ซูเหม่ยเหยาจ้องพี่สาวต่างมารดาของตนด้วยความรังเกียจอย่างไม่คิดจะปิดบังอีก ในยามนี้นางไม่มีความจำเป็ที่จะต้องปิดบังความคิดของตนเองอีกต่อไปแล้ว ท่าทีหยิ่งผยองที่น่าเกลียดชัง คำพูดที่ชอบทำร้ายจิตใจผู้คนของซูเหม่ยถิงยิ่งนับวันก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ความรู้สึกที่นางสามารถััได้ก็คือดูเหมือนว่าเหตุการณ์ในวันนี้จะทำให้ซูเหม่ยถิงยิ่งทวีความร้ายกาจมากยิ่งขึ้นอย่างน่าหวาดหวั่น นางจึงไม่คิดจะยอมอ่อนข้อให้แก่พี่สาวผู้นี้ของตนอีกต่อไปแล้ว
“พี่หญิง ท่านตำหนิว่าข้าไร้สมองวันหน้าอาจจะพาสาวใช้ของตนเองไปตาย แล้วตัวท่านเล่าคิดว่าตนเองฉลาดแล้วหรือ วันนี้ไม่เพียงทำให้ตนเองตกอยู่ในที่นั่งลำบากแม้แต่สาวใช้คนสำคัญของท่านยามนี้ไปอยู่ที่ไหนแล้วท่านก็ยังไม่รู้เลย ไม่แน่นะยามนี้นางอาจจะต้องทอดร่างบำเรอผู้อื่นอยู่ในหอโคมแดงที่ไหนสักแห่งก็เป็ได้ แต่ก็เป็เื่ที่ช่วยไม่ได้ในเมื่อนางอยากเลือกเ้านายได้ไม่ถูกคนเอง จุดจบนางก็เลยต้องเป็เช่นนั้น” เมื่อซูเหม่ยเหยาเอ่ยเช่นนี้ซูเหม่ยถิงก็ได้แต่ลอบสบถอยู่ในใจ แต่สีหน้าที่แสดงออกยังคงไม่หวั่นไหวอยู่เช่นเดิม
“นี่เ้ากำลังรับสารภาพกับข้าว่าเ้ากับแม่ของเ้าขายสาวใช้ของข้าเข้าหอนางโลมไปแล้วเช่นนั้นหรือ หึหึ หากเป็ดังเช่นที่เ้าว่าจริงไม่ใช่เพราะนางเลือกเ้านายผิดคนหรอก แต่เป็เพราะนางโชคไม่ดีที่ได้พบเจอกับคนเช่นพวกเ้าต่างหาก ตัวข้าเองก็เช่นกันอุตส่าห์หลงคิดว่าไม่ว่าอย่างไรเ้าก็คือน้องสาวที่มีสายเืเดียวกันอยู่ครึ่งหนึ่ง แล้วสุดท้ายเป็อย่างไรเล่าแม้แต่ชีวิตของตนเองก็ยังเกือบจะรักษาเอาไว้ไม่ได้ ข้าเองก็นับว่าโชคร้ายที่มีแม่เลี้ยงและน้องสาวที่มีจิตใจชั่วช้าเช่นเ้า แต่ไม่เป็ไรหรอกวันหน้าข้าไม่มีปล่อยให้ตนเองตกในหลุมพรางของพวกเ้าอีกแล้ว หรือหากจะพลาดพี่สาวคนนี้ก็ยินดีที่จะลากเ้าลงไปในหุบเหวพร้อมด้วยกันกับเ้าด้วย ดีไหมเล่าน้องสาวของข้า” คำพูดของซูเหม่ยถิงทำให้ซูเหม่ยเหยาตวาดออกมาในทันที
“ซูเหม่ยถิง! ฝีปากของเ้ายิ่งนานวันก็ยิ่งร้ายกาจ ดี! วันนี้ข้าจะต้องทำให้เืกบปากเ้าให้ได้อยากจะรู้นักว่าหลังจากวันนี้ไปเ้ายังจะปากเก่งเช่นนี้ได้อีกหรือไม่” นางพูดพลางหันไปมองสาวใช้ของตนเองแล้วตวาดออกมา
