บทที่ 40 ขุนพลเทพเฟยเผิงกับกระบี่สยบมาร (รีไรต์)
เมิ่งฝานไม่พูดอะไร
แม้ไม่ได้ปฏิเสธแต่ความเงียบนั้นกลับสื่อถึงการไม่ยอมรับ
“รอข้าประเดี๋ยว!” ร่างของผู้อาวุโสหลินวูบไหวแล้วหายตัวไปจากชั้นสองของหอคอยกระบี่
หลังจากผ่านไปประมาณหนึ่งก้านธูป เขาก็กลับมายังชั้นสองของหอคอยกระบี่อีกครั้ง
และในมือของเขาก็มีกระบี่เล่มหนึ่งเพิ่มขึ้นมา
มันดูเป็นเพียงกระบี่ธรรมดาทว่าเพียงแค่เห็นก็สัมผัสได้ถึงอานุภาพเทพอันไร้สิ้นสุดที่แผ่ซ่านออกมา
“ข้าให้เวลาเจ้าหนึ่งก้านธูป จงสัมผัสถึงกระบี่เล่มนี้ เพื่อให้เจ้าได้เห็นว่าการปราบปีศาจที่แท้จริงเป็นอย่างไร!” ผู้อาวุโสหลินโยนกระบี่ให้เมิ่งฝาน
เมิ่งฝานรับกระบี่ไว้!
ทันทีที่สัมผัสกระบี่สีหน้าของเมิ่งฝานก็เปลี่ยนไปอย่างรุนแรง
เพราะในห้วงความคิดของเขา ปรากฏข้อมูลของกระบี่เล่มนี้ขึ้นมา
'กระบี่สยบมารที่ถูกผนึก'
'กระบี่สยบมาร นามเดิมคือ 'กระบี่จ้าวต่าน' หลอมขึ้นจากดวงวิญญาณของน้ำพุเทพจ้าวต่านโดยจักรพรรดิเทพฝูซี ผสานกับเหล็กเทพดาวตก จากนั้นจึงประทานให้แก่ขุนพลเฟยเผิงแห่งแดนเทพ'
'เนื่องจากเฟยเผิงพ่ายแพ้ในการต่อสู้กับฉงโหลวในแดนเซียนใหม่ จึงตกลงมายังโลกมนุษย์ กระบี่สยบมารมีพลังเทพที่ข่มขวัญเหล่าปีศาจ จึงได้รับการยกย่องให้เป็นสมบัติประจำสำนักของสำนักกระบี่สู่ซาน'
...
เมื่อเห็นข้อมูลเหล่านี้ปรากฏขึ้นในหัว เมิ่งฝานถึงกับตกตะลึง
นี่คือกระบี่เทวะที่แท้จริง!
ครั้งหนึ่งเคยเป็นกระบี่ประจำกายของขุนพลเทพแห่งแดนเทพและเป็นกระบี่เทวะประจำสำนักสู่ซาน
ในฐานะศิษย์สู่ซาน เมิ่งฝานย่อมเคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับกระบี่สยบมารมาบ้าง
เขาไม่เคยฝันเลยว่า ในยามที่ตนเองยังอ่อนแอเช่นนี้กลับมีวาสนาได้เห็นกระบี่สยบมาร
ผู้อาวุโสหลินผู้นี้ แท้จริงแล้วมีฐานะอย่างไรในสำนักกระบี่สู่ซานกันแน่
ถึงขั้นสามารถนำกระบี่สยบมารออกมาได้อย่างง่ายดายเช่นนี้
เหลือเชื่อเกินไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม บนกระบี่สยบมารเล่มนี้ไม่มีจิตอาฆาตกระบี่ปรากฏขึ้น เมิ่งฝานจึงไม่สามารถมองเห็นความทรงจำใด ๆ ได้
เขานึกถึงคำแนะนำของกระบี่สยบมาร
'กระบี่สยบมารที่ถูกผนึก'
อาจเป็นเพราะกระบี่เล่มนี้ถูกผนึกไว้ เขาจึงไม่สามารถสัมผัสถึงจิตอาฆาตกระบี่และไม่เห็นความทรงจำได้
แต่คิดดูอีกที หากเป็นกระบี่สยบมารในสภาพปกติ ผู้อาวุโสหลินคงไม่กล้านำมาให้เขาดูแน่นอน
หากเป็นกระบี่สยบมารที่ไม่ได้ถูกผนึก เพียงแค่สัมผัสเขาอาจถูกบดขยี้จนสลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว!
