บทที่ 9 คอขวด
่นี้ถังซานอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก เหตุผลนั้นง่ายมาก สองปีแล้ว พลังเสวียนเทียนของเขายังไม่สามารถบรรลุขั้นที่สี่ได้
เดิมทีเขาคิดว่า อย่างมากที่สุดเมื่ออายุเจ็ดขวบ เขาน่าจะสามารถก้าวข้ามไปสู่ขั้นที่สี่ได้แต่ทว่า เมื่อฝึกฝนขั้นที่สามจนถึงจุดสูงสุด เขากลับพบว่าตนเองเข้าสู่ภาวะคอขวด ภาวะคอขวดเช่นนี้ดูเหมือนไม่ได้เกิดจากสาเหตุของตัวเขาเอง แต่เป็แรงกดดันบางอย่างที่มองไม่เห็นในดาวฝ่าหลานนี้ จากขั้นที่สามไปสู่ขั้นที่สี่ ดูเหมือนจะเป็เื่ยากลำบาก
ถังซานพยายามฝึกฝนและสั่งสมพลังอย่างหนักมาโดยตลอด แต่ก็ยังไม่สามารถทะลวงผ่านการกดทับในขั้นนี้ได้ สองปีผ่านไป ตอนนี้เขาอายุได้แปดขวบแล้ว แต่ก็ยังคงอยู่ที่จุดสูงสุดของขั้นที่สาม อีกทั้งดูเหมือนว่าพลังที่สั่งสมมาก็ไม่สามารถช่วยให้เขาก้าวข้ามผ่านไปได้
ตอนนี้เขาใช้ดาวคะนองวูบไหวและคมมีดวายุได้คล่องแคล่วแล้ว แต่พลังทำลายล้างกลับไม่ได้เพิ่มขึ้นตามระดับพลังเสวียนเทียนที่สูงขึ้น ราวกับว่าเป็ทักษะที่ตายตัวสองอย่าง สิ่งนี้ทำให้ความสามารถทั้งหมดของเขาเข้าสู่ภาวะชะงักงัน
สถานการณ์เช่นนี้นำมาซึ่งปัญหาใหญ่ที่สุด นั่นคือการสูญเสียช่องทางที่จะเติบโตขึ้นไปได้ ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาจะหยุดชะงักอยู่ที่ขั้นนี้่
พลังขั้นสามระดับสูงสุดสามารถทำอะไรได้บ้าง? ในโลกนี้ก็ยังคงเป็เพียงผู้อ่อนแอ
ถังซานรู้ว่าตนเองจำเป็ต้องเสี่ยงลองบางอย่างเสียแล้ว
วันนี้งานของเขาคือขนส่งไม้
ในหมู่บ้าน บุรุษวัยผู้ใหญ่จะมีหน้าที่ตัดต้นไม้ ส่วนเขาก็จะช่วยผู้ใหญ่ขนย้ายไปด้วยกัน โดยใช้รถเข็นบรรทุกไปยังเมือง
พวกเขามีเด็กทั้งหมดเจ็ดคน ช่วยผู้ใหญ่สี่คนขนส่งไม้ที่บรรทุกมาในรถเข็น
ผู้ใหญ่อยู่ด้านหน้าใช้เชือกลากรถ ส่วนพวกเขาอยู่ด้านหลังช่วยกันผลักรถ
ถนนกรวดค่อนข้างราบเรียบ รถเข็นไม่ได้เคลื่อนที่เร็วนัก ผู้ใหญ่ด้านหน้าต่างใช้แรงอย่างเต็มที่ ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเป็จังหวะ
…..
เมืองหมาป่าวายุ
ถังซานเคยมาที่นี่หลายครั้งแล้ว ผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้ล้วนเป็ตระกูลหมาป่าวายุ ซึ่งเป็หนึ่งในเผ่าปีศาจหมาป่า ขุนนางหมาป่าวายุอาศัยอยู่ในจวนหลังใหญ่ที่สุดกลางเมือง
เมืองหมาป่าวายุมีชาวตระกูลหมาป่าวายุอาศัยอยู่มากกว่าหนึ่งพันตน รอบ ๆ ยังมีหมู่บ้านทาวมนุษย์อีกเจ็ดแห่ง คอยทำงานเป็ทาสเลี้ยงดูพวกเขา
หมาป่าวายุกินเนื้อเป็อาหาร ทาสมนุษย์จะกลายเป็อาหารของพวกมันบ้างเป็ครั้งคราว แน่นอนว่ายังมีสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ ที่ใช้เป็อาหารด้วยเช่นกัน เมื่อเทียบกันแล้ว หมาป่าวายุยังเป็เผ่าปีศาจที่ไม่ค่อยสนใจกินเนืุ้์มากนัก ดังนั้น โอกาสที่มนุษย์จะถูกกินที่นี่จึงน้อยลงไปบ้าง
ไม่ใช่ว่าหมาป่าวายุจะมีความเมตตามากมาย แต่เป็เพราะพวกมันคิดว่ามนุษย์ทำงานให้พวกมันมีคุณค่ามากกว่า
ถังซานเข็นรถไปพลางสังเกตสถานการณ์ในเมืองไปพลาง ที่จริงแล้วเขากำลังคิดว่า สาเหตุที่ทำให้เขาไม่สามารถทะลวงคอขวดได้ เป็ไปได้มากว่าเป็เพราะพลังเสวียนเทียนที่เขาฝึกฝนอยู่นั้น ขัดแย้งกับกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้ จึงถูกกดทับไว้ ด้วยความสามารถของเขาในตอนนี้ ย่อมไม่มีทางทะลวงพันธนาการของกฎเกณฑ์โลกนี้ได้
กฎเกณฑ์เช่นนี้ โดยทั่วไปแล้วมักเกิดจากผู้ครองภพที่มองไม่เห็น ในฐานะที่เคยเป็ราชันเทพในยุคสมัยหนึ่ง เขาเข้าใจเื่นี้ได้อย่างชัดเจน
เขาอาศัยอยู่ที่นี่มาแปดปีแล้ว แม้จะไม่เคยออกไปนอกเมืองหมาป่าวายุ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาแน่ใจ นั่นคือโลกใบนี้มีปราณิญญาฟ้าดินที่เข้มข้นมาก ซึ่งหมายความว่าทั้งภพภูมินี้ทรงพลังอย่างยิ่ง ด้วยภพภูมิที่ทรงพลังเช่นนี้ ผู้ที่อยู่ในจุดสูงสุดของมันย่อมต้องมีพลังมหาศาล แน่นอนว่าจะต้องอยู่เหนือระดับเทพในโลกเดิมของเขา ดังนั้น เ้าแห่งภพภูมินี้ หรือก็คือดาวดวงนี้เอง ก็ต้องทรงพลังอย่างมากเช่นกัน
จากการพูดคุยกับจูเจียซินก่อนหน้านี้ และการดูดซับพลังวายุในร่างของปีศาจหมาป่า เขารู้สึกอย่างคลุมเครือว่าพลังเสวียนเทียนดูเหมือนจะมีความสามารถในการกลืนกินพลังของโลกนี้ได้ บางทีนี่อาจเป็สาเหตุที่ทำให้ข้าถูกกฎเกณฑ์กดทับก็เป็ได้
การจะทะลวงขีดจำกัดโดยอาศัยเพียงพลังเสวียนเทียนคงจะยากลำบากมาก จำเป็ต้องหาหนทางใหม่เท่านั้น
จากมุมมองระดับราชันเทพของเขา วิธีที่ตรงที่สุดก็คือการทำให้เ้าแห่งภพภูมิของโลกนี้ยอมรับในตัวเขา ให้กฎเกณฑ์ยอมรับตัวเขา
เ้าแห่งภพภูมิส่วนใหญ่มักเป็เพียงการดำรงอยู่ที่มองไม่เห็น กฎเกณฑ์ทั้งหมดของภพภูมิถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตนเองและหลีกเลี่ยงการทำลายความสมดุล ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดสำหรับถังซานที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดต่อไปคือการเพิ่มพลังในโลกนี้ ซ่อนพลังเสวียนเทียนของตนให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อลดการรับรู้และการกดทับของกฎเกณฑ์ต่อตัวเขา ด้วยวิธีนี้ เมื่อหาโอกาสได้ก็สามารถทะลวงขีดจำกัดได้ทันที และสามารถฝึกฝนต่อไปได้อย่างเป็ธรรมชาติ
ที่เขากำลังสังเกตการณ์เมืองหมาป่าวายุ นั่นเป็เพราะเขา้าลองเสี่ยง สำหรับเขาในตอนนี้ วิธีที่ดีที่สุดในการเพิ่มพลังในภพภูมินี้คือการเสริมสร้างพลังของตระกูลหมาป่าวายุที่เขามีอยู่แล้ว หรือไม่ก็พลังของเสือดาววัชระ
เสือดาววัชระนั้น แน่นอนว่าไม่มีร่องรอยให้ตามหา แต่ในเมืองหมาป่าวายุนั้นมีตระกูลหมาป่าวายุอยู่มากที่สุด แผนของเขาคือหาหมาป่าวายุที่เหมาะสมเพื่อลงมือ โดยจะทดลองกับหมาป่าวายุระดับสามเป็หลัก ไม่จำเป็ต้องสังหาร เพียงแค่ทำให้อีกฝ่ายสลบ แล้วดูว่าจะสามารถใช้พลังเสวียนเทียนดูดพลังสายเืของอีกฝ่ายเพื่อเสริมสร้างพลังคมมีดวายุที่ตนมีอยู่แล้วได้หรือไม่
