ปารมีอาศัยเวลาที่นักรบยืนชะงักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบวิ่งผ่านเขาไปยังประตูห้องนอนของเธอที่เปิดอ้าเอาไว้จากนั้นเธอก็รีบปิดประตู นักรบที่เห็นว่าปารมีกำลังจะหนีเข้าไปในห้องนอนเขาก็รีบตามเธอไปในทันที
ทั้งคู่ต่างก็ยื้อยุดฉุดกระชากประตูกันอยู่ครู่หนึ่งจนปารมีนั้นสู้แรงของนักรบไม่ไหว นักรบจึงสามารถเข้ามาในห้องเธอได้
“อย่าเข้ามานะ!!”
ปารมีเห็นมีดคัตเตอร์อันหนึ่งที่อยู่ในกระปุกดินสอบนโต๊ะทำงานเธอก็รีบคว้าขึ้นมาขู่นักรบทันที นักรบที่เห็นว่าปารมีมีอาวุธเขาก็รีบเข้าไปประชิดตัวเธอแล้วจัดการมีดคัตเตอร์นั้นจนหลุดมือไป แล้วจับมือทั้งสองข้างของเธอไพล่ไปข้างหลัง จนตอนนี้ดูเหมือนว่าเธอนั้นถูกนักรบกอดเอาไว้อยู่
“ปล่อยฉันนะ!! ฉันบอกให้ปล่อยไง!! อยากฆ่าฉันขนาดนั้นงั้นเหรอ!!ฉันแค่อยากจะใช้ชีวิตเป็คนธรรมดาเท่านั้นเองนะ— ปล่อยฉันไปเถอะ— ฉันยังไม่อยากตาย ฮือ ๆ ๆๆ”
นักรบที่เห็นปารมีร้องไห้ฟูมฟาย พร้อมกับพูดอะไรก็ไม่รู้ ซึ่งเขานั้นไม่เข้าใจ แต่เมื่อนึกไปถึงเื่ที่เธอถูกทำร้ายเมื่อหลายวันก่อน เขาก็เข้าใจทันที
นี่เธอเห็นว่าเขาเป็คนโหดร้ายขนาดนั้นเลยเหรอไงนะ—
“นี่— คุณ— ผมไม่ได้จะทำอะไร คุณหยุดร้องก่อนได้มั้ย”
เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนลง นี่เป็ครั้งแรกที่เขาเห็นน้ำตาผู้หญิงแล้วหัวใจเขาอ่อนยวบจนทำอะไรแทบไม่ถูก
“ไม่ทำอะไรได้ไง!! ก็คุณส่งคนมาทำร้ายฉันเมื่อหลายวันก่อนนี่!! หึ— เอาเลย อยากฆ่าก็ฆ่าเลย ฉันมันแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ได้มีเงินรวยล้นฟ้าเหมือนคุณที่จะทำอะไรก็ได้นี่!! พวกคนรวยชอบรังแกคนไม่มีทางสู้!!”
ปารมีร้องอย่างสติแตก น้ำตานั้นไม่มีทีท่าว่าจะหยุดไหลเลยสักนิด จมูกที่แดงนิด ๆ ั์ตาที่แดงหน่อย ๆ พร้อมกับสายตาแข็งกร้าวที่มองมาทางเขา ทำให้เขานั้นรู้สึกสงสารและรู้สึกผิดมากขึ้นที่เขามองเธอผิดไป อันที่จริงเธอนั้นก็เป็แค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งเท่านั้น ร่างเล็กของเธอที่แทบจะฝังไปกับร่างกายเขานั้นเป็ตัวบ่งบอกอย่างดี
“ผมไม่ได้เป็คนส่งมา...”
นักรบเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าอ่อนลงจากเดิมมากนัก
“ถ้าไม่ใช่คุณจะเป็ใคร!! คุณมันก็เหมือนกับพวกนั้น!! ชอบโกงกิน หาผลประโยชน์จากเงินภาษีประชาชน!!”
