กว่าจะตื่นก็เกือบเที่ยงแล้ว ข้าวขวัญตื่นขึ้นมาด้วยอาการมึนศีรษะ เธอทำได้เพียงแค่ลืมตาแล้วก็ต้องหลับตาลงเหมือนเดิม เมื่อคืนเธอมีความสุขมาก เพราะเป็ครั้งแรกที่เธอได้ออกจากบ้าน ไปเจอคนมากมายที่ไม่รู้ว่าเธอเป็ใคร นายทิวพาเธอไปเพนท์หน้า เธอได้ดื่มได้เต้น เธอได้สนุกสุดๆเพราะแอลกอฮอล์นั้นช่วยให้เธอได้รู้สึกกึ่มๆ มันทำให้เธอได้ปลดปล่อยความเครียดของ่หลายวันที่ผ่านมาไปได้ แล้วก็ต้องขอบคุณนายทิวด้วย ที่เขาคอยดูแลเธอไม่ห่าง ทำให้เธอคลายกังวลเื่อันตรายจากคนแปลกหน้าไปได้มาก ตอนเธอกลับมา เขาก็ยังมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้เธอสบายอีก ถ้าไม่มีเขา เมื่อคืนเธอคงไม่ได้มีความสุขขนาดนี้หรอก
คิดถึงตรงนี้แล้วข้าวขวัญก็ยกมือขึ้นแตะริมฝีปากของตัวเองโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกกึ่มๆนี่อาจจะดีก็ได้นะ ถ้าเธอเจอเขาเธอก็จะทำเป็เนียนลืมว่ามีอะไรเกิดขึ้นดีกว่า เพราะจูบเมื่อคืน มันเป็จูบที่เขาตั้งใจมากๆ มันเป็จูบที่ดูดิญญาเธอออกจากร่างชัดๆ แต่นั่นก็ยังไม่ได้ทำให้หญิงสาวคิดเข้าข้างตัวเองนักหรอก
เขาก็คงแค่สงสารเธอที่ไม่มีใครเลยในตอนนี้เท่านั้นเอง
"นายทิว ชะ...ฉันหายใจไม่ออก"
เธอดันไหล่เขาออกในขณะที่นายทิวยังก้มหน้าตามลงมา เธอเบี่ยงหน้าหนีทำให้เขาได้จูบเธอที่ซอกคอแทน ใบหูบางๆของเธอนั้นถูกเขาเม้มเล่นหยอกล้อ หญิงสาวถึงกับหายใจขัดจนเกือบจะสร่างเมา พอได้มองใบหน้าหล่อคมเข้มนั้นแล้วเธอก็ใจอ่อน นายทิวก้มลงระดมจูบเธออีกไม่นับ ลิ้นอุ่นดุนดันเข้ามาในโพรงปากเล็กของเธอกับอ้อมกอดแข็งแรงรัดรึง มันทำให้ร่างของเธอเหลวเป็เยลลี่เลยทีเดียว แต่เธอก็ยึดสองไหล่เขาไว้แน่น ข้าวขวัญจำได้ทุกความรู้สึกที่ปากอุ่นๆประทับจูบลงมาแล้วไล่พรมจูบเม้มไปทั่ว อีกทั้งยังลิ้นร้อนที่กวาดเข้าไปในโพรงปากเล็กราวกับจะสำรวจทุกซอกมุม เธอเองก็จูบตอบเขาไปเหมือนกัน แล้วอยู่ๆ นายทิวก็กระชากตัวเองออกไปเองใน่ที่กำลังนัวเนีย
"คุณนอนเถอะ ผมจะไปอาบน้ำ"
ความรู้สึกดีๆและอบอุ่นที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นในไม่กี่วันที่ผ่านมา ข้าวขวัญปฏิเสธตัวเองไม่ได้เลยว่า นายทิวคือคนที่เธอฝากชีวิตไว้ด้วยในสภาวการณ์เช่นนี้ เธอคงขาดเขาไม่ได้ และเธอคิดว่า ตัวเขาเองก็คงทำไปตามหน้าที่ เขาคงแค่สงสารเธอ มันน่าจะเกิดจากความใกล้ชิดและจำยอมเพราะทั้งเธอและเขาต่างก็ไม่มีทางเลือก ทุกอย่างนั้นมันเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันเอง ถ้าเธอเจอพ่อแล้ว เธอก็จะขอบคุณเขาอย่างจริงใจและจะปล่อยให้เขาได้ไปมีชีวิตของตัวเอง ไม่ต้องมาตามดูแลเธอทุกฝีก้าวอยู่อย่างนี้
เื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมด สถานการณ์กับแอลกอฮอล์มันพาไปทั้งนั้นแหละ มันไม่มีอะไรในกอไผ่หรอกนะ ข้าวขวัญพยายามบอกตัวเอง
"อ้าวหนูข้าว ตื่นแล้วหรือ มา มากินอะไรเสียหน่อย กาแฟหรือน้ำผลไม้เย็น ๆ ดี จะได้สดชื่น นี่ ป้าเตรียมไว้ให้แล้ว"
นางทองกระโทักผ่านหน้าต่างจากในครัวเพราะเห็นข้าวขวัญค่อยๆเดินเกาะราวบันไดลงมา เธอมานั่งมึนๆและหมดแรงอยู่ที่โซฟาหวาย
"ว่าไงหนูข้าว?"
นางทองกระโพูดมาจากในครัว
"เดี๋ยวหนูไปเอาเองค่ะ คุณป้า"
"ป้าทำผัดซีอิ๊ว มากินมา เดี๋ยวป้าตักให้?"
"ได้ค่ะ คุณป้า"
ข้าวขวัญเดินไปรับจานก๋วยเตี๋ยวผัดซีอิ๊วมาจากนางทองกร เห็นท่าทางที่นางทองกรกุลีกุจอดูแลเธอ หญิงสาวก็น้ำตารื้นคิดถึงตัวเอง ที่ไม่มีวาสนาจะได้รู้จักกับความอบอุ่นจากแม่เลยแม้แต่น้อย ที่นางทองกรทำนั้นคงเป็เพียงเศษเสี้ยวของแสนของล้านส่วน ที่แม่จะทำให้ลูกๆได้
"คุณป้าคะ ข้าวทำเองก็ได้ค่ะ"
เธอรับถ้วยกาแฟมาจากนางทองกรแล้วรินกาแฟเอง เดินมานั่งเตรียมจัดการกับอาหารตรงหน้า โดยมีนางทองกรเดินมานั่งที่เก้าอี้ตัวข้าง ๆ เธอ นางทองกรนั่งมองเธอทานอาหารอยู่สักอึดใจก่อนจะชวนเธอคุย
"เมื่อคืนสนุกมั้ย หนูข้าว?"
