ตอนที่ 31มาลัยเสี่ยงทาย
เสือน้อยจึงเน้นไปที่พวกรุ่นพี่สวยๆ หล่อ ๆ ฝากเพื่อนรุ่นพี่ให้ไปติดต่อไปบอกอยู่นาน ส่วนพวกประธานนักเรียนบางคนถึงขั้นมีกระเป๋าสีดำ
มันเป็ ‘รุ่นเดอะ’ที่สุดของทางโรงเรียน ซึ่งทางโรงเรียนยอมอนุญาตที่จะให้สะพายมาเรียนได้แน่นอนเขาพยายามจะซื้อหามาให้ได้ แต่ราคาก็ตามแต่สภาพและการเจรจาตกลงกัน
พักหลัง ๆเสือน้อยขึ้นป้ายประกาศหน้าร้านรับซื้อกระเป๋า เชิญชวนสืบสานและส่งต่อเขาเขียนบรรยายไปเรื่อย ก่อนไปจ้างร้านทำป้ายไวนิลมาติด
จึงมีคนเดินมาขายเองถึงที่มากขึ้นส่วนเสือน้อยก็ตีราคาจากสภาพ เขาพยายามซื้อมาให้ได้แม้จะขาดไปบ้างเล็กน้อย
เพราะไอ้เข้มกระตุ้นต่อมคิดได้ว่า“ยิ่งเก่า ขาดยิ่งดูมีประวัติไม่ใช่เหรอวะ?” เสือน้อยดวงตาเบิกกว้างจับจุดสำคัญได้
เดิมทีเขาก็คิดแบบนี้ไม่ใช่หรือเขาจึงเปลี่ยนมากว้านซื้อหมดทุกสภาพ
หลังจากเที่ยววิ่งหามาหลายอาทิตย์เสือน้อยก็ได้ตามที่้า เนื่องจากเขาลงมือก่อนและไม่มีคู่แข่งที่ทุ่มเงินไล่ซื้อของในปริมาณมาก ๆ ได้
ซึ่งกลุ่มเป้าหมายที่เขาได้เล็งไว้ก็คือพวกเด็กม.1 หรือ ม.4 ที่จะเข้ามาปีหน้า
หรือไม่ก็เป็เด็กที่เรียนอยู่เขาเชื่อว่าหากกระจายข่าว สร้างข่าวลือ สร้างกระแสมันต้องขายได้ราคาดีกว่านี้มากนัก เขาจึงกลายเป็พ่อค้าผูกขาดตลาดไว้แต่เพียงผู้เดียว…
เสือน้อยเก็บกระเป๋าบรรจุใส่ถุงพลาสติกไว้เป็อย่างดีมันไม่เน่าไม่บูด…นี่คือช่องโหว่ที่เขาจะหารายได้จากกฎของโรงเรียน
โรงเรียนได้บังคับให้ใช้กระเป๋าตราของโรงเรียนมีเหตุผลมากมายเช่น“เพื่อความเป็ระเบียบ ประหยัดเงินในกระเป๋าผู้ปกครองและเพื่อไม่ให้เด็กอวดร่ำอวดรวยแข่งกัน”
ทว่าที่เสือน้อยทำคือตีช่องโหว่จุดอ่อนของกฎโรงเรียนกระเป๋าที่พี่ชายส่งต่อให้น้องชายมีอะไรเสียหายกัน!?
อีกทั้งเขายังมีเวลาขายอีกห้าปีทยอย ๆ ปล่อยไปบ้างก็ได้ หากเหลือน้อยหน่อยก็จัดเปิดประมูลมันไปเลยเขาหัวเราะร่าอยู่คนเดียวเมื่อคิดได้เช่นนี้!