ปารมีกระแทกเสียงใส่นักรบ จนนักรบเห็นว่าคงคุยกันไม่รู้เื่ เขาจึงพยายามหาวิธีทำอย่างไรก็ได้ให้เธอนั้นใจเย็น ๆ กว่านี้และหยุดร้องไห้ได้แล้ว เพราะยิ่งเขาเห็นน้ำตาปารมีมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกเ็ปไปด้วย
เมื่อเห็นว่าได้จังหวะปารมีก็เขย่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว จนหัวเธอกระแทกเข้าที่คางของนักรบ ทำให้นักรบนั้นต้องรีบปล่อยเธอและเอามือจับคางด้วยความเ็ป
ปารมีอาศัยจังหวะที่นักรบกำลังเจ็บอยู่นั้นรีบวิ่งไปที่ประตูทางออก แต่ทว่าก็ถูกนักรบคว้าข้อมือเอาไว้ได้ และด้วยการต่อสู้ในที่แคบ ทำให้กองเอกสารที่เธอวางเอาไว้บนโต๊ะทำงานข้างเตียงเทล้มลงมา กระดาษกระจัดกระจาย จนทำให้ปารมีนั้นเหยียบกระดาษแผ่นหนึ่งที่ร่วงลงมาจนลื่นหงายหลังทันที
นักรบที่เห็นว่าปารมีนั้นกำลังจะล้มหงายหลัง เขาก็รีบพุ่งตัวไปรับ จนทำให้ทั้งคู่ล้มลงบนเตียงที่อยู่ใกล้ ๆ ราวกับฉากรักโรแมนติกในนิยาย
ปารมีล้มหงายหลังลงบนเตียง ทว่าหลังเธอนั้นหาได้ัักับความนุ่มของเตียงไม่ แต่เป็ความแข็งของกายกำยำของนักรบที่พุ่งเอาตัวมารับเธอ จนหงายหลังลงบนเตียงพร้อมกัน เอวเธอนั้นก็ถูกนักรบโอบแน่น
เมื่อเธอเห็นว่าสถานการณ์เริ่มไม่สู้ดีแล้ว เธอก็พยายามดิ้นและแกะมือของนักรบออก โดยใช้ความรู้จากศิลปะป้องกันตัวที่เธอเรียนมาจากสำนัก แต่ด้วยเรี่ยวแรงของเธอตอนนี้มันไม่สามารถที่จะสู้ผู้ชายอย่างนักรบได้เลย อีกทั้งเธอััได้ว่าผู้ชายคนนี้น่าจะออกกำลังกายมาพอสมควร ทำให้มันยากนักที่ผู้หญิงแบบเธอจะสู้ได้
นักรบที่เห็นว่าผู้หญิงที่อยู่บนตัวเขานั้นกำลังดิ้นยุกยิก ๆ อีกทั้งยังพยายามแกะมือเขาออกอีก เขาก็เริ่มรู้สึกบางอย่างแปลก ๆ ที่มันเกิดขึ้นกับร่างกายเขา
“นี่คุณ— หยุดดิ้นก่อนได้มั้ย คุยกันก่อน!!”
น้ำเสียงแปลก ๆ ของนักรบที่เอ่ยออกมานั้น ทำให้ปารมีนั้นแปลกใจอยู่พักหนึ่ง แต่เธอนั้นก็ไม่สนใจ ยังพยายามดิ้นต่อไป จนนักรบทนไม่ไหว จึงใช้แรงในการพลิกตัวเขามาคร่อมปารมีแทน
ตอนนี้สถานการณ์ยิ่งล่อแหลมมากยิ่งขึ้น เมื่อมือทั้งสองข้างเธอนั้นถูกนักรบตรึงเอาไว้จนไม่สามารถขยับได้ส่วนขาก็ถูกขาของนักรบหนีบทับเอาไว้อีก ทำให้เธอนั้นถูกชายคนนี้จองจำอย่างสมบูรณ์
ปารมีจ้องไปนักรบด้วยแววตาที่หวาดกลัวเล็กน้อย ในสมองก็พยายามหาทางรอด แต่เมื่อได้สบตากับนักรบจัง ๆ เธอก็ต้องรีบหลุบสายตาหนี เพราะสายตาที่นักรบมองเธอมานั้นมันแปลก ๆ ชอบกล
แต่เมื่อหลุบสายตาลงมา เธอก็เห็นไปถึงกล้ามเนื้อกำยำที่อยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวที่นักรบปลดเนกไทและปลดกระดุมออกไปสองสามเม็ด ทำให้เธอนั้นสามารถเห็นหุ่นที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและซิกแพ็คของนักรบได้ แม้จะไม่ชัดเท่าไหร่ แต่มันก็ทำให้เธอนั้นสามารถนำภาพไปจินตนาการต่อได้ทันที
นี่เป็ครั้งแรกที่เธอใกล้ชิดกับผู้ชายมากถึงขนาดนี้ อีกทั้งยังเป็ผู้ชายที่มีใบหน้าหล่อเข้มอย่างนักรบด้วยแล้ว ถ้าเป็ผู้หญิงคนอื่นมาอยู่ในสถานการณ์แบบเธอตอนนี้คงได้ใจเต้นแรง หน้าแดงด้วยความเขินอายแน่ ๆ และแน่นอนปารมีก็คือผู้หญิงหนึ่งในนั้น
