บทที่ 20
ข้อตกลงลับ?
“ข้า... ข้าขออภัยด้วย” ฟาเธอร์จาคอบกำลังก้มหัวขออภัยให้กับสองซิสเตอร์ หลังจากที่โดนไล่ต้อนมาพักใหญ่
“เ้า...เ้าลืม? ได้อย่างไร!? ข้าอุตส่าห์เขียนคำร้องส่งไปล่วงหน้า แถมย้ำแล้วย้ำอีกว่ามันสำคัญ”
“ใจเย็น ๆ ก่อนลิซ่า” แมทธิวเข้ามาประนีประนอม “เ้าอาจจะยังไม่ทราบว่าคำพยากรณ์จากท่านแลนด์บรูห์ที่เกิดขึ้น่ต้นปี ทำให้ทุกโบสถ์ใหญ่ทั่วอาณาจักรวุ่นวายมาก จาคอบคงจะยุ่งมากเกินไปจนลืมคำขอของทางเรดวู้ด...”
หลังจากนั้นฟาเธอร์แมทธิวก็บอกเล่าเื่ราววุ่น ๆ ของอาณาจักรโดยละเอียด โดยมีสหายนั่งหน้าจ๋อยอยู่ด้านข้าง
่ต้นปีคือเวลา่สั้น ๆ หลังหิมะสุดท้ายหยุดตกลงมา...
แม้จะแตกต่างกันในหลายพื้นที่ แต่โบสถ์ส่วนกลางของอาณาจักรก็ยึดการนับเวลาที่เมืองหลวงเซริส ถ้าให้นับย้อนกลับไปจริง ๆ ก็คงประมาณสองเดือนกว่า
นักพยากรณ์ของลัทธิแห่งการเกษตรมักจะได้รับคำทำนายผ่านภาพนิมิต ภาพที่พวกเขาเห็นในปีนี้ เป็แผ่นดินอันแห้งแล้งที่แผ่ไพศาลขึ้นมาจากทางใต้ ผู้ได้รับนิมิตหลายคนที่เห็นเหตุการณ์คล้ายคลึงกัน จึงตัดสินใจรีบส่งข่าวสำคัญไปทั่วดินแดน ทำให้ทุกหัวเมืองใหญ่เร่งสร้างผลผลิตทางการเกษตรกักตุนเอาไว้จำนวนมาก ด้วยเหตุนี้ โบสถ์แห่งแลนด์บรูห์จึงวุ่นวายกว่าเดิมหลายเท่า
บาทหลวงที่มีพลังพิเศษเป็พรจากเทพแห่งการเกษตรทั้งหลายจึงต้องทำงานล่วงเวลาทุกวันติดต่อกันั้แ่สองเดือนที่แล้ว พวกเขาถึงกับต้องออกไปให้พรกับฟาร์มสำคัญหลายแห่งท่ามกลางหิมะที่ยังไม่ละลายดีด้วยซ้ำ
สองซิสเตอร์ได้ยินดังนั้นก็ผ่อนโทสะลงเกือบหมดสิ้น
“ไม่ต้องห่วงไปหรอก เื่ศิลาเทพเ้าที่พวกเ้าไหว้วาน ข้าจัดการทำหนังสือขอหยิบยืมจากโบสถ์แห่งแสงสว่างที่เมืองรัสเซลให้แล้ว ม้าเร็วคงมาส่งให้พวกเราภายในสองหรือสามวัน ระหว่างนี้ก็ทนรอไปก่อนเถอะนะ”
โชคดีที่ฟาเธอร์แจคสันตัดสินใจช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ทุกคนจึงไม่ต้องรอรถขนส่งจากเมืองของฟาเธอร์จาคอบที่อยู่ห่างออกไปเกือบเจ็ดวัน
ความสนใจของคณะเดินทางถูกเบนเข็มเข้าหาไร่มันหวานขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างโบสถ์แห่งนี้ ใบสวยงามอุดมสมบูรณ์ของพวกมันช่างผิดแปลกไปจากพืชเพาะปลูกหลักที่ทุกคนในอาณาจักรนิยมใช้เพื่อเป็อาหาร ไม่นานนักนักบวชรุ่นเยาว์ก็นึกออกว่าพืชเหล่านี้คืออะไร
“นี่มัน... มันหวาน พวกท่านปลูกมันหวานเพื่อใช้กินหรือครับ?” นักบวชหนุ่มลูบไล้ยอดอ่อนของมันหวานอย่างเบามือ สหายอีกสองคนจากโบสถ์แห่งแลนด์บรูห์เข้ามาชื่นชมพืชไร่พวกนี้เช่นกัน สมาชิกของลัทธินี้เป็พวกที่คลั่งไคล้เื่การทำเกษตรมากกว่าผู้อื่น
ในใจได้แต่คิดว่าซิสเตอร์รุ่นใหญ่ทั้งสอง ตัดสินใจปลูกพวกมันั้แ่เมื่อไหร่กันหนอ หรือข่าวสำคัญจากคำพยากรณ์จะส่งถึงที่แห่งนี้เร็วกว่าหัวเมืองอื่น แต่มันก็ไม่น่าจะเป็ไปได้...