“ยืนมองอะไรกัน ไปช่วยกันจับนางเอาไว้สิ” เมื่อซูเหม่ยเหยาเอ่ยเช่นนี้บรรดาสาวใช้ของนางก็ต่างพากันเข้าไปช่วยกันจับซูเหม่ยถิงในทันที
“หากผู้ใดกล้าลงมือกับข้า ข้าจะทำให้เ้าอยู่มิสู้ตาย” คำพูดของซูเหม่ยถิงทำให้สาวใช้ต่างชะงักนิ่ง
“ยังไม่รีบเข้าไปจับตัวนางเอาไว้อีก หากไม่รีบลงมือจับนางให้ข้าวันนี้พวกเ้าได้ถูกขายออกไปอย่างเช่นแม่สาวใช้ที่ชื่อฝูหรงแน่” คำพูดของซูเหม่ยเหยาทำให้บรรดาสาวใช้รีบเข้าจับร่างของซูเหม่ยถิงในทันที
“ผู้ใดกล้าแตะต้องน้องสาวของข้าเป็ได้เห็นดีกันแน่” คำพูดของซูหย่วนจิ้งทำให้บรรดาสาวใช้ต้องชะงักไปแล้วหันไปมองหน้าซูเหม่ยเหยาอีกครั้ง
“น้องเล็ก เื่ที่เ้าทำในวันนี้หมายความว่าอย่างไร ไปน้องหญิงเ้าไปกับพี่วันนี้พี่จะพาเ้าไปร้องขอความเป็ธรรมจากท่านย่าให้เ้าเอง” เมื่อพูดจบซูหย่วนจิ้งก็เดินไปจับจูงมือของน้องสาวพานางไปที่เรือนสงบใจของฮูหยินผู้เฒ่าโดยไม่สนใจผู้อื่นในทันที ส่วนซูเหม่ยถิงก็ยินยอมเดินตามพี่ชายไปแต่โดยดีแถมยังหันไปมองซูเหม่ยเหยาด้วยสายตาท้าทาย
“พี่ใหญ่ส่งคนไปตามหาฝูหรงให้ข้าที เมื่อครู่นี้น้องเล็กหลุดปากออกมาว่านางขายฝูหรงเข้าหอนางโลม” เมื่อซูเหม่ยถิงเอ่ยเช่นนี้ ซูหย่วนจิ้งก็คลายมือที่จับจูงน้องสาวของตนออกแล้วหันไปออกคำสั่งกับคนสนิทของเขาที่เดินตามมาด้วยในทันที
“พวกจ้าไปกระจายคนออกไปตชตามหาฝูหรง รีบหาให้พบแล้วไถ่ตัวนางกลับมาให้ได้” เมื่อเขาเอ่ยเช่นนี้คนของเขาก็รับคำพลางยื่นมือไปรับถุงเงินก้อนใหญ่ที่ซูหย่วนจิ้งส่งไปให้พอคนของเขาไปแล้วเขาก็หันไปพูดกับน้องสาวด้วยสีหน้าขุ่นมัว
“พวกเราไปที่เรือนของท่านย่ากันเถิด ต่อให้นางมีความลำเอียงมากเพียงใดแต่ภายใต้ความผิดที่พวกน้องเล็กกับคนสกุลเวินตั้งใจลงมือกับเ้าข้าจะไม่ยอมให้นางเห็นดีเห็นงามกับการกระทำอันชั่วช้าเช่นนี้แน่” เมื่อพี่ชายของนางเอ่ยเช่นนี้ซูเหม่ยถิงก็พยักหน้า ในใจก็คิดว่านางรู้แล้วว่าเพราะเหตุใดเ้าของร่างคนเก่าจึงได้พยายามทำทุกอย่างเพื่อพี่ชายผู้นี้ของตน ที่แท้ก็เป็เพราะเขาคือคนสนิทแค่เพียงคนเดียวที่คอยออกหน้าปกป้องนางอย่างไม่คิดจะหวั่นเกรงผู้ใด สองพี่น้องจึงได้พร้อมใจเดินตรงไปที่เรือนสงบใจของฮูหยินผู้เฒ่า
