ประตูเส้นทางโบราณ

    บทที่ 99 โครงกระดูก

    บทที่ 99 โครงกระดูก


       “แล้วฉันควรทำอย่างไรดี?” สายฝนถามด้วยความกังวล เขานึกย้อนไปตอนต่อสู้กับโกเลมนํ้าแข็งและตอนต่อสู้กับคนจากกลุ่มภูเขาเขียว พลังมหาศาลไม่ทราบที่มา คล้ายกับมันจะเป็นพลังจากสายเลือดของเขา


       ผีเสื้อเทพธิดาราตรีครุ่นคิดอยู่หลายวินาทีก่อนตอบ ‘ข้านึกออกอยู่แค่สามวิธี วิธีแรกเจ้าต้องยกระดับร่างกายตนเองให้แข็งแกร่งพอจะรองรับพลังสายเลือด แน่นอน วิธีนี้มันแทบเป็นไปไม่ได้ ทุกครั้งที่เจ้ายกระดับ ไม่ใช่แค่ร่างกายอย่างเดียวที่แข็งแกร่งขึ้น ทุกครั้งที่เจ้ายกระดับสายเลือดจะบริสุทธิ์ขึ้นด้วย’


       “ฉันไม่สามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้อย่างแน่นอน วิธีแรกเป็นไปไม่ได้ แล้ววิธีที่สองล่ะ?” สายฝนเอ่ยขึ้น ถึงเขาจะมีโทรศัพท์เทพเจ้า ทักษะระดับพระเจ้า ศิลปะการต่อสู้จากยุคบรรพกาล แต่ก็ใช่ว่าเขาจะทำได้ทุกอย่าง


       ‘วิธีที่สองคือเจ้าต้องหาร่างใหม่! ต้องไม่ใช่เผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอ อย่างน้อยต้องเป็นเผ่าพันธุ์ศักดิ์สิทธิ์ ถ้าเป็นไปได้ควรหาร่างกายเทพ ร่างกายเทพจะทำให้เจ้าไม่ถูกพลังสายเลือดกลืนกิน วิธีนี้ไม่ใช่วิธีที่แย่แต่มันยุ่งยากและลำบาก’ ผีเสื้อเทพธิดาราตรีกล่าววิธีที่สองให้สายฝน ฟังคำพูดนั้นสายฝนก็พูดไม่ออกนานอยู่หลายนาที


       “เธอจะบ้าหรือไง?! ฉันรับไม่ได้กับวิธีนี้ ช่วยบอกวิธีที่สามที” สายฝนส่ายหัว เขาไม่ชอบวิธีที่สองเอาซะเลย


       ผีเสื้อเทพธิดาราตรีไม่สนใจท่าทางสายฝน เธอกล่าววิธีที่สามออกมา สิ่งที่เธอกล่าวเป็นผลให้สายฝนลอบดีใจ ‘วิธีที่สามคือเจ้าต้องได้รับพรจากเทพ ข้าเองก็เป็นเทพ ข้าสามารถให้พรกับเจ้าได้ แน่นอน เจ้าจะต้องช่วยเหลือข้าก่อน ข้าถึงจะให้พรกับเจ้า’


       “เธอต้องการให้ฉันช่วยอะไรล่ะ? ฉันคิดว่าระดับหนึ่งคงไม่สามารถช่วยระดับสิบสามอย่างเธอได้หรอกนะ” สายฝนถาม เขาสงสัยมานานแล้ว ตอนนี้เขาไม่อาจเก็บความสงสัยได้อีกต่อไปจึงถามผีเสื้อเทพธิดาราตรี


       ‘อย่าเพิ่งรีบไป ข้าจะบอกกับเจ้าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ตอนนี้เจ้าจะต้องผ่าน แบบทดสอบของข้าซะก่อน ดูเหมือนกับว่าแบบทดสอบจะเริ่มแล้วสินะ’ ผีเสื้อเทพธิดาราตรีกล่าวจบเธอก็บินออกไป ปล่อยให้สายฝนยืนงง


       ‘แบบทดสอบอะไ…’ สายฝนยังคิดไม่ทันจบ สัญชาตญาณพลันร้องเตือน สายฝนไม่ได้คิดอะไรมาก ทำตามที่สัญชาตญาณบอก ฉับพลันร่างเขาออกห่างจากจุดเดิมด้วยความรวดเร็ว การกระทำนี้ทำให้เขารอดพ้นจากดาบพลังงานสีดำอย่างหวุดหวิด


       “โครงกระดูกมันขยับได้!” สายฝนพึมพำเบาๆพลางมองเบื้องหน้า โครงกระดูกสีเหลืองกำลังถือดาบพลังงานสีดำ มองมาทางสายฝนด้วยเบ้าตากลวงโบ๋ มันยืนคล้ายกับจะล้มได้ทุกเวลาทว่ามันก็ไม่ได้ล้ม


       รับรู้ว่าตัวเองโจมตีพลาด โครงกระดูกพลันเคลื่อนที่ด้วยท่าทางประหลาดเข้าหาสายฝน ท่าทางประหลาดของโครงกระดูกทำให้มันเคลื่อนไหวได้เร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ เพียงแค่สายฝนกระพริบตา โครงกระดูกก็มาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว


       หวึด!


       สายฝนใช้ท่าเหยียบจันทร์ดับแสงหลบดาบพลังงานสีดำได้สำเร็จ ต่อมาเตรียมโจมตีสวนกลับแต่ตอนนั้นพลันเกิดเรื่องน่าเหลือเชื่อขึ้น โครงกระดูกซึ่งโจมตีพลาดเคลื่อนไหวด้วยท่าทางประหลาด ท่าทางนี้มนุษย์อย่างสายฝนไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน


       การเคลื่อนไหวของมันเป็นผลให้ช่องว่างมันหายไป โครงกระดูกโจมตีใส่สายฝนก่อนที่เขาจะทันได้โจมตีสวนกลับ สายฝนตกใจ รีบใช้ท่าเหยียบจันทร์ดับแสงหลบดาบพลังงานที่โจมตีมา เป็นเหมือนครั้งก่อน โครงกระดูกเคลื่อนไหวอย่างแปลกประหลาดทำให้มันสามารถกลับมาโจมตีสายฝนได้ใหม่ภายในระยะเวลาอันสั้น


       “ไอ้โครงกระดูกเวรนี่จะโกงไปไหน?!” สายฝนไม่สามารถโจมตีสวนกลับอีกฝ่ายได้เลย เขาทำได้เพียงอย่างเดียวคือหลบ หลบ แล้วก็หลบ ทุกครั้งที่เขาจะโจมตีสวนกลับ โครงกระดูกก็จะโจมตีใส่เขาก่อนทุกที แม้โครงกระดูกจะเป็นระดับหนึ่งเหมือนสายฝน แต่มันไม่ได้เร็วเท่าเขา ตามจริงมันช้ากว่าสายฝนมาก แต่เพราะท่าทางการเคลื่อนไหวอันแปลกประหลาดของมัน โครงกระดูกจึงราวกับเร็วกว่าสายฝน


       ‘โครงกระดูกตัวนี้เมื่อตอนยังมีชีวิตมันเป็นระดับสาม เจ้าน่าจะเพิ่มความระวังมากกว่านี้นะ ไม่แน่โครงกระดูกตัวนี้อาจมีอะไรซ่อนอยู่ก็ได้’ ผีเสื้อเทพธิดาราตรีส่งข้อความเสียงอธิบายสายฝน


       ‘อะไรนะ! นี่ฉันต่อสู้กับอดีตระดับสาม บัดซบ!’ สายฝนไม่อาจทนสภาพปัจจุบันของตนได้อีก เขาหยิบโทรศัพท์เทพเจ้าขึ้นมาด้วยมือข้างซ้าย เปิดแอปพลิเคชัน[มิติคลังเก็บสิ่งของ] นำดาบเพลิงโลกันตร์ออกมา เมื่อดาบปรากฏ สายฝนก็ใช้มือข้างขวาจับดาบก่อนจะขว้างโทรศัพท์เทพเจ้าในมือข้างซ้ายไปใส่หัวกระโหลกโครงกระดูก


       ปึก!


