ตอนที่ 31
ตอนเช้าหลังจากดนัยอาบน้ำเสร็จเขาก็ออกมาเตรียมข้าวกล่องไว้กินตอนกลางวัน
“นี่ข้าวกล่องของเธอฉันคงไม่ว่างกลับมากินที่หอกับเธอนะ” ดนัยจัดการส่งข้าวกล่องผ่านควันธูปให้ฮิคาริตั้งแต่เช้าเตรียมไว้ก่อนแต่แทนที่ฮิคาริจะพูดขอบคุณอย่างทุกครั้งเธอกลับพูดบางอย่างออกมาทำให้ดนัยถึงกับเลิกคิ้วแปลกใจ
“ดนัยฉันตัดสินใจแล้วว่าฉันจะถ่ายทอดความรู้ให้นายทั้งหมด !!” ฮิคาริพูด
“ฮะเธอว่าไงนะ !!” ดนัยถามฮิคาริเพื่อความแน่ใจ
“ก็บอกว่าฉันจะถ่ายทอดความรู้ที่มีในหัวนี้ให้นายไงล่ะ” ฮิคาริชี้ที่หัวของเธอ
“ทะ ทะ ทำไมเธอถึงเปลี่ยนใจล่ะทำแบบนั้นมันไม่ส่งผลดีต่อฉันไม่ใช่หรือไง” ดนัยถึงกับพูดติดๆขัดๆหลังจากได้ยินสิ่งที่ฮิคาริพูด
เพราะถ้าฉันรอให้นายสะสมประสบการณ์ขึ้นมาเองโดยฉันแค่แนะนำกว่านายจะเป็นหมอที่เก่งและเชี่ยวชาญได้มันคงใช้เวลาหลายปีฉันอาจจะไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น ฮิคาริได้แต่คิดในใจแต่ก็พูดออกไปไม่ได้เธอไม่อยากให้ดนัยกังวลว่าเธอกำลังจะหายไปเพราะถ้าดนัยเป็นกังวลเรื่องของเธอดนัยอาจจะไม่มีสมาธิในการผ่าตัดเอาได้
“ก็แค่เปลี่ยนใจแล้วเท่านั้นล่ะเอาล่ะนายไปทำงานได้แล้ววันนี้เลิกงานแล้วก็กลับมาที่ห้องเร็วหน่อยแล้วกันเตรียมพวกอุปกรณ์ผ่าตัดกลับมาด้วยล่ะถึงที่ห้องนายจะไม่เหมาะสำหรับฝึกซ้อมผ่าตัดเท่าไหร่แต่ถ้ามีอุปกรณ์ก็ยังพอทำอะไรได้อยู่” ฮิคาริพูด
“อ๊ะจะสายแล้วไปก่อนนะฮิคาริ !!” ดนัยมองไปที่นาฬิกาก่อนจะเห็นว่าใกล้สายแล้วก็รีบทันทีและเนื่องจากหอพักกับโรงพยาบาลมันห่างกันแค่ร้อยกว่าเมตรทำให้ดนัยสามารถมาทำงานได้ในสองนาทีเมื่อดนัยมาถึงห้องพักของศัลยแพทย์งานก็เข้ามาทันที
“หมอดนัยวันนี้มีการผ่าตัดนอกตารางนะคนไข้อาการทรุดทำให้ต้องรีบผ่าตัดด่วนในอีกสามสิบนาทีพร้อมมั้ย” หมอนากิสะถามดนัย
“พร้อมเสมอครับ !!” ดนัยตอบกลับไป
“ดีเอานี่ประวัติคนไข้อ่านให้เสร็จในห้านาทีซะหมอมิโฮะจะเป็นผู้ช่วยเธอในวันนี้แต่ถ้าคิดว่าไม่ไหวล่ะก็บอกนะจะได้เปลี่ยนตัวกัน” หมอนากิสะพูดก่อนจะส่งประวัติคนไข้ให้ดนัย
“ไม่เป็นไรครับหมอนากิสะเช้านี้มีผ่าตัดลูกสาวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศนี่นาถ้าให้ผมเปลี่ยนตัวไปผ่าตัดแทนล่ะก็มีหวังได้เกร็งจนผ่าตัดผิดๆถูกๆแน่” ดนัยพูดเพราะทางนั้นดูจะมีแรงกดดันมากกว่าเยอะ
“อืม” หมอนากิสะพยักหน้าก่อนจะปล่อยให้ดนัยอ่านประวัติคนไข้ไปส่วนเธอก็ออกจากห้องเพื่อไปเตรียมตัวผ่าตัดเคสของเธอเช่นกัน
“มะเร็งในตับอ่อนงั้นเหรอแถมยังมีอาการแทรกซ้อนเลือดไปเลี้ยงตับอ่อนไม่เพียงพออีกเป็นเคสที่ยากโคตรเลย” ดนัยอุทานออกมาหลังจากรู้ว่ามันคือเคสอะไร
(มะเร็ง = มะเร็งก็คือก้อนเนื้อที่เกิดขึ้นโดยผิดปกติของเซลล์ในอวัยวะของร่างกายซึ่งมะเร็งมีหลายชนิดและที่เป็นอันตรายคือมะเร็งชนิดที่เป็นเนื้อร้าย)
“ใช่แล้วหมอดนัยเคสนี้จริงๆคนไข้ต้องรออีกสองสัปดาห์เพราะเมื่อสามวันก่อนเราพึ่งจะทำการผ่าตัดใส่ขดลวดเข้าไปในหลอดเลือดอีกเส้นเพื่อจะทำให้หลอดเลือดเส้นนั้นเล็กลงจะได้มีเลือดไปเลี้ยงตับอ่อนได้เพียงพอสำหรับการผ่าตัดใหญ่แต่ทว่าเมื่อเช้ามืดอาการคนไข้ก็ทรุดลงเสียก่อนทำให้ต้องรีบผ่าตัดทันที” หมอมิโฮะพูด
“แสดงว่าผมต้องผ่าตัดโดยให้เลือดออกน้อยที่สุดสินะครับเพราะถ้าคนไข้เสียเลือดมากเกินไปคนไข้อาจจะตายคาเตียงผ่าตัดผมได้” ดนัยพูด
“ใช่แล้วล่ะ” หมอมิโฮะพยักหน้า
“มันใจรึเปล่าว่าทำได้เพราะเคสนี้ฉันเองก็ไม่ถนัดเหมือนกันแต่ก็จะช่วยเต็มที่” หมอมิโฮะพูดเพราะปกติเคสแบบนี้จะเป็นหมออิจิโนเสะที่เป็นคนผ่าตัด
“คิดว่าน่าจะทำได้ครับ” ดนัยตอบอย่างไม่มั่นใจเท่าไหร่แต่การผ่าตัดมะเร็งออกจากตับอ่อนนั้นเขาสามารถทำได้แต่ที่ต้องระวังคือการทำให้ตับอ่อนเลือดออกนั่นแหละ
จากนั้นดนัยก็ใช้เวลาสามสิบนาทีนั่งคิดว่าจะทำการผ่าตัดอย่างไรบ้างจนกระทั่งถึงเวลาที่ต้องเข้าห้องผ่าตัด
ห้องผ่าตัด
“ชีพจรคงที่ ความดันปกติ อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ในระดับดี ความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดกรีนค่ะ !!” พยาบาลที่เป็นหมอวิสัญญีแพทย์รายงานให้ดนัยฟัง (ขอไม่ใส่รายละเอียดเป็นตัวเลขนะครับเพราะผมไม่ได้มีความรู้เรื่องนี้เท่าไหร่กลัวจะให้ข้อมูลผิดไป)
“ครับถ้าอย่างนั้นเราจะเริ่มทำการผ่าตัดเอามะเร็งออกจากตับอ่อนของผู้ป่วยเริ่มการผ่าตัด ขอมีดด้วยครับ” ดนัยทำการขอมีดจากพยาบาลที่ทำหน้าที่ส่งเครื่องมือแพทย์
“นี่ค่ะ !!” พยาบาลทำการส่งมีดสำหรับผ่าตัดให้ดนัยและเมื่อเขารับมีดมาเขาก็ไม่รอช้าเริ่มทำการผ่าตัดทันที
ดนัยทำการผ่าตัดช่องท้องส่วนหมอมิโฮะก็ทำการซัพพอร์ตดนัยด้วยการดูดเลือดออกและใช้คีมยกอวัยวะต่างๆให้วิสัยทัศน์ของดนัยเคลียให้ได้มากที่สุด
“ระวังตับด้วยล่ะหมอดนัยถ้าเธอทำให้ตับเกิดแผลขึ้นมาล่ะก็เลือดจะออกเยอะมาก” หมอมิโฮะเตือนในฐานะคนที่มีประสบการณ์
“เข้าใจแล้วครับ” ดนัยพยักหน้าเขารู้ดีว่าตับและตับอ่อนนั้นเป็นอวัยวะที่เปราะบางขนาดไหนเพียงแค่เครื่องมือแพทย์สัมผัสไปที่ตับหรือตับอ่อนเบาๆก็สามารถทำให้พวกมันเสียหายและเกิดเลือดออกจำนวนมากได้เพราะตับและตับอ่อนนั้นเป็นอวัยวะที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดมากมาย
ดนัยใช้เวลาไม่นานก็สามารถมองเห็นตับและตับอ่อนได้ในที่สุด
“อื้อหือมะเร็งลามไปทั่วเลยมีที่ตับด้วย” ดนัยถึงกับร้องออกมาเมื่อเห็นภาพของมะเร็งที่เกาะอยู่เต็มตับอ่อนแถมมีส่วนที่ลามไปถึงตับแล้วด้วย
“ยังจะมาตกใจอะไรอีกล่ะก็เห็นภาพเอกซเรย์มาก่อนแล้วไม่ใช่หรือไง” หมอมิโฮะพูด
“ก็ไม่นึกว่ามันจะเยอะขนาดนี้น่ะสิครับ” ดนัยพูดถึงแม้จะเห็นภาพจากฟิล์มเอกซเรย์มาก่อนแล้วก็เถอะแต่นี่มันเยอะเกินไป
“เอาล่ะอย่ามัวแต่มาตะลึงเลยลงมือเถอะหมอดนัยฉันจะสนับสนุนเอง” หมอมิโฮะพูด
“ครับ” ดนัยพยักหน้าก่อนจะเริ่มลงมือใช้มีดผ่าตัดในมือสลับกับใช้กรรไกรตัดชิ้นเนื้อค่อยๆตัดมะเร็งพวกนี้ออกตับอ่อน
ใช้กับหมอมิโฮะใช้เวลาผ่าตัดกันกว่าสี่ชั่วโมงในที่สุดทั้งคู่ก็สามารถผ่าตัดมะเร็งออกจากตับอ่อนได้สำเร็จโดยไม่มีเลือดออกเลยสักนิด
“ฟู่ว....” ดนัยถอนหายใจออกมาพลางหย่อนชิ้นเนื้อชิ้นสุดท้ายที่ตัดออกมาจากตับอ่อนลงไปในถาดที่พยาบาลยื่นมาให้
“ทำได้ดีมากหมอดนัยเอาล่ะเหลืออีกนิดเดียวแล้ว” หมอมิโฮะพูดตอนนี้เหลือเพียงมะเร็งที่ลามไปที่ตับเท่านั้นที่ยังเหลืออยู่
“เอาล่ะเหลือเพียงตรงตับเท่านั้น” ดนัยพูดก่อนจะเริ่มลงมือผ่ามะเร็งที่ลามไปตรงตับออกแต่ทว่าเนื่องด้วยการผ่าตัดสี่ชั่วโมงที่ผ่านมานั้นทำให้สมาธิของดนัยเริ่มหลุดไปจนเขาเริ่มจะพลาด
“อ๊ะแย่แล้วเลือดออก !!” ดนัยอุทานออกมาหลังจากมีดในมือมันผ่าลงไปโดนตัวตับ
“รีบหยุดเลือดเร็วเข้าหมอดนัย” หมอมิโฮะรีบบอกดนัย
