ทะลุมิติมาเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคทั้งสาม (จบ)

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 112 ชื่อเซียว

            เพียงแต่ก็แอบสงสัยในใจเหตุใดเจ้าทึ่มในหมู่บ้านชิงเหอ พอออกจากอำเภอเฉาถึงได้กลายเป็นนายน้อยไปได้? แล้วชีเหนียงรู้เรื่องนี้หรือไม่?

            ถึงแม้จะสงสัยแต่ในเมื่อมาแล้วก็ได้แต่ต้องไปดูอาการคนป่วยก่อน

            เพียงแต่พอเขาได้ลองตรวจวัดชีพจรก็รู้สึกถึงความประหลาดขึ้นมา “นี่มันไม่ถูกต้อง!”

            หลิงชางไห่ที่เพียรตรวจชีพจรซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ยังรู้สึกมีบางอย่างผิดปกติ ท่าทางของหลิงชางไห่ทำให้ผู้ที่รับผิดชอบดูแลยายเฒ่าลั่วไม่สบายใจเท่าใดนัก

            “ท่านหมอหลิงนางคงไม่ได้กำลังจะตายหรอกนะ?”

            เมื่อได้ยินเสียงอันสั่นเทาหลิงชางไห่ก็หดมือที่วัดชีพจรกลับมา ใบหน้าไม่มีรอยยิ้ม มีเพียงความจริงจังอยู่เท่านั้น

            คราวนี้ยิ่งทำให้คนตกอกตกใจลั่วต้าเซิงรีบคลานไปข้างกายยายเฒ่าลั่วและร้องไห้

            “ท่านแม่! ท่านแม่! ท่านจะตายไม่ได้นะ! หากท่านตายแล้วข้าจะทำอย่างไร? หลักฐานที่ท่านบอกนั่นก็ยังไม่ได้เอาให้ข้าเลย! ท่านแม่!...”

            หลิงชางไห่รู้สึกปวดหัวขึ้นมาเพราะเสียงร้องไห้คร่ำครวญ “ร้องไห้อันใดกัน? ข้าบอกตั้งแต่เมื่อใดว่านางกำลังจะตาย?”

            “เรื่องเล็กแค่นี้ถึงกับต้องลากข้ามาจากอำเภอเฉา แค่หาหมอสักคนมารักษานางให้หายดีได้แล้ว! เสียแรงที่ข้าคิดเป็นโรคร้ายแรงอันใด!”

            หลิงชางไห่ออกใบสั่งยากล่อมประสาทอย่างง่ายๆก่อนยื่นให้บ่าวไปจัดยาตามเทียบ

            ทางด้านของจ้าวจือชิงเมื่อได้รับข่าวจากผู้อารักขาลับและรับรู้การมาถึงของหลิงชางไห่อีกทั้งอาการของยายเฒ่าลั่วไม่ได้หนักหนา จึงหาข้ออ้างมาที่ไร่

            “ไม่เลวนี่เจ้าหนุ่ม นี่กลายเป็นนายน้อยแล้วหรือ อะไรกัน นี่ไม่เห็นข้าอยู่ในสายตาแล้วสินะ?” เมื่อได้เจอกับจ้าวจือชิงหลิงชางไห่ก็เริ่มกล่าวคำประชดประชัน สายตาแสดงออกชัดเจนถึงความไม่พอใจ “เสียแรงที่ข้าคิดว่าเป็นผู้ไข้สำคัญอันใดนึกว่าอาการหนักหนา จึงรีบเร่งเดินทางมาโดยไม่พักเพราะกลัวเสียเวลา”

            “หึ! เจ้าดูเสียว่านี่คืออะไร? ก็แค่อาการเสียสติเสียแรงที่ข้าคิดว่าเจ้าคือคนกันเอง แล้วนี่คือสิ่งที่เจ้าทำกับข้าเช่นนั้นหรือ? หากเจ้าไม่ให้คำอธิบายที่ข้าพึงพอใจข้าจะให้ชีเหนียงมาถามเจ้าด้วยตัวเอง ว่าเจ้ามีสิทธิ์อันใดมาใช้งานข้าเยี่ยงนี้?”