       โทรศัพท์เทพเจ้าถูกปาออกไป โครงกระดูกใช้ดาบพลังงานป้องกันทว่าไม่ได้ผล มือถือเทพเจ้าสามารถพุ่งผ่านดาบพลังงานได้อย่างง่ายดาย ต่อมาโทรศัพท์เทพเจ้าก็ชนเข้ากับหัวกระโหลกโครงกระดูกอย่างรุนแรง


       วินาทีถัดมา หัวกระโหลกโครงกระดูกก็หลุดออก สายฝนใช้จังหวะนั้นตวัดดาบเพลิงโลกันตร์ตัดแขนกระดูกทั้งสองของมัน ตัดสำเร็จ ออร่าราชาวัวครึ่งปลาพลันครอบคลุมขาข้างหนึ่ง


       “ตายไปซะ!” สายฝนคำรามเสียงดัง ยกขาข้างที่ถูกพลังออร่าครอบคลุมขึ้นเตะใส่ร่างกายโครงกระดูก ปึง! โครงกระดูกไม่ได้มีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว พอมันเจอพละกำลังทั้งหมดของสายฝนบวกกับพลังออร่าราชาวัวครึ่งปลาเข้าไป ร่างกายโครงกระดูกก็แตกกระจาย


       “ยังไม่จบหรอก” สายฝนเอ่ยพลางเหยียบกระดูกที่กระจัดกระจายตามพื้น เมื่อกระดูกถูกเหยียบมันพลันแตกละเอียดทันที อย่างที่กล่าวไป กระดูกไม่ได้มีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งอะไร ด้วยแรงทั้งหมดของสายฝนบวกกับพลังออร่าราชาวัวครึ่งปลา กระดูกจึงไม่อาจทนทานได้


       สายฝนไล่เหยียบกระดูกที่กระจัดกระจายตามพื้น เวลาผ่านไปหลายนาที ท้ายที่สุดก็เหลือเพียงหัวกระโหลกเท่านั้น หัวกระโหลกพยายามกระโดดหนี แต่มีหรือที่คนอย่างสายฝนจะปล่อยมันไป? ไม่มีทางเป็นไปได้!


       “แกจะไปไหน?” สายฝนใช้ท่าเหยียบจันทร์ดับแสงพุ่งไปขวางด้านหน้าหัวกระโหลก ฉึก! เกิดเสียงดังขึ้น ดาบเพลิงโลกันตร์แทงกลางหน้าผาหัวกระโหลก ยังไม่จบ ความสามารถของดาบเพลิงโลกันตร์พลันถูกกระตุ้น


       เพลิงโลกันตร์ปรากฏขึ้นจากอากาศว่างเปล่า ล้อมรอบใบดาบ สายฝนบังคับให้เพลิงโลกันตร์เคลื่อนที่ไปยังหัวกระโหลก วินาทีถัดมา หัวกระโหลกถูกเผาไหม้ด้วยไฟจากนรกจนไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้า


       “ฉันผ่านแบบทดสอบของเธอมั้ย?” สายฝนกล่าวจบ เขาก็สลายเพลิงโลกันตร์ จากนั้นหันไปมองผีเสื้อเทพธิดาราตรีซึ่งกำลังบินไปมาบนอากาศอยู่


       ได้ยินคำถามสายฝน ผีเสื้อเทพธิดาราตรีพลันเอ่ยขึ้นว่า ‘ผ่านแบบทดสอบ? เจ้าคิดว่าแบบทดสอบของข้ามันง่ายขนาดนั้นเลยหรือ? แบบทดสอบของข้ามันยังไม่จบหรอกนะ แบบทดสอบที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต่อจากนี้!’


        ‘ยังไม่จบ หรือว่า…’ สายฝนขยายสัมผัสรับรู้มากกว่าเดิม ฉับพลันสัมผัสรับรู้ของเขาตรวจสอบเจอศัตรูมากกว่าสิบตัว สายฝนตกตะลึง ศัตรูทั้งหมดเป็นโครงกระดูกเหมือนตัวแรก แต่เหมือนจะแข็งแกร่งกว่า


       “บ้าไรวะเนี่ย?! ฉันต้องสู้กับโครงกระดูกระดับหนึ่งมากกว่าสิบตัว” สายฝนถึงกับปวดหัว เขาไม่รอให้ศัตรูเข้าใกล้ รีบวิ่งไปหาที่ซ่อน หาจังหวะลอบโจมตี มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะต่อสู้ตรงๆกับระดับหนึ่งมากมายขนาดนี้แล้วจะชนะ


    ---


    จบบทที่ 99 โครงกระดูก



    คล้ายกับเรื่องประตูเส้นทางโบราณ ที่คุณอ่าน