╔.★.═════════╗
บทที่ ๘
╚═════════.★.╝
“โหงหนิว ข้าขอเตือนว่าเ้าไม่ควรไปยุ่งกับมี่มี่”
“หึ”
แนะ!
ฉันมองหน้าเด็กหนุ่มที่เชิดใส่อย่างไม่พอใจ
“เช่นนั้นมิสู้เถียนเถียน เ้าออกมาก่อน”
“ข้าก็อยากออกนะ”
โฮก!!!
แต่มี่มี่รั้งเสื้อข้าอยู่จะให้ทำยังไงเล่า คิดว่าข้าอยากสบตาเสือในระยะใกล้ชิดขนาดนี้เหรอ!
ที่นี่คือหุบเขากระดูกมาร มี่มี่ขาเจ็บและนางรั้งฉันที่จะวิ่งหนีเสือเอาไว้ด้วยความกลัว ส่วนเด็กหนุ่มตั้งหลักมองอยู่ไกลๆ
“โอ๊ย เ้าปล่อยข้า”
“ไม่นะเ้าคะ ศิษย์พี่ ข้ากลัว”
ศิษย์พี่? อ่อ นางอยู่สำนักเดียวกับพระเอก เดี๋ยวก่อนนะ คนที่ควรกลัวน่ะมันฉันกับโหงหนิวต่างหาก สกิลนางเอกลูกรักพระเ้ายังไงก็รอดปลอดภัยอยู่แล้ว อย่าพาตัวร้ายอย่างฉันมารับเขี้ยวแทนสิยะ
ฉันไม่สนใจเสียงเล็กของมี่มี่ฉีกผ้าส่วนที่โดนดึงรั้งออกแล้ววิ่งหนี
มี่มี่ยังไม่ทันทำอะไร เสือมันกลับมองข้ามแล้วมากางเล็บพุ่งใส่ฉันเฉยเลย
อ้าก จะถึงแล้ว!
“โหงหนิวช่วยด้วย!”
“หึ”
ยังจะมาหึอีก เห็นเล็บยาวๆนั่นเหนือหัวฉันไหม ตายแน่ๆ
“กรี๊ด!”
รู้งี้หนีมี่มี่มากับโหงหนิวสองคนก็ดี ไม่น่ายอมให้ตามมาด้วยเลย
ฟึ่บ!
ฟึ่บ???
มือของใครบางคนวางลงบนหัวจนฉันที่ก้มหน้าหลับตาปี๋ต้องเงยมองแววตาสีดำประกายคู่นั้น ทั้งที่เขาก็ทำหน้าปกติ แต่ฉันกลับรู้สึกว่าเขา…ยิ้ม
หมับ!
หญิงสาวที่ร้องโอดโอยไม่มีแรงแม้แต่จะวิ่งหนีเมื่อครู่เข้ามาดึงฉันไปหาตัวเอง เว้นระยะกับโหงหนิว นางจับหมุนติ้วๆแล้วถามว่า
“ศิษย์พี่ เ้าเจ็บตรงไหนไหม”
เฮ้อ…เถียนเถียน นางเอกห่วงใยเ้าขนาดนี้ ทั้งน่ารักจิตใจดี ทำไมเธอไม่เป็เพื่อนกับนางไว้นะ สมกับเป็ตัวร้ายจริงๆ มองข้ามความดีไปหมดสิ้น
“ไม่เป็ไร”
“เป็ความผิดของข้าเองเ้าค่ะ ข้าทำให้ศิษย์พี่เสี่ยงอันตราย”
“เหอะ!”
ใครก็ได้เอาโหงหนิวไปเก็บ ฉันอายเหลือเกินที่เป็ผู้ปกครองของเขา
“ก็รู้ตัวนิ”
ยัง ยังไม่หยุดอีก ทีอยากให้พูดไม่พูด ส่วนไอ้ที่พูดก็น่าเย็บปากซะเหลือเกิน
วันต่อมา
“เ้าอย่ามาหลบหลังข้าสิ อย่าดึงๆ”
“ศิษย์พี่ ข้ากลัว”
นางวิ่งมาหลบหลังดึงเสื้อไว้ด้วยมือสั่นๆ สายตาหวาดกลัวจ้องมองไปยังอสุรกายตรงหน้า ั์นาดำโตค้าง ใบหน้าขาวซีด ปากก็สั่นสะพรึง
ก็ไปบอกพระเอกสิโว้ย
แสงแดดยามเช้าส่องกระทบบริเวณโดยรอบของพื้นที่ใต้หุบเขา แมงป่องั์ที่กำลังใช้กล้ามกดรับกระบี่คมคุ้นตาในมือใครคนหนึ่ง น้ำเสียงของมันโหยหวนเ็ป
“กี๊ด กี๊ด”
หลังทั้งคู่เด้งถอยหลังไปตั้งหลักทั้งเ้านั่นทั้งโหงหนิว แรงปริศนาก็ผลักหลังฉันจนร่างเซไปอยู่กลางสังเวียน
ไวเท่าความคิดฉันหันไปสบตาเ้าแมงป่องั์ที่ส่งเงาทอดยาวมาคลุมตัว
ฉิบหาย
หมับ
ใบหน้าที่คุ้นเคยและอ้อมกอดอันอบอุ่นเข้ามากอดร่างไว้แน่นพาหมุนตัวหลบไปด้านข้างก่อนที่กล้ามโตๆจะฟาดลงจุดที่เคยยืน มือหนาเลื่อนมาโอบเอว มืออีกข้างบังคับให้จับกระบี่แล้วกอบกุมไปคู่กัน
สองร่างประสานท่วงท่าเข้าฟาดฟันสิ่งพิศวงตรงหน้า ปักคมกระบี่จาก้าลงกลางหัวเ้าสิ่งนั้นจนมันแน่นิ่งไป
จึ๊ก
“ก๊๊ดดดด”
“โหงหนิว! ข้า…”
ฉันยกยิ้มมองคนที่โอบกอดจากทางด้านหลังอย่างภูมิอกภูมิใจ เหมือนจะอวดว่าทำได้แล้ว ก่อนหลับตารับััหนักๆอุ่นๆที่วางแหมะบนหัวเป็รางวัลอย่างชื่นชมเอ็นดู
“ระวัง!”
ฉึก!
ความเ็ปแล่นจี๊ดบริเวณหัวไหล่ ไม่ทันรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นคนข้างๆก็ยกโดดหนีอะไรบางสิ่งที่โจมตีจากทางด้านหลัง
ร่างกายที่ผุดเืสีแดงสดย้อมเสื้อผ้ายืนนิ่งมองแขนของสิ่งที่น่าจะสิ้นชีพถูกกระบี่ฟาดฟันจนกลายเป็เศษเนื้อชินเล็กชิ้นน้อยแทบจำสภาพเดิมไม่ได้
ร่างกายสั่นเทิ้มนึกถึงใครบางคนที่แข็งแกร่งขนาดนี้ในเื่ ทว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็แค่เด็กวัยรุ่นเท่านั้น แม้จะบอกตัวเองว่าทั้งสองคนไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน
ทว่าสองขาก็ก้าวถอยแสดงทีท่าหวาดกลัวคนตรงหน้าที่ก้าวเข้าหาไปเอง
“เถียนเถียน อย่าขยับ”
ใช่แล้ว คนตรงหน้าคือโหงหนิว ไม่ใช่เทียนชุน
ทว่าความกลัวก็ยังไม่หายไปดวงตาที่มองไปยังอีกฝ่ายจึงแสดงอาการตื่นตระหนก
มือหนากดเข้าที่หัวไหล่กดเืให้พุ่งออกมาหนักกว่าเดิมจนฉันร้องพยายามจะหนีอีกฝ่ายอย่างหวาดกลัว เขาจับรั้งไม่ให้ขัดขืน ดิ้นไปดิ้นมาสายตาจึงเหลือบเห็นเืหย่อมที่โดนรีดนั้นมีสีแดงปนเขียว
“ศิษย์พี่ ท่านถูกพิษ แย่แล้วๆ”
เดิมทีมี่มี่ก็หน้าซีดอยู่แล้วพอเห็นว่าฉันเืไหล นางยิ่งเข้ามาจับแขนอีกข้างบีบจิกอย่างลืมตัวจนฉันนิ่งหน้า แต่จะให้ตวาดออกไปเพราะเจ็บก็อายเด็กมัน เลยได้แต่กัดฟันทน
โว้ย ขอหันไปทำตาเขียวใส่หน่อยเถอะ นี่เธอเล่นจิกจนเจ็บกว่าข้างที่เป็แผลอีกนะ
กรอด!
“ออกไป อย่ามาแต่ต้องนาง” เ้าเด็กกัดฟันมองมี่มี่ หว่างคิ้วขึ้นเส้นตึง เอ่ยเหมือนสุดจะทน
ช่างเถอะ ช่างเถอะ เ้าเด็กนี่ผีเข้าผีออกมาหลายวันแล้ว อยากจะหึงอะไรไม่เข้าท่าก็ปล่อย
ยังไงนางเอกน่ะก็เป็ของพระเอก ตอนนี้หึงได้ก็หึงไป รออกหักร้องไห้เหมือนหมาเมื่อไหร่ พี่สาวจะปลอบใจเอง
ถ้ายังไม่ตายอะนะ แม่งเอ๊ย!