“ขอผ้าก๊อซด้วยครับ !!!” ดนัยรีบขอผ้าก๊อชมาหยุดเลือดที่ไหลออกมาจากความผิดพลาดของเขาทันทีแต่อย่างที่บอกตับนั้นเป็นอวัยวะที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดมากมายทำให้เลือดนั้นไม่หยุดไหลง่ายๆ
ติ๊ด !!!!!! เสียงเครื่องวัดความดันเริ่มร้องเตือน
“ความดันกับชีพจรเริ่มตกแล้วค่ะ !!!” วิสัญญีแพทย์ตะโกนบอกดนัย
“ให้เลือดด่วนเลยครับหมอมิโฮะวางมือตรงนั้นก่อนแล้วช่วยผมห้ามเลือดทีครับ” ดนัยรีบขอความช่วยเหลือทันที
“เข้าใจแล้วถ้าอย่างนั้นขอโบวี่ด้วย” หมอมิโฮะรีบขอเครื่องมือแพทย์ทันที
(โบวี่ = เครื่องจี้ไฟฟ้าที่ใช้สำหรับผ่าตัดสามารถนำมาใช้ในการหยุดเลือดได้โดยการจี้ลงไปที่แผลให้แผลและเลือดนั้นเกิดการไหม้จนแข็งตัว)
ชี่ !!! กลิ่นเนื้อไหม้ๆลอยออกมาแตะจมูกทุกคนในห้องผ่าตัดหมอมิโฮะใช้เครื่องโบวี่ทำการจี้ลงไปที่ตับจุดที่ดนัยพลาดใช้มีดทำให้เกิดแผลและมันก็ได้ผลเลือดหยุดไหลแล้ว
“รีบเย็บเร็วเข้าหมอดนัย” หมอมิโฮะพูดแต่ทว่ามันยังไม่หมดเท่านั้นเสียงจากเครื่องวัดความดันยังคงร้องเตือนอยู่
“แย่แล้วหมอดนัยหลอดเลือดกำลังจะแตก !!” หมอมิโฮะที่เห็นว่าความดันยังคงตกลงอยู่ก็รู้ได้ทันทีว่าจุดที่ตนใช้โบวี่จี้ลงไปนั้นคือเส้นเลือดใหญ่และถ้ามันถูกปิดลงกระทันหันล่ะก็เลือดที่กำลังไหลอยู่ในเส้นเลือดใหญ่นั้นมันจะไปไหนได้นอกจากคลั่งอยู่ในนั้นและเมื่อมันไม่ไหลไปไหนมันก็จะแตกออก
เป๊าะ !! เสียงบางอย่างดังขึ้นเบาๆมันคือเสียงแตกออกของเส้นเลือดของคนไข้
จี๊ด !!!!! เสียงเลือดพุ่งกระฉูดออกมาทันทีเลือดมากมายพุ่งออกมาเปื้อนจนเต็มเสื้อของดนัย
“แย่แล้วดูดออกเร็วเข้า !!!” ดนัยเริ่มตื่นตระหนกหมอมิโฮะรีบวางโบวี่ลงก่อนจะรีบดูดเลือดออกเพื่อหาจุดที่หลอดเลือดแตกออกแต่ด้วยว่าเลือดนั้นออกมามากเกินไปทำให้ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าจุดที่หลอดเลือดแตกนั้นคือจุดไหน
“หมอดนัยรีบหาจุดที่เลือดออกเร็วเข้า”
“ความดันกำลังตกค่ะเข้าขั้นวิกฤติแล้ว”
“ชีพจรคนไข้เต้นต่ำลงอีกแล้วค่ะกำลังให้เลือดเพิ่ม”
เสียงของหมอมิโฮะและพวกพยาดังวุ่นวายไปหมดสมองของดนัยเริ่มตื้อและได้ยินเสียงวิ้งในหู
แย่แล้วเลือดออกมาเกินไปหาจุดเลือดออกไม่เจอเลย ดนัยคิดในใจพลางมองภาพทะเลเลือดเบื้องหน้าเขานั้นไม่รู้เลยว่าเลือดมันออกมาจากจุดไหนจนกระทั่ง
