ผมขยับตัวเองไปบนร่างเปลือยเปล่าของเธอ ปรับให้ตรงตำแหน่งอันเหมาะควร เธอขยับขากางออก ราวคำเชื้อเชิญ
ผมตอบรับ มุ่งหน้าพร้อมอาวุธ ผ่านประตูสู่ดินแดนปริศนาสุดหฤหรรษ์
ผมเริ่มเคลื่อนไหวตามจังหวะรื่นรมย์ ราวทำนองเพลงรักดังกังวานในร่างบอบบาง มีจุมพิตช่วยเบิกทางให้ลิ้นออกมุ่งหน้าค้นหาสหายจากภายในปากของเธอ
ดูเหมือนเธอหอบแรงขึ้น แต่ความรู้สึกที่ส่งผ่านกันและกัน ทำให้ผมรู้ว่าเธอยังปรารถนา
เกือบสิบนาทีต่อมา ผมพยุงเธอขึ้น เปลี่ยนท่วงท่าจากนอนราบ สู่การให้คุกเข่าบนโซฟา หันหน้า แล้วเท้าแขนไว้กับพนักพิง ส่วนผมลุกยืน จับสะโพกเธอไว้ด้วยสองมือ ก่อนเคลื่อน่ล่างเข้าแนบชิดก้อนเนื้อนุ่มของบั้นท้าย ส่วนความเป็ชายที่อวดตนอย่างแข็งแกร่ง ค่อยแนบชิดเนินหนั่นเนื้อที่ปกคลุมไปด้วยโลมาสีนิล ก่อนจะเริ่มค้นหาช่องทางเพื่อดำดิ่งสู่ส่วนลึกอันอ่อนไหวของร่างกาย
แท่งบุรุษของผมเคลื่อนผ่านช่องทางมืดมิด ท่ามกลางสายธารตื้นไปจนสุดทาง เคลื่อนไหวสำรวจไปพร้อมความหรรษา พร้อมเสียงครางแห่งความปรารถนาจากลำคอเธอ
ผมกำลังร่วมรักกับพลอย เพื่อนสนิทที่สุด เพื่อนที่คบหากันมาหลายปี วันนี้ดูเหมือนเราได้ก้าวเดินหน้าไปอีกขั้น สู่ดินแดนใหม่ ความสัมพันธ์ใหม่ที่ไม่อาจย้อนกลับ เช้าวันพรุ่งนี้ เราจะคบหากันดั่งคู่รัก หรือกลายเป็เพียงสหายที่แบ่งปันความบันเทิงเริงใจ หรือขาดสิ้นซึ่งความรู้สึกที่ดีต่อไป ก็ยากที่จะบอกได้ ผมไม่รู้ใจของเธอ
แล้วผมเอง้าให้เป็ความสัมพันธ์แบบไหนกันล่ะ
และหากความสัมพันธ์ที่ผม้าไม่ตรงกับความปรารถนาของเธอเล่า ผมจะยอมรับได้หรือเปล่า
ผมยังไม่รู้
ผมละเลิกความคิดฟุ้งซ่าน หันความสนใจกลับมาที่เธอ เอนตัวเข้าซุกไซ้ริมใบหู สองมือ เคลื่อนกุมสองเต้าเต่งตึงที่ปลายยอดชูชันอวดโฉม เอวผมยังคงเคลื่อนไหวไม่หยุด เร็วบ้าง ช้าบ้าง ร่างกายส่วนล่างยังคงปะทะหนั่นเนื้อนุ่มเนียนของบั้นท้ายเธอครั้งแล้วครั้งเล่า ท่ามกลางความพยายามเก็บกลั้นอย่างที่สุด วาดหวังจะได้เห็นเธอหลุดลอยล่องสู่ฟ้ากว้าง พร้อมความอภิรมย์
