บทที่ 21 ไก่มาจากไหน (รีไรต์)
กู้ไฮว่ถิงและทีมไม่ได้ออกปฏิบัติภารกิจมาทั้งวันแล้ว เื่แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ความแข็งแกร่งของพวกเขานั้นถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากภารกิจครั้งแล้วครั้งเล่า จนถึงตอนนี้พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะประมาท
แต่ครั้งนี้ทุกคนไม่มีใครบ่นแม้แต่น้อย พวกเขาตามหาเจียงอี้อิ่นมาทั้งวันแล้ว แม้ยามราตรีจะมาเยือนแล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงไร้วี่แวว
ในใจทุกคนต่างรู้สึกหนักอึ้ง ไม่มีใครอยากจะเอ่ยถึงการคาดเดาอันเลวร้ายนั้นออกมา
เมื่อเวลาผ่านไป ใจของกู้ไฮว่ถิงก็ยิ่งจมดิ่งลงไปทุกที
เถ้าแก่เจียง คุณอยู่ที่ไหนกัน
“ลูกพี่ มีคนมาหาครับ!”
เสียงของซุนเฮาทำให้เขาสะดุ้งออกจากภวังค์
“ใคร”
ซุนเฮาบอกชื่อที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน
กู้ไฮว่ถิงตอนนี้ไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะต้อนรับแขก “นายไปถามเขาว่ามีธุระอะไร ถ้าไม่ใช่เื่สำคัญ ก็นัดให้มาวันหลังแล้วกัน”
ซุนเฮาตอบรับแล้ววิ่งออกไป ทว่าไม่นานเขาก็พาคนผู้นั้นกลับมาด้วย
ดูท่าทางคงเป็เื่สำคัญ กู้ไฮว่ถิงจึงจำต้องตั้งสติเตรียมรับมือกับเื่นี้ แต่ใครจะคาดคิดว่า...
“กัปตันกู้ เถ้าแก่เจียงฝากผมมาบอกข่าวดีกับคุณครับ เธอกลับถึงเมืองอาหารอย่างปลอดภัยแล้ว รอพวกคุณแวะไปกินข้าวอยู่นะ”
กู้ไฮว่ถิงเบิกบานขึ้นมาทันที “นายได้เจอกับเถ้าแก่เจียงแล้วงั้นเหรอ”
“ใช่ครับ พอผมได้ใบปลิวเมื่อวาน ผมก็รู้สึกอยากเห็นเมืองอาหารขึ้นมา วันนี้เลยชวนเพื่อน ๆ ไปทำภารกิจที่พื้นที่อันตรายระดับ C แล้วก็เลยแวะไปดูที่นั่นซะหน่อย อืม... บะหมี่หยางชุน เนื้อตุ๋น... อร่อยกว่าเจียนปิ่งอีกนะเนี่ย!”
ยิ่งพูดเขาก็ยิ่งออกนอกเื่ ดูจากท่าทางที่หวนคิดถึงรสชาติอันหอมหวาน ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่าตกลงว่าภารกิจกับการกิน อะไรกันแน่ที่เป็เื่รอง
กู้ไฮว่ถิงถามย้ำหลายครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเขาเจอเจียงอี้อิ่นตัวเป็ ๆ ที่เมืองอาหารแล้วจริง ๆ ความกังวลจึงได้คลายลงเสียที
ภายในพื้นที่เขตปลอดภัย เจียงอี้อิ่นกำลังเตรียมตัวอัปเกรดร้านบะหมี่หยางชุน ทันใดนั้นก็เห็นศีรษะเล็ก ๆ ที่คุ้นเคยโผล่มาจากหลังต้นไม้
“วันนี้มาเร็วจังนะ” เธอเงยหน้ามองท้องฟ้า ฟ้ายังไม่มืดสนิท เด็กคนนั้นก็วิ่งมาถึงแล้ว
ครั้นนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนเธอไม่อยู่ เขาคงจะหิวแย่ เธอจึงรีบต้มบะหมี่ เตรียมเนื้อตุ๋น และถั่วเขียวต้มน้ำตาลอีกหนึ่งถ้วย
เธอเดินเข้าไปใกล้เด็กชายช้า ๆ เห็นได้ชัดว่าเขามีท่าทีตื่นกลัวไม่น้อย แต่ถึงกระนั้นก็ไม่หลบหนี เพียงแต่ขยับตัวไปแอบหลังต้นไม้ ซ่อนร่างกายส่วนใหญ่เอาไว้อย่างมิดชิด
“รีบกินเร็วเข้า เมื่อวานฉันไม่อยู่ นายคงหิวแย่แล้วสินะ” เธอไม่ได้เข้าใกล้อีกฝ่ายมากนัก แต่วางของไว้ตรงขอบเขตพื้นที่ปลอดภัย แล้วถอยหลังกลับมานั่งยอง ๆ คุยกับเขา
