จอมโจรทลายสวรรค์

    ตอนที่ 50 ลมหวน (กลาง)

     

     

           นัยน์ตาที่สั่นไหวกำลังจับจ้องไปยังสิ่งมีชีวิตที่มันไม่คาดคิดว่าบนผืนพิภพแห่งนี้จะกำเนิดสัตว์อสูรขนาดใหญ่ราวกับภูเขาขนาดย่อมตั้งขวางอยู่ภายใต้ถ้ำที่ขนาดใหญ่กว่าสัตว์อสูรเกือบสามเท่าสิ่งมีชีวิตที่คล้ายกำลังจำศีลปรากฏกายนอนขดตัวพันโขลดหินโดยส่วนหัวอสูรพาดวางไว้บนเนินก้อนหินขนาดใหญ่  ภายใต้สภาวะอสูรเร้นกายที่กำลังถึงขีดจำกัด มันขยับเท้าถอยหลังได้เพียงครึ่งก้าวสายตาจับต้องไปที่ทรวงอกที่ขยับเคลื่อนลงเพียงไม่กี่อึดใจสายลมอันเกรี้ยวกราดถูกพัดออกมาจากส่วนหัวอสูรคล้ายลมหายใจจนเกิดเสียงประหลาด‘ฟิ้วว’ สถานการณ์ที่บีบบังคับมันทำได้เพียงหมอบต่ำราบไปกับพื้นดินอย่างทุลักทุเลทั่วร่างมันยังคงสั่นสะท้านไม่หยุด มันทำทุกอย่างโดยความระมัดระวังสุดชีวิต

     

           แม้สัตว์อสูรที่ยังไม่สามารถคาดเดาสุดท้ายแล้วทั้งตัวมันมีลักษณะใดนอนขดตัวนัยน์ตาที่เริ่มสามารถปรับแสงกลับควบรวมศูนย์จับจ้องไปที่เกล็ดส่องแสงระยิบระยับคล้ายแผ่นเหล็กที่ถูกขัดมันอย่างพิถีพิถันเมื่อพยายามรวบรวมความกล้าเงยหน้าจับจ้องมันคาดเดาสิ่งที่มันพบคือศรีษของสัตว์อสูรพาดคอบนเนินก้อนหินทิ้งต่ำลงพื้นที่ ในส่วนหัวของสัตว์อสูรปรากฏเกล็ดมันวาวไล่จากลำตัวลุกลามมายังส่วนหัวที่มีเขาสีดำขนาดใหญ่งองุ้มโค้งเข้าหาตัวตั้งเด่นดูสง่าทว่ามันกับมีเพียงแค่เขาด้านซ้ายส่วนด้านขวาดูคล้ายเหมือนหักลงเมื่อนานมาแล้วกลางหน้าผากของสัตว์อสูรปรากฏเหมือนอัญมณีสีเขียวฝังระหว่างเขาทั้งสอง

     

           นัยน์ตาทั้งสองยังคงจับจ้องไปที่ส่วนหัวของสัตว์อสูรทว่าวินาทีเดียวกันนั้นสายลมหอบใหญ่ถูกพัดออกมาจากร่างปากของสัตว์อสูร ทำให้มันไขปมสายลมปริศนาว่ากำเนิดจากแห่งใดสัตว์อสูรตนนี้ต้องเป็นสัตว์ธาตุลมอย่างไม่ต้องสงสัย

    เฟยซุนที่สงเกตลักษณะสัตว์อสูรอย่างครบถ้วน สายตามันสาดส่องไปรอบบริเวณอื่นมันใช้เวลาอยู่พักใหญ่ก็ยังไม่พบสิ่งแปลกปลอมอื่น สายตาทั้งสองกลับมาควบแน่นจดจ้องไปยังบริเวณโขดหินที่สัตว์อสูรกำลังนอนขดกาย  ทว่าเมื่อมันมองลึกเข้าไปปรากฎเนินหินที่แฝงไปด้วยความน่าพิศวง

     

           นัยน์ตาของมันจ้องไปที่เนินหินด้วยความสงสัยที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่มันกลับรู้สึกถึงพลังงานบางสิ่งที่กำลังขว้างกั้นปิดบังรายละเอียดอย่างเลือนรางช่วงเวลาที่บีบคั้นมันได้ตัดสินใจอย่างหนักแน่น ‘ไหนๆก็มาถึงสถานลับแห่งนี้แล้ว เจ้างูลมพาข้ามาถึงที่แห่งนี้เพราะอะไรกัน มันต้องลองไปให้เห็นกับตา’  วินาทีที่มันตัดสินใจเด็ดขาด มันคลานต่ำมุ่งตรงสู่เนินหินอย่างแช่มช้าช่วงจังหวะที่สัตว์อสูรพ่นลมออกมามันโก่งตัวเล็กน้อยก่อนตระกายด้วยความเร็วระยะห่างระว่างมันกับสัตว์อสูรตนนี้ถูกย่นระยะทางไปอย่างรวดเร็วผ่านไปกว่าสิบอึดใจเฟยซุนคืบคลานมาอยู่หน้าบริเวณเนินหิน มันเงยหน้าจ้องมองงูลมที่ลอยอยู่บนแท่นหยกด้วยสายตาประหลาด ‘เจ้างูลมนี้ ท่าทีประหลาดเหลือทน’ มันทำได้เพียงบ่นขึ้นภายในใจ มันดีดตัวขึ้นจากพื้นดินอย่างแช่มช้าทักษะอสูรเร้นกายถูกใช้ออกมาฉับพลันนัยน์ตาของมันจับจ้องไปยังเนินหิน แต่เมื่อมันลองได้มองใกล้ๆมันคือแท่นหยกที่ปรากฎลวดลายตัวอักษรที่มันไม่เคยพบเห็น ตรงกลางคล้ายมีช่องใส่สิ่งของมันใช้มือขวาล้วงอย่างระมัดระวังปรากฏเป็นคัมภีร์เก่าแก่เล่มหนึ่ง ด้วยความอยากรู้อยากเห็นมันเร่งรีบพลิกเปิดอ่านไม่ทันระวังสายลมสายหนึ่งพุ่งออกมาจากคัมภีร์อย่างรวมเร็วปะทะเข้ากับใบหน้ามันจะแทบจะหงายหลัง เฟยซุนกลั้นเสียงร้องอย่างทรมาน ด้วยความอยากรู้อยากเห็นอย่างที่สุดมันฝืนสกัดกั้นความเจ็บปวดไว้เปิดคัมภีร์อย่างระวังอีกครั้ง แต่ด้วยความที่คัมภีร์มีสภาพเก่าแก่เนื้อหาภายในล้วนเจือจางมีเพียงอักษรที่ปรากฏชัดเจน ‘ลมหวน’ แม้อักษรจะเจือจางแต่ก็พอสามารถอ่านได้แต่จำเป็นต้องใช้สายตาในการจดจ้องอย่างมาก

     

           เฟยซุนเพ่งพินิจไปกับคัมภีร์พยายามจดจำทุกคำที่กล่าวมาจนคล้ายมันสามารถจำใจความได้บางส่วน‘ลมหวนคือการนำลมที่หมุนรอบตัวมาผสานก่อเกิดปราณอันยืดหยุ่นก่อเกิดอำนาจต้านทานสิ่งที่คุกคาม…’ แม้บางคำในคัมภีร์นั้นเลื่อนลางยากที่จะตีความได้ครบถ้วนทว่าด้วยการที่มันผ่านฝึกปรือกับท่านอาจารย์ก็ไม่อาจก้าวผ่านช่วงวรรคในคัมภีร์ที่ขาดไปมันทำได้เพียงจดจำเก็บรายละเอียดในคัมภีร์อย่างแช่มช้า

     

    ครืน ครืน…

     

           ช่วงเวลาที่มันจดจ้องในคัมภีร์มันไม่แม้ที่สนใจสภาพแวดล้อมรอบตัวทว่าเพียงเสียงบางอย่างที่ดังขึ้น สัมผัสที่ส่วนล้วนละออกจากคัมภีร์ทั่วร่างมันสั่นสะท้ายอย่างรุนแรงภายในใจมันลอบภาวนาขอให้ไม่ใช่ดั่งที่มันคาดคิด ใบหน้ามันเงยขึ้นอย่างแช่มช้านัยน์ตาทั้งสองของมันสบเข้ากับนัยน์ตาสีเหลืองอร่ามของสัตว์อสูรทั่วร่างมันสั่นสะท้านอ่อนแรงจิตใจคล้ายร่วงหล่นสู่ห้วงอเวจี  ทั่วร่างเฟยซุนต่างแข็งค้างไม่อาจขยับคล้ายถูกดวงตาสีเหลืองทองตรึงร่างมันไว้ทุกส่วนนัยน์ตาสัตว์อสูรหรี่แคบจ้องมองสิ่งมีชีวิตตัวจ้อยที่ลอบแอบอ่านคัมภีร์ที่มันรักษาส่วนหัวของสัตว์อสูรยกชูขึ้นอย่างแช่มช้า ‘ฟู่ ฟู่’ ช่วงที่เชื่อมต่อกับส่วนหัวของสัตว์อสูรแผ่ขยายกว้างอย่างน่าครั่นคร้าน แผงเขี้ยวที่ซ่อนอยู่ยากที่จะพบเห็นบัดนี้กลับเรียงรายแสดงต่อหน้ามันอย่างดุดัน

     

           สติที่เคยแตกกระเจิงกลับต้องรีบสงบครุ่นคิดหาวิธีหลบหลีกทักษะอสูรเร้นกายไม้ตายก้นหีบก็ถึงขีดดจำกัดไม่สามารถใช้ออกช่วงเวลานี้มันทำได้เพียงลอบกลืนน้ำลาย แม้มันพยายามปรับลมหายใจก็ไม่อาจควบคุมอัตราการเต้นรั่วของหัวใจที่ยากเกินจะควบคุม สัตว์อสูรระบายลมหายใจเข้าออกอย่างแช่มช้าปลายหางของสัตว์อสูรตวัดอ้อมแท่นหยกสะบัดใส่ร่างชายหนุ่มอย่างโหดเหี้ยม ร่างมันพุ่งกระเด็นราวปานสายฟ้าฟาดกระแทกเข้ากับผนังถ้ำจนร่างฝังอยู่ภายใต้กองดินที่ถล่มลงมาอนุภาพความแรงของสัตว์อสูรถูกสลายไปจากการตวัดอ้อมแท่นหยกพลังทำลายลดลงไปถึงเก้าแปดส่วนมุมปากเฟยซุนปรากฏคราบเลือดคล้ายมันกระอักเลือดออกมาคำโต

     

           ความสั่นสะท้านที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวในยามนี้กลับจางหายไปจนหมดสิ่งมันชันเข่าลุกขึ้นนั่งจากกองดินอย่างยากลำบาก สายตาอันขุ่นเคืองมันจับจ้องไปที่ร่างสัตว์อสูรอย่างไม่เกรงกลัว รูมานตาสัตว์อสูรสร้างหรี่แคบความประหลาดใจก่อตัวขึ้นอย่างฉับพลัน พลังปราณชนชั้นนักรบขุมหนึ่งระเบิดออกจากร่างสัตว์อสูรถาโถมใส่ร่างเฟยซุนราวกับเกลียวคลื่นยักษ์ที่จะกลืนกินตัวมันแรงกัดดันอันมหาศาลกดทับร่างเฟยซุนอย่างไร้ปราณีทว่าชายหนุ่มกลับฝืนต้านรับไม่อาจหลีกเลี่ยง ทั่วร่างเริ่มอ่อนแรง เข่าทั้งสองมันอาจยืดหยัดหล่นกระแทกลงกับกับพื้นดิน

     

