ส่วนทางด้านอีกฝั่งชายชาวบ้านสองคนเพื่อนซี้ ที่เมื่อไม่นานมานี้พวกเขาได้เข้าไปทักทายคุณตาที่นำควายดำทมิฬมาประกวดในงาน ตอนนี้คนทั้งคู่เดินเข้ามาพูดคุยกับชายหนุ่มวัยกลางคนที่กำลังป้อนหญ้ากวางตัวโตของเขาอยู่ หนึ่งในสองเพื่อนซี้ได้เอ่ยทักทายชายคนนี้ขึ้นว่า
“เขาของมันสวยงามมาก ข้าพึ่งจะเคยเห็นกวางที่มีเขาสวยงามมากขนาดนี้”
ในขณะที่เพื่อนซี้อีกคนก็เอ่ยเสริมตามกันมา
“ครั้งนี้ข้าเห็นด้วยนะ ขนสีน้ำตาลสด เขาก็แตกแขนงสวยงาม”
ชายหนุ่มเ้าของกวางยิ้มเล็กน้อยหลังจากที่ได้ยินทั้งคู่พูดถึงกวางตัวเอง
“ขอบใจที่ชม กวางตัวนี้ข้าจับมันได้ในป่ามรกต”
ชายหนุ่มตอบอย่างไม่ปิดบัง ทำเอาสองเพื่อนซี้ที่ยืนอยู่ตรงนั้น นิ่ง อึ้ง หยุดชะงักไปชั่วขณะ ทั้งคู่หันหน้ามาประสานตากัน แล้วจู่ ๆ ก็ปรี่เข้าไปหาชายหนุ่มคนนั้นโดยพร้อมเพรียง หนึ่งในนั้นได้กระซิบกระซาบอย่างแ่เบาว่า
“หรือว่ากวางตัวนี้ก็คือสัตว์ซาตาน”
พอพูดจบสายตาของคนทั้งคู่ก็จ้องเขม็งไปที่ชายหนุ่มเ้าของกวาง สีหน้าสีตาที่ดูเคร่งเครียดของพวกเขา ทำให้ชายคนนั้นแทบจะกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่ เขาคาดเดาความคิดของคนทั้งคู่ได้ พวกเขาคงจะคิดว่ากวางตัวที่ยืนอยู่ข้างๆ พวกตนตอนนี้ มันก็คือสัตว์ในตำนานที่ทุกคนต่างรำลือกัน แต่มันหาได้เป็เช่นนั้นไม่
ชายหนุ่มเ้าของกวางหัวเราะร่าออกมาท่ามกลางความมึนงงของผู้ที่รอฟังคำตอบ
“พวกเ้าเข้าใจผิดแล้ว กวางของข้าไม่ใช่สัตว์ซาตานหรอกนะ ถ้าหากพวกเ้าทั้งสองคนมางานนี้ เพื่อที่จะมาดูสัตว์ซาตานละก็คง ไม่มีโอกาสจะได้เห็นสัตว์เ่าั้หรอก”
ทันทีทันใดที่ชายหนุ่มเ้าของกวางพูดจบ หนึ่งในสองคนนั้นก็เอ่ยโพล่งถามขึ้นมาว่า
“หมายความว่ายังไง ที่พวกข้ามางานนี้ทุกปี ก็เพราะหวังว่าจะได้เห็นสัตว์ซาตานที่ผู้คนพากันพูดถึงในสักครั้ง แต่ท่านกลับบอกพวกข้าว่าไม่มีโอกาสที่จะได้เห็น มันหมายความว่ายังไงกัน”
ชายหนุ่มเ้าของกวางแสยะยิ้ม
“ก็อย่างที่ว่านั้นล่ะ ไม่มีทางที่จะได้เห็นสัตว์ซาตานในงานเทศกาลที่มีผู้คนพลุกพล่านไปมามากมายแบบนี้แน่ ก็เพราะว่าสัตว์ซาตานในทุกวันนี้ พวกมันเป็เปรียบเสมือนทรัพย์สินที่สุดแสนจะล้ำค่า ซึ่งผู้ที่มีต่างก็เก็บรักษาพวกมันไว้อย่างดี เนื่องจากมันก็มีผู้คนอยู่ไม่น้อยที่้าจะเป็เ้าของสัตว์ในตำนานเหล่านี้เหมือนกัน”
และชายหนุ่มยังได้เอ่ยต่ออีกว่า
“ถ้าหากพวกเ้ายังหวังอยากจะเห็นสัตว์ซาตานล่ะก็ พวกเ้าก็แค่เดินทางไปยังแคว้นที่กำลังมีา เพราะว่าพระมหากษัตริย์ของแคว้นต่างๆ จะใช่สัตว์ซาตานไว้ค่อยช่วยทำการรบ ถ้าเดินทางไปยังสถานที่แบบนั้น พวกเ้าก็จะได้เห็นพวกมันสมใจอยาก ถ้าหากพวกเ้าไม่คิดเสียดายชีวิตละก็นะ”
สองเพื่อนซี้ทำได้แค่หันหน้ามาสบตากันปริบๆ หลังจากที่ได้รับฟังในสิ่งที่ชายหนุ่มเ้าของกวางได้กล่าวมา