ทว่าความสงสัยที่มีตลอดบ่ายกลับสลายตัวอย่างรวดเร็วเมื่อแขกทุกคนได้ลิ้มลองอาหารอร่อยสูตรใหม่โดยฝีมือของสองแม่ชีชรา แม้แต่นักบวชรุ่นใหญ่ทั้งสามที่ฝึกฝนมารยาทดีงามมาตลอดสิบกว่าปี ก็ไม่สามารถต่อสู้กับความอร่อยตรงหน้าได้ โชคดีที่มันไม่ได้ปรุงโดยคิท เหตุการณ์ประหลาดที่อาจล่อปัญหามาสู่เด็กหนุ่มจึงไม่เกิดขึ้น
ระหว่างนั้น การใช้ชีวิตของนักบวชทั้งหลาย ที่ออกให้พรกับพื้นที่เพาะปลูกและป่าไม้ รวมไปถึงออกตรวจตราโรคภัยต่าง ๆ ก็ดำเนินมาอีกสองวัน วันที่สาม ม้าเร็วจากรัสเซลก็มาส่งของตามกำหนด
คิทได้แต่นึกในใจว่านี่เป็การขนส่งที่ตรงเวลายิ่งกว่าไปรษณีย์บนโลกใบเก่าของเขาเสียอีก วันนี้คงเป็วันดีที่เขาจะได้ทราบเสียทีว่าตนเองได้รับพรมาจากเทพองค์ใด
ศิลาเทพเ้าเป็หินที่มีรูตรงกลางคล้ายถูกเจาะ รูปร่างของมันบิดเบี้ยวและดูไม่สมมาตรแต่กลับมีลวดลายสีทองสวยงาม เด็กชายเคยเห็นหินแบบนี้หลายครั้งตามตำนานหรือความเชื่อต่าง ๆ ในโลกเก่า พวกมันถูกกัดเซาะโดยธรรมชาติจากสายน้ำไหลจนมีรูทะลุ ความเชื่อฝั่งเอเชียมักนำหินพวกนี้มาเป็เครื่องรางป้องกันภัย สำหรับความเชื่อฝั่งตะวันตกนั้น... น่าจะเรียกพวกมันว่าแอดเดอร์สโตนกระมัง
ในบรรดาเด็กน้อยทั้งสิบหกคน มีเพียงหกคนเท่านั้นที่ทราบชื่อของเทพเ้าประจำตนเองแน่ชัด แต่เพราะกระบวนการตรวจสอบใช้เวลาเพียงครู่เดียว พี่น้องทุกคนจึงได้เห็นรูปแบบสัญลักษณ์ของเทพเ้าของกันและกัน
เจมส์ กับบรรดาน้องชายทรงพลังทั้งสาม ได้รับพรจากไมเทียส เทพแห่งความแข็งแกร่งตามคาด เนื่องจากเป็พรที่ค่อนข้างมีประโยชน์หลายด้าน ทั้งสามจึงะโโลดเต้นอย่างยินดีรอบพี่ใหญ่
แอนนากับลิน ได้รับพรจากเทพีนีด้า อนาคตคงมีผู้เชี่ยวชาญด้านการถักทอเพิ่มขึ้นให้อุ่นใจ
อีธานได้รับพรจากฮันเทีย เทพนักล่า ดวงตาเหยี่ยวของเขาคงนำพามาซึ่งชื่อเสียงมากมายในอนาคต
น้องชายน้องสาวอีกแปดคนที่เหลือ ได้รับพรจากเทพแห่งการเพาะปลูก และเทพแห่งการช่างปะปนกันไป ซิสเตอร์แอนคงมีรุ่นน้องให้ถ่ายทอดวิชาหลายคน และสวนเพาะปลูกแบบผสมของโบสถ์แห่งนี้คงได้รับการดูแลจากพวกเขาอย่างดีในอนาคต
คนสุดท้ายที่ได้รับการทดสอบคือเดวิด... หรือเ้าหนูคิท... ทุกก้าวย่างที่เข้าหาศิลาเทพเ้าทำให้หัวใจของเขาเต้นรัว ทันทีที่ััหินก้อนนั้น ดวงจิตของเด็กหนุ่มก็ถูกถึงไปอีกสถานที่หนึ่งอย่างรวดเร็ว สายตาที่เริ่มชินกับแสงจ้าเริ่มเปิดออก
พื้นที่โดยรอบเป็ป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์และงดงามยิ่ง เสียงนกหลากชนิดดังคลอกันไป จมูกสูดดมอากาศดังฟุดฟิดเมื่อเ้าตัวได้กลิ่นอันคุ้นเคย กลิ่นป่า กลิ่นดอกไม้ใบหญ้า กลิ่นแผ่นดินทำให้เขาปลอดโปร่ง
