลท์ (Arch Fairy Light)”
วงมหาเวทของแลนซ์เรืองแสงสว่างสีรุ้ง ก่อนที่มันจะยิงลำแสงกวาดล้างซึ่งมีรัศมีกว้างกว่าสามเมตรออกไปใส่วาเนสซ่า
“ทำไมคุมมหาเวทแค่วงเดียวล่ะ” วาเนสซ่ากล่าวด้วยความสงสัย ก่อนที่เธอจะรีบะโหลบลำแสงของแลนซ์ทันที เพราะบาเรียระดับทั่วไปของเธอ กันพลังที่มาจากมหาวงเวทไม่ได้
ลำแสงกวาดล้างจากมหาวงเวทของแลนซ์นั้นยิงออกมาด้วยความเร็วสูง จนกวาดต้นไม้และก้อนหินที่ขวางทางเลี่ยนเตียน พื้นดินที่ลำแสงวิ่งผ่านเป็หลุมลึกยาวลงไปเกือบเมตร บ่งบอกถึงความรุนแรงของพลังเวท
หลังจากวาเนสซ่าหลบลำแสงได้หวุดหวิด เธอก็พบว่าแลนซ์พุ่งเข้าประชิดเธอ ก่อนจะฟาดด้วยคฑาทำเอาเธอจุก วาเนสซ่าเสียหลักล้มลงกับพื้น เมื่อเธอเงยหน้ามาก็พบกับคฑาวิหคจ่อหน้าของเธออยู่
“จะเป็ยังไงนะถ้าผมร่ายเวท” แลนซ์กล่าว “การต่อสู้รู้ผลแล้วล่ะ”
แทนที่วาเนสซ่าจะใ แต่ทว่าเธอกลับค่อยๆหัวเราะจนดังลั่น ทำเอาแลนซ์สงสัยทันที
“มีพลังเวทมากเหลือเฟือ ดิฉันยอมรับค่ะ” วาเนสซ่าหยุดหัวเราะก่อนจะกล่าวตามปกติ “แต่คุณน่ะ ควบคุมหรือใช้งานวงเวทที่มีอยู่จำนวนมหาศาลไม่ได้พร้อมๆกันสินะคะ...ว่าง่ายๆก็คือคุณน่ะ อ่อนหัดทางด้านของศาสตร์เวทค่ะ”
วงเวทของแลนซ์อีกมากมายยังคงลอยค้างเติ่งอยู่อย่างนั้น ราวกับแลนซ์เรียกออกมาเพื่อประดับฉาก ดูเหมือนวาเนสซ่าจะดูออก ว่าแลนซ์ไม่สามารถคุมวงเวททั้งหมดได้ เขาคุมได้แค่ครั้งละสิบอันซึ่งถือเป็คุณสมบัติของจอมเวทระดับมาตรฐาน เพราะวงเวทสิบอันจะสามารถประกอบเป็มหาวงเวทได้
“เธอดูออกด้วยหรือ สมกับเป็องครักษ์จริงๆเลยนะ” แลนซ์กล่าว “ถูกต้อง ฉันไม่สามารถคุมวงเวทได้ทั้งหมด แต่วงเวทวงเดียวของฉัน สามารถเสริมพลังให้มันมีพลังเท่าใดก็ได้ จึงไม่เคยแบ่งสมาธิไปคุมทีหลายๆวงน่ะ”
วาเนสซ่าตะลึงกับคำพูดของแลนซ์ แลนซ์จึงสลายวงเวททั้งหมด ก่อนจะเรียกวงเวทอันเดียวออกมาเหนือหัวของเขา และเขาเสริมพลังให้มันจนวงเวทอันนั้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางกว่าสิบเมตร ซึ่งวงเวทนี้เป็แค่วงเวทธรรมดาๆ ไม่ใช่มหาวงเวท
“อะไรกัน...มีแบบนี้ด้วยหรือ” วาเนสซ่ากล่าว “มันแปลกเกินไปแล้ว ถ้าเรียกออกมาสิบอันล่ะก็ มหาวงเวทจะทรงพลังขนาดไหนกัน”
ระหว่างนี้แอนนาเดินเข้ามา ก่อนที่เธอจะแบมือเพื่อขอคฑาคืนจากแลนซ์ แลนซ์ยิ้มให้เล็กน้อยก่อนจะส่งคืนไป เป็สัญญาณว่าการต่อสู้จบลงแล้ว
“พอแค่นี้เถอะนะคะ” แอนนากล่าว “วาเนสซ่า เธอเห็นแล้วสินะ ว่าแลนซ์เขาแข็งแกร่งพอจะปกป้องฉันได้”