“ผู้อาวุโสหลิน นี่คือกระบี่สยบมารหรือ?” เมิ่งฝานกล่าวกับผู้อาวุโสหลินด้วยความตกใจอย่างยิ่ง
“เจ้าจำกระบี่สยบมารได้ด้วยหรือ?” ผู้อาวุโสหลินเผยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อยพลางมองเมิ่งฝานด้วยความสงสัย
“กระบี่สยบมาร นี่คือสมบัติล้ำค่าของสำนักกระบี่สู่ซาน ท่านนำออกมาอย่างง่ายดายเช่นนี้ได้อย่างไร?” เมิ่งฝานกล่าวด้วยความตกตะลึง
“คนอื่นนำออกมาไม่ได้ แต่ข้าผู้เป็นอาจารย์ของเจ้าคือผู้อาวุโสคุมกระบี่รุ่นปัจจุบันของสำนักกระบี่สู่ซาน กระบี่สยบมารเล่มนี้เดิมทีอยู่ในความดูแลของข้าอยู่แล้ว” ผู้อาวุโสหลินตอบด้วยท่าทางไม่ใส่ใจ
ช่างมั่นใจเสียจริง!
ใบหน้าของเมิ่งฝานปรากฏความจนใจเล็กน้อย
แต่นี่นับเป็นเรื่องดีเพราะเขาย่อมได้รับผลประโยชน์ไปด้วย
หากผู้อาวุโสหลินไม่ใช่ผู้อาวุโสคุมกระบี่ เขาก็คงไม่มีโอกาสได้ชื่นชมความสง่างามของกระบี่สยบมาร
ถึงแม้จะเป็นกระบี่สยบมารที่ถูกผนึกก็เถอะ
ว่าแต่ ผู้อาวุโสคุมกระบี่คือตำแหน่งแบบไหนกัน
ฟังดูน่าเกรงขามยิ่งนัก เห็นได้ชัดว่าเก่งกว่าผู้อาวุโสทั่วไป
ผู้อาวุโสหลินกล่าวต่อว่า “กระบี่สยบมารเล่มนี้ถูกผนึกไว้แล้ว ดังนั้นเจ้าสามารถพิจารณาได้ตามสบาย ไม่ต้องกลัวว่าจะมีอันตรายใด ๆ ”
“แม้กระบี่สยบมารจะถูกผนึก แต่เจตจำนงกระบี่ยังหลงเหลืออยู่ย่อมเพียงพอให้เจ้าทำความเข้าใจแล้ว”
“หากเป็นกระบี่สยบมารที่ไม่ได้ผนึก ข้าไม่มีทางนำออกมาให้เจ้าดูเด็ดขาดเพราะนั่นเท่ากับเป็นการทำร้ายเจ้า หรืออาจทำให้เจ้าถึงแก่ความตายในทันที!”
เมิ่งฝานพยักหน้า เขาเข้าใจเหตุผลนี้ดี
แต่ถึงจะเป็นกระบี่สยบมารที่ถูกผนึก มันก็เพียงพอให้เขาศึกษาแล้ว
“ท่านอาจารย์ กระบี่เล่มนี้ข้าชักออกได้หรือไม่?” เมิ่งฝานถามอย่างระมัดระวัง
แม้จะอยากลอง แต่ในใจก็ยังหวั่นเกรง
เพราะชื่อเสียงของกระบี่สยบมารนั้นโด่งดังเกินไป!