...…
เขายังเตรียมของขายวันวาเลนไทน์เช่น พวกกุหลาบ ตุ๊กตาอะไรทำนองนี้ สามารถเอามาใส่ไว้ในร้านทองสุขได้ส่วนดอกกุหลาบปรากฏว่า แม่บอกในทุกปีมันก็จะมีพวกแม่ค้าไปตั้งร้านขายที่หน้าโรงเรียนนั่นแหละ ฉะนั้นจะขายอะไรก็ดูให้ดี
ดังนั้นเสือน้อยเมื่อถึงวันหยุดก็ชวนพ่อไปเดินตามตลาด ตามแผงดอกไม้ร้านขายส่งตุ๊กตาทั้งในจังหวัดเอง และในกรุงเทพฯ
จนไปสะดุดตากับมาลัยข้อมือที่ร้านแห่งหนึ่งซึ่งเป็ของชมรมผู้พิการทำออกมาขาย เสือน้อยให้ความสนใจทั้งกับตัวชมรมเองและพวงมาลัยที่สีสันสวยงาม
พอเขาหยิบจับขึ้นมาดูก็ทำให้เขาย้อนนึกถึง‘ละครเื่สังข์ทอง’ ในตอนที่นางรจนาเลือกคู่ โดยการที่โยนมาลัยเสี่ยงทาย ให้เ้าชายลูกท่านหลานเธอทั้งหลาย
ดวงตาของเขาก็สุกสกาวขึ้นมาทันทีภายในหัวก็คิดไปไกล มันทั้งใช้ไหว้ครูบาอาจารย์ก็ได้เพราะฉะนั้นเลือกสีออกมาให้แตกต่างหน่อย เช่น อันไหนให้ครู หรืออันไหนให้คนรักแถมยังได้อนุรักษ์ความเป็ไทยไว้ด้วย
อีกทั้งยังได้สนับสนุนผลงานของชมรมผู้พิการทางอ้อมอีกด้วยแบบนี้เรียกได้ว่าได้ต้องสองต่อแน่ะ
แน่นอนว่าส่วนใหญ่ที่เขาอยากซื้อเป็เพราะพวงมาลัยมันสวยจริง ๆ นี่คือหลักใหญ่ใจความ
เสือน้อยจึงนั่งคุยกับผู้จัดการร้านชมรมอยู่นานสองนานเขาสอบถามอย่างละเอียดก็ปรากฏว่า ที่ชมรมรับทำมาลัยข้อมือ พร้อมทำช่อดอกไม้ขายด้วยเสือน้อยได้ยินดังนั้นก็ดีใจ
ราคาก็ต้องสมกับคุณภาพและราคาไม่เกินตลาดมากนัก นี่คือข้อเสนอที่ยื่นให้กับทางชมรม ทางพ่อผันั้แ่ต้นจนจบพูดแทรกนิดหน่อย ที่เหลือก็นั่งดูลูกชายจัดการ
ส่วนพวกตุ๊กตาของขวัญที่มอบให้ผู้หญิง ของขวัญที่มอบให้ผู้ชายเสือน้อยกับพ่อก็พาลูกหมีไปเดินห้าง เดินตลาดนัด เสือน้อยไม่รู้จริง ๆว่าผู้หญิงอยากได้ของอะไรแบบไหน?
ลูกหมีที่เดินผ่านร้านต่างๆ ก็หยิบสติกเกอร์หัวใจขึ้นมาเป็อย่างแรก จากในร้านขายส่งแห่งหนึ่งหลังจากนั้นก็เลือกปากกาดินสอ เธอก็ชี้เอานิ้วทุกสิ่ง
ส่วนเสือน้อยเดินตามคล้ายคนรับใช้ที่พาคุณนายมาจ่ายตลาด
เสือน้อยก็ผงกศีรษะให้พนักงานขายที่มาแนะนำอยู่ด้านข้างเป็เชิงว่า “เอาอันนี้!”
แต่ขายแค่วันเดียวดังนั้นจึงต้องคำนวณให้ดีเช่นพวกดอกไม้ มาลัย ถ้าเหลือเยอะเกินไปมันเน่าเสีย และขาดทุน ดังนั้นแม้จะถือว่าลองตลาดแต่ก็ไม่ควรประมาท
ส่วนพวกของไม่เน่าไม่เสียเช่นตุ๊กตาเก็บดีๆ อยู่ในบ้านได้ยาว ๆ เสือน้อยจึงสั่งเพิ่มขึ้นหน่อยแถมยังถามความเห็นลูกหมีตลอดเวลาที่เลือกซื้อ…
ทุกวันนี้ที่บ้านห้องว่างๆ ก็กลายเป็โกดังเก็บของขนาดย่อม ๆ ของเสือน้อย ทั้งตุ๊กตา สติกเกอร์และของน่ารัก ๆ ที่เอาไว้ขายในร้านทองสุข โดยเฉพาะกระเป๋านักเรียน
……
เดือนกุมภาพันธ์คล้ายเป็สัญญาณที่ส่งถึงเหล่านักเรียนโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว…
่เวลาของการเปลี่ยนภาคการศึกษาได้มาถึงแล้วบางคนก็ยิ่งต้องรีบเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างรวดเร็ว เช่นว่า เด็ก ม.3 ต้องตัดสินใจเลือกสายอาชีพหรือสามัญ
ส่วน ม.6 โดยมากมักไปทางปริญญาตรีซึ่งเป็เื่ใหญ่คอขาดบาดตายสำหรับชีวิตเด็กคนหนึ่ง
และแน่นอนเทศกาลที่สำคัญของเดือนกุมภาพันธ์อย่าง“วันวาเลนไทน์” ก็คือเทศกาลยอดนิยมที่จะมอบความรักความห่วงใยให้กันผ่าน ทั้งดอกไม้ขนมหวาน ตุ๊กตา ไปจนถึงสติกเกอร์รูปหัวใจ...