“ใช่ค่ะ เขาแข็งแกร่ง”วาเนสซ่ากล่าว “แต่เขายังไม่สามารถปกป้องเ้าหญิงได้หรอกนะคะ”
“ต้องทำยังไงเธอถึงจะยอมรับพวกเรา” แอนนากล่าวพลางถอนใจ “ตอนนี้ฉันน่ะ ไม่มีความคิดจะกลับไปเป็เ้าหญิงแล้ว ฉันและแลนซ์ตัดสินใจที่จะไปจากบลูสกาย ไปจากทวีปไกอา”
“เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะจะออกเดินทางกันสองคนหรือเพคะ” วาเนสซ่ากล่าว “ทั้งสองคนจะใช้ชีวิตกันอย่างไร จริงอยู่ ว่าสามารถล่ามอนสเตอร์หาเงินได้ แต่แบบนั้นก็ไม่ต่างอะไรจากคนจรจัดหรอกนะเพคะ ทั้งสองคนน่ะ ยังขาดป้ายฐานะอยู่นะคะ นอกจากล่ามอนสเตอร์แล้วก็ทำอย่างอื่นไม่ได้เลย”
“พวกเราจะได้รับป้ายฐานะจากศาสนจักร” แลนซ์กล่าว “แน่นอนว่าพร้อมประวัติทะเบียนด้วย ไม่ใช่ป้ายเถื่อนอย่างแน่นอน”
“และเมื่อมีป้ายฐานะ” แอนนากล่าว “เราก็จะสามารถหางานทำหรือทำธุรกรรมได้เมื่ออายุสิบห้าปีค่ะ แน่นอนว่าหลังจากนั้นเราจะเรียนต่อเพื่อพัฒนาตัวเองด้วย พวกเรามีหนทางของเราค่ะ”
“และก่อนจะอายุสิบห้าปี ทั้งสองคนจะใช้ชีวิตยังไง” วาเนสซ่ากล่าวเสียงเรียบ ก่อนที่เธอจะเริ่มร่ายยาว “เงินที่ได้มาจะเก็บไว้ไหนถ้าผู้ปกครองไม่อนุมัติเปิดบัญชี ถือไปมาแล้วเสี่ยงโดนขโมยหรือเพคะ ที่พักในแต่ละคืนจะนอนไหน โรงแรมมาตรฐานเขาไม่เปิดห้องให้เด็กแน่นอน หรือจะไปนอนโรงแรมเถื่อนที่ไม่มีความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน และไหนใครจะคอยเตรียมอาหารและเสื้อผ้าสะอาดให้ทุกครั้งที่้า ทั้งสองคนจะสามารถทนลำบากไปด้วยกันได้จริงหรือเพคะ”
วาเนสซ่าเริ่มร่ำไห้ ก่อนที่เธอจะเดินมาหาแอนนา พลางคุกเข่าลงและกอดเธอเสียแน่น
“และที่หม่อมฉันกลัวที่สุด ก็คือเ้าหญิงตัวน้อยของหม่อมฉันจะไม่สามารถรอดชีวิตได้ท่ามกลางโลกที่โหดร้ายเพคะ หม่อมฉันไม่อาจให้องค์หญิงฝากชีวิตไว้กับผู้กล้าซึ่งเป็เด็กเหมือนพระองค์อย่างแน่นอน”
แลนซ์ก้มหน้านิ่ง เขาเข้าใจความรู้สึกของวาเนสซ่า หากเป็เขาเองก็คงไม่ไว้ใจเด็กอย่างเขาเช่นกัน เพราะในโลกที่โหดร้ายนี้ พลังไม่ใช่ทุกอย่าง การมีพลังเพียงอย่างเดียวไม่ช่วยให้รอดชีวิตในสังคมที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดี และอันตรายจากจิตใจอันชั่วร้ายของมนุษย์ นั่นคือมุมมองของวาเนสซ่าที่กำลังมองเด็กอายุสิบสองอย่างพวกเขา