“นายกินข้าววันละมื้อหรือไง ตอนกลางวันไม่หิวเหรอ ถ้าหิวก็มาเอาไปกินได้นะ” เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง “แต่ตอนกลางวันอาจมีคนอื่นมาด้วย ถ้ามาตอนนั้นอาจจะอันตรายนิดหน่อย เดี๋ยวตอนกลางคืนฉันเตรียมไว้ให้เยอะ ๆ หน่อยละกัน นายจะได้เก็บไว้กินตอนกลางวันได้บ้าง”
เด็กชายก้มหน้าก้มตากินบะหมี่ ไม่รู้ว่าเขาฟังสิ่งที่เธอพูดรู้เื่ไหม
แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจ คิดอะไรได้ก็ลงมือทำ ทำเจียนปิ่งสองชิ้น เตรียมน้ำเต้าหู้กับถั่วเขียวต้มน้ำตาลไว้อย่างละถ้วย ใส่เนื้อตุ๋นลงถุงอีกชุดหนึ่ง ส่วนบะหมี่ เธอไม่ได้เตรียมไปให้ เพราะถ้าทิ้งไว้นานจะอืด
หลังจากแบ่งของทั้งหมดออกเป็สองส่วนใส่ถุงเรียบร้อยแล้ว เธอก็นำไปวางไว้ตรงที่เดิม เด็กชายจึงเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีดำสนิทจ้องมองเธอไม่วางตา
เจียงอี้อิ่นเอ่ยเสียงเบา “เอาไปกินตอนกลางวันนะ”
เด็กชายยัดเนื้อที่เหลือเข้าปากจนหมด แล้วค่อย ๆ เอื้อมมือไปหยิบถุงที่วางอยู่ ก่อนจะมองเธออีกครั้ง
เธอคนนั้นยิ้มอย่างอ่อนโยน
เด็กชายค่อย ๆ ถอยหลัง ร่างกายของเขาหายไปหลังต้นไม้อย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยเสียงเหยียบหญ้าสวบสาบ คงเป็เสียงที่เขาวิ่งหนีไป
เธอจ้องมองไปที่ป่ามืดเป็เวลานาน ก่อนจะถอนหายใจออกมา
ถ้าคนอื่นรู้ว่าเธอแอบเอาอาหารมาให้เด็กคนนี้ พวกเขาคงจะวิจารณ์เธออย่างหนัก
แต่เธอรู้สึกว่าเด็กที่กินบะหมี่เสร็จแล้วยังอุตส่าห์เอาชามมาคืนไม่ใช่คนที่ไม่สามารถสื่อสารด้วยได้ ทุกครั้งที่เจอ แม้ว่าเด็กคนนั้นจะหิวจนน้ำลายไหล แต่เขาก็ไม่เคยแสดงท่าทีก้าวร้าวสักครั้ง
เธอรู้ว่าความคิดเหล่านี้อาจเป็เพราะเธอเอาประสบการณ์ในวัยเด็กของตัวเองไปมองเด็กคนนี้ บางทีพรุ่งนี้เด็กคนนี้อาจถูกผู้ใช้พลังพิเศษจับตัวไปก็ได้ แต่ก่อนที่เื่แบบนั้นจะเกิดขึ้น เธอก็อดไม่ได้ที่จะช่วยเขา
หลังจากนั่งเหม่ออยู่พักหนึ่ง เธอก็อัปเกรดร้านบะหมี่ แล้วกลับไปพักผ่อนที่หลังร้าน พอตื่นขึ้นมาในเช้าวันรุ่งขึ้น ความเศร้าโศกทั้งหมดก็หายเป็ปลิดทิ้ง
เมื่อก้าวออกจากห้องพักสำเร็จรูปที่เพิ่งซื้อ เธอก็ยิ้มอย่างมีความสุข
“อรุณสวัสดิ์ทุกคน!”
กู้ไฮว่ถิงและคนอื่น ๆ กำลังยืนล้อมรอบอะไรบางอย่างอยู่ เมื่อได้ยินเสียงของเธอ ทุกคนก็หันกลับมามองทันที
เมื่อเห็นเธอดูแข็งแรงดี กู้ไฮว่ถิงก็คลายความกังวลสุดท้ายที่เหลืออยู่ลงได้ ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อคืนเขาเป็กังวลแค่ไหน เดิมทีเขาตั้งใจจะรีบมาหาเธอั้แ่เมื่อคืน เพื่อดูให้แน่ใจว่าเธอปลอดภัยดี แต่ฐานถูกสัตว์กลายพันธุ์โจมตี ผู้บัญชาการจางมอบหมายภารกิจให้เขา เขาจึงต้องรอจนถึงเช้า
หลังจากถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาก็รู้สึกใจลอยไปชั่วขณะ
เราสนใจเจียงอี้อิ่นมากเกินไปหรือเปล่านะ...
“พวกคุณกำลังดูอะไรอยู่น่ะ” เจียงอี้อิ่นเดินเข้าไปใกล้ จึงเห็นว่าพวกเขากำลังล้อมวงดูสัตว์ที่ตายแล้วตัวหนึ่ง
อาสยงรีบพูดขึ้นว่า “มันคือไก่ฟ้ากลายพันธุ์ เป็หนึ่งในสัตว์กลายพันธุ์ที่เรารู้ว่ากินได้ แต่หลังจากกลายพันธุ์มันบินค่อนข้างเร็ว แถมยังใช้พลังลมได้อีก มิหนำซ้ำยังระวังตัวสุด ๆ จับได้ยากมาก!”