เช้าตรู่วันวาเลนไทน์เสือน้อยเดินมาถึงหน้าร้านที่เตรียมการเสร็จสรรพไว้ั้แ่เมื่อคืนก่อนแล้ว
แม่ค้าที่มาตั้งโต๊ะหน้าร้าน…ก็ถูกเสือน้อยไล่พ้นอย่างไม่เกรงใจก่อนเขาจะเอาอุปกรณ์ที่จัดเตรียมมาพร้อมกับพี่แหม่มและพี่นางเสือน้อยไปขอจ้างวานพี่ ๆ จากแม่ให้มาช่วย
บนโต๊ะวางช่อกุหลาบไว้เป็กำๆ ถูกพันด้วยริบบิ้นสีแดงที่มัดเป็รูปหัวใจสินค้าเหมือนกันแต่การใส่ใจรายละเอียดแต่ต่างกัน เสือน้อยไม่คิดจะไปลดราคาแข่งหากแต่เพิ่มมูลค่าขึ้นเล็กน้อยให้มีความแตกต่างจากลุงป้าทั้งหลายที่มาตั้งแผงลอย
การแข่งขันพวกนี้เสือน้อยเห็นมาั้แ่เด็กร้านขายข้าวแกงในตลาดใช่ว่าจะมีแต่ร้านแม่ของเขามีเยอะแยะมากมายแต่ทำไมคนถึงต้องกลับมากินอีก ก็เพราะความแตกต่างด้านการบริการราคาและรสชาติ
ที่โดดเด่นสะดุดตาคือป้ายตุ๊กตาราคาย่อมเยา กับการนำเสนอของดีในราคามิตรภาพ
ซึ่งเป็ที่รู้กันว่าร้านทองสุขมีของน่ารักๆ ขาย เช่นพวกปากกา ตุ๊กตาตัวเล็ก ๆ แต่ที่พิเศษเลยก็คือ “วันนี้มีทั้งตัวใหญ่และใหญ่มาก”
เสือน้อยที่สวมใส่ผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลตามปกติหลายคนในโรงเรียน แทบจะคุ้นหน้าคุ้นตากับเขาทุกคนแล้ว
เพราะว่าคนที่มายืนขายของอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันที่หน้าโรงเรียนมีเพียงเขาคนเดียว พร้อมกับผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลซึ่งกลายเป็มาสคอต อย่างหนึ่งเวลาอยู่หน้าโรงเรียน
พื้นที่โต๊ะหน้าร้านจัดวางได้สวยงามแยกกันระหว่างดอกกุหลาบหลากสีกับสีแดงและมาลัยข้อมือที่เสือน้อยใส่ความคิดลงไป...พร้อมป้ายไวนิลแนะนำด้านข้าง
ในมือของเสือน้อยถือโทรโข่งคอยเรียกลูกค้าเมื่อเห็นว่ามีคนเข้ามาสอบถาม เด็กหนุ่มก็แนะนำอย่างกระตือรือร้นคล้ายกับตอนช่วยแม่ขายกับข้าวอยู่ก็ไม่ปานส่วนพี่แหม่มพี่นางก็ขายดอกกุหลาบช่วยกันทอนเงินให้ลูกค้า
ร้านของเขาขายดีกว่าคนอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด มีทั้งอุปกรณ์ขยายเสียงป้ายติดสวยงาม
ทำเอาพวกพ่อค้าแม่ค้ากัดฟันกรอดบ่นอุบในใจที่ไม่ได้เตรียมโทรโข่งมา ปกติทุกปีก็เห็นกันอยู่แค่นี้แต่ปีนี้ดันมีร้านค้าใหม่มาเปิดแย่งลูกค้ากับพวกเขาเสียได้…
แต่ที่ผิดคาดนิดหน่อยก็คือมีนักเรียนหลายคนเดินมาถามหาข้าวเหนียวไก่ทอดของเขา
จนต้องเอามือตบหน้าผากตัวเองพร้อมกับสบถในใจ “กูลืมได้ไงวะ นี่มันงานประจำของตนแท้ๆ”
ในร้านก็มีคนเดินเข้าเดินออกเป็ว่าเล่นผ่านไปครึ่งชั่วโมงดอกไม้หน้าร้านก็หมดเกลี้ยงแล้วเสือน้อยจึงเดินไปเอาของที่สำรองไว้มาเติม