“คุณชายใหญ่ ยามนี้ฮูหยินผู้เฒ่ากำลังต้อนรับแขกอยู่ยังไม่สะดวกให้คุณชายใหญ่เข้าไปเ้าค่ะ” เฝิงมามารีบเดินเข้ามาห้ามในทันทีเมื่อเห็นว่าซูหย่วนจิ้งกำลังจะพาน้องสาวของตนเข้าไปด้านใน
“เ้าถอยออกไป ข้าไม่ใช่คนหูหนวกตาบอดวันนี้ข้าจะต้องทวงคืนความเป็ธรรมให้แก่น้องสาวของข้าให้ได้” เมื่อเอ่ยจบซูหย่วนจิ้งก็พาน้องสาวของตนเองเข้าไปในห้องโถงกลางของเรือนสงบใจที่ในยามนี้มีเวินหานเซียงกำลังนั่งคุกเข่าอยู่กลางโถงส่วนด้านข้างของนางมีคนสกุลเวินยืนอยู่ คนที่นั่งเด่นเป็ประธานคือฮูหยินผู้เฒ่า ส่วนคนที่นั่งอยู่ด้านข้างคือรุ่ยอ๋องและซูฮุ่ยิ
“พวกเ้าเข้ามาที่นี่ทำไม” คำถามของฮูหยินผู้เฒ่าทำให้ซูหย่วนจิ้งและซูเหม่ยถิงพร้อมใจกันเดินไปคุกเข่าลงตรงหน้าของนาง ซูหย่วนจิ้งเป็คนเอ่ยปากก่อนด้วยน้ำเสียงขอความเมตตา
“ท่านย่า เมื่อครู่นี้ข้าเดินไปที่เรือนของน้องหญิงจึงได้ยินคำพูดของน้องเล็ก นางไม่เพียงกำลังสั่งให้สาวใช้ช่วยกันจับตัวของน้องหญิงเอาไว้ยังตั้งใจจะลงมือตบตีน้องหญิงที่เป็พี่สาวของนางอีกด้วย หลานไม่เคยรู้เลยว่ายามที่อยู่ลับหลังผู้อื่นนางจะร้ายกาจได้มากถึงขนาดนี้ พอหลานคิดถึงเื่ที่ได้ยินในวันนี้หลานก็พอจะรู้แล้วว่าแท้จริงแล้วน้องสาวคนเล็กของหลานช่างมีจิตใจที่ร้ายกาจมากจริงๆ” คำพูดของซูหย่วนจิ้งทำให้ทั้งฮูหยินผู้เฒ่าและเวินหานเซียงต่างก็ขมวดคิ้ว
“ท่านย่า พี่ชายใหญ่เข้าใจหลานผิดแล้วเ้าค่ะ” ซูเหม่ยเหยาเอ่ยพลางเดินเข้าไปเกาะแขนของฮูหยินผู้เฒ่า ทำให้ยามนี้กลายเป็พี่ชายและพี่สาวของนางต่างก็กำลังคุกเข่าให้นางไปด้วย ภาพเช่นนี้ทำให้รุ่ยอ๋องร้อง เฮอะ! ออกมาแล้วหันไปจ้องมองซูฮุ่ยิด้วยสายตากดดัน
“เหยาเหยา เ้าไม่เห็นหรือว่ายามนี้ผู้ใหญ่กำลังพูดคุยกันอยู่” เสียงว่ากล่าวของซูฮุ่ยิทำให้ซูเหม่ยเหยาทำสีหน้าที่เต็มไปด้วยน่าสงสารให้ฮูหยินผู้เฒ่าได้เห็น ฮูหยินผู้เฒ่าจึงได้ทอดถอนใจออกมาแล้วใช้มือตบมือหลานสาวที่กำลังเกาะกุมต้นแขนของตนเบาๆ อย่างปลอบใจ