จนถึงตอนนี้ขบวนเดินเท้าเยี่ยมชมเหล่าเกษตรกรของพระมเหสีเมรียังไม่ได้สิ้นสุดลงแต่อย่างใด การเดินทางขบวนนี้ยังคงเคลื่อนที่ต่อ พระองค์แลดูมีความสุขที่ได้พบปะพูดคุยกับพสกนิกรของนางกระทั่งเดินมาถึงแผงขายขนมหวาน ซึ่งมันเป็สิ่งที่องค์ราชินีนั้นโปรดปรานเป็ที่สุด
“อยู่ด้านโน่นไง เพคะ ร้านขนมหวานร้านโปรดของพระองค์”
นางกำนัลคนสนิทของพระมเหสีเมรีเอ่ยขึ้น พลางชี้ไม้ชี้มือไปยังอีกฟากฝั่งของถนน
มเหสีเมรียิ้มรับหลังจากที่ได้เห็น
“พวกเราเข้าไปหานางกันเถอะ”
ไม่ทันจะพูดจบประโยค พระมเหสีเมรีก็เดินนำขบวนข้ามฝั่งถนนไปยังร้านขายขนมหวาน นะเดี๋ยวนั้นในทันที พระองค์เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าร้าน
“ -- เป็อย่างไรบ้าง รจนา วันนี้ร้านของเ้าขายดีไหม”
องค์ราชินีตรัสถามรจนาแม่ค้าขนมหวาน
รจนานางรีบเร่งพนมมือและตอบกลับกับองค์ราชินีว่า
“ขายดีมากเลยเพคะ โดยเฉพาะขนมเสน่ห์จันทร์ ยังไม่ทันไรก็หมดไปซะแล้วเพคะฝ่าา”
มเหสีเมรีกวาดสายตามองเหล่าขนมหวานที่วางเรียงรายอยู่บนถาดหลากหลายอย่าง มันทำให้พระองค์นึกถึงรสชาติที่หอมหวานละมุนลิ้นของพวกมัน แต่องค์ราชินีก็คงทำได้แค่เพียงกลืนน้ำลายของตัวเองเพียงเท่านั้น เพราะหมอหลวงได้สั่งห้าม ไม่ให้พระองค์เสวยของหวานโดยเด็ดขาด ในระหว่างที่กำลังตั้งครรภ์
เพียงแค่นึกถึงรสชาติ หน้าของหมอหลวงที่จู้จี้ขี้บ่นก็ลอยเป็ภาพเข้ามาในหัว
“ยังไม่ได้นะเพคะ ท่านยังทรงเสวยของหวานไม่ได้นะเพคะ”
เสียงของนางสนมคนสนิทเอ่ยกระตุกอารมณ์เพ้อฝันของพระมเหสีเมรี
และเมื่อพระองค์ได้ยินเช่นนั้นแล้ว พระองค์ก็ชักสีหน้าที่ดูเบื่อโลกแบบสุดๆ ออกมา
“รู้แล้วละน่า ค่อยดูนะ ถ้าลูกของข้าคลอดออกมาแล้วเมื่อไหร่ ข้าจะกินขนมหวานฝีมือนางให้หมดเกลี้ยงเลยค่อยดู”
“เพคะ เพคะ เมื่อถึงตอนนั้น หม่อมชั้นจะเป็คนมาซื้อขนมหวานกับนางรจนา ให้พระองค์ด้วยตัวของหม่อมชั้นเองเลยเพคะ”
นางสนมพูดในเชิงเย้าหยอกนายเหนือหัวของนาง โดยมีผู้ที่เป็เ้าของร้านอย่างนางรจนานั่งอมยิ้มดูทั้งคู่โต้วาทีกัน
แต่ในทันใดนั้นเองก็มีเสียงอึกทึกครึกโครมดังลั่น มาจากอีกทางฟากฝั่งของถนน ผู้คนต่างพากันวิ่งหนีแตกกระเจิดกระเจิงกระจัดกระจายกันไปอย่างอลหม่าน สถานการณ์ของอีกทางฝากฝังดูท่าจะชุลมุนวุ่นวายกันแบบสุดๆ
“วิ่งเร็ววิ่ง! วิ่ง!”
เสียงชายคนหนึ่งะโลั่น ในขณะที่เขากำลังวิ่งหนีอะไรอยู่สักอย่าง ซึ่งสิ่งนั้นก็ปรากฏให้เห็นในชั่วอึดใจต่อมา ก็คือควายสีดำตัวโตเต็มวัย สันเขารูปทรงโค้งเสมือนพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว กำลังวิ่งไล่ขวิดไล่ชนทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่เว้นแม้แต่แผงขาย ผัก ผลไม้ ต่างก็พังราบเป็หน้ากลอง