หากทำได้ ก็ต้องสังเกตดูว่าหมาป่าวายุที่ถูกดูดพลังสายเืไปแล้วจะสามารถฟื้นฟูพลังสายเืของตนได้หรือไม่ หากฟื้นฟูได้ ก็จะเป็การอำพรางตัวที่ดีสำหรับเขา พลังคมมีดวายุจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สายเืหมาป่าวายุในร่างกายของเขาก็จะเข้มข้นขึ้น และเขาสามารถใช้สายเืหมาป่าวายุเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของพลังเสวียนเทียนได้
นี่คือแผนการที่ถังซานได้คิดไตร่ตรองมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว ตอนนี้เขามีดาวคะนองวูบไหวและคมมีดวายุ รวมถึงพลังเสวียนเทียนขั้นที่สามระดับสูงสุด การโจมตีหมาป่าวายุแบบไม่ให้ตั้งตัวนั้นเขามั่นใจมาก
ขณะที่กำลังเดินอยู่ รถเข็นไม้ก็หยุดกะทันหัน ทำให้เด็ก ๆ ที่อยู่ด้านหลังต่างถึงกับตัวกระตุกโดยสัญชาตญาณ เด็กที่ตัวเล็กที่สุดถึงกับล้มก้นจ้ำเบ้าเพราะแรงกระแทกย้อนกลับ
ถังซานรีบควบคุมพละกำลังของตัวเอง ไม่ได้ออกแรงผลัก และแสดงปฏิกิริยาเหมือนกับเด็กคนอื่น ๆ
บุรุษผู้ใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าหยุดฝีเท้า ดูเหมือนกำลังมองไปยังทิศทางหนึ่ง
ถังซานสามารถมองเห็นได้จากด้านข้างว่าในสายตาของพวกเขาดูเหมือนจะมีความรู้สึกอิจฉาอยู่
พึงรู้ไว้ว่า พวกทาสมนุษย์ที่ถูกเลี้ยงดูมาั้แ่เด็กเหล่านี้ ปกติแล้วจะเฉยชามาก แทบจะไม่พูดอะไรเลย การแสดงอารมณ์ที่แตกต่างเช่นนี้เกิดขึ้นได้น้อยมาก
ถังซานมองตามสายตาของพวกเขาไป เห็นว่าไม่ไกลนัก มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังติดประกาศอยู่
ใช่แล้ว ผู้ที่ติดประกาศอยู่คืุ์ เพียงแต่เมื่อเทียบกับพวกทาสเหล่านี้ เสื้อผ้าของคนกลุ่มนี้อย่างน้อยก็สะอาดและเรียบร้อยกว่า
ถังซานหรี่ตาลง ใช้เนตรปีศาจสีม่วงทำให้ตนเองมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น
เขาเห็นว่าบนประกาศนั้นเขียนไว้ว่า ‘อีกสามวันจะมีการคัดกรองสายเื ทาสจากทุกหมู่บ้านที่มีสายเืหมาป่าวายุสามารถมาทดสอบได้ หากผ่านการทดสอบ จะได้รับอนุญาตให้เข้าไปอาศัยในเมืองหมาป่าวายุ เพื่อรับการฝึกฝนในฐานะบริวาร’
ถังซานเข้าใจในทันที
ปกติแล้วเขาก็มายังเมืองหมาป่าวายุเพื่อทำงาน แต่นี่เป็ครั้งแรกที่ได้เห็นประกาศเช่นนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกมนุษย์ที่ติดประกาศนั้นคงเป็บริวารของตระกูลหมาป่าวายุ นั่นก็คือพวกที่มีสายเืของหมาป่าวายุอยู่บ้าง ทำให้มีสถานะสูงกว่าทาสทั่วไปอยู่มาก อย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ใช่ทาสอีกต่อไป
เมื่อเห็นเช่นนี้ ในใจของเขาก็รู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อย หากเป็เช่นนี้ แผนการของเขาอาจจะต้องเปลี่ยนแปลงไปบ้าง
การเป็ทาสต่อไป แม้จะเป็การอำพรางที่ดี แต่ก็มีปัญหาอยู่ นั่นคือการติดต่อกับโลกภายนอกนั้นน้อยเกินไป
หากไม่มีการติดต่อที่เพียงพอ เขาก็ไม่อาจััถึงสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้น อีกทั้งยังไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรที่แท้จริงของโลกใบนี้ได้ การคัดกรองสายเืของเมืองหมาป่าวายุนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็โอกาสอันดี
สำหรับมนุษย์แล้ว หากทาสยังมีความภาคภูมิใจในตนเองแม้เพียงเล็กน้อย พวกเขาควรเข้าใจว่านี่คือการดูิ่อย่างร้ายแรง
มนุษย์ประเภทใดจึงจะมีโอกาสสายเืของหมาป่าวายุ แน่นอนว่าต้องเป็ลูกผสม ลูกผสมหมายความว่าอย่างไร? นั่นย่อมหมายถึงทายาทที่เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างปีศาจหมาป่าจากตระกูลหมาป่าวายุกับมนุษย์ มนุษย์ในโลกนี้ไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็คู่ครองของเผ่าปีศาจ นั่นหมายความว่าพวกเขาเป็ได้เพียงเครื่องมือสำหรับระบายตัณหาของสัตว์ร้ายเท่านั้น