"ก็ดีค่ะป้า ข้าวไม่ได้สนุกแบบนี้มานานแล้วค่ะ"
"ดีนะ จะได้คลายเครียดไปบ้าง คราวหลังให้ทิวเขาพาซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวรอบเกาะก็ได้นะ ออกไปเที่ยวบ้าง อยู่ที่บ้านมันก็จะอุดอู้เกินไป ไหนๆก็มาถึงที่นี่แล้ว ที่นี่คือแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามที่หนึ่งของไทยเราเลยนะ"
"ค่ะ คุณป้า"
นางทองกรจับต้นแขนของหญิงสาวเบาๆแล้วลูบเบา ๆ
"ถ้ากลับไปกรุงเทพแล้ว ก็กลับมาเที่ยวได้นะ ที่นี่ยินดีต้อนรับหนูข้าวเสมอ นึกว่าที่นี่เป็บ้านก็ได้ ถ้าไม่รังเกียจชาวเกาะชาวเลอย่างป้า"
ข้าวขวัญถึงกับกลืนข้าวไม่ลง หญิงสาวหันมาไหว้นางทองกรที่ไหล่แล้วน้ำตาก็รื้นขึ้นมา
"ขอบคุณคุณป้ามากค่ะ ข้าวไม่ลืมที่นี่หรอกค่ะเพราะคุณป้าใจดีกับข้าวมาก ๆ เลย มันทำให้ข้าวอยากจะมีแม่เหมือนคนอื่นเขาบ้าง นี่ก็ยังไม่รู้เลยค่ะว่าชีวิตของหนูต่อไปจะเป็ยังไง จะได้กลับไปที่กรุงเทพหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย"
นางทองกรลูบศีรษะข้าวขวัญด้วยความสงสาร
"อยู่ที่นี่กับป้าให้สบายใจก่อน ที่เหลือให้ทิวไทเขาจัดการเถอะนะ ไม่ต้องเป็กังวลอะไรทั้งนั้น"
"ค่ะ คุณป้า"
เสียงรถมอเตอร์ไซค์วิ่งเข้ามาจอดที่ใต้ร่มทองอุไรหน้าบ้าน ทิวไทจอดรถแล้วเดินเข้าบ้านมา เขาเดินตรงมาที่โต๊ะอาหาร ในมือถือถุงหิ้วพลาสติกจากร้านสะดวกซื้อมาด้วย ข้าวขวัญรีบก้มหน้าก้มตากับอาหารตรงหน้า เธอพยายามทำตัวให้เป็ปกติ แต่ทิวไทกลับอมยิ้มเมื่อเห็นท่าทางที่ไม่ปกติอย่างนั้น ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเธออายเื่เมื่อคืน เขาเองจะทำเป็ลืมให้ก็ได้ เพราะเดี๋ยวเธอจะมองหน้าเขาไม่ติด
"แม่ หิวจัง แม่ทำอะไรกินกลางวันนี้?"
ชายหนุ่มวางถุงพลาสติกลงบนโต๊ะ
"ผัดซีอิ๊วหมูอยู่ในกระทะ ไปตักเองเลยลูก"
ชายหนุ่มเดินหายเข้าครัวไปแล้วเดินกลับมาพร้อมกับก๋วยเตี๋ยวผัดซีอิ๊วในจาน ทิวไทนั่งลงที่เก้าอี้ตัวใกล้ๆกับข้าวขวัญ แล้วสนใจแต่อาหารตรงหน้าจนนางทองกรอดพูดขึ้นมาไม่ได้
"หายไปแต่เช้า กลับมาก็ไม่พูดไม่จา กลางวันกลับมากินข้าวแล้วก็ออกไปอีก แกจะไปไหนนักหนาเนี่ย แล้วนั่นซื้ออะไรมา?"