ส่วนการเสร็จสมของผมเป็เพียงเื่รอง
เสียงครวญคราง ซึ่งดูเหมือนอิงแอบไว้ใต้ริมฝีปากบาง ที่ถูกกัดไว้ คล้ายอยากะเิออกมา เธอไม่อาจเก็บกลั้นไว้ได้อีก ที่สุดเสียงแห่งอารมณ์หรรษา ก็ถูกส่งผ่านออกมา พร้อมกับร่างสั่นกระตุกสม่ำเสมอราวจังหวะกลอง ผมเองก็ต้องเก็บกลั้นในการบรรเลงทำนองเคลื่อนไหว มิให้หยุดลงก่อนเวลาอันควร กระทั่งเสียงลำนำครางครวญจากปากสีชมพูอ่อนเริ่มสงบ ทำนองบทเพลงของผมจึงเริ่มแ่เบา และหยุดลง พร้อมร่างเราสองนอนราบลง เบียดชิดบนโซฟา
ใบหน้าเธอเวลานี้ซุกอยู่ซอกคอผม หายใจแรง ความชื้นจากเหงื่อที่ฉาบผิวกายอ่อนนุ่มทำให้ผมสุขใจ ปรารถนาการแนบชิดกับร่างชโลมเหงื่อเช่นนี้ต่อไปจนสิ้นกาลเวลา
เนิ่นนานหลายอึดใจ ที่เรานิ่งงันในอ้อมแขนกันและกัน ผมเริ่มจุมพิตหน้าผากเธออีกครั้ง เธอเงยหน้าขึ้นสบตาผม เอ่ยน้ำเสียงเขินอาย
“อะไร...”
“ดีมั้ย”
เหมือนเธออยากจะค้อนผม แต่ก็หลบตา ซุกหน้ากับคอผม พร้อมเอ่ย
“ไม่รู้”
ผมปล่อยให้เวลาสลายความเขินอายของเธอไปสักครู่ ก่อนขยับตัวจูบเธออีกครั้ง
“ง่วงหรือยัง” ผมถาม
“แกเสร็จแล้วเหรอ” เธอเหลือบตามองผม
“ยัง”
“ไม่ทำให้เสร็จล่ะ”
“เผื่อแกอยากเบิ้ล” ผมตอบยิ้มๆ
เธอหัวเราะ แล้วว่า “พักก่อน... แกทำให้เสร็จสิ”
ผมใช้เวลาคิดนิดหนึ่ง “ถ้างั้น...เสร็จใส่ปากนะ”
เธอยู่หน้านิดๆ “ไม่เอา”
“ทำไม” ผมยังตื๊อ
“เขิน” พูดจบเธอยังหัวเราะ
“เขินอะไรอีก”
“ไม่รู้... ไว้คราวหน้า”
“ก็ได้” ผมยอมรับ
จากนั้นเราจึงขยับลุก เธอนั่งพิงหลังกับพนักโซฟา ผมยืนหันหน้าหาเธอ
พลอยยกมือจับน้องชายของผม แล้วเอนหน้าเข้ามาใกล้ แตะริมฝีปากเบาๆ ไล้ไปทั่วตลอดแท่ง มือขยับน้อยๆ ให้ประสานจังหวะัักับริมฝีปาก ไม่นานก็หายเข้าไปในปาก ผมรู้สึกได้ถึงลิ้นที่ขยับลูบไล้อยู่ภายใน จังหวะที่เธอเคลื่อนศีรษะ ไม่เร็ว ไม่ช้า เกินไปกว่าคำว่าพอดี สม่ำเสมอ ไม่เร่งเร้า แต่อ่อนโยน ผมขนลุกไปทั่วตัว ยิ่งเมื่อสายตาใสแป๋วของเธอเหลือบมองขึ้นมาขณะภายในปากยังให้ความอบอุ่นที่เคลื่อนไหว ทำให้ผมต้องเรียกความอดทนจากทั่วกายเพื่อเก็บกลั้น กระนั้นความปรารถนาก็ยังพุ่งพล่าน