“เหยาเหยาเ้าออกไปก่อนเื่ในวันนี้เ้าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ไม่ควรจะอยู่ที่นี่” เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยเช่นนี้ซูเหม่ยถิงก็ขยับตัวลุกขึ้นแล้วยื่นมือไปประคองพี่ชายของตนเองขึ้นมา นางสบตากับซูเหม่ยเหยาแล้วก็จ้องมองฮูหยินผู้เฒ่าด้วยสายตาเย้ยหยันแล้วจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น โดยไม่สังเกตเลยสักนิดว่ายามนี้รุ่ยอ๋องกำลังจ้องมองมือของนางที่กำลังเกาะกุมท่อนแขนของพี่ชายของนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่ชอบใจ
“ท่านย่าจะให้น้องเล็กออกไปจากที่นี่ทำไมกันเล่าเ้าคะ ในเมื่อเื่ในวันนี้นางเป็คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงแถมยังเป็คงลงมือกับหลานด้วยตนเอง” คำพูดของซูเหม่ยถิงทำให้สายตาทุกคู่ต่างก็หันไปจ้องมองนางอย่างคาดไม่ถึง
“ในเมื่อยามนี้ทุกคนรู้เื่ในวันนี้ก็ไม่มีสิ่งใดต้องปิดบังกันอีก ใช่แล้ว! ยามนี้ข้าไม่ใช่สตรีที่บริสุทธิ์ผุดผ่องอีกแล้ว สาเหตุก็คงเพราะมีคนไม่อยากให้ข้าได้แต่งเข้าตำหนักบูรพา ส่วนคนที่ลงมือน่ะหรือก็คือสตรีผู้นี้ที่ลงมือวางยาพี่สาวของตนเองเพียงเพราะหวังว่าชื่อของนางจะได้รับการประกาศออกไปว่าคือนางที่กำลังจะเป็ว่าที่ไท่จื่อเฟยของตำหนักบูรพา” คำพูดของซูเหม่ยถิงทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าถึงกับตวาดออกมาในทันที
“เ้ารู้ตัวใช่ไหมว่ากำลังพูดสิ่งใดออกมา” ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยพลางแผ่รังสีกดดันออกมา หากเื่นี้ส่งผลถึงชื่อเสียงของซูเหม่ยเหยา เื่ตำแหน่งไท่จื่อเฟยของคุณหนูสกุลซูก็จะพลาดไปจากบ้านสายหลักแล้วกลายเป็ของบ้านสายรองของสกุลซูในทันที แต่ซูเหม่ยถิงกลับยิ้มออกมาแล้วหันไปจ้องมองรุ่ยอ๋อง
‘หากเ้าไม่ได้ ก็อย่าปล่อยให้คนที่ทำร้ายเ้าได้ไป’ คำพูดของเขาทำให้นางคิดได้ว่าบ้านสายรองของสกุลซูก็ไม่ธรรมดา นายท่านของบ้านรองมีตำแหน่งเป็ถึงราชเลขาธิการของฝ่าา อีกทั้งซูเหม่ยหลิงผู้เป็ญาติผู้น้องก็มีความสัมพันธ์อันดีกับซูเหม่ยถิง หากนางพลาดตำแหน่งไปแต่สามารถทำให้ซูเหม่ยหลิงได้ตำแหน่งไท่จื่อเฟยไปได้เ้าของร่างเก่าก็คงจะเห็นดีเห็นงามกับความคิดนี้ของนาง