ทิวไทเลื่อนถุงพลาสติกที่เขาหิ้วมาไปตรงหน้าข้าวขวัญ
"ของคุณ ผมว่าใช้เสียหน่อยน่าจะดี"
ข้าวขวัญเปิดดูเห็นเป็ครีมทาหน้าตอนกลางวัน ครีมทาหน้าตอนกลางคืน ครีมกันแดด โลชั่นทาตัว ที่มัดผมที่ไม่ใช่หนังสติ๊กถุงแกงที่ทำให้เจ็บเวลาดึงออก แต่สิ่งที่ทำให้เธอหน้าร้อนได้ก็น่าจะเป็ลิปมันรสสตอเบอรี่นี่แหละ แต่กอหญ้าก็ยังแอบยิ้มในความใส่ใจของเขา ถึงจะช้าไปสองสามวันแต่ก็ไม่เป็ไร ต้องขอบคุณชายหนุ่มที่เห็นว่าเนื้อตัวหน้าตาของเธอคงเริ่มแห้งแตก เธอเองก็เริ่มจะแสบหน้าแสบตัวแล้วเหมือนกัน โดยเฉพาะลิปมันนั่น ถ้าไม่ละเอียดจริงก็ไม่น่าจะซื้อมาให้กันหรอกนะ
"ขอบใจนะ ฉันกำลังอยากจะได้อยู่พอดี แสบไปหมดทั้งหน้าทั้งตัวแล้วเนี่ย"
"ปากคุณก็แห้งมากด้วย"
ทิวไทพูดอยู่ในลำคอเหมือนจะให้ได้ยินกันแค่สองคน แต่มันก็ยิ่งทำให้ข้าวขวัญเขินตัวบิดอยู่ในใจคนเดียว เพราะเขาคงทำการประเมินความแห้งของริมฝีปากของเธอไปเรียบร้อยแล้วเมื่อคืน ข้าวขวัญจึงทำได้แค่ก้มหน้าก้มตาทานผัดซีอิ๊วต่อไป
"โถ หนูข้าว ก็ไม่บอกทิวมันแต่แรกล่ะ เงียบไว้ทำไม ผิวเสียหมด"
นางทองกรบอกข้าวขวัญ นางเองก็เริ่มจะสังเกตเห็นก็ตอนนี้แหละ ว่าสองโหนกแก้มของข้าวขวัญเริ่มจะมีรอยแดงแห้งๆรวมทั้งริมฝีปากที่แตกแห้งนิด ๆ รวมทั้งผิวบาง ๆ ที่แขนทั้งสองข้างด้วย แต่เมื่อลูกชายของนางสังเกตเห็นสิ่งนี้ก่อน ความคิดที่ว่านางอาจจะได้ลูกสะใภ้คราวนี้น่าจะมีเปอร์เซ็นต์มากขึ้น นางสังเกตมาหลายครั้งแล้ว ว่าสายตาที่ทิวไทมองข้าวขวัญนั้นไม่ธรรมดาแน่นอน ยิ่งตอนแอบมองหนูข้าว มันเชื่อมหวานยังไงพิกล ผู้ใหญ่เขาอาบน้ำร้อนมาก่อนโว้ย ไอ้ทิวลูกแม่
แต่นางทองกรก็ต้องลอบถอนใจ เพราะความสัมพันธ์ของทิวไทกับข้าวขวัญนั้นน่าจะเป็ไปได้ยาก ข้าวขวัญคือลูกสาวของเสี่ยขจรศักดิ์ ที่ตำรวจกำลังไล่ล่าในคดียาเสพติดที่ถือว่าเป็รายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในตอนนี้ ถึงแม้ว่านางทองกรเองจะรับข้าวขวัญได้โดยไม่รังเกียจ แต่ปัญหาที่ลูกชายของนางเผชิญอยู่ในตอนนี้ ทำให้นางนึกถึงตอนแฮปปี้เอนดิ้งของเื่ไม่ออกเลย
"ไข่นุ้ยล่ะแม่?"
"เดี๋ยวมันก็มา แม่บอกป้าพรแต่เช้าละ ให้ไอ้ไข่มันมากินข้าวก่อนให้เรียบร้อยแล้วค่อยไปกันนะ"
นางทองกรตอบทิวไท ชายหนุ่มเพียงแค่พยักหน้ารับแล้วหันมาทางข้าวขวัญ
"คุณเป็ยังไงบ้าง? หายปวดหัวหรือยัง?"
"ยังมึนๆอยู่ ได้กาแฟแล้วก็ดีขึ้น"
ข้าวขวัญตอบแบบประหยัดปากประหยัดคำ และยังก้มหน้าก้มตากับอาหารจานตรงหน้า ทิวไทมองเห็นแต่เพียงเสี้ยวหน้าด้านข้างของหญิงสาว ก็รู้สึกว่าเธอหน้าแดงขึ้นนิดหน่อย ชายหนุ่มจึงยิ้มแล้วหันไปสนใจกับอาหารตรงหน้าของตัวเองต่อ
ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่สามารถจะพ้นสายตาของนางทองกรไปได้...
ทำไมเขาต้องเขินกันด้วยวะ!
ทางขึ้นเขาใน่ที่ไม่มีฝนนั้นยังไม่ยากมากนัก มอเตอร์ไซค์กลางเก่ากลางใหม่ของทิวไทจึงค่อยๆไต่ขึ้นไปได้ ส่วนเด็กชายไข่นุ้ยคนซ้อนนั้น จับสัมภาระถุงใหญ่ไว้ตรงกลางระหว่างคนขับกับตัวเองที่เป็คนซ้อน เมื่อถึงที่หมาย ไข่นุ้ยก็ะโลงอย่างว่องไว แล้วหอบถุงใหญ่เดินขึ้นเขาไปอย่างคล่องแคล่วในขณะที่ทิวไทเอามอเตอร์ไซค์ซุกไว้หลังพงหญ้าที่ขึ้นสูงรกเรื้อ
"ฉันขึ้นมาทำความสะอาดแล้วเมื่อวาน พี่ทิวลองดูก่อนก็ได้ว่าขาดเหลืออะไร พรุ่งนี้ฉันเอาขึ้นมาให้อีกก็ได้"
ไข่นุ้ยเดินไปคุยไประหว่างทางที่นำไปสู่กระท่อมเล็กในสวนทุเรียนบนเขา
"ไม่ต้องมีของเยอะให้มากเื่หรอกไอ้นุ้ย เอาแค่พออยู่ได้ก็พอ ว่าแต่เอ็งน่ะ ปิดปากเงียบแน่นะ"
"โธ่! พี่ทิว เหลือๆ"
ไข่นุ้ยทำเสียงมั่นอกมั่นใจ
"เออ เอ็งเก่ง เอ็งเอาของเข้าที่เข้าทางให้เรียบร้อยซะ เดี๋ยวจะได้รีบกลับเลย"
"พี่ทิว ไข่ถามจริงๆเถอะ..."
เด็กชายไข่นุ้ยหยุดเดิน แล้วหันมาพูดกับชายหนุ่มที่เดินตามมาด้วยสีหน้าจริงจัง
"พี่จะเอาพี่ข้าวขึ้นมาอยู่ที่นี่จริงๆเหรอ? ไฟก็ไม่มี ไวไฟก็ไม่มี ลำบากจะตาย พี่ข้าวตัวเล็กนิดเดียว ฉันว่าฉันยังจะโตกว่าเลยนะ เอวงี้บางเป็กระดาษ แขนขานี่ยังเล็กกว่าฉันตั้งเยอะ แล้วพี่ข้าวจะทำงานบ้านไหวเหรอ เผื่อร้อนเผื่อหนาวอีก พี่ข้าวจะอยู่ได้เหรอ?"
ไข่นุ้ยสาธยาย เพราะมันสงสารพี่ข้าวคนสวยของมันจริงๆนั่นแหล่ะ
"เออ เอาน่า ฉันคิดของฉันมาดีแล้ว แต่สำคัญที่เอ็งนั่นแหล่ะ ว่าจะเป็มือขวาให้ฉันได้ดีแค่ไหน"
ไข่นุ้ยยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวตัดกับผิวสีคล้ำดำแดดของลูกทะเล เด็กชายวัยสิบสามวางถุงสัมภาระ แล้วยืนตรงยกมือขวาขึ้นตะเบ๊ะแข็งขัน
"กระผมเด็กชายตรังค์ ทะเลคราม ผู้ช่วยสารวัตรพี่ทิว ประจำหน่วยสืบสวนพิเศษปราบปรามยาเสพติด จะทำหน้าที่เป็มือขวาของสารวัตรพี่ทิวให้ดีที่สุด คับพ้มม!"