ผมใช้มือทั้งสองจับศีรษะเธอ แล้วเริ่มเคลื่อนเอวอย่างนุ่มนวล กลัวอาวุธปลายแหลมจะพุ่งลึกเข้าไปถึงในลำคอ แต่ก็เร็วมากพอที่อารมณ์หรรษาจะทวีขึ้น
พลอยใช้สองมือรวบผมยาวที่ทิ้งตัวสยายประบ่า ไปจับไว้เป็หางม้าหลังศีรษะ ราวกับรู้ใจผมว่า้ามองเห็นวงหน้าเธอเต็มๆ
เธอหลับตา ปล่อยให้ผมเป็ผู้บังคับบัญชาทุกอย่างในห้วงเวลานี้ กระทั่งสุดท้าย การเคลื่อนไหวของผมซึ่งเร่งเร็วขึ้นอย่างอัตโนมัติ ไม่อาจทานทนความสุขสมที่ทวีขึ้นมหาศาลได้นานต่อไปกว่านี้ หลักฐานแสดงการยืนยันความสุขระหว่างเรา ก็ส่งสัญญาณเตรียมพวยพุ่ง
ผมดึงอาวุธส่วนหน้า พ้นพันธนาการจากปากและลิ้นของเธอ จ่อปลายบนใบหน้างามที่ตอนนี้ประดับลักยิ้มเล็กๆ ก่อนที่อีกเสี้ยวอึดใจ น้ำขาวขุ่นจะเริ่มพวยพุ่งชโลมหน้าผาก และริมแก้มนวล เธอยังหลับตา นิ่งงัน ปล่อยให้ห้วงเวลาสุขสมของผมเป็ไปตามใจ
เมื่อการปลดปล่อยสิ้นสุด เธอกวาดลิ้นไปทั่วถ้วนอาวุธคู่กายผม ราวกับนายทัพบรรจงเช็ดปลายทวนหลังพิชิตศึก
ผมหายใจหอบ ทิ้งตัวลงนั่งข้างเธอ จ้องมองเพื่อนสาว น้ำขาวที่ปกคลุมใบหน้าไม่ได้ทำให้ความน่ารักของเธอหายไป อย่างน้อยก็สำหรับผม ตรงข้ามกลับยิ่งเพิ่มมากเป็เท่าทวี
เธอยกมือจะเช็ดออก แต่ผมห้ามไว้ อย่างน้อยก็อีกสักชั่วอึดใจ ผมอยากมองเธอในภาพเช่นนี้
จากนั้นจึงจุมพิตเธอ
ไม่กี่นาทีต่อมา ร่างเปลือยเปล่าของเราก็อยู่ด้วยกันใต้ละอองสายน้ำจากฝักบัว สีหน้าของพลอยสดใส มีชีวิตชีวา ราวสาวรุ่นมัธยมปลาย ไร้อาการมึนเมา ผมช่วยเธอถูกหลัง เธอก็ช่วยชโลมสบู่ไปถ้วนทั่วร่างกายผมเช่นกัน
จากนั้น เรากลับมาทิ้งตัวลงนอนบนเตียง มิจำต้องหาอาภรณ์ใดมาสวมใส่ มีเพียงผ้านวมผืนน้อย ปิดบังร่างเราสองจากแสงและเพดาน
เธอนอนกอดก่ายผม ศีรษะหนุนอยู่บนอก
“คิดไงทำอย่างนี้” เธอถามขึ้นมา
“คิดว่ามันถึงเวลาแล้วมั้ง น่าจะทำแบบนี้ตั้งนานแล้ว”
“บ้า”
“ก็จริงนี่”