เธอยิ้มออกมา “งั้นพวกคุณก็เก่งมากเลยสิที่จับไก่ฟ้ากลายพันธุ์ได้ เดี๋ยวฉันจะช่วยทำอาหารให้เอง”
อาสยงโบกมือปฏิเสธทันที “ไม่ใช่พวกเรา พวกเรามาเจอไก่ตัวนี้นอนอยู่ตอนเช้า”
เธอชะงักไป “ไม่ใช่พวกคุณ แล้วไก่ตัวนี้มาจากไหน”
ทุกคนต่างส่ายหน้า
กู้ไฮว่ถิงได้สติกลับมา เขาหยิบไก่ฟ้ากลายพันธุ์ขึ้นมาตรวจสอบ แล้วพูดว่า “ตายมาแล้วไม่เกินสามสิบนาที น่าจะถูกวางไว้ตรงนี้ก่อนที่พวกเราจะมา คอหัก ไม่น่าจะใช่อุบัติเหตุ”
เขาหยิบยื่นไก่ฟ้าที่ตรวจสอบด้วยพลังพิเศษแล้วว่าไม่มีพิษส่งมาให้เจียงอี้อิ่นพร้อมกับพูดว่า “เถ้าแก่ กินได้ วางใจเถอะ”
เธอได้แต่อมยิ้ม ไม่คิดว่า์จะไม่โปรยเงินโปรยทอง แต่กลับโปรยไก่ฟ้ามาให้แทน
ถึงจะแปลกอยู่บ้าง แต่พอคิดถึงรสชาติของซุปไก่ ไก่ทอด ไก่ตุ๋น น้ำลายก็เริ่มสอแล้ว
อยากกินจริง ๆ!
สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจ กินก็กิน!
หลังจากทำอาหารเช้าให้ทีมของกู้ไฮว่ถิง พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะถามถึงเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ แต่เธอเตรียมคำตอบไว้แล้ว “ตอนนั้นสถานการณ์มันคับขัน ฉันเลยไม่มีทางเลือกจึงต้องเปิดโหมดป้องกันตัวเองของหุ่นยนต์ AI แล้วหลบหนีออกมา โหมดนี้จะไม่ปิดจนกว่าจะกลับมาถึงที่นี่ ฉันก็เลยต้องกลับมาพร้อมกับมัน ไม่ได้แจ้งให้พวกคุณทราบ ขอโทษที่ทำให้เป็ห่วงนะคะ”
พวกเขาพูดเป็เสียงเดียวกันว่า “ไม่เป็ไร ขอแค่คนปลอดภัยก็พอ” สำหรับพลังพิเศษที่ทำให้เกิดโคลนนั้น ผู้มีพลังพิเศษธาตุดินที่มีความสามารถนี้มีอยู่ไม่มากนัก ตอนนี้จึงยังไม่พบผู้ต้องสงสัย
หลังอาหารเช้า หน่วยของกู้ไฮว่ถิงต้องไปทำภารกิจในป่า เธอรีบบอกพวกเขาว่า “ตอนเที่ยงกินไก่กันนะ ถ้ากลับมาทันก็รีบกลับล่ะ”
“ได้เลย!” อาสยงะโเสียงดัง “ลูกพี่ พวกเราจะรีบกลับมาให้ทันตอนเที่ยงใช่ไหมครับ”
ร่างกายใหญ่โตสาดประกายความปรารถนาั้แ่หัวจรดเท้า กู้ไฮว่ถิงเหลือบมองเขาอย่างเอือมระอา แต่ก็ยังคงพยักหน้า
“โอ้เย่!” เสียงใครบางคนร้องขึ้นอย่างดีใจ
หลังจากส่งพวกเขาไปแล้ว เธอก็เริ่มลงมือเตรียมการ
เริ่มจากต้มน้ำร้อนหนึ่งหม้อเพื่อถอนขนไก่ จากนั้นก็กรีดคอไก่ โชคดีที่เืไก่ยังไม่แข็งตัว ไก่กลายพันธุ์มีขนาดใหญ่เป็สองเท่าของไก่ธรรมดา แค่ไก่ตัวเดียวก็ให้เืเต็มหม้อเลย
เธอใส่เกลือลงในเืไก่ จากนั้นจึงเติมน้ำเย็นลงไปสามเท่าแล้วพักไว้
หลังจากจัดการขนไก่ที่เหลืออยู่เสร็จ เธอก็ผ่าท้องไก่ ควักเครื่องในออกจนหมด สับหัวไก่และต่อมใกล้ ๆ ก้นออก จากนั้นล้างเนื้อไก่ให้สะอาด เธอหยิบมีดปลายแหลมขึ้นมาแล้วจัดการอย่างพิถีพิถัน
ขณะที่เธอกำลังง่วนอยู่กับงาน ก็มีคนกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้นบนถนน พร้อมกับะโมาแต่ไกล “เถ้าแก่ ผมมาแล้ว!”