“ตกลงเ้าจะเป็ตัวอะไรกันแน่ หือ?” เสียงกังวานสดใสที่เ้าตัวเคยได้ยินมาครั้งหนึ่งดังเข้าโสตประสาท ร่างใหญ่โตถึงกับหันขวับไปหาเป้าหมายอย่างรวดเร็ว ข้างกายเทพีองค์นั้น มีชายหนุ่มอีกสองคนที่เปล่งรัศมีเจิดจรัสนั่งอยู่ด้วย
“กรร... กรร? พรึด” อ้าว เขากลายเป็หมีั้แ่เมื่อไหร่?
ท่าทางทุลักทุเลของหมีั์ขนปุย เรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มสดใสจากทั้งสามได้อย่างต่อเนื่อง ผ่านมาไม่กี่อึดใจดวงจิตของหมีใหญ่ก็กลายเป็เด็กหนุ่มนามเดวิด ดวงตาสีมรกตจ้องมองทั้งสามอย่างคาดหวัง เด็กน้อยนั่งคุกเข่าลงกับพื้นตามสัญชาตญาณ
“เก้าอี้ก็มีไว้ให้ จะไปนั่งบนดินทำไมเล่า?” เสียงชายหนุ่มดังขึ้น จนผู้มาใหม่ต้องเปลี่ยนที่นั่งของตนเองอย่างรวดเร็ว
“ข้าคือฟอริส ส่วนนี่คือบุตรชายของข้า แลนด์บรูห์” เทพีคนสวยเผยนามของตนให้เขาทราบ พร้อมกับผายมือไปยังเ้าของเสียงเมื่อครู่ เทพอีกองค์ยังคงนิ่งเงียบ แถมเหล่ตามามองเ้าเด็กน้อยสลับกับฟอริสหลายหน เทพีคนสวยจึงต้องถลึงตากลับไปทีหนึ่งเสมือนเป็นัยให้เขาแนะนำตัว
“ข้าคือไกเอล...” เสียงทุ้มนุ่มลึกของเขาช่างเป็เอกลักษณ์นัก
ทั้งสามเป็เทพเ้าของโลกใบนี้ เทพีแห่งผืนป่า เทพแห่งเกษตรกรรม แล้วจ้าวแห่งผืนแผ่นดินทั้งมวล คิทตระหนักได้ถึงความยิ่งใหญ่ของทั้งสาม จึงได้แต่นิ่งเงียบรอฟังสุรเสียงสูงส่งอย่างตั้งใจ
“ไม่ต้องเกร็งนักหรอก คิดเสียว่ามาคุยกับสหายแล้วกัน” เทพีฟอริสรินเครื่องดื่มจากขวดคริสทัลให้เขาถ้วยใหญ่ ก่อนจะโยนมันให้ลูกชายและสหายอีกคน “พวกเราแค่อยากจะถามอะไรเล็กน้อย”
“เป็หมีสนุกไหม?” ไกเอลถามเป็คนแรก ระหว่างที่เด็กน้อยกำลังจิบเครื่องดื่มประหลาดด้วยความสนใจ
“หา? เอ่อ...” คำถามอะไรของพวกเขาเนี่ย? เ้าหนูผู้เตรียมตัวรอตอบคำถามอย่างเต็มความสามารถ รู้สึกเหมือนจิตใจถูกกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจนมึนงง
“เป็หมีเหรอครับ ก็สนุกดีนะ แต่น่าเบื่อไปหน่อย”
“ระหว่างน้ำผึ้งรังใหญ่อันหอมหวาน กับผลเบอร์รี่ป่ากองใหญ่ เ้าเลือกอะไร?” เสียงสดใสของเทพีคนสวยดังขึ้นเป็คำถามที่สอง
“ขอเบอร์รี่ผสมกับน้ำผึ้งอย่างละครึ่งได้ไหม...” มาถึงจุดนี้ เขาไม่คิดให้ซับซ้อนมากมายแล้ว หลังจากจิบเครื่องดื่มประหลาด เขาก็รู้สึกผ่อนคลายลง คิทจึงตอบตามที่ใจตนเองปรารถนา
“เ้า... จำวิธีทำเหล้าหรือไวน์ได้ไหม?” เด็กน้อยหันมามองเทพหนุ่มผมสีเขียวอ่อน แล้วก็คิดในใจว่า ลูกชายของเทพีฟอริสเป็พวกขี้เมาหรือนี่!