เธอเงียบไปสักครู่ แล้วจู่ๆ ก็ลุกขึ้นนั่งกอดเข่า ผมเริ่มกังวล ลุกขึ้นนั่งตาม กระเถิบตัวไปกอดเธอไว้ “เป็ไร”
“แกมีอะไรกับฉันเพราะ... แบบ...แค่อยากมีเซ็กซ์เฉยๆ ไรงี้ปะ” สีหน้าแววตา แม้ไม่ได้จ้องมองผม แต่ผมก็ััได้ว่าเป็คำถามจริงจัง
ผมว่าผมเข้าใจความรู้สึกเธอ “ก็ไม่เชิง เื่นั้นก็มี แต่รู้สึกว่าเป็เพื่อนกันมาตั้งนาน ฉันน่าจะคอยอยู่กับแก ดูแลแกให้มากขึ้น จริงจังขึ้น”
เธอจ้องมองผม สายตาจริงจัง “เอาจริงๆ ตอบจริงๆ ฉันไม่โกรธ ถ้าแค่อยากมีเซ็กซ์กัน ก็บอกตรงๆ”
“ก็บอกตรงๆ นี่ละ บางทีเจอผู้ชายคนอื่นมาทำท่าจีบแก ฉันยังคิดว่า มันจะดีไหม จะหลอกแกหรือเปล่า บางทีก็ห่วงแก เลยว่าถ้าแกโอเค ฉันมาคอยดูแลแกเองดีกว่า”
“บ้า...พระเอกเกิ๊น” ผมเห็นรอยยิ้มของเธอก็เบาใจ
“ก็มันจริงนี่”
“จะขอคบเป็แฟน ว่างั้น?”
“ก็แล้วแต่แก ถ้าแกไม่รู้สึกว่ามีคนอื่นที่ถูกใจ ฉันก็อยู่กับแกไปได้ตลอด”
เธออมยิ้มแบบขำๆ “แล้วตั้งนานไม่จีบ?”
“ก็ั้แ่สมัยเรียน ตอนนั้นฉันชอบฟีลแบบนั้นกับแกมากกว่า ฟีลเพื่อนสนิทกัน คุยกันได้ตลอดทุกเื่ ถ้าเกิดฉันมีอะไรกับแกตอนนั้น ไม่รู้ฟีลมันเปลี่ยนไปมั้ย ไม่รู้สิ เอาจริงๆ ตอนนั้นฉันรู้สึกว่ายังไงสักวัน ฉันจะได้มีเซ็กซ์กับแก แค่ไม่รู้ว่าเมื่อไร เลยคิดว่าไม่ต้องรีบ”
“อีบ้า” เธอบ่นผมอย่างขำๆ แล้วว่า “แล้วเป็ไง ตอนนี้ฟีลเปลี่ยนไปไหมล่ะ”
“ก็... ไม่รู้สิ รู้สึกอยากอยู่กับแกให้มากขึ้นมั้ง” พูดจบก็กอดเธอ หอมแก้มไปทีหนึ่ง
“ให้มันจริงเหอะ จะคอยดู” เธอแอบกระทุ้งศอกที่ท้องผมเบาๆ
ผมบีบจมูกเธอทีหนึ่ง เราจ้องตากันอยู่นานเกินอึดใจ จากนั้นเธออมยิ้ม แล้วถามขึ้นมา
“แล้วยัยเจน ยัยเป้ ที่ออฟฟิศ ไม่สนแล้วเหรอ”
“สนสิ สองคนนั้นก็น่ารักดี”
“ไม่จีบล่ะ”
“ไม่ได้อยากจีบ อีกอย่างสองคนก็คงไม่ได้อยากจะจริงจังกับใครด้วยมั้ง”
“งั้นก็แค่พาไปจัดสักครั้งสิ”
“แกจะโอเคมั้ยล่ะ ถ้าฉันจะทำอย่างนั้น”
“ก็แล้วแต่แก”
“จริงเหรอ”
เธอซบหน้าลงกับอกผม
