พระเ้าแม่งลำเอียง สร้างกูให้มีแท่ง แต่ไม่ให้กูใช้ข้างหน้า ไม่เปิดโอกาสให้หนุ่มอาภัพรักอย่างกูสักนิด
ผมกำลังจะตกนรก เลยยืนเหี่ยวใจฝ่ออยู่ตรงนี้ อาคารด้านหน้าเป็ตึกสูงสี่ชั้นสีชมพูที่มีภาษาอังกฤษขึ้นต้นด้วยตัวเอ็มลงท้ายด้วยตัวแอล ถ้าก้าวพ้นบานประตูนั่นไปก็จะได้ยินแต่เสียงครางเครืออ้ะๆราวกับถูกเชือด และอีกไม่นานผมก็ต้องแหกปากตามแบบนั้นเช่นกัน
หันหลังเดินกลับคอนโดดีไหม แม่ง นี่กูจะใช้วิธีปอดแหกแบบนั้นเหรอวะ
ผมหลังโค้งคอตก เมื่อมองไปที่บานประตูเลื่อนอัตโนมัติที่มีคนคู่หนึ่งเดินออกมาในสภาพประคองกันเหมือนประคองผู้ป่วย และคนอีกคู่ที่เดินเข้าไปพร้อมของเล่นใต้สะดืออย่างโจ่งแจ้ง และในจังหวะบานประตูเปิดก็เผยให้เห็นพนักงานต้อนรับที่ส่งยิ้มยินดีเหมือนพร้อมเชือดแบบในหนัง ถ้าเลี้ยวกลับตอนนี้พนักงานต้องจำหน้าไปสเกตลงบอร์ดหมูหายออกจากเขียงแน่ๆ
“ในหนังสือบอกว่า่นี้เป็ฤดูผสมพันธุ์ของงูพอดีเลย ่ผสมพันธุ์อวัยวะเพศ…”
ผมงี้หันขวับไปมองคนข้างๆที่ยืนอ่านหนังสือสารคดีสัตว์โลกอยู่
“โอวหยาง!!!”
ผมงี้ตาถลน รีบลากคนหน้ามึนเข้าตึก เพราะดูทรงเหมือนทำทีจะเริ่มอ่านฉากผสมพันธุ์ในบรรทัดต่อไปแล้ว เพราะกลัวหูตัวเองจะเน่าเลยต้องรีบลากคนตัวโตเข้าไปในตึก หลังจากตวาดดังๆไปที แล้วเ้างูใหน้าเสีย
แล้วจะคอตก มองเหมือนหมาแบบนั้นทำไม
“แต่เ้าเป็คนซื้อหนังสือให้ข้า”
ก็สำนึกผิดอยู่นี่ไง คุณลุงช่วยฝังกลบมันไปไกลๆเถอะนะ
ผมได้แต่สงสัย ทำเป็ยืดอกมั่นใจไปงั้น เ้าหนังสือเล่มบางถูกปิดสอดเข้าไปใต้เสื้อบริเวณพุง ผมตาลุก ทำเป็จะไปแย่งหนังสือคืน แต่อีกฝ่ายก็เอาเสื้อปิดยัดชายผ้าเข้ากางเกงทันควัน อะไรจะขนาดนั้น เดินเข้ามาในตึกไม่กี่ก้าว มือหนาก็เข้ามาโอบไหล่บางทำหวงก้างโชว์
มันจะอะไรนักหนา แค่หนังสือเล่มเดียว หรือในนั้นมีรูปงูตัวไหนที่รู้จัก จำเป็ต้องเอาไปเก็บไว้ตรงนั้นด้วยหรือ มันดูเหมือนพวกโจรขโมยของนะลุง!
ยังจะมองพนักงานที่เคาน์เตอร์ตาเขม็ง เมื่อหล่อนส่งยิ้มธุรกิจมองมาให้ผม ผมเลยต้องหันไปใช้สายตาปรามเขาอีกที หล่อนแค่มองตามหน้าที่ไม่ได้จะะโมางับคอผมซะเมื่อไหร่!
“ภรรยา ข้าได้กลิ่นน้ำกามมากมายที่นี่ เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม เ้าผสมพันธุ์กับข้าสิ ข้าจะปล่อยน้ำกามให้กลบกลิ่นพวกนั้นไปเลย”
“หา?”