นักรบนั้นพยายามข่มความรู้สึกบางอย่างที่มันเกิดมาเมื่อครู่นี้ด้วยความยากลำบาก เพราะคนที่ทำให้เขาได้ัักับความรู้สึกนั้นอยู่ใกล้เขาไม่ถึงหนึ่งฟุต แถมตอนนี้ร่างกายของพวกเขายังเกือบจะแนบชิดอีกต่างหาก
ปารมีนั้นพยายามดิ้นและคิดหาทางที่จะหลุดจากสถานการณ์นี้ไปให้ได้อย่างหนัก จนเธอนั้นเกือบจะถอดใจแล้ว ทว่าก็ดันมีความคิดหนึ่งที่เป็ดั่งแสงเทียนในถ้ำอันมืดมิดผุดขึ้นมา
เธอคิดหนักอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจทำบางอย่างที่จะทำให้ชีวิตของนักรบหลังจากนี้เปลี่ยนไปตลอดกาล
ปารมีจ้องหน้านักรบด้วยสีหน้าจริงจัง จนทำให้นักรบนั้นแปลกใจแต่ทว่าก็ต้องใจนทำตัวไม่ถูก เมื่อริมฝีปากของเขานั้นได้ััแนบชิดกับริมฝีปากนุ่มของปารมี จนเขารู้สึกได้ถึงลมหายใจของเธอ
เมื่อเจอเหตุการณ์ที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะเจอ นักรบถึงกับสติหลุดจนมือที่คอยตรึงปารมีไว้อยู่นั้นคลายออก
ปารมีอาศัยช่องว่างนี้จัดการบิดข้อมือให้หลุดออกจากพันธนาการจากนั้นก็ใช้มือขวาเอื้อมไปจับข้อมือซ้ายของนักรบแน่น ส่วนมือซ้ายของเธอนั้นก็จับไปที่ต้นแขนซ้ายของนักรบเพื่อยึดไม่ให้เขานั้นสามารถขยับแขนข้างนั้นของเขาได้
จากนั้นชันเข่าทั้งสองข้าง ขาซ้ายของเธอนั้นก็วาดวางไว้ด้านนอกขาซ้ายของนักรบ และใช้แรงจากสะโพกดันพลิกตัวนักรบให้กลายเป็ฝ่ายอยู่ด้านล่างแทนเธอ
เมื่อเห็นว่าได้โอกาสปารมีก็ลุกขึ้นหนีทันที นักรบที่กำลังอึ้งจากเหตุการณ์เมื่อครู่ พอเห็นว่าปารมีกำลังหนี ด้วยสัณชาตญาณหรืออะไรไม่ทราบได้ ทำให้เขานั้นรีบคว้ามือของเธอเอาไว้ ก่อนที่สมองจะสั่งการเสียอีก
ปารมีพยายามใช้วิชาที่เธอเรียนมาเพื่อหนีเอาตัวรอดให้ได้ ทั้งคู่ต่อสู้กันเล็กน้อย จนกระทั่งสายตานักรบเหลือบไปเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลซองหนึ่งที่มันเปิดออกและมีเอกสารบางอย่างโผล่ออกมาครึ่งหนึ่ง บนหน้ากระดาษนั้นเขาเห็นตราครุฑที่เป็สัญลักษณ์ของเอกสารราชการ พร้อมกับหัวข้อเื่ที่ทำให้เขานั้นถึงกับชะงักทันที
นักรบก้มลงจะหยิบเอกสารนั้นขึ้นมาอ่าน ถ้ามันเป็อย่างที่เขาคิด นี่อาจจะเป็หลักฐานเด็ดที่จะเอาผิดพวกของชัยวัฒน์ได้เลยทีเดียว ถึงว่าทำไมพวกนั้นถึงอยากจะฆ่าเธอนัก
แต่ไม่ทันที่จะได้หยิบอะไร ปารมีก็รีบคว้าเอามากอดไว้ก่อน ก่อนที่จะเอ่ยตะคอกไล่นักรบออกไปจากห้อง พร้อมกับน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมาอีกครั้ง
“ออกไป!!!ก่อนที่ฉันจะแจ้งตำรวจ!!”
นักรบที่เห็นปารมีนั่งกอดเอกสารนั้นอย่างหวงแหน และร้องไห้ก็ทำให้เขานั้นรู้สึกสงสารขึ้นมาทันที ความรู้สึกบางอย่างก็ผุดขึ้นมาอีกครั้ง ความรู้สึกอยากปกป้อง แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้มากกว่านี้ เขาจึงยอมถอยและกลับออกไป
เมื่อนักรบออกไปแล้ว ปารมีก็รีบวิ่งไปล็อคห้องทันที พร้อมกับปล่อยน้ำตาที่มันถูกกักไว้ให้ไหลทะลักจนมันเหือดแห้งไปเอง
โปรดติดตามตอนต่อไป