“ฉันเข้าใจ ผู้ชายก็อย่างงี้ ถ้าแกไปกับนอนกับคนที่ฉันรู้จัก กับเพื่อนกันเอง ไรงี้ ฉันก็ไม่ว่าหรอก แต่แบบถ้าไปนอนกับคนที่ฉันไม่รู้จัก มันรู้สึกไม่ค่อยโอเคว่ะ”
“เหรอ” ผมยอมรับว่าออกจะแปลกใจ ที่เธอเปิดกว้าง
“ถ้าแบบวันหนึ่ง ฉันเข้ามาเจอแกนอนกับผู้หญิง ถ้าผู้หญิงคนนั้นเป็เพื่อน เป็ยัยเจน ยัยเป้ หรือเพื่อนสมัยเรียน ไรงี้ ก็โอเค อย่างน้อยก็รู้ว่าใคร เป็คนยังไง แต่ถ้าแบบว่ามาเจอผู้หญิงที่ไม่รู้จัก แกก็ต้องมาคุยกับฉันหน่อยแล้วละ”
“ความคิดแกแปลกดี”
“เหรอ ไม่รู้สิ ฉันแค่คิดว่า ถ้าแกนอนกับยัยเจน ถ้าในฐานะแฟน ฉันก็รู้ว่าผู้หญิงที่แกนอนด้วยเป็ใคร ถ้าในฐานะเพื่อนยัยเจน ฉันก็รู้ว่ามันนอนกับผู้ชายที่ไหน อย่างน้อยก็ไม่ต้องห่วงมัน ว่าจะโดนใครจับไปรุม หรือโดนหลอกไปฆ่า”
“ก็ดีนะ” ผมยอมรับความคิดเธอ “โอเค ต่อไปนี้ฉันจะนอนกับเฉพาะคนที่แกรู้จัก คนที่แกโอเค”
“ได้ทีเลยนะ” เธอกระทุ้งศอกที่ท้องผมอีกครั้ง
“แล้วฉันก็จะกลับมารายงานด้วย เหมือนสมัยเรียน”
“โอ้ย... ตอนนั้นแกบอกฉันกี่ครั้งเอง”
ผมลองนึก “ก็น่าจะบอกแกทุกคนที่ฉันนอนด้วยนะ”
“ไม่จริง ฉันว่าแกนอนกับเพื่อนเยอะกว่าที่บอกฉัน” เธอเถียง
ผมยังพยายามนึก ว่าเคยละเลยไม่บอกเล่าให้เธอฟังหรือเปล่า แต่ก็ยากจะนึกได้ออกครบถ้วน
“เหรอ ฉันว่าฉันคุยกับแกแทบทุกครั้งนะ”
เธอขยับกอดผม ทิ้งน้ำหนักจนร่างผมล้มหงาย เธอเคลื่อนมานอนทับบนตัวผม จ้องมองตาผม
“งั้นเล่ามาอีกทีสิ ั้แ่สมัยเรียน แกนอนกะใครมาบ้าง”
“เอาจริง?”
เธอจุ๊บปากผมเล็กๆ แล้ว ซบแก้มลงแนบอก เอ่ยเสียงหวานแ่เบา ราวร่ำร้อง วอนขอ
“เล่ามาั้แ่แรกเลย คนแรกของแกั้แ่เข้ามหาลัย เล่ามาให้ละเอียด”
ผมยกมือลูบหัวเธอ ััได้ถึงหน้าอกที่ขยับขึ้นลง ช้าๆ สม่ำเสมอ ในใจตระหนักว่า บางทีผมคงต้องเล่าให้เธอฟัง เื่ราวในโลกมหาวิทยาลัยของผม ่เวลาที่แม้เราได้รู้จักเป็เพื่อนสนิทกัน ทว่าแต่ละคนก็มีเส้นทางชีวิตของตัวเอง พบเจอเื่ราวเป็ของตัวเอง
“ถ้าจำไม่ผิด เริ่มครั้งแรกก็ตอนคืนวันปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ละ” ผมเริ่มต้นเล่า