            จ้าวจือชิงรอจนหลิงชางไห่ระบายโทสะจบก็รินน้ำให้ “ผู้เฒ่าหลิงข้ารู้ว่าท่านลำบากมาตลอดทางจึงรีบมาขอขมาท่านอย่างไรเล่า”

            เมื่อเห็นท่าทีของจ้าวจือชิงหลิงชางไห่จึงรับน้ำชามาและส่งเสียงฮึดฮัดเบาๆ

            “คนผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่นหากแต่เป็นแม่เลี้ยงของชีเหนียง ยายเฒ่าลั่วกับลั่วต้าเซิง ครั้งนี้…”

            เมื่อได้ยินว่าเป็นสองแม่ลูกสกุลลั่วหลิงชางไห่ก็ไม่สนใจน้ำชาในมืออีก ก่อนจะกระแทกจอกน้ำชาลงกับโต๊ะ แล้วเบิ่งตาถามจ้าวจือชิงอย่างหงุดหงิด “เจ้ารู้หรือไม่ว่ากำลังทำสิ่งใดอยู่? สองคนนี้คือคนที่ทำร้ายชีเหนียงเจ้ายังจะให้ข้าช่วยนางอีกหรือ?”

            หลิงชางไห่นึกเสียใจหากรู้แต่แรกเขาไม่ควรออกใบสั่งยาให้ ควรให้นางหมดสติตายไปเสีย! หลิงชางไห่มองจ้าวจือชิงด้วยความโมโหใบหน้าที่ช่วงนี้ได้รับการบำรุงจนอิ่มเอิบสั่นระริก

            “ข้ารู้ว่าพวกเขาทำผิดกับชีเหนียงครั้งนี้ที่ช่วยพวกเขาไว้ก็เพราะความบังเอิญ พวกเขาถูกคนตามสังหาร ส่วนคนของข้าบังเอิญไปเจอเข้าพอดีใครจะคาดว่าจะมีความบังเอิญเช่นนี้ พอเห็นถึงรู้ว่าเป็นพวกเขา” จ้าวจือชิงอธิบายด้วยความจริงเพียงกึ่งเดียว “ถึงอย่างไรพวกเขาก็มีบุญคุณที่เลี้ยงดูชีเหนียงหากข้าเห็นคนกำลังจะตายแล้วไม่ช่วย คงผิดต่อศีลธรรม ดังนั้นถึงเชิญท่านมา หวังว่าท่านจะช่วยปกปิดเรื่องนี้เป็นความลับ”

            พอดื่มน้ำชาก็บ่นออกมาอีกเล็กน้อยแม้จะได้ยินคำอธิบายจากจ้าวจือชิงแล้วหายโมโหไปบ้าง แต่สุดท้ายก็ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดีจ้าวจือชิงหรือจะเป็นคนจิตใจดีปานนั้น ยิ่งสำหรับคนที่เคยทำร้ายชีเหนียงแล้ว หากเขายอมช่วยเหลือแสดงว่าเบื้องหลังต้องมีอะไรเป็นแน่

            “ข้าไม่มีทางเชื่อว่าเจ้าจะจิตใจดีเช่นนี้! หากเจ้าลงมือทำอันใดต้องมีผลประโยชน์อันใดใช่หรือไม่?” หลิงชางไห่ไม่เชื่อคำพูดของจ้าวจือชิงตนนั้นรู้จักจ้าวจือชิงมานาน คิดว่าตนเข้าใจในตัวเจ้าหนุ่มนี่อยู่บ้าง จึงตัดสินใจถามออกไป

            “อีกอย่างตอนที่ลั่วต้าเซิงเข้าใจว่าแม่ของตนกำลังจะตายสิ่งที่คิดถึงมิใช่เรื่องที่ว่าถ้าแม่ตัวเองตายไป ตนจะไร้ที่พึ่งพิง หากแต่เป็นเรื่องหลักฐานสำคัญอันใดสักอย่าง? เจ้าว่าหลักฐานนี้มันคือสิ่งใดกัน?”

            เรื่องนี้จ้าวจือชิงเองก็ไม่ทราบจริงๆเพราะตอนที่อันอีมาหาเขา ก็ค่อนข้างรีบเลยไม่ได้บอกรายละเอียดทั้งหมด

            จ้าวจือชิงวางถ้วยลงก่อนเงยหน้าขึ้นแล้วมองไปที่หลิงชางไห่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มทั้งยังคงสีหน้าอ่อนโยนและไร้เดียงสาไว้ “ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าเขาหมายถึงสิ่งใดอาจจะหมายถึงสมบัติของยายเฒ่าลั่วก็ได้” ขณะพูดก็พยักหน้าไปพลางจากนั้นจึงทุบโต๊ะ “ใช่แล้ว! ยายเฒ่าลั่วรักเงินทองที่สุดไม่แน่ว่านางคงทิ้งเงินทองไว้ให้ลั่วต้าเซิงไม่น้อย ไม่ได้แล้ว! ข้าต้องไปเอามาถือเป็นค่าชดเชยให้ชีเหนียง! เพราะถึงอย่างไรก็เป็นข้าที่ช่วยพวกเขาไว้อย่างไรก็ต้องตอบแทน!”