ติ๊ด !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! เสียงเครื่องร้องเตือนเสียงดังบ่งบอกว่าชีพจรคนไข้หยุดเต้นแล้วทำให้ดนัยได้สติอีกครั้ง
“แย่แล้วเครื่องปั้มหัวใจเร็วเข้าชาร์จไปที่ร้อยห้าสิบจูล !!” ดนัยรีบขอเครื่องปั้มหัวใจเพื่อยื้อชีวิตคนไข้ทันที
วี๊ด !!! เสียงเครื่องปั้มหัวใจเริ่มชาร์จพลัง
“เครื่องพร้อมแล้วค่ะ” พยาบาลบอกหลังจากเตรียมเครื่องเสร็จเธอส่งแพดเดิ้ลให้ดนัยทันที
(แพดเดิ้ล = มือจับที่ใช้ทาบลงไปบนตัวผู้ป่วยเวลาจะปั้มหัวใจ)
“ทุกคนถอยออกไป” ดนัยรีบบอกให้ทุกคนถอยออกไปทันทีเพราะถ้าจังหวะที่ใช้เครื่องปั้มหัวใจช็อตไปที่คนไข้แล้วมีคนจับตัวคนไข้อยู่ล่ะก็คนๆนั้นจะเป็นอันตราย
ปัง !! ดนัยกดเครื่องปั้มหัวใจไปที่ร่างของคนไข้ทันทีเสียงปังดังสนั่นร่างของคนไข้เด้งขึ้นมาจากเตียงเขามองไปยังเครื่องวัดชีพจนก่อนจะเห็นว่าชีพจรคนไข้ยังไม่กลับมา
“อีกครั้งปรับไปที่สองร้อย !!” ดนัยสั่งให้เพิ่มความแรงขึ้นอีก
แกร๊ก !! วี๊ด !! เสียงพยาบาลปรับพลังงานของเครื่องให้ขึ้นไปที่สองร้อยจูลและเมื่อพร้อมแล้วดนัยก็ทำการปั้มไปที่หัวใจของคนไข้อีกครั้ง
ปัง !! ตี๊ด !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! สัญญาณชีพจรคนไข้ยังคงนิ่งเงียบหมอมิโฮะที่มองอยู่หลับตาลงก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
“ไม่สิต้องไม่เป็นแบบนี้” ดนัยพูดออกมาเขารีบวางแพดเดิ้ลลงก่อนจะใช้มือของเขาปั้มไปที่หน้าอกของคนไข้
“หนึ่ง...สอง...สาม...สี่...ห้า................” ดนัยทำการปั้มหัวใจอยู่เกือบสามนาทีในขณะที่คนอื่นๆได้แต่ทำหน้าเศร้า
หมอมิโฮะที่เห็นสภาพของหมอดนัยในที่สุดเธอก็ทนไม่ไหวเธอเดินเข้ามาก่อนจะคว้าหมับเข้าที่แขนของดนัย
“หมอมิโฮะทำอะไรครับมาจับแขนผมทำไมแบบนี้ผม....”
“พอเถอะหมอดนัยเราเสียคนไข้คนนี้ไปแล้วเธอเป็นหมอผ่าตัดต้องประกาศเวลาเสียชีวิตนะ” หมอมิโฮะพูด
“สะ สะ เสียชีวิต....” ดนัยพูดออกมาเสียงสั่นๆก่อนจะมองไปที่หน้าของคนไข้ที่นอนหลับอย่างสงบเขามองไปรอบๆก่อนจะเห็นเหล่าพยาบาลที่ผ่าตัดกับเขาวันนี้ได้แต่ก้มหน้าและหลับตาสวดภาวนาให้คนไข้ไปสู่สุขติ
จบ...