           ริมฝีปากเฟยซุนขยับอย่างยากลำบากมันใช้แรงทั้งหมดกล่าวขึ้นอย่างสุดแรง “เจ้างูลม…เจ้าชักนำให้ข้ามาสถานที่แห่งนี้ เพื่อแบบนี้อย่างนั้นเหรอ” ความขุ่นเคืองปะทุขึ้นโทสะกับความโลภของตัวมันทำให้ตกอยู่ในสถานกาณ์เช่นนี้  งูลมเดิมที่ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศขยับมากพักใหญ่ ยามได้ยินน้ำเสียงขุ่นแค้นของเฟยซุนมันเริ่มขยับแหวกว่ายกลางอากาศมุ่งตรงมาหยุดตรงเบื้องหน้าเฟยซุนนัยน์ตาเฟยซุนกับสั่นสะท้านไม่อาจคาดคิดถึงผลลัพธ์ที่กำลังจะเกิดได้ ร่างกายที่ไม่อาจขยับมันทำได้เพียงภาวนาอ้อนวอนอยู่ภายในใจให้หลุดพ้นจากเหตุการณ์ตรงหน้า

     

           ทว่าสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมาจากด้านบนกับต้องแฝงเต็มไปด้วยความประหลาดใจกับการกระทำของงูลมจู่ๆน้ำเสียงใหญ่ประหลาดกล่าวขึ้นอย่างไร้ที่มาที่ไป “เหตุใดเจ้า…ถึงต้องปกป้องมัน” สายตาเฟยซุนตวัดค้นหาต้นตอเจ้าของเสียงปริศนาจนนัยน์ตาทั้งสองจับจ้องไปยังที่สัตว์อสูรดวงตาทั้งสองเบิกโผล่งเต็มไปด้วยความตกตะลึง “ทะ…ท่านสามารถพูดภาษามนุษย์ได้อย่างนั้นเหรอ” ยังไม่ทันสิ้นคำกล่าวของมันนัยน์ตาอำมหิตจ้องกลับทอดตกบนร่างเฟยซุนอย่างรุนแรง“หุบปาก! เจ้าแอบบุกรุกสถานที่ของข้า…หากกล่าวอีกสักเพียงนิด…ข้าจะทำให้ร่างเจ้าหายลับไปจากโลก” เลือดลมปั่นป่วนอวัยวะทุกส่วนในร่างกายแข็งทื่อราวกับก้อนหินงูลมที่ลอยหยุดอยู่เบื้องหน้าเฟยซุนพลันหมุนตัวกลางอากาศอย่างแช่มช้าทั้งสิ่งที่มีชีวิตสองสบตาอย่างเงียบเชียบ

     

    เวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูปไม่ปรากฏสุ่มเสียงให้ชายหนุ่มได้ยินแม้แต่น้อยทว่ากับมีบทสนทนาเกินขึ้นอย่างลับๆ

     

            ‘ท่านพ่อ ! โปรดยั้งมือ…มันคือคนที่ข้าเลือก’ สุ่มเสียงลึกลับดังขึ้น  ‘เหตุใด…เจ้าถึงเลือกมัน’สัตว์อสูรหรี่ตาแคบจ้องงูลมอย่างประหลาดใจ ‘เหตุผลก็ง่ายๆ…เมื่อไม่มีผู้ใดย่างกายเข้ามาในประตูมิติบานนี้เป็นเวลานาน…ครั้งแรกที่ข้าพบมัน…ข้าเลยเลือกมัน’สุ่มเสียงลึกลับกลับเป็นงูลมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น‘…’ สัตว์อสูรทำได้เพียงแต่นิ่งเงียบไร้ซึ่งคำพูดใดๆ

     

           แม้สัตว์อสูรจะนิ่งเงียบไปหลายอึดใจสัตว์พลันเอ่ยถามอย่างสงสัย ‘ที่เจ้านำมันมาสถานที่แห่งนี้เพียงเพราะ…ต้องการให้มันเรียนรู้ทักษะบนแท่นหยกใช่ไหม’ สัตว์อสูรแม้จะคาดเดาได้แต่ยังคงต้องการคำตอบของธิดามัน

            ‘ใช่…ก็ท่านพ่อเคยบอกกล่าวข้า…นับตั้งแต่ท่านพ่อมอบหมายให้ข้าทำหน้าที่แทนท่าน…ข้าก็ยึดมั่นทุกคำพูด…เชื่อฟังทุกคำสอนของท่านพ่อเสมอมา…หากข้าเลือกผู้ถูกใจก็สามารถมันพามาเรียนรู้ทักษะจากแท่นหยกได้’ ธิดาของมันกล่าวขึ้นด้วยความใสซื่อ ผู้ที่เป็นบิดาทำได้เพียงสดับรับฟังอย่างเงียบเชียบ ในยามนี้หากสัตว์อสูรมีมือมันคงต้องเอามาตีศรีษะตัวเองเป็นแน่น‘เฮ้อ…งั้นก็ตามใจเจ้า…แต่อย่างให้มันรบกวนข้า…บาดแผลข้ายังไม่ทุเลา’ งูลมผงกศีรษะอย่างแช่มช้า ‘ข้ารับทราบ…ท่านพ่อโปรดพักผ่อน’

     

           เฟยซุนที่กำลังต้านทานพลังปราณที่คุกครามมันจากสัตว์อสูรสายตาทั้งสองกับจ้องมองงูลมอย่างไม่ละวายตาด้วยความประหลาดงูลมและสัตว์อสูรแต่งแข็งค้างและบ่อยครั้งที่ดูคล้ายสัตว์อสูรแสดงแววตาประหลาดใจจนผ่านไปหลายอึดใจงูลมจากเดิมที่แข็งค้างพลันขยับหมุนกลับมาหาเฟยซุนอย่างแช่มช้า พลังปราณที่กดดันเฟยซุนทั่วร่างพลันสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอบด้วยอาการบาดเจ็บที่ฟื้นรับพลังปราณที่กดดันอยู่หลายอึดใจทำให้มันแข็งขาอ่อนล้มลงไม่เป็นท่า

     

           จู่ๆแววตางูลมพลันเปลี่ยนเป็นแหลมคมตวัดปลายหางเหนี่ยวรัดต้นคออย่างไม่ทันตั้งตัวฉุดกระชากร่างมันไถลกลิ้งคลุกไปกับพื้นดินไกลถึงบริเวณแท่นหยกด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดทิศทางนั้นแม้จะมุ่งสู่แท่นหยกแต่ยังมุ่งสู่สัตว์อสูรเช่นกันเมื่อมันสัมผัสได้ถึงตัวตนอันทรงอำนาจของสัตว์อสูรทั่วร่างมันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง  ทว่าสัตว์อสูรกลับไม่สนใจตัวมันแม้แต่น้อย มันทำเพียงขดตัววางคอพาดบนแท่นหินและหลับตาลงอย่างแช่มช้าแม้เฟยซุนจะเห็นว่าสายตาของสัตว์อสูรปิดลงแต่สัตว์อสูรยังคงสัมผัสได้ถึงราวกับมีดวงตาอีกคู่หนึ่งจับจ้องมาที่มัน

     

           นัยน์ตาเฟยซุนสั่นไหวอยากที่จะควบคุม “ดะ…เดียวก่อนเจ้างูลมจะพามาแท่นหยกอีกทำไหมกัน” เฟยซุนแม้มันใช้กำลังทุกขุมฝืนรั้งก็ขัดขืนได้เพียงครู่ก่อนร่างมันกองอยู่ด้านหน้าแท่นหยกอย่างไม่ได้ตั้งใจมันฝืนดีดตัวขึ้นมาจากพื้นจ้องมองงูลมอย่างขุ่นเคือง ทว่ากลับมีปลายหางปริศนาฟาดเข้ากลางศรีษะอย่างจัง“นี้…เจ้าจะมากแล้วนะ ให้มันน้อยๆหน่อย”  เฟยซุนเอ่ยขึ้นอย่างหัวเสียแต่เมื่อมันมองเจ้างูลมอีกครั้งตอนนี้มันกำลังใช้ปลายหางชี้ลงไปที่คัมภีร์บนแท่นหยกนัยน์ตาอันลึกล้ำกลับจดจ้องอักษรที่บันทึกไว้ในคัมภีร์อีกครั้ง

     

           ภายใต้ความเงียบงันชายหนุ่มตัดสินใจนั่งลงกับพื้นพลันหลับตาลงลึกเข้าไปในห้วงสำนึกถอดอักษรตีความในคัมภีร์อย่างแช่มช้า  สายตาทั้งสองคู่ยังจับจ้องไปยังที่ร่างชายหนุ่มเบื้องล่างอย่างประหลาดเฟยซุนในยามนี้ทำได้เพียงท่องทวนคำที่จดจำ ‘สายลมแห่งธรรมชาติกำเนิดล้วนไม่อาจหวนกลับ หากสายลมที่มีจุดกำเนิดนอกเหนือสิ่งที่ธรรมชาติสร้างล้วนสามารถหวนคืนได้ทั้งสิ้น’ คำบางคำพรรณาไว้ไม่ชัดเจนความสับสนก่อตัวขึ้นภายใน ‘ต้านได้ต้าน ปล่อยได้ปล่อย ทุกสิ่งล้วนไม่เที่ยงแท้’ คำถามเกิดขึ้นภายในห้วงสำนึก ‘อะไรคือสายลมที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติกันแน่น’ ช่วงเวลาผ่านไปการตีความไม่อาจคืบหน้า มันพลันยกสองมือมาระดับหน้าอกพลังปราณสายหนึ่งลอบปล่อยออกจากมือซ้ายคล้ายจะทดลองบางสิ่งปราณที่ไหลออกกระทบเข้ากับมือขวาในระหว่างนั้นมันขยับมือขวาเลื่อนถอยหลังมาเล็กน้อยก่อนรับพลังการกระทำของชายหนุ่มทุกสิ่งอยู่ภายใต้สายตาอันครบกริบ

     

           ‘โง่เง่า…วิชาลมหวนไม่ใช้สิ่งที่มนุษย์สมควรฝึกฝน’ สัตว์อสูรเอ่ยขึ้นอย่างไม่สมอารมณ์งูลมสามารถรับรู้สิ่งที่บิดาเอ่ยขึ้นได้ทันที ‘ท่านพ่อ…กำลังหมายความว่ามันกำลังถอดการตีความจาก เคล็ดลับการดีดตัวลดแรงกระแทกอย่างนั้น…’ งูลมเอ่ยขึ้นอย่างไม่แน่นใจ  ‘…’ สัตว์อสูร

     

    ปัง !

     

           คำกล่าวของงูลมยังไม่ทันสิ้นสุดเสียงปราณระเบิดคามือเฟยซุนอย่างทันควัน‘งั้นคงเป็นตามที่ข้าคาดเดาแล้ว’ งูลมแม้จะคาดเดาการกระทำอย่างแม่นย้ำ ทว่ามันกลับต้องประหลาดใจกับการกระทำของเฟยซุนอย่างมากทุกๆความริเริ่มทดลองอย่างประหลาดของชายหนุ่มกลับยังสร้างความสนใจกับสายตาทั้งสองคู่‘เจ้าไปเจอมนุษย์ผู้นี้มาจากที่ใดกันข้าว่ามันน่าจะมีปัญหาด้านการตีความอย่างมาก’ สัตว์อสูรที่เริ่มขัดใจกับการกระทำของเฟยซุนอย่างมาก‘…’ งูลมไม่อาจสรรหาคำพูดใดมาแก้ตัวได้มันทำได้เพียงลอบมองชายหนุ่มผู้นี้อย่างเงียบเชียบ

     

    คล้ายกับเรื่องจอมโจรทลายสวรรค์ ที่คุณอ่าน