ป้ายไวนิลด้านหลังเป็การแนะนำดอกกุหลาบสีไหนแทนความรู้สึกแบบใด จึงทำให้คนซื้อรู้สึกได้ถึงความเอาใจใส่ทั้งยังเป็การช่วยทำให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
มาลัยข้อมือที่เสือน้อยภูมิใจนำเสนอเหมือนจะได้รับการตอบรับพอสมควร แต่เนื่องจากราคาค่อนข้างจะแพง บวกกับเป็ของใหม่จึงกลายเป็ทุกคนมองผ่านตาเสียมากกว่า
แต่ทว่าเสือน้อยก็พูดแนะนำขุดเอาตำนานทั้งหลายมาเล่าเขายังไม่ลืมเล่าเื่รจนาเลือกคู่ที่เตรียมไว้ให้ลูกค้าฟังด้วย
จึงทำเอาบรรดาสาว ๆที่ได้ฟังอยู่รู้สึกเหมือนตัวเองเป็คนสำคัญ หรือพูดอีกอย่างก็คือ ‘สวยเลือกได้!’เสือน้อยพูดออกมาแบบนี้ ทำให้พวกพี่ ม.ปลายทั้งหลายหัวเราะคิกคัก
หลายคนที่มามุงดูก็เลือกซื้อไปส่วนบางคนที่ซื้อไปไหว้ครูบาอาจารย์ก็มีมิใช่น้อย
เขาพยายามป้อนข้อมูลใส่ทุกคนว่าพวกเธอคือรจนา“นี่ฉันเป็รจนาหรือ…ที่เสี่ยงทายโยนมาลัยให้เ้าชายจากเมืองต่าง ๆ”
และกลยุทธ์นี้ดูเหมือนจะไปได้ดีมากยอดขายพุ่งทะลุจนหมดเกลี้ยงก่อนเวลาที่คาดการณ์ไว้
ทางด้านพ่อค้าแม่ค้ารอบข้างก็ได้พยายามเรียกลูกค้าแข่งกับเสือน้อยเนื่องจากเสือน้อยมีปริมาณจำกัด ก่อนเจ็ดโมงครึ่งก็แทบจะหมดเกลี้ยงแล้วทั้งของในร้านและนอกร้าน
ซึ่งทางร้านของเขายังมีบริการรับฝากตุ๊กตาตัวใหญ่ด้วยเพื่อรอหนุ่มสาวมอบให้แก่กันในตอนเย็น
ส่วนเสือน้อยก็ยิ้มแก้มปริดูมีความสุขไม่นานแม่ชบาก็ให้คนส่งข้าวเหนียวหมูปิ้งมาให้ ตนซึ่งหมดหน้าที่ตรงนี้แล้ว
จึงไปยืนเป็มาสคอตตามเดิมพร้ะกร้าสะพายด้านหน้า จนกลายเป็ความเคยชินของคนทั้งโรงเรียนไปโดยปริยาย
ไม่กี่สิบนาทีเขาก็ขายข้าวเหนียวหมูปิ้งได้หมดจึงเดินเข้าไปในร้านเตรียมมาลัยข้อมือที่ตัวเองภูมิใจนำเสนอนักนำเสนอหนาไปมอบให้มะปราง
ทว่าท่ามกลางเสียงดนตรีที่บรรเลงเป็สัญญาณเตรียมตัวให้คนไปเข้าแถวเสือน้อยที่นัดกับแฟนสาวไว้ก็เดินไปตามที่นัดหมายซึ่งมีคนมาติดสติกเกอร์ให้เธอบ้างประปราย
แต่ที่เห็นเด่นชัดสะดุดตาคงหนีไม่พ้นรุ่นพี่ม.4 คนหนึ่ง ที่หอบเอากุหลาบช่อใหญ่มาให้เธอทั้งคู่ยืนคุยกะหนุงกะหนิงกันอยู่ละแวกนั้น
ทำเอาเสือน้อยทำสีหน้าไม่ถูกไม่รู้จะไปขัดจังหวะอย่างไงดี หรือว่าแสร้งทำเป็ไม่เห็นดี เพราะจากภาพใช่ว่าเขาจะเดาความหมายไม่ได้ แต่ไม่อยากด่วนสรุป
เขาจึงเดินเข้าไปใกล้ๆ และไอแห้ง ๆ อยู่สองสามที ทำให้ทั้งคู่รู้สึกตัว ก่อนที่รุ่นพี่ ม.4 คนนั้นจะขอตัวจากไปก่อน
ส่วนทางด้านมะปรางก็มองแผ่นหลังอีกฝ่ายด้วยสายตาเศร้าสร้อย ดูคล้ายกับว่ายังคิดถึงไม่หาย
เสือน้อยเห็นดังนั้นจึงดีดนิ้วปลุกสติเธอ“เป็ไงบ้างรุ่นพี่คนนั้นมาจีบเหรอ?” เขาถามเข้าประเด็น
“อื้อเขามาจีบเราน่ะ!” เธอตอบอย่างจริงใจและไม่ปิดบังส่วนมืออีกข้างเธอก็กำลังเล่นช่อดอกกุหลาบที่ถือไว้ ในขณะที่กำลังตอบเขา