มือหนาเอื้อมลงหยิบหมวกกันน็อกที่วางอยู่บนเบาะ และสวมใส่ให้เธอ ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังก้มหน้าก้มตาล็อกหมวกกันน็อกให้เธอ ทำหญิงสาวใจเต้นโครมคราม ไม่ว่าเขาจะเข้าใกล้เธอกี่ครั้ง แต่ใจสาวก็ยังไม่ชินสักที
“โธ่ แล้วยังงี้ผมของฉันจะไม่ฟูแย่เหรอเนี่ย”
“ฮึ่ม!เื่เยอะจริงๆ นะคุณ หันหลังมานี่ ไหนเอายางมัดผมมา!”
มือหนารวบเรือนผมลอนยาวของเธออย่างอ่อนโยนและมัดเป็หางม้าต่ำๆ ก่อนจะขึ้นนั่งคร่อมมอเตอร์ไซค์และสวมหมวกกันน็อคของตน ส่วนหญิงสาวนั้นพยายามยกเท้าเรียวเล็กของเธอในรองเท้าคัชชูหนังสีแดงเหยียบลงบนพนักเท้ามอเตอร์ไซค์และขึ้นนั่งคร่อมจนสำเร็จ พลันฝ่ามืออบอุ่นเอื้อมมาจับมือเรียวเล็กหนึ่งข้างของเธอเข้ามาโอบกอดเอวของตน
“กอดผมแน่นๆ ล่ะ ถ้าตกรถไม่รับผิดชอบนะ”
“ฮึ่ม นี่คุณ!”
หญิงสาวขยับร่างของตนเข้ามาชิดจนซาลาเปาลูกใหญ่สองลูกเบียดเสียดแผ่นหลังกว้างๆ ของชายหนุ่ม เธอเอื้อมสองแขนมาโอบกอดเขาเบาๆ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขพลันปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา
บรื้นนนนน
“กรี๊ดดดด”
**************************************************
ณ ร้านอาหารพิโน่ใจกลางเมืองพอทสดัม
สองร่างเดินเข้ามายังทางเข้าของร้านอาหารสไตล์อิตาลีที่มีชื่อเสียงอัดแน่นไปด้วยผู้คนมีฐานะ ที่นี่ขึ้นชื่อเื่อาหารเลิศรส ความสะอาดและการตกแต่งสไตล์พื้นเมืองแบบฉบับอิตาลี เฟรย่ากวาดสายตาชื่นชมการตกแต่งของร้านอย่างสบายอารมณ์พร้อมทั้งก้าวเท้าเดินไปข้างในกับอีริค ฝ่ามืออบอุ่นของชายหนุ่มคว้ามือเรียวเล็กขึ้นจับท่อนแขนของตนพร้อมทั้งกระตุกยิ้มมุมปากมายังดวงหน้าหวาน
ร้านอาหารมีความเป็ส่วนตัวและสง่างาม บนเพดานและทุกๆ เสาจะประดับไปด้วยโคมไฟรูปทรงพระจันทร์เต็มดวงส่งแสงสลัวสีส้มทั่วทั้งร้าน บาร์เปียโนที่บรรเลงเพลงสบายๆ ฟังดูเข้ากับบรรยากาศยามเย็น โต๊ะอาหารกลมๆ ที่ถูกปกคลุมด้วยผ้าคลุมโต๊ะสีขาวสะอาด บนโต๊ะถูกตกแต่งเพียงเล็กน้อยด้วยเทียนหอมที่จุดประกายไฟสีเหลืองส้ม พร้อมทั้งดอกไม้แห้งที่ส่งกลิ่นหอมบางๆ เก้าอี้ก็จะมีด้วยกัน 2-4 ตัวในแต่ละโต๊ะ เสียงพูดคุยจากผู้ครอบกายดังจอแจอาจเป็เื่ท้าทายที่จะแอบจับใจความ
“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าทั้งสองท่านได้จองโต๊ะมาหรือเปล่าครับ?” เสียงทักทายอันสุภาพจากพนักงานต้อนรับเอ่ยขึ้นเมื่อทั้งสองหยุดยืนตรงกลางห้องโถงและพยายามชะเง้อมองหาโต๊ะ
“พอดีพ่อผมเขาจองไว้และได้มาถึงแล้วน่ะครับ”
“เอ้าอีริค เราอยู่โต๊ะนี้ลูก!” จอร์จ พ่อของชายหนุ่มโบกมือหยอยๆ ขึ้นเรียกลูกชายจากโต๊ะมุมริมหน้าต่างกระจก โดยมีสาวสวยผู้เป็แฟนสาวนั่งอยู่ข้างกายพร้อมส่งรอยยิ้มกว้างมายังอีริค ถึงแม้เธอจะดูมีอายุ แต่เธอยังดูสวยและมีเสน่ห์เหลือล้นสำหรับสาววัยนี้จริงๆ
“อะไรกัน นี่คุณนัดพ่อไว้ด้วยเหรอ ทำไมไม่บอกฉันล่ะ ทำอะไรชอบลับๆ ล่อๆ อยู่เรื่อย!” ดวงหน้าสวยฉายแววบึ้งตึง คิ้วเล็กขมวด พลางใช้ฝ่ามือเรียวเล็กตีกล้ามแขนของชายหนุ่มเบาๆ
ไร้เสียงตอบกลับจากชายหนุ่ม ั์ตาคมกริบฉายแววขบขัน เขาก้มหน้าและกลั้นขำถึงความฉุนเฉียวที่ยังดูน่ารักและมีเสน่ห์ของเธอ เขาขยับร่างประจันหน้ากับหญิงสาว ฝ่ามืออบอุ่นกุมสองมือของเธอเบาๆ ราวกับจะทำคำมั่นสัญญาอะไรบางอย่างต่อกัน ั์ตากลมโตของเธอทอประกายวาววับราวกับไข่มุกจับจ้องไปที่ใบหน้าหล่อเหลาอย่างสงสัย
“เอาล่ะ เราจะต้องบรีฟงานกันหน่อย คุณต้องทำตัวให้ดูว่าเรารักกันมาก รักกันปานจะกลืนกิน แสดงให้ดูธรรมชาติที่สุด โอเคไหม?”