            มองดูจ้าวจือชิงที่จากไปราวกับสายลมหลิงชางไห่ทำได้แค่เรียกตามหลังไป “นี่ๆๆ…”

            ตกลงนี่ใช่เรื่องจริงหรือไม่? เจ้าหนุ่มคนนี้ลูกไม้เยอะนักตกลงว่าเขาควรเชื่อดีหรือไม่!

            ด้านยายเฒ่าลั่วหลังจากดื่มยาแล้ว ก็รู้สึกสลบลง ยายเฒ่าลั่วค่อยๆ ตื่นขึ้นมาในยามจื่อ [1] พอลืมตาขึ้นก็เห็นลูกชายที่นอนเฝ้าข้างเตียงหลับไปแล้ว

            ครั้งนี้นางหนีรอดจากความตายมาได้นับว่าเป็นโชคดีแต่ขณะเดียวกันนางก็รู้ว่าคนที่จับจ้องตนเอง ไม่ได้มีแค่คนผู้นั้น ยังมีผู้อื่นอีกที่จับตาดูนางอยู่เกรงว่าชีวิตนี้ของนางช้าเร็วก็คงต้องจบลงแน่แต่นางจะปล่อยให้ลูกชายต้องมาตายเพราะความโลภในอดีตของตนเองไม่ได้

            พอฟื้นขึ้นมาไม่นานนางก็เลือกที่จะปิดตาลงอีกครั้งความเคลื่อนไหวในห้องนี้ก็ถูกจับตาดูตั้งแต่แรกแล้ว

            “นายน้อยเห็นทียายเฒ่าลั่วคงไม่สารภาพง่ายๆ แน่ขอรับ” คนที่เพิ่งฟื้นกลับแกล้งทำเป็นไม่รู้สึกตัวอย่างไรก็มีปัญหา

            ไม่ต้องให้อันอีเตือนจ้าวจือชิงเองก็รู้ว่ายายเฒ่าลั่วคิดจะทำอะไร หากสิ่งที่นางบอกมีค่าพอเช่นนั้นเขาก็จะทำให้นางสมหวังในสิ่งที่ปรารถนาเพราะถึงอย่างไรชีเหนียงก็ไม่เอาเรื่องพวกนางเขาเองก็ไม่ได้ต่อต้านการกระทำของชีเหนียง แต่หากสิ่งที่นางพูดไม่มีค่าพอ เช่นนั้นเขาก็จะไม่ปล่อยไปเช่นกัน

            “อ้อนายน้อยขอรับ ช่วงนี้นายท่านเหมือนจะรับรู้ความผิดปกติของ ‘หน่วยชื่อเซียว’ จึงได้มีคำสั่งเรียกตัวผู้น้อยกลับขอรับ”

            ชื่อเซียวคือหน่วยลับหากมิใช่เพราะเขาไม่มีคนที่ใช้งานได้มากนัก คงไม่ใช้งานหน่วยชื่อเซียวเร็วเพียงนี้อันอีคือหัวหน้าของหน่วยชื่อเซียว นับตั้งแต่ห้าปีที่แล้วที่ปกปิดซ่อนเร้นตัวตนเขาก็ปรากฏตัวในฐานะสามัญชนทั่วไป ถึงจะเป็นเช่นนั้น แต่ตามกฎของหน่วยชื่อเซียวแล้วทุกครึ่งปีจะต้องรายงานสถานการณ์กับทางเมืองหลวงหนึ่งครั้ง

            ครั้งนี้คาดว่าเป็นเพราะจ้าวจือชิงใช้งานพวกเขาจึงทำให้การรายงานล่าช้าจนทำให้ตาเฒ่านั่นสังเกตเห็น

            “ไม่ต้องกังวลไปเจ้ากลับไปตามปกติ ไม่ต้องพูดอันใดมาก จำไว้เพียงว่าเจ้ารับใช้ผู้ใดก็พอ”

            “ขอรับ นายน้อย!”

            อันอีรู้สึกตื้นตันขึ้นมาคำพูดนี้ของนายน้อยเหมือนเป็นการยอมรับสถานะของเขา ในที่สุดการคาดเดาของเขาก็ได้รับการยืนยันแล้วแม้ว่านายน้อยตรงหน้าจะต่างจากนายน้อยในอดีต แต่รัศมีความน่าเกรงขามในตัวก็ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

            “หลังจากกลับไปแล้วเจ้าก็เฝ้าสังเกตการณ์อย่างลับๆ แล้วกัน…”

            -----

            [1] ยามจื่อคือเวลา 23:00 – 00:59

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคทั้งสาม (จบ) ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663