“ฉันขอโทษนะ” แอนนากล่าวพลางลูบหัววาเนสซ่าเพื่อปลอบโยน “ฉันผิดเองล่ะ ที่ไม่คิดถึงความรู้สึกของเธอ...แต่ไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่อยากกลับไปที่บลูสกาย และไม่อยากให้ท่านแม่กับท่านลุงเดือดร้อน พวกเราทั้งสองน่ะ มีคนของศาสนจักรคอยช่วยอยู่”
“แต่หม่อมฉันก็ยังไม่อาจวางใจได้” วาเนสซ่ากล่าว “ศาสนจักรเป็พวกที่ทำทุกอย่างเพื่อเผยแพร่คำสอน ท่านจะวางใจศาสนจักรมากกว่าครอบครัวจริงๆหรือเพคะ...หม่อมฉันไม่อยากให้ท่านไปไกลจากสายตาของหม่อมฉันเลย”
“ฉันไม่ได้จะทิ้งเธอเสียหน่อย” แอนนากล่าว “เราจะกลับมาหาครอบครัวแน่นอน เมื่อเื่ทุกอย่างลงตัวแล้ว”
“ยังไงก็ไม่ได้” วาเนสซ่ากอดแอนนาแน่นกว่าเดิม “หม่อมฉันจะไม่ให้ท่านไปไหนทั้งนั้น ยกเว้นแต่ว่าจะให้หม่อมฉันไปด้วย”
แอนนามองไปทางแลนซ์ว่าเขาจะเอายังไง เธอสงสารวาเนสซ่าเพราะอีกฝ่ายนั้นเป็ห่วงตนจริง แต่ถ้าหากจะให้ตามไป เธอก็กลัวแลนซ์จะอึดอัดใจ
“เอาแบบนั้นก็ได้” แลนซ์กล่าว “วาเนสซ่า เธอน่ะ ตามพวกเราไปด้วยสิ ในฐานะผู้ปกครองของพวกเรา”
วาเนสซ่าเงยหน้าขึ้น เธอมองไปที่แลนซ์ราวกับไม่เชื่อว่าเขาจะให้เธอไปด้วย ส่วนแอนนายิ้มอย่างโล่งใจ
“นั่นสินะ” แอนนากล่าว “เธอเองก็เปรียบเสมือนพี่สาวของฉัน จนกว่าจะอายุสิบห้า ช่วยดูแลพวกเราทีสิ”
“ได้หรือเพคะ” วาเนสซ่ากล่าว “จะให้หม่อมฉันติดตามทั้งสองคน และดูแลในฐานะผู้ปกครอง”
“ได้สิ” แลนซ์กล่าว “นับจากนี้ก็ฝากตัวด้วยนะ”
“เช่นกัน” แอนนากล่าว “ไม่ใช่ในฐานะเ้าหญิง แต่ในฐานะน้องสาว”
วาเนสซ่ายืนขึ้น เธอเดินไปลากแลนซ์มาใกล้แอนนาด้วย ก่อนที่จะสวมกอดทั้งสองคน
“ในเมื่อทั้งสองยอมรับหม่อมฉันเป็ผู้ปกครองแล้ว งั้นหม่อมฉันจะใช้อำนาจของผู้ปกครองเลยแล้วกันนะคะ”
“เอ่อ...ได้สิ” แลนซ์กล่าวอย่างไม่แน่ใจ เพราะเขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร
“ว่ามาสิ” แอนนากล่าว “ฉันรู้ว่าเธอไม่ขออะไรแผลงๆหรอก”
“ทั้งสองไปสนิทกันตอนไหนเพคะ” วาเนสซ่ากล่าว “และเื่ที่องค์หญิงกล่าวว่ารู้จักกันมาสิบห้าปีคืออะไร ช่วยเล่าให้หม่อมฉันฟังอย่างละเอียดด้วยค่ะ”
“นั่นสินะ” แอนนากล่าวก่อนจะมองไปทางแลนซ์ “ทางฉันเองก็อยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น คุณถึงไม่เลือกเส้นทางของผู้กล้า แต่กลับหนีออกมาจากบลูสกาย...ช่วยเล่าให้ฉันฟังด้วยค่ะแลนซ์ เพราะลึกๆแล้วมันค้างคาใจฉันเช่นกัน ฉันอยากฟังอย่างละเอียด”
“ได้สิ” แลนซ์กล่าว “ในเมื่อเป็แบบนี้แล้ว ฉันก็จะขอเล่าทุกอย่างให้พวกเธอฟังแล้วกัน จะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่”