“เอ่อ คือว่า คุณลูกค้าเปิดห้องเดียว…นะคะ”
ฉิบหายยยยยยย!!!! เขารู้กันหมดแล้วว่ากูจะโดนสอยตูด!!!
แล้วตาลุงงูผีก็…เดินไปกดตู้ขายอะไรสักอย่างหน้าตาเฉย
ผมตาโตเลิกลักที่สุดในชีวิต ถุงยางที่ถูกกดสั่งซื้อร่วงออกมาเป็พืด เลือกไม่ถูกเลยว่าควรมองพนักงานหรือมองงูแก่ก่อน แล้วเขาก็เดินกลับมา ยกแขนโอบอีกรอบ แล้วไอ้ถุงยางที่กดเหมือนเผื่อใช้ชาติหน้าก็เล่นถือเด่นหราอยู่ในมือ ทำเอาผมหน้าแด๊งแดงเป็ลูกตำลึง เสหน้าหนีพนักงานต้อนรับที่ยืนกุญแจมาให้ ผมมันเกย์เก้งไปแล้ว แม่ง แถมเป็เกย์รับด้วย
“กลับไปลุงต้องอยู่เฝ้าบ้าน”
นี่แหละวิธีลงโทษ ทำไรไม่ได้ใช้เฝ้าบ้านแม่ง แต่ตอนนี้ส่งกูไปเฝ้า์ก่อนเลย กูอยากเฝ้าพระอินทร์ กูอยากขอนิ้วเพชรชี้เป็ชี้ตายมาชี้หัวงู!
ทันทีที่เช็คอินเสร็จสรรพ ผมก็คว้าหมับงูตัวข้างๆวิ่งปรู๊ดขึ้นห้อง แล้วพาตัวเองไปทิ้งตัวบนเก้าอี้เดี่ยวแสนนุ่ม พ่นลมหายใจออกมาพรืดใหญ่ ไม่สนใจร่างของงูบางตัวที่ยังยืนงงอยู่หลังประตู ในหัวผมคิดแต่ว่า กูอยากได้นิ้วเพชร ชี้เพชร กลางเพชร ก้อยเพชร เอามายิงหัวกูเลยตอนนี้
“เมื่อกี้ภรรยาไม่ได้ยินที่ผู้หญิงคนนั้นพูดเหรอ”
ั้แ่มานี่ ยังมีสติทำอะไรอีกหรือ เหมือนเพิ่งตั้งสติได้เมื่อกี้นี้เลย ในหัวมีแต่เื่เอานิ้วเพชรมาชี้งูจนตอนนี้อยากจะเอามาชี้ตัวเอง ก็รู้หรอกว่าเื่มาถึงนี่เพราะหัวผมมันมีไว้กั้นหู ผมมันคนหื่น กำลังจะล่วงละเมิดสัตว์สงวน
ตรรกะในสมองทำให้ผมทรงตัวนั่งดีๆไม่ได้ และอย่าว่างั้นงี้ ผมรู้ว่าผมมันใจหมาจริงๆ แต่หมาตัวนี้…
“ทำไม คิดมากที่ถูกแซวหรือไงลุง”
“เอ๋ ภรรยา เมื่อกี้ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าภรรยาเหมือนเด็กหนีออกจากบ้านนะ”
เขาก็ว่าไม่ผิดหรอก กูพาตัวเองหนีบ้านออกมาจริงๆ อย่าตอกย้ำ!
“แต่ข้าว่า ภรรยาเซ็กซี่ ไม่เหมือนเด็กเสียเลย”
ผมอยากจะปาสำนวนจีนที่เคยเรียนตอนเด็กๆกลับเข้าตำรา วีรบุรุษอยู่ไหน หน้าตาเป็ไง หรือผมต้องไปแปลงเพศเป็สาวงามมาก่อน…ผมยกหูโทรศัพท์กรอกเสียงไร้ิญญาอยู่ที่ข้างเตียง
ก็คนมันจิตตกอะ
ปกติ ท่าไม่ดีผมก็เนนชิ่ง แต่ตอนนี้ผมอยู่ในชุดผ้าคลุมอาบน้ำของโรงแรม เผยแผงอกเนียน ทำใจล่วงหน้าโทรหาเ้าหน้าที่ ไม่นานเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เ้างูตัวโตรีบพุ่งไปเปิดรับข้าวผัดจานโตเข้ามาวางบนโต๊ะ โอวหยางทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้เดี่ยวข้างๆโต๊ะ เอาวะ ในวันที่โชคชะตาไม่อยู่ข้างเราของกินจะเยียวยาทุกอย่าง
ก็เป็งี้ไง ผมเลยให้เขากิน
ไอ้ข้าวผัดปูราคามิชลินน่ะ ผมนึกว่าจะโดนแย่งกินแค่นิดเดียว แต่แค่เห็นใบหน้านั่นอยู่ข้างๆ แล้วมองมาแบบคาดหวัง ไฟห้องนี้เพิ่งรู้ว่าเปิดสุดยังดูสลัวอีโรติกขนาดนี้ ผมเบะปาก หยิบหมอนมาปิดหน้าตัวเองแล้วซุกลงเตียง จนได้ยินเสียงเชิญชวน
ก็เลยเอาหมอนปิดหน้าอยู่นี่ไง
โทรปรึกษาอามู่ก่อนดีไหม แล้วถ้าอามู่เปิดสปีคเกอร์โฟนอะ
“รีบกินให้หมดเลย กินไม่ลง” ประโยคหลังเสียงเบา
“กินน้อยเลยผอมไง ภรรยาไม่กินหรือ”
ก้ามปูชิ้นโตถูกหยิบมาจ่อหน้าผม
หลังจากตัดสินใจก้าวเท้าเข้ามาแล้ว ผมก็อยากจะยิ้มรับสิ่งที่จะเกิด แต่พอโอวหยางหยิบชุดในตู้มาให้ผมเปลี่ยน ผมก็ได้แต่คิดว่าถ้าคนที่สะท้อนในกระจกนั่นเป็ผู้หญิงก็คงดี จนสุดท้ายก็เผลอสั่งรูมเซอร์วิสไปแบบงงๆ
“ทำไม ในข้าวผัดมันมีอะไรหรือ”
ผมเพิ่งสังเกตว่าเขาทำหน้าทำตาแปลกๆ ข้าวผัดปูอาจจะจืดไป หรือก้ามปูร้อนไป แต่สีสันกับกลิ่นที่โชยเตะจมูกผมมันหอมยั่วสุดๆ
น่ากินออก
มือที่ยื่นปูมาให้สั่นน้อยๆ มันดูไม่ใหญ่กว่าไซต์ตามตลาด แต่ก็สีส้มสวย ลายขาวๆดูปรุงมาอย่างดี กลิ่นก็ผสมรวมกับเครื่องเทศเข้าที่ ตอนมันอยู่ในมือเขา กลิ่นโชยสุดๆ ทั้งกลิ่นเนื้อปู กลิ่นต้นหอม ทำเอาข้าวผัดปูนี้ไม่ต่างจากอาหารหลักพันสักนิด
ยั่วน้ำลายสุดๆ
ผมมองมันตาประกาย ปากอ้าน้อยๆ ริมฝีปากมีน้ำลายไหล ไม่ให้สูดกลิ่นแรงๆได้ยังไง
ผมสูดความหอมชวนหิวเข้าปอดฟืดๆ น่ากินออก ไม่รู้ไม่ชี้
ไม่รู้ไม่ชี้อีกแล้ว ตอนที่เจอเ้างูครั้งแรกแล้วปล่อยให้เขาเข้าห้องก็ทำไม่รู้ไม่ชี้จนมาลงเอยแบบนี้
“หนังสือบอกว่า งูเป็สัตว์เืเย็น จะกลืนเหยื่อลงไปทั้งตัว ส่วนใหญ่อาหารก็เลยเป็พวกเนื้อนิ่มเสมอ”
“ลุงอยากให้ผมแกะปูให้?” ผมถาม ผมมองปูก้ามนั้นส่ายด้อกแด้กตาไม่กะพริบ เรามันมาถือแทนคำตอบ จนกลิ่นมันติดนิ้ว ตีจมูกยิ่งกว่าเดิมเหมือนกลิ่นจะติดขนจมูกไปแล้ว เดี๋ยวนะ แล้วทำไมผมต้องเป็คนสอนเขาล่ะเนี่ย
“ภรรยาแค่ทำให้ดู ข้าเรียนรู้ไว ไม่ว่าเื่อะไรมักจำแม่น ข้าแค่ประหม่านิดหน่อย” เขารีบแก้ตัว มองหน้าคุณครู แล้วก็ช้อนตามองอย่างอ้อนๆ
“ไม่! ยังไม่ไปยกโต๊ะจานข้าวมาอีก”