จากสุดยอดเทพเซียนมาเป็นคุณพ่อสุดแกร่ง

    บทที่ 9 บางทีอาจปลูกทองคำออกมาได้จริงๆ

    บทที่ 9 บางทีอาจปลูกทองคำออกมาได้จริงๆ 


    หลังจากจัดการซากหมาป่าเสร็จ ก็เป็๲เวลาเย็นแล้ว


    เย่เฟิงเก็บหนังหมาป่าไว้ ส่วนเนื้อหมาป่าก็แบ่งให้ชาวบ้านไป


    แน่นอน หมูป่าตัวนั้นเย่เฟิงไม่ได้ให้ใคร แต่จะเอาไปทำหมูแดดเดียวเก็บไว้กินเอง


    “พี่เฉิน รบกวนพี่มาทั้งวันแล้ว วันนี้ค้างที่บ้านผมเถอะ!” เย่เฟิงกล่าว


    “หา! ค้างบ้านนายเหรอ?” เฉินซู่ซู่๻๠ใ๽


    “พี่เฉินอย่าคิดมากเลย ผมแค่เห็นว่ามันดึกแล้ว เลยอยากให้พี่ค้างที่นี่ พี่นอนกับเสี่ยวเสี่ยว ส่วนผมนอนข้างนอก”


    “ไม่เอาดีกว่า ฉันกลับไปดีกว่า ถ้าคนในหมู่บ้านรู้ว่าฉันค้างคืนที่บ้านนาย ฉันคงโดนพวกเขานินทาแน่ๆ”

    เฉินซู่ซู่เป็๞แม่ม่าย ถ้าค้างคืนที่บ้านเย่เฟิง วันรุ่งขึ้นเ๹ื่๪๫ก็คงแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้าน


    “ก็ได้ เดี๋ยวผมไปส่งพี่เอง” 


    ครั้งนี้เฉินซู่ซู่ไม่ได้ปฏิเสธ


    เย่เฟิงไปส่งเฉินซู่ซู่ที่บ้าน จากนั้นก็กลับบ้านตัวเอง กอดเสี่ยวเสี่ยวนอนหลับสบายตลอดทั้งคืน


    วันรุ่งขึ้น เฉินซู่ซู่ก็มาอีกครั้ง ตามคำขอของเย่เฟิง


    “พี่เฉิน พอดีผมทำอาหารเช้าไว้ มานั่งกินด้วยกันเถอะ!”


    “ไม่เป็๞ไร ฉันกินมาแล้ว” เฉินซู่ซู่มองเย่เฟิง “นายมีอะไรจะให้ฉันช่วยเหรอ?”


    “ผมแค่อยากจะถามพี่เฉินว่า พี่รู้ไหมว่าในหมู่บ้านมีที่ว่างเหลือบ้างหรือเปล่า?” เย่เฟิงถาม


    “นายจะเอาที่ว่างไปทำอะไร?” เฉินซู่ซู่ถามอย่างสงสัย


    “ผมอยากจะปลูกแตงโม” เย่เฟิงตอบ


    “ปลูกแตงโม?” เฉินซู่ซู่ขมวดคิ้ว “อย่าเลยดีกว่า นายก็รู้ว่าคนปลูกรายใหญ่ในหมู่บ้านเราคือจ้าวต้าเฮย ถ้านายปลูกแตงโมด้วย ก็เหมือนไปแย่งลูกค้าเขา นายสู้เขาไม่ได้หรอก จะขาดทุนเปล่าๆ!”


    “เ๹ื่๪๫นี้พี่เฉินไม่ต้องห่วง ถึงผมไม่ปลูกแตงโม ปลูกอย่างอื่นก็ได้”      


    “นายคิดแบบนี้ก็ถูกแล้ว ผู้ชายตัวโตๆ จะเอาแต่อยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้” 


    เฉินซู่ซู่ครุ่นคิด “ที่ดินในหมู่บ้านเรา ส่วนใหญ่จ้าวต้าเฮยเหมาไปหมดแล้ว ดูเหมือนจะไม่มีที่เหลือแล้วล่ะ”


    “ไม่น่าจะใช่นะ ผมเห็นทางตะวันออกของหมู่บ้านมีที่ว่างอยู่แปลงหนึ่งนี่นา” เย่เฟิงกล่าว


    “นายหมายถึงที่ดินของหลิวเหล่าซานใช่ไหม!” เฉินซู่ซู่ส่ายหน้า 


    “ที่ดินแปลงนั้นไม่ได้หรอก ได้ยินมาว่าปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น”


    “ไม่น่าจะเป็๞ไปได้นะ ผมว่าที่ดินแปลงนั้นดูดีออก แถมยังกว้างด้วย ทำไมจะปลูกอะไรไม่ได้”


    “ปลูกไม่ได้จริงๆ ฉันไม่ได้โกหกนายนะ ไม่ใช่แค่หลิวเหล่าซานที่เคยปลูก จ้าวต้าเฮยก็เคยลองปลูกมาแล้วเหมือนกัน หว่านเมล็ดลงไปเท่าไหร่ ก็ไม่มีเมล็ดไหนงอกเลย”


    “แปลกจัง ถ้าอย่างนั้นเราไปดูกัน!” เย่เฟิงไม่รอช้า เดินนำออกไปทันที


    “เย่เฟิง รอก่อน!” เฉินซู่ซู่รีบตามไป


    ไม่นานพวกเขาก็มาถึงที่ดินแปลงทางตะวันออกของหมู่บ้าน


    ที่ดินแปลงนี้กว้างขวางจริงๆ


    เย่เฟิงหยิบดินขึ้นมาหนึ่งกำมือ พิจารณาอย่างละเอียด ก็ไม่เห็นว่ามันจะแตกต่างจากดินที่อื่นตรงไหน แล้วทำไมถึงปลูกอะไรไม่ได้


    แต่ในเมื่อเฉินซู่ซู่พูดแบบนี้ ก็คงไม่ได้โกหกเขา


    แต่ที่ปลูกไม่ได้ มันต้องมีเหตุผลสิ


    เย่เฟิงสังเกตอย่างละเอียด ทันใดนั้นสายตาของเขาก็จับจ้องไปที่ก้อนหินสีดำขนาดใหญ่ก้อนหนึ่ง ก้อนหินนี้อยู่กลางที่ดิน ดูโดดเด่นมาก


    เย่เฟิงเดินเข้าไปลูบคลำก้อนหินนั้น ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกถึงพลังงานที่แหลมคมบางอย่าง


    “นี่มันศิลา๱๭๹๹๳์นี่นา!” เย่เฟิงอุทานออกมา

    “นายว่าอะไรนะ?”


    เฉินซู่ซู่ฟังไม่ชัด จึงมองเย่เฟิงอย่างสงสัย


    “ไม่มีอะไร ผมแค่จะถามว่า ในที่ดินนี้มีหินใหญ่ขนาดนี้ได้ยังไง?”


    “เ๱ื่๵๹นี้ฉันก็ไม่ค่อยรู้เหมือนกัน ได้ยินคนรุ่นก่อนๆ เล่าว่า มันตกลงมาจากฟ้า”


    “อ้อ อย่างนี้นี่เอง!”


    เย่เฟิงพยักหน้า หัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น


    เขาอุตส่าห์ไปตามหาสมบัติล้ำค่าจากฟ้าดิน ที่ไหนได้สมบัติล้ำค่ากลับอยู่ในบ้านตัวเองนี่เอง


    ก้อนหินก้อนนี้ ถ้าเย่เฟิงดูไม่ผิด มันน่าจะเป็๲ศิลา๼๥๱๱๦์


    ศิลา๼๥๱๱๦์คืออะไร?


    มันคือวัสดุชนิดพิเศษ มีมูลค่าสูงกว่าหญ้าหมาป่าเทวะ เป็๲สมบัติล้ำค่าระดับกลางขั้นสาม ส่วนใหญ่ใช้ในการตีอาวุธ และยังสามารถใช้ในการฝึกฝนได้ด้วย


    ศิลา๼๥๱๱๦์ก้อนใหญ่ขนาดนี้ เขาต้องรวยแน่ๆ!


    “ดูเหมือนว่าการที่ที่ดินผืนนี้ปลูกอะไรไม่ขึ้น น่าจะเกี่ยวข้องกับมัน!”


    ศิลา๼๥๱๱๦์เป็๲ธาตุทอง มีพลังปราณแฝงอยู่ ถ้ามีสิ่งนี้วางอยู่ตรงนี้ จะปลูกอะไรขึ้นได้ยังไงกัน 


    “พี่เฉิน ไปตามหลิวเหล่าซานมาหน่อย ผมจะเอาที่ดินผืนนี้!”


    “หา! นายจะเอาที่ดินผืนนี้เหรอ? ไม่ได้ๆ ฉันบอกนายแล้วไงว่าที่ดินผืนนี้ปลูกอะไรไม่ขึ้น”


    “พี่เฉิน ให้ผมลองดูเถอะ!”


    แววตาจริงจังของเย่เฟิงทำให้เฉินซู่ซู่ใจอ่อน เธอไม่อยากจะขัดเย่เฟิง จึงพยักหน้า “ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นฉันไปตามเขามาให้”


    เฉินซู่ซูเดินจากไป


    ไม่นานนัก เธอก็พาชายผิวคล้ำวัยสี่สิบกว่าๆ คนหนึ่งเดินเข้ามา เขาคือหลิวเหล่าซาน


    “เย่เฟิง ฉันได้ยินจากแม่ม่ายเฉินว่านายจะเช่าที่ดินของฉัน?” หลิวเหล่าซานถาม


    “ใช่ แต่ไม่ใช่เช่า ผมจะซื้อ ผมจะซื้อที่ดินผืนนี้ทั้งหมด!”


    “ซื้อที่ดิน?”


    ทั้งเฉินซู่ซู่และหลิวเหล่าซานต่างก็ตกตะลึง

    เฉินซู่ซู่รีบดึงเย่เฟิงไว้แล้วพูดว่า “เย่เฟิง นายไม่สบายหรือเปล่าเนี่ย ถ้าเช่า ต่อให้นายปลูกอะไรไม่ขึ้น อย่างน้อยก็ขาดทุนน้อยหน่อย แต่นายซื้อไปนี่ ขาดทุนเห็นๆ”


    “เ๹ื่๪๫นี้พี่เฉินไม่ต้องห่วง ผมมีแผนของผมเอง” เย่เฟิงมองไปที่หลิวเหล่าซาน “คุณบอกมาเลยว่าจะขายหรือไม่ขาย?”


    “ขาย แน่นอนว่าขาย แต่นายจะให้เท่าไหร่ล่ะ?” หลิวเหล่าซานมองเย่เฟิงราวกับมองเหยื่ออันโอชะ


    “คุณตั้งราคามาเลย!”


    “ให้ฉันตั้งราคาเหรอ!” หลิวเหล่าซานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “หนึ่งแสนหยวน ถ้าให้ฉันหนึ่งแสน ที่ดินผืนนี้ก็เป็๞ของนายเลย”


    “หลิวเหล่าซาน นี่มันโก่งราคาชัดๆ คุณก็รู้อยู่แก่ใจว่าที่ดินผืนนี้มันเป็๞ที่ดินต้องคำสาป ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น ต่อให้ปลูกขึ้นมาได้จริง มันก็ไม่คุ้มหนึ่งแสนหรอก” เฉินซู่ซู่กล่าว

    “แม่ม่ายเฉิน นี่มันเ๱ื่๵๹ซื้อขายระหว่างฉันกับเย่เฟิง เกี่ยวอะไรกับเธอด้วย หรือว่าเธอกับเย่เฟิงเป็๲อะไรกัน?” หลิวเหล่าซานมองเฉินซู่ซูอย่างมีเลศนัย


    “พูดบ้าอะไรของคุณ ฉันกับเย่เฟิงบริสุทธิ์ใจ”


    “ฉันว่าไม่ใช่แน่ๆ”


    ดูเหมือนหลิวเหล่าซานจะปักใจเชื่อว่าเฉินซู่ซู่กับเย่เฟิงมีความสัมพันธ์กัน


    “หลิวเหล่าซาน ฉันมาคุยเ๱ื่๵๹ซื้อขายที่ดินกับคุณ ไม่ได้ให้มานินทาคนอื่น”


    “เออๆ ใช่ เย่เฟิง ที่ดินผืนนี้ ห้าหมื่นหยวน!”


    “หลิวเหล่าซาน เงินตั้งห้าหมื่นผมไม่มี ถ้าคุณยืนยันจะเอาห้าหมื่น ผมจะไปเดี๋ยวนี้เลย!”

    หลิวเหล่าซานรีบรั้งเย่เฟิงไว้ “ถ้าถ้าอย่างนั้นนายก็ตั้งราคามาสิ คิดว่าเท่าไหร่ถึงเหมาะสม?”


    “ห้าพันหยวน มากกว่านี้ไม่ซื้อ!”


    “นี่มันน้อยเกินไป แกก็รู้ว่านี่มันที่ดินทั้งผืนนะ ถ้าแกปลูกอะไรขึ้นมาได้ แกก็รวยเละเลย!”


    “แค่ห้าพัน เอาหรือไม่เอา!” เย่เฟิงดึงเฉินซู่ซู่ “พี่เฉิน ไปกันเถอะ!”


    “เดี๋ยวก่อน หนึ่งหมื่น ให้ฉันหนึ่งหมื่น ฉันก็ขายที่ดินผืนนี้ให้แล้ว”


    “ถ้าอย่างนั้นก็ลืมไปเถอะ ไปกันเถอะ”


    “เอาก็ได้ ห้าพันก็ห้าพัน!”


    หลิวเหล่าซานคิดในใจ ที่ดินต้องคำสาปผืนนี้ ขายได้ห้าพันหยวนก็ถือว่าไม่เลวแล้ว

    เย่เฟิงหยุดเดิน รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า “แบบนี้สิถึงจะถูกต้อง เรามาเซ็นสัญญากันเถอะ”


    “ได้เลย!”


    หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จ เย่เฟิงก็หยิบเงินห้าพันหยวนส่งให้หลิวเหล่าซานทันที


    “เย่เฟิง นายเอาเงินมาจากไหนตั้งเยอะแยะ?”


    “ไม่เกี่ยวกับคุณ เอาเงินไปแล้วก็ไปได้แล้ว!”


    “ได้ๆ  ถ้าอย่างนั้นขอให้แกปลูกทองคำในที่ดินผืนนี้ขึ้นมาได้นะ!”


    หลิวเหล่าซานพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน


    เย่เฟิงไม่ได้โกรธ บางทีเขาอาจจะปลูกทองคำขึ้นมาได้จริงๆ ก็ได้นะ!