“อ๋อ ได้!งานที่ต้องใช้จริตแสดงแบบนี้ ฉันทำได้สบายมาก!”
พูดจบสองร่างจูงมือกันเดินไปยังโต๊ะ แล้วหยุดยืนตรงหน้าทั้งสองท่านที่นั่งชะเง้อมองมา
“สวัสดีครับพ่อ”
“สวัสดี…เอ่อนี่คือลิต้า แฟนสาวของพ่อ” จอร์จและแฟนสาวลุกขึ้นยืนขึ้น เขาแนะนำแฟนสาวพลางผายฝ่ามือมายังลิต้า
“สวัสดีจ้ะอีริค ยินดีที่ได้รู้จักนะ ลูกชายคุณหน้าตาดีนะคะ เชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆ หน้าตาดีเหมือนพ่อนี่เอง ฮิฮิ” ลิต้ากล่าวทักทายพลางยื่นฝ่ามือมาจับกับอีริค
“แหมคุณก็ชมเกินไป อายเด็กมันน่ะ ฮะฮ่า”
สองหนุ่มสาวยืนคลี่ยิ้มน้อยๆ พลางสบตากัน ทั้งสองมีท่าทีกระอักกระอ่วนเมื่อต้องเห็นคุณพ่อวัย 65 กำลังมีสีหน้าขวยเขินต่อหญิงสาวสวยเซ็กซี่วัย 40 ผู้เป็รักใหม่
“อะแฮ่มพ่อครับ คุณลิต้าครับ! ส่วนนี่เฟรย่า แฟนสาวผมเองครับ”
“สวัสดีเฟรย่า ยินดีที่ได้รู้จักหนูนะ”
“ยินดีที่ได้รู้จักนะจ๊ะ หนูสวยเพอร์เฟกต์จริงๆ เลย น้ายังไม่เคยเห็นหญิงสาวคนไหนสวยแบบนี้มาก่อนเลย อีริคนี่หาแฟนเก่งนะเนี่ย”
“ขอบคุณค่ะที่ชม คุณลิต้าก็ดูดีมากๆ เลยค่ะ” เฟรย่าตอบกลับพลางปรากฏรอยยิ้มกว้างประดับบนใบหน้า
“ดูสาวๆ เข้ากันได้ดีนะ ฮะฮ่า เอาล่ะคิดว่าได้เวลาสั่งอาหารได้แล้วล่ะ พ่อชักจะหิวแล้ว” สิ้นเสียงผู้เป็พ่อกล่าว เสียงลากเก้าอี้ก็ดังครืดคราดเมื่อทุกคนพร้อมใจกันนั่งลง
“แล้วทั้งสองเจอกันได้อย่างไรล่ะเนี่ย?” ผู้เป็พ่อถามพลางยื่นกระดาษเมนูให้เฟรย่า เขาเลิกคิ้วถามอย่างเคลือบแคลงสงสัย ทำสองหนุ่มสาวมีสีหน้ากระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัด
“เอ่อ เราเจอกันที่สวนสาธารณะน่ะครับ พอดีเราไปออกกำลังกายแล้วเจอกัน”
“น่ารักจังเลย นึกถึงคู่ของเรานะคะจอร์จที่เจอกันที่คลับกอล์ฟแล้วฉันทำไวน์หกใส่คุณ อิอิ” ลิต้าพูดพลางเอื้อมมือมาจับมือจอร์จที่วางอยู่บนโต๊ะและลูบไล้เบาๆ ใบหน้าของเธอฉายแววคลั่งรักสุดพลัง ริมฝีปากบางแย้มรอยยิ้มอ่อนโยนตลอดเวลา
“มันคงเป็พรหมลิขิตแหละจ้ะ ที่รัก ถึงแม้ตอนนั้นผมจะหงุดหงิดแค่ไหน เห็นหน้าคุณผมก็หาย”
“อุ้ย จอร์จนี่ อายหนูเฟรย่ากับอีริคเอานะ ฮิฮิ” ลิต้าตีมือของจอร์จด้วยท่าทีเขินอาย พลางขยับใบหน้าเข้าใกล้เขาและจูบแก้มเขาเบาๆ
“เอ่อ ไม่เลยค่ะ ทุกอย่างโอเค พวกคุณเป็คู่ที่น่ารักมากๆ เลยนะคะ แฮะๆ”
“อะแฮ่ม ผมว่าเราสั่งอาหารกันเถอะ” อีริคเอ่ยขึ้นขัดจังหวะพลางถือเมนูแผ่นขนาดใหญ่เพื่อบดบังสีหน้ารำคาญใจที่พ่อของเขาเอาแต่สวีทกับแฟนสาวต่อหน้า หญิงสาวกระซิบชิดใบหูของชายหนุ่ม
“พ่อคุณกับคุณลิต้านี่น่ารักดีนะ เหมือนเรามานั่งมองเค้าจีบกันเลยอ่ะ”
“คุณก็หัดสวีทกับผมบ้างสิ เหมือนเราเป็แฟนกันจริงๆ น่ะ”
“จะบ้าเหรอ ฉันเป็ผู้หญิงนะ และอีกอย่างฉันเกรงใจพ่อของคุณ” เฟรย่าแค่นเสียงกระซิบ