บทที่ 50 หยินเหวินกั๋วระงับข้อพิพาท
หูชื่อเหวินเห็นหยินเหวินกั๋วขมวดคิ้วมองมาที่เธอ ก็รู้ดีว่าสภาพตอนนี้ต้องย่ำแย่มากขนาดไหน อันที่จริงตอนแรกก็ไม่ได้อยากให้เรื่องกลายมาเป็นแบบนี้แค่อยากทำให้เธอกลัวเท่านั้น
เธอไม่ได้คาดหวังว่าผู้หญิงคนนี้จะอาละวาดขึ้นมา ต้องขอบคุณที่เธอวางกรรไกรไว้ตั้งแต่แรก ไม่อย่างนั้นด้วยความบ้าคลั่งของเธอคงทำให้หูชื่อตายอย่างแน่นอน
“เกิดอะไรขึ้น?”
เสียงเย็นชาของหยินเหวินกั๋วดังขึ้น แต่ไม่ได้ดุดันมากนัก
ทั้งหูชื่อเหวินและเฉินซูเฟินต่างก็ก้มหน้าลงไม่พูดอะไรออกมา
ยุวชนหญิงรอบด้านจึงแย่งกันพูดจนทำให้หยินเหวินกั๋วปวดหัว
เขาเหนื่อยเหลือเกิน หยินเหวินกั๋วเคยแก้ปัญหาเรื่องผู้หญิงตบตีกันในชีวิตก่อน ตอนนั้นเขารับผิดชอบฝึกทหารหญิงกลุ่มหนึ่ง ตั้งแต่วันแรกพวกเธอทะเลาะกันแย่งตำแหน่งเตียงนอน
เหตุการณ์ตอนนั้นก็คล้ายกับตอนนี้ เสียงแหลมแย่งกันพูด วุ่นวายไปหมด ผสมปนเปมั่วกันไปน่าปวดหัวจริงๆ
หยินเหวินกั๋วจึงยกมือขึ้นเพื่อส่งสัญญาณให้กับกลุ่มยุวชนหญิงให้เงียบ
“หูชื่อเหวินบอกฉันมา เกิดอะไรขึ้น”
เขามองหูชื่อเหวินที่อยู่ตรงหน้าแล้วก็เกิดรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก ใบหน้างดงาม ของเธอมีรอยเล็บข่วนจนเลือดซึมแล้วยังรอยขีดข่วนยาวที่คอซึ่งมีเลือดไหลอยู่เช่นกัน
ผมของเธอยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง ดวงตาก็เต็มไปด้วยความโมโห เมื่อเงยหน้าขึ้นมายิ่งทำให้เธอเหมือนสัตว์ตัวเล็กๆ ที่ได้รับบาดเจ็บ จนทำให้คนมองเกิดความรู้สึกสงสารขึ้นมา ฉากนี้ทำให้เขานึกถึงตอนเธอยืนอยู่ต่อหน้าเขาท่ามกลางสายฝน
เขาเมินอาการแปลกๆ ในใจของตัวเอง ยุวชนทั้งหลายยังยืนอยู่ตรงนี้เขาสมควรจัดการกับปัญหาอย่างยุติธรรม
ถ้าไม่ใช่เพราะหูชื่อเหวินถูกยั่วยุก่อนเธอก็คงไม่ต่อสู้เหมือนเป็นตัวแทนสภาประชาชนแห่งชาติ(National People's Congress) แบบนี้ ถ้าหากเป็นหูลี่อิงที่ไม่มีหัวคิดก็อาจจะเป็นไปได้ แต่เขารู้ดีว่าผู้หญิงอีกคนที่อยู่ในร่างนี้คนในร่างนี้ เป็นคนที่ใจเย็นและมีเหตุผล
“หัวหน้า ฉันขอพูดก่อน!”
ก่อนที่หูชื่อเหวินจะได้พูดเฉินชูเฟินที่อยู่ข้างๆ เธอก็ยกมือขึ้นเพื่อขอพูดก่อน เธอไม่กล้าพูดเพราะเหตุผลบางอย่าง แต่พอเห็นหยินเหวินกั๋วถามนางจิ้งจอกก่อน เธอก็กลัวว่าผู้หญิงคนนี้จะพูดอะไรที่ทำให้เธอล้มทั้งยืน
“หัวหน้า เมื่อกี้นี้ฉันกำลังตัดบางอย่างอยู่ แต่นางจิ้งจอกตัวนี้… ไม่สิ หูลี่อิง…”
“เธอชื่อหูชื่อเหวิน”
หยินเหวินกั๋วไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงขัดคำพูดเฉินชูเฟินเพียงเพื่อแก้ชื่อเป็นการเตือนว่าหูลี่อิงเปลี่ยนชื่อแล้ว
เขาแค่ไม่อยากเชื่อมหูชื่อเหวินเข้ากับหูลี่อิง
“อ้อ! หูชื่อเหวินอยู่ๆ ก็วิ่งมากล่าวหาว่าตัดกระโปรงของจางหมิงเยี่ยน แล้วเธอยังจะแย่งกรรไกรของฉันแล้วเอาไป ฉันแค่… อยากจะเอากรรไกรคืน แต่เธอไม่ยอมแถมยังกระชากผมฉันอีก เอาเล็บมาข่วนฉันด้วย”
เฉินชูเฟินพูดอุบอิบเบาๆ
“หูชื่อเหวินทำจริงไหม?”
หยินเหวินกั๋วต้องการได้ยินคำปฏิเสธจากหูชื่อเหวิน
"ใช่!"
เมื่อหยินเหวินกั๋วได้ยินคำพูดนี้ เขาก็ขมวดคิ้วแน่นขึ้นกว่าเดิม แต่สุดท้ายก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลง
“แต่เธอเล่าข้ามเรื่องบางอย่างไป”
หูชื่อเหวินจึงเล่าอีกครั้ง
จางหมิงเยี่ยนยังเอาชุดที่ถูกตัดให้หยินเหวินกั๋วดู
เมื่อเขามองรอยที่กรรไกรตัดผ่านและเหลือบไปมองที่หูชื่อเหวินอีกครั้ง ก็ได้รู้ว่าผู้หญิงคนนี้ฉลาดมาก ไม่คิดว่าเธอจะสามารถทำตัวเป็นนักสืบได้ด้วย หยินเหวินกั๋ววางชุดลงไม่ได้หยิบกรรไกรขึ้นมาในทันที แต่ขอให้ยุวชนหญิงข้างๆ เอากระดาษแผ่นหนึ่งมาห่อกรรไกรไว้
เมื่อมองไปที่ยุวชนหญิงรอบตัว สีหน้าของเขาก็จริงจังขึ้นมา
“ฉันหวังว่าคนที่ตัดกระโปรงจางหมิงเยี่ยนจะมาอธิบายทุกอย่างให้ฉันฟังที่สำนักงานในวันพรุ่งนี้ ถ้าไม่อย่างนั้นฉันจะส่งกรรไกรไปที่สถานีตำรวจเพื่อตรวจสอบ ที่นั่นจะสามารถเปรียบเทียบลายนิ้วมือบนนั้นเพื่อหาคนร้ายได้ ถ้าไม่อยากให้ชีวิตตัวเองต้องพังพรุ่งนี้จะเป็นโอกาสสุดท้ายสำหรับเธอ!”
หลังