ของหวานสำหรับมื้อกลางวันก็คือ เค้กช็อคโคแล็ตที่ชาร์ลีทำไว้ั้แ่เมื่อวันวานรับประทานกับกาแฟดำหลังจากการรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยลงแชดก็เอนหลังพิงพนักเก้าอีอย่างสบายอารมณ์ดวงตาคู่สีฟ้าเป็ประกายพราวนั้นเหลือบแลไปทางชาร์ลีพร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นตรงมุมปากทำให้ใบหน้าที่ราวจะหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ดูอ่อนโยนลง
“เห็นจะต้องยอมรับอีกเช่นกันว่านานมาแล้วที่ผมไม่ได้กินอาหารแบบที่ทำเองในบ้านอย่างนี้จนผมลืมไปเลยว่ารสชาติมันอร่อยมากขนาดไหน”
มันเป็คำชมด้วยความจริงใจมิได้มีเจตนาที่จะยกยอให้เกินความจริงทำให้ชาร์ลีรู้สึกประทับใจและปลื้มใจอยู่ไม่น้อย
มันทำให้เธอคิดไปถึงคำพังเพยที่กล่าวไว้ว่า...การที่ผู้หญิงเข้าถึงจิตใจผู้ชายได้นั้นมันก็อยู่ตรงเสน่ห์ปลายจวักนี้เอง...ความคิดดังกล่าวทำให้เธอบังเกิดความหวั่นไหวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้เพราะมันเป็เื่ที่มันเป็ไปได้ยากที่เธอจะฝึกสัตว์ป่าที่รักความเป็อิสระให้เชื่องเป็อีกครั้งหนึ่งที่ชาร์ลีต้องเตือนใจตัวเองว่าจงอย่าได้เข้าไปข้องเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้เป็อันขาดเพราะเขาเป็ตัวละครที่ผ่านเข้ามาในฉากชีวิตของเธอเท่านั้น
ดังนั้น เธอจึงสนองตอบคำชมของเขาด้วยคำตอบเรียบๆ ว่า
“แม่ฉันเป็คนที่มีฝีมือในเื่การทำอาหารมากค่ะเพราะฉะนั้น ก็เลยได้ครูที่ดีที่สุดในโลกมาสอนให้” พูดจบเธอก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อจัดเก็บจานชามที่ใช้แล้วเอาไปล้าง แต่ไม่ก่อนที่จะถามเขาว่า “เดิมกาแฟอีกสักหน่อยไหมคะ”
“ไม่ละครับ ขอบคุณ” แชดปฏิเสธรอยยิ้มยังเกลื่อนอยู่บนใบหน้า “ผมคิดว่าในตอนบ่ายนี้จะออกไปขี่ม้าดูอะไรรอบๆเสียหน่อย เพื่อที่จะได้ทำตัวให้คุ้นชินกับสภาพบ้านไร่ผมขออนุญาตเลือกม้าสักตัวได้ไหมครับ” ตอนท้ายเขาหันไปถามแกรี่
“เชิญตามสบายเลย อยากได้ตัวไหนก็เลือกเอา”แกรี่ออกปากอนุญาต
หลังจากที่เสียงฝีเท้าของเขาจางลงแล้วชาร์ลีก็วางมือจากงานเงยหน้าขึ้นมองที่ชายเห็นแกรี่กำลังตกอยู่ในภวังค์แห่งความคิดดูเหมือนอาการแปลบเสียวจากาแจะเกิดขึ้นเพราะเห็นเขาหน้านิ่วเอื้อมมือไปจับไม้ค้ำไว้แน่น
“พี่กินยาแก้ปวดที่หมอให้ไว้บ้างหรือเปล่า”ชาร์ลีมองหน้าพี่ชายอย่างจะต่อว่าที่เขาไม่ค่อยปฏิบัติตามคำแนะนำของหมอเท่าใดนักและพอจะเดาคำตอบได้อยู่
“ยังเลย” แกรี่ตอบตามความเป็จริง“บอกตรงๆว่าพี่ไม่อยากจะให้ตัวเองต้องกลายเป็คนติดยาไปโดยไม่จำเป็"
“ถ้าอย่างนั้นเห็นจะต้องกัดฟันแข็งใจทนเจ็บทนปวดไปเรื่อยๆก็แล้วกัน” ชาร์ลีว่าให้แต่แกรี่ดูจะไม่สนใจในคำพูดของเธอเท่าใดนัก
“พี่คิดว่านายแชดคนนี้ออกจะมีความรอบรู้เกี่ยวกับเื่ไร่ปศุสัตว์อยู่มากทีเดียวนะเป็สารานุกรมเคลื่อนที่ก็ว่าได้ ตอนที่นั่งกินอาหารอยู่ด้วยกันพี่มีความรู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งเข้าโรงเรียนรับการอบรมใหม่ตั้งชั่วโมงทีเดียวรู้สึกว่าเขาเป็คนฉลาดหลักแหลมมาก”
“ใช่” ชาร์ลีหันไปให้ความสนใจกับจานชามในอ่างรู้สึกไม่ใคร่สบายใจกับหัวข้อที่พี่ชายหยิกยกขึ้นมาพูดเท่าไรนัก
“แต่ขณะเดียวกัน พี่ก็มีความรู้สึกว่ามันเป็เื่ไม่เข้าท่าเลยที่จะใช้ความรู้ความสามารถที่ตนเองมีอยู่ไปเที่ยวทำงานให้กับคนอื่นๆ”แกรี่แสดงความคิดเห็นต่อ “แต่พี่ก็อดคิดไม่ได้ว่าเราออกจะโชคดีที่เธอเดินไปสะดุดเขาเข้าคนคนนี้รู้งานจริงๆ พี่ไม่สงสัยในความสามารถของเขาเลย เธอคิดว่ามันน่าตะเป็เพราะอะไรที่ทำให้คนมีความรู้ดีๆอย่างนี้กลายเป็คนร่อนเร่พเนจรขึ้นมาได้”
“ไม่รู้สิ” แต่ชาร์ลีอยากจะให้ตัวเองรู้ในเหตุผลดังกล่าวนั้นเสียเหลือเกิน
เธอเงยหน้าขึ้นมองลอดออกไปทางหน้าต่างเหนืออ่างล้างจานซึ่งมองเห็นโรงนากับคอกปศุสัตว์ที่อยู่ในบริเวณเดียวกันเธอเห็นแชดที่กำลังควบม้าห่างออกไปและจำเ้าม้าตัวที่ชื่อดอลลาร์ซึ่งเป็ม้าหนุ่มสีน้ำตาลเข้มมีจุดสีขาวเด่นอยู่กลางหน้าผากขนาดเหรียญเงินตัวนั้นได้อย่างดีมันเป็ม้าตัวที่ดีที่สุดในจำนวนทั้งหมดที่เธอมีและการที่เขาเลือกม้าตัวนั้นก็แสดงให้เห็นว่าแชด รัสเซลล์มีความรู้เกี่ยวกับเื่ม้าอย่างดีอีกเื่หนึ่งด้วย
เสียงนาฬิกาปลุกกริ่งเรียกขึ้นตอนตี 5 ตรงของเช้าวันรุ่งขึ้นชาร์ลีกลิ้งร่าง ส่งเสียงครางออกมาอย่างไม่พอใจพร้อมกับควานมือเปะปะไปยังโต๊ะที่ตั้งอยู่ข้างเตียงเมื่อพบกับนาฬิกาก็กดปุ่มปิดเสียงลง ใจหนึ่งนั้นอยากจะนอนต่อไม่สนใจกับภารกิจต่างๆที่รอมืออยู่ แต่สามัญสำนึกไม่ยอมให้เธอทำเช่นนั้นชาร์ลีพยายามที่จะปัดเป่าความง่วงงุนให้ผ่านพ้นไป แต่ไม่ประสบความสำเร็จดังนั้นจึงต้องเหวี่ยงขาลงจากเตียง
หนังตาช่างหนักเสียจนลืมแทบไม่ขึ้นเมื่อตอนที่เธอเดินไปยังเก้าอี้ที่พาดเสื้อคลุมอาบน้ำไว้เธอสอดแขนเข้าไปในเสื้อตัวนั้นด้วยความเคยชินมากกว่าจะเป็ไปด้วยการชี้นำของจิตใต้สำนึก จากนั้นก็เดินตรงไปยังประตูเมื่อออกมาถึงห้องโถงภายนอก ก็พบว่ามีแต่ความเงียบกริบ ยังไม่มีใครตื่นชาร์ลีจึงเดินลงบันไดมาชั้นล่างในลักษณะครึ่งหลับครึ่งตื่น
เธอเลี้ยวไปยังห้องครัวคราวนี้จิตใต้สำนึกเป็ตัวสั่งเธอว่าเธอจะต้องต้มกาแฟหลังจากที่เสียบปลั๊กน้ำเรียบร้อยแล้วเธอก็เอนหลังพิงเคาน์เตอร์ ปล่อยให้ศีรษะพิงอยู่กับฝาตู้เก็บของ้าจากนั้นก็ปล่อยให้ตัวเองยืนหลับต่อ รอเวลาจนกว่าจะได้กลิ่นหอมๆของกาแฟจะอบอวลขึ้นจึงยอมลืมตาขึ้นอีกครั้งแต่ทว่าบังเอิญมีเสียงทักของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นเสียก่อน
“อรุณสวัสดิ์ครับ”
เธอกะพริบตาถี่ๆ กว่าจะเปิดเปลือกตาที่สะลึมสะลือขึ้นและเธอมองเห็นร่างสูงๆ ศีรษะปกคลุมด้วยเรือนผมสีดำสนิทกับดวงตาคู่สีฟ้านั้นตอนที่เขาเดินเข้ามาในครัวชาร์ลียังง่วงอยู่มากจึงไม่รู้สึกอะไรกับการที่จะปล่อยตัวตามสบายเช่นนี้
“งั้นรึ ฉันยังลืมตาไม่ขึ้นเลยก็เลยไม่รู้เลยว่าอรุณสวัสดิ์วันนี้จะสวัสดิ์อย่างที่คุณว่าหรือเปล่า” ชาร์ลีหลับตาตอบ
ความเงียบเกิดขึ้นเป็ครู่ก่อนที่จะมีเสียงทุ้มๆ ตอบมาว่า
“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องจูบปลุกสินะ”
จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามคำพูดประโยคนั้นกลับสร้างความรู้สึกขบขันให้กับชาร์ลีเรียวปากคู่นั้นแยกออกเป็รอยยิ้ม และแล้วก็รู้สึกว่ามีมือคู่หนึ่งทาบลงตรง่เอวรั้งร่างเธอให้ออกห่างจากเคาน์เตอร์และตู้เก็บของนั้นด้วยความแปลกใจที่พบการถูกเนื้อต้องตัวโดยไม่คาดคิด ทำให้เธอลืมตาโพลงขึ้นและได้เห็นดวงตาคู่สีฟ้าคมปลาบที่กำลังจรดจ้องมองเธออยู่ชาร์ลียกมือขึ้นเพื่อผลักร่างเขาออก แต่พอฝ่ามือกระทบกับกล้ามเนื้อบนแผงอกเข้าก็ดูเหมือนมันจะลืมเจตนาอันแท้จริงของเ้าของไปแล้วความใกระมังที่ทำให้ศีรษะของเธอเอนหงายไปข้างหลังและมันกลายเป็เป้าของริมฝีปากอีกคู่หนึ่งที่กำลังโน้มลงมาความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้เธอต้องเลื่อนสายตามาจับอยู่ที่ริมฝีปาก และมีความรู้สึกเหมือนตัวเองถูกสะกดจิตขณะที่มันเคลื่อนต่ำลงมาเรื่อยๆ
เมื่อริมฝีปากอุ่นๆ คู่นั้นประทับลงความปรีดาปราโมทย์ก็บังเกิดขึ้นทั่วทุกขุมขนร่างกายที่พร้อมจะยอมตามก็โอนอ่อนเข้าไปในอ้อมแขนคู่นั้นและแนบชิดอยู่กับเรือนกายที่แข็งแกร่ง ความร้อนจากเปลวจุมพิตกระจายไปทั่วสรรพางค์กายและยังไปจุดประกายขึ้นที่ปลายประสาทแห่งการตอบสนองที่ทำให้เธอจุมพิตตอบเขาความรู้สึกของชาร์ลีในยามนี้เกินขีดขั้นแห่งความพอใจเสียด้วยซ้ำมันคล้ายกับเธอมีสิทธิ์ที่จะอยู่ในอ้อมแขนของเขาทั้งที่มิได้มีความเป็จริงเป็พื้นฐานรองรับอยู่
แต่แล้วความเย็นเยือกก็บังเกิดขึ้นเมื่อเขาถอนริมฝีปากออกซึ่งเท่ากับบอกให้เธอรับรู้อยู่เป็นัยว่าการจุมพิตนั้นได้ยุติลงแล้วและชาร์ลีก็ยิ่งเย็นเยือกยิ่งกว่า เมื่อเขาถอยร่างออกห่าง ในความงงงวยนั้นเธอกะพริบตาถี่ๆ และเพิ่งรู้สึกว่าตัวเองถูกจูบโดยคนแปลกหน้า คนที่เธอเพิ่งจ้างเขาเข้ามาทำงานในไร่ชาร์ลีรู้สึกวุ่นวายในยิ่งนักไม่เข้าใจว่าเหตุใดเธอจึงยอมให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้
เขาผละห่างจากเธอเอื้อมไปหยิบถ้วยกาแฟเพื่อที่จะรินกาแฟในหม้อต้มลง
“ตอนนี้คุณตื่นเต็มที่แล้วละ” เขาพูดราวจับสังเกตอยู่
“ค่ะ” เธอตื่นขึ้นด้วยความ้าของร่างกายและตื่นขึ้นมาหาเขา เพื่อที่จะได้มองเห็นเสี้ยวหน้าด้านข้างที่เป็สีน้ำตาลเนียนเพื่อที่จะัักับฝ่ามือที่แข็งแรงและได้กลิ่นหอมอ่อนๆของเครื่องสำอางสำหรับผู้ชาย แต่เหนือสิ่งอื่นใดเธอตื่นขึ้นด้วยจุมพิตที่มีอิทธิพลอันแรงกล้านั้น
“จะให้ผมช่วยรินกาแฟให้สักถ้วยไหมล่ะ” เขาเหลือบตามองราวจะรู้สึกถึงความคิดในใจของเธอยามนี้
“ค่ะ” เธอตอบรับขยับตัวห่างจากเคาน์เตอร์ “แล้วเื่อะไรคุณถึงต้องมาจูบฉันด้วยล่ะ”
“ก็เพื่อปลุกให้ตื่นน่ะสิ” เขาตอบง่ายๆ
จากนั้นเขาก็ยังยื่นถ้วยกาแฟที่ถืออยู่ในมือให้แววแห่งความหมายมาดฉายชัดอยู่ในดวงตา ขณะที่เขาประสานสายอยู่กับเธอขณะนี้เขาก็ยังยืนอยู่ใกล้ตัวเธออย่างเหลือเกิน แต่งตัวเรียบร้อยและมีความเป็ตัวของตัวเองอย่างมาก และดูจะควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ดีกว่าเธอหลายเท่า
“ตอนที่ผมเดินเข้ามาในครัวน่ะ บอกตรงๆว่าผมได้เห็นภาพที่ประทับใจมาก ผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ในเสื้อคลุมเรือนผมสีน้ำตาลทองยังยุ่งอยู่เลยเพราะเพิ่งตื่นนอนรอเวลาให้คุณผู้ชายเดินลงบันไดมาและดื่มกาแฟถ้วยแรก”