“ชักออกเถอะ ไม่มีปัญหาอะไร อีกอย่างอาจารย์ยังอยู่ที่นี่เพื่อคุ้มครองเจ้าด้วย” ผู้อาวุโสหลินกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
การรับเป็นอาจารย์ครั้งนี้ช่างคุ้มค่ายิ่งนัก!
เมิ่งฝานวางมือลงบนด้ามกระบี่สยบมารด้วยความตื่นเต้น
จากนั้นก็ออกแรงดึงอย่างแรง!
วินาทีต่อมา…
มันไม่ขยับเลยแม้แต่นิดเดียว
เมิ่งฝานหน้าเจื่อนลงทันที สถานการณ์ตอนนี้ช่างน่ากระอักกระอ่วนยิ่งนัก
ช่วยไม่ได้จริง ๆ มันชักไม่ออก!
ผู้อาวุโสหลินยิ้มบาง ๆ เขากุมมือลงบนฝักกระบี่สยบมาร แล้วออกแรงเพียงเล็กน้อย
“เคร้ง!~~~”
เสียงกระบี่กังวาน กระบี่สยบมารหลุดออกจากฝัก
ผู้อาวุโสหลินเป็นผู้ดึงฝักกระบี่ออก ส่งผลให้ตัวกระบี่สยบมารหลุดมาอยู่ในมือของเมิ่งฝาน
สีหน้าของเมิ่งฝานเปลี่ยนไป ใบหน้าแดงระเรื่อ
ในขณะเดียวกัน ต้นกำเนิดกระบี่สายหนึ่งก็หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเมิ่งฝาน
ใช่แล้ว ไม่ใช่แค่ไหลเข้าแต่เป็นการทะลักเข้าสู่ร่างกาย!
ครั้งนี้ปริมาณของต้นกำเนิดกระบี่นั้นมากมายจนน่าตกใจ
ทว่ายามนี้เมิ่งฝานไม่มีกะจิตกะใจจะสนใจต้นกำเนิดกระบี่ สายตาและสติสัมปชัญญะทั้งหมดของเขาจดจ่ออยู่ที่กระบี่สยบมาร
เมื่อกระบี่ถูกชักออก แม้กระบี่สยบมารจะถูกผนึกไว้แต่บนคมกระบี่ยังคงมีกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ออกมา
พรสวรรค์วิถีกระบี่หยั่งรู้เทพของเมิ่งฝานเริ่มทำงานโดยทันที มันทำงานอย่างบ้าคลั่งเพื่อดูดซับกลิ่นอายนี้!
ผ่านไปครึ่งก้านธูป กลิ่นอายบนกระบี่จึงเริ่มสงบลง
และดวงตาของเมิ่งฝานก็เปล่งประกายขึ้น!
ผู้อาวุโสหลินเผยรอยยิ้มบาง ๆ แล้วกล่าวว่า “ดูท่าว่า จะได้รับอะไรบางอย่าง?”
“ได้รับขอรับ!” เมิ่งฝานพยักหน้า
“ข้าขอขอดูหน่อยว่าได้รับอะไรมา” ผู้อาวุโสหลินกล่าว
เมิ่งฝานกุมกระบี่สยบมารแล้วฟันลงมาหนึ่งกระบี่
'วิชากระบี่ปราบมาร'
ทว่าตัววิชากระบี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ สิ่งที่สำคัญคือ......