“ถ้ามีทรัพยากรเพียงพอ ข้าคงลองผิดลองถูกได้ในเวลาไม่นานครับ”
การทำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้ยากเย็นอะไร แค่มีแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่อยากลองหมัก ภาชนะสะอาด กับหัวเชื้อที่เหมาะสมก็พอแล้ว
คำตอบของเ้าหนูทำให้เทพทั้งสามพยักหน้าอย่างพอใจ จากนั้นพวกเขาก็บอกความ้าของตนเองให้คิทได้รับทราบ
“พรของเ้าออกจะพิเศษไปเสียหน่อย พวกข้าจึงต้องเรียกร้องของตอบแทนบ้าง คงไม่ว่ากันใช่ไหม...” รอยยิ้มของฟอริสทำให้คิทหยุดไตร่ตรองชั่วครู่ แต่เมื่อรู้ว่าปฏิเสธไม่ได้ เด็กน้อยจึงได้แต่ยอมรับโดยดี
“พรแห่งผืนป่า จะต้องแลกกับของหวานไม่ซ้ำชนิด ทำถวายข้าเดือนละครั้งตลอดปี สิ้นฤดูหนาวเมื่อใด เ้าถึงจะทำพวกมันซ้ำได้อีกหน”
“พรแห่งแผ่นดิน จะต้องแลกกับการทำกิจกรรมสนุกสนานในนามแห่งข้าปีละครั้ง เ้าสามารถทำกิจกรรมซ้ำกันได้ แต่พลังที่ได้รับจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เข้าร่วมในแต่ละครั้ง ปีแรกนี้ข้าจะให้พรแก่เ้าไปก่อน ขอนับจากการทำมันเผา่ใบไม้ร่วงปีที่ผ่านมาแล้วกัน”
“พรแห่งเกษตรกรรม จะต้องแลกกับเครื่องดื่มแสนอร่อยก่อนทำการเพาะปลูก จะมากจะน้อยก็แล้วแต่เ้า ปีแรกนี้ข้าจะให้พรเป็ของแถมไปก่อน หวังว่าปีถัดไปคงมีข่าวดี...”
เมื่อเทพสององค์ตัดสินใจมอบพรให้เด็กน้อยเป็กรณีพิเศษในปีแรก เทพีคนสวยผู้เรียกร้องมากที่สุดจึงต้องกัดฟันทำตัวเป็เทพผู้ใจดีอีกองค์
ก่อนจะจากลา เธอก็ทิ้งท้ายเอาไว้ด้วยคำพูดหนึ่ง เป็หลักการของชีวิตที่สำคัญยิ่ง...
“สิ่งสำคัญสำหรับทุกคน คือ ใช้ชีวิตให้มีความสุข แล้วก็... หลังจากนี้เ้าคงวุ่นวายหน่อยนะจ๊ะ”
เธอขยิบตาให้คิททีหนึ่ง ก่อนสติเขาจะดับวูบไป
ณ โลกภายนอก...ศิลาเทพเ้าเปล่งประกายเจิดจ้า จากนั้นมันก็แสดงสัญลักษณ์ของผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสาม
ใน่ไม่กี่อึดใจต่อมา เ้าหินก้อนใหญ่ที่ลอยกลางอากาศอยู่สักพักลดระดับลงอย่างเชื่องช้าท่ามกลางความเข้มแสงที่หรี่ลงไป
เมื่อทุกคนปรับสายตาได้ก็พบว่าคิทกำลังนอนคุดคู้อยู่บนแผ่นหินที่เป็พื้นโบสถ์...
...ผมเผ้าเด็กน้อยช่างดูยุ่งเหยิง ดวงตาหลับสนิท มุมปากอมยิ้ม น้ำลายไหลยืดอย่างมีความสุข