“เช่นนั้นนับั้แ่วันพรุ่งนี้เ้าก็มิต้องออกจากจวนไปที่ใดอีก รอเตรียมตัวเดินทางเข้าไปรับตำแหน่งก็พอ” เสิ่นซูฉีเอ่ยขัดบุตรชายที่เอาแต่ลอบมองสตรีที่นั่งก้มหน้าอยู่ทางฝั่งตรงกันข้าม ่หลังมานี้สังเกตได้ว่าทั้งสองคนมิได้ทำตัวสนิทสนมหรือสนทนาอะไรกันเลย อีกทั้งซัวหยางผู้เป็บุตรชายยังคงติดตามเขาเข้าออกจวนของเหล่าขุนนางที่มีบุตรสาวหลายต่อหลายครั้ง แม้ยังมิได้พึงพอใจบุตรสาวของผู้ใดแต่ยังถือได้ว่ามันมิใช่เื่แย่
“ขอรับท่านพ่อ” สองวันกับการเข้ารับตำแหน่งในวังและอีกสิบห้าวันกับการเดินทาง ‘หากไม่นับเื่จวนหลังใหม่ แผนออกไปประจำการของเขาต้องมีเย่วซินร่วมอยู่ในนั้น’
การรับสำรับยังคงมีเพียงบุตรชายและบิดาเฝ้าสนทนากันอย่างออกรส ด้านของสตรีอีกสี่นางยังคงนั่งสงบเสงี่ยมอยู่ในภวังค์ความคิดของใครของมัน...และมีเพียงเย่วซินที่ดูจะเงียบมากกว่าผู้อื่น
ยามไฮ่ (22.40)
หนึ่งบุรุษชุดดำเดินลัดเลาะไปด้านหลังพุ่มไม้ จากฝั่งซ้ายของจวนสกุลเสิ่นไปยังฝั่งขวา สถานที่ฝั่งนี้มีเรือนเล็กของอนุตู้ฟางลี่กับเสิ่นฮุ่ยเหมยและถัดไปอีกด้านในสุดติดกับแนวรั้วของจวนคือเรือนเล็กของบุตรบุญธรรมอย่างเย่วซิน สตรีในดวงใจ! ตาคมกริบมองแสงไฟสีส้มยังคงเปิดอยู่ทำให้รู้ว่านางยังไม่หลับ ก่อกๆๆ มือแกร่งอาจหาญเคาะบานหน้าต่างนั้นพร้อมกับสอดส่ายสายตาจนทั่ว ไม่ไกลกันนักเป็บ่าวชายนามว่าอาไฉ่ ยืนแอบสังเกตการณ์อยู่ในซอกมืด ก่อกๆๆ “เย่วซิน”
เ้าของนามที่ยังคงนั่งอยู่เงียบๆ ภายในเรือนพักของตน หันมองไปยังบานหน้าต่าง น้ำเสียงนุ่มทุ้มอันคุ้นเคยของบุรุษอันเป็ที่รักกำลังเรียกนางอยู่ด้านนอก หัวใจที่แห้งแล้งมาหลายวันพลันกลับชุ่มชื่นขึ้นมาอย่างประหลาดเมื่อคิดว่า ‘พี่ซัวหยางยังคงคิดถึงนางเหมือนที่นางก็คิดถึงเขา’ ร่างบางลุกขึ้นจากที่นั่งเพื่อเดินไปยังหน้าต่างบานนั้น ครึ่งหนึ่งอยากเปิดรับบุรุษให้ก้าวเข้ามา...แต่อีกครึ่งสั่งว่า มันไม่สมควร! “นั่นใครรึเ้าคะ” นางกระซิบตอบกลับไปแ่เบา หัวสมองเฝ้าวนเวียนถึงข้อความในจดหมายที่พี่ซัวหยางมอบให้ ‘เขาจะพานางออกไปจากจวนแห่งนี้ เมื่อถึงเวลาที่ต้องออกเดินทางไปยังต่างอำเภอ’ แต่นางจะไปกับพี่ซัวหยางได้จริงๆ งั้นหรือ ‘หากทำเช่นนั้น นางจะดูเหมือนสตรีใจง่ายที่หนีตามบุรุษใช่หรือไม่’ แต่เดิม จากที่ท่านพ่อเสิ่นซูฉีจะไม่ชอบนางอยู่แล้ว ถ้าหากนางยังตามพี่ซัวหยางไป นอกจากท่านพ่อจะไม่ชอบใจหนักขึ้น ที่แย่กว่าคือคนทั้งสกุลเสิ่นคงเกลียดชังนางจนมิอยากอยู่ร่วมแผ่นดิน
“พี่ซัวหยางของเ้าอย่างไรเล่า เ้าเปิดหน้าต่างให้พี่ได้หรือไม่” หัวใจบุรุษเต้นแรง รั้งรออีกฝ่ายอย่างมีความหวัง แต่ถึงอย่างนั้นความเงียบกลับเข้าครอบคลุมก่อนที่สองตาคมกริบจะเห็นแสงไฟในห้องของนางดับมืดลง ลมหายใจบุรุษคล้ายขาดห้วง การดับไฟคงหมายถึงนางไม่้าสนทนากับเขาในยามวิกาล? เพราะถ้าหากเป็เช่นนั้น เื่มันคงจะไม่ง่ายเพราะนางและเขาแทบจะไม่มีเวลาได้พบปะกันเลยใน่เวลาปกติ ตัวนางไปหนึ่งทางคล้ายหลบหน้า ตัวเขาต้องไปอีกหนึ่งทางเพราะกิจธุระ เช่นนั้นเขาควรจะ....