เจตจำนงกระบี่สายหนึ่งปรากฏขึ้นกลางอากาศ
'เจตจำนงกระบี่สยบมาร'
แม้จะกล่าวว่าเจตจำนงกระบี่สยบมาร เป็นเจตจำนงกระบี่ที่ฝึกสำเร็จได้ง่ายที่สุดในบรรดาวิชากระบี่ทั้งหมดของสำนักกระบี่สู่ซาน แต่เมิ่งฝานเพิ่งสัมผัสวิชากระบี่ทราบมารได้เพียงสองวัน กลับสามารถฝึกเจตจำนงกระบี่จนสำเร็จได้ นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
ผู้อาวุโสหลินเองก็มองภาพนี้ด้วยความตกตะลึง
ปีศาจเฒ่าอย่างเขาผ่านโลกมามาก เห็นเหตุการณ์มาทุกรูปแบบ แต่ในขณะนี้เขาก็ยังถูกเมิ่งฝานทำให้ตกใจได้
ความจริงแล้วที่เขานำกระบี่สยบมารออกมาก็เพื่อให้เมิ่งฝานบรรลุเจตจำนงกระบี่สยบมารนั่นเอง
เพราะกระบี่สยบมารเป็นกระบี่เทวะประจำสำนักของสำนักกระบี่สู่ซาน เคยสังหารเผ่าอสูรมานับไม่ถ้วน แม้แต่ระดับราชาปีศาจหรือจักรพรรดิปีศาจก็มี!
เจตจำนงกระบี่สยบมารที่บรรจุอยู่ในกระบี่สยบมารเล่มนี้ เรียกได้ว่ากองพะเนินเป็นภูเขา
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า หลายคนสามารถบรรลุเจตจำนงกระบี่สยบมารได้ผ่านกระบี่สยบมาร
แต่การบรรลุเจตจำนงกระบี่สยบมารภายในเวลาเพียงหนึ่งก้านธูปนั้น เป็นสิ่งที่เกินกว่าจินตนาการของผู้อาวุโสหลินไปมาก!
เขารู้ว่าความสามารถในการทำความเข้าใจของเมิ่งฝานนั้นเข้าขั้นปีศาจ ดังนั้นแผนการเดิมของเขาคือ ให้เมิ่งฝานบรรลุเจตจำนงกระบี่สยบมารภายในสิบวัน
ซึ่งนั่นก็ถือว่าเกินจริงมากแล้ว!
แต่เมิ่งฝานกลับเหนือความคาดหมายยิ่งกว่า โดยใช้เวลาเพียงหนึ่งก้านธูปเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ผู้อาวุโสหลินเริ่มชินกับการถูกเมิ่งฝานทำให้ตกตะลึง เขาสามารถเก็บงำความตกตะลึงไว้ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉย ไร้อารมณ์ และสงบนิ่งได้อย่างสมบูรณ์
“ไม่เลว ข้าให้กระบี่สยบมารแก่เจ้าก็เพื่อให้เจ้าบรรลุเจตจำนงกระบี่สยบมาร เจ้าไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวังจริง ๆ ” ผู้อาวุโสหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
ดูเหมือนว่าผลลัพธ์ของเมิ่งฝานจะเป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้
ทว่าหางตาที่สั่นระริก กลับทรยศความรู้สึกภายในใจของเขา
“ขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ให้โอกาสศิษย์ได้พิจารณากระบี่” เมิ่งฝานส่งกระบี่สยบมารคืนให้ผู้อาวุโสหลินด้วยความอาลัยอาวรณ์ยิ่ง
ผู้อาวุโสหลินเก็บกระบี่สยบมารเข้าฝัก
กระบี่สยบมารย่อมไม่สามารถให้เมิ่งฝานสัมผัสได้เป็นเวลานาน
“ตอนนี้หลังจากบรรลุเจตจำนงกระบี่สยบมารแล้ว เจ้ามีความเข้าใจใหม่ ๆ ต่อวิชากระบี่ปราบมารหรือไม่?” ผู้อาวุโสหลินกล่าวด้วยท่าทางลึกลับ
“ใช่ขอรับ!” เมิ่งฝานพยักหน้า
“เอาละ เจ้าลงไปได้ ตอนนี้การไปสั่งสอนแม่หนูหลิ่วนั่นคงจะง่ายขึ้นมากแล้ว” ผู้อาวุโสหลินกล่าวกับเมิ่งฝาน