แอ๊ด...
บานหน้าต่างเปิดออกให้ได้พบกับใบหน้ากระจ่างใส ผิวเนียนโดดเด่นท่ามกลางแสงจันทร์ส่องสว่าง รอยยิ้มหวานแต่งแต้มบนใบหน้าบุรุษรูปงามอย่างปิดไม่มิด ‘คิดถึงเหลือเกิน เย่วซิน’ สองมือหยาบยกขึ้นประคองดวงหน้าหวานละไม ดวงตาของนางแววหวานลึกซึ้งจนยากจะสั่งใจให้ลืมนางได้ ‘กี่วันแล้วที่เขามิได้พบนางแบบนี้’ “คิดถึงยิ่งนัก ยอดรักของพี่” ก้มหน้าลงต่ำพร้อมกับจรดริมฝีปากลงบนจมูกโด่งรั้น ไล่เรื่อยลงไปถึง...ริมฝีปาก ด้วยความคิดถึงสตรีตรงหน้ามากล้น เขามองเห็นความอายในแววตาหวานคู่นั้น แววตาที่คล้ายจะล่อลวงให้เขาหมดความอดทนกับนาง จนเผลอจุมพิตบางเบา
เย่วซินใ แต่นางยังคงหลับตาตอบรับความหวานล้ำนั้นเอาไว้เพราะนี่อาจจะเป็ครั้งสุดท้ายที่นางและพี่ซัวหยางจะมีโอกาสได้ทำเช่นนี้
หนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรียืนจุมพิตกันท่ามกลางแสงจันทร์กระจ่าง ภาพนั้นงดงามราวกับภาพวาดจากสรวง์ คำรักมิได้ถูกกล่าวขานแต่ทั้งสองคนรู้สึกถึงมันได้ ภายใต้คำอธิษฐานท่ามกลางแสงจันทร์ เสิ่นซัวหยางสัญญาในใจว่าจะพาเย่วซินติดตามเขาไป แต่เย่วซินกลับคิดในใจเป็อีกอย่าง?
“พี่ซัวหยางพอก่อนเ้าค่ะ” นางใช้มือดันใบหน้าของบุรุษรูปงามที่เอาแต่หอมแก้มนางไม่หยุด
^^ เ้าของนามยิ้มใส่สตรีร่างเล็กที่สูงเพียงแค่ปลายคางของเขา แม้จมูกจะหยุดหอมแก้มอิ่มที่แสนคิดถึง แต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยมือออกจากเอวเล็กคอดกิ่วนั้น “กับเ้า พี่มิคิดจะเคยพอ”
“หมายถึงหอมแก้มรึเ้าคะ” นางเอียงคอถามอีกฝ่ายอย่างน่ารัก แม้จะรู้ว่าทุกอย่างที่กำลังกระทำอยู่ตรงนี้มันไม่เหมาะ แต่นางก็เลือกที่จะทำมันอย่างเต็มใจ หวังว่าคืนนี้จะไม่มีผู้ใดมาเห็น ให้พี่ซัวหยางต้องเสียหาย แค่คืนนี้
“หึ อันที่จริงแล้ว” เขาทำสายตาล่อกแล่กและมองไปยังบ่าวชายของตัวเองที่กำลังส่งสัญญาณบางอย่าง นั่นอาจจะหมายความว่ามีบ่าวเฝ้ายามภายในจวนกำลังเดินมาตรวจตราตามปกติ “แม้พี่จะอยากเข้าไปนอนพักในห้องของเ้าแค่ไหน แต่พี่ก็ต้องห้ามใจเอาไว้เพราะพี่กลัวว่าจะเผลอกระทำเื่ดีงามจนเ้าเสียหาย คืนนี้จำต้องแยกจากและพี่จะย้ำคำเดิมกับเ้าอีกครั้ง ว่าพี่จะพาเ้าติดตามไปยังอำเภอที่พี่ต้องไปประจำการด้วย อย่าบอกผู้ใดและจงเตรียมตัวให้พร้อมเล่า” จุ๊บ! เขาจุมพิตบนหน้าผากเย่วซินก่อนจะเดินออกห่างแล้วหายไปในความมืด
เย่วซินลูบหน้าผากตนเองคล้ายกับกำลังซึมซับรสััหวาน ทุกความรู้สึกของนางที่มีต่อเขามันมากมายจนสั่งให้ลืมไม่ได้แล้ว หากเื่ราวความรักจะไม่สมหวัง สิ่งใดที่ทำให้นางมีความสุข แม้จะแค่เล็กๆ น้อยๆ นางก็อยากจะตักตวงมันเอาไว้ ใบหน้างามแหงนมองพระจันทร์ดวงใหญ่ ใจอยากจะอธิษฐานเพื่อตัวเอง แต่นางก็ไม่ทำเพราะรู้อยู่แล้วว่ามันไม่มีทางสมหวัง ‘นางควรจะชินกับมันั้แ่เกิดมาและรู้ว่าตัวเองถูกทอดทิ้ง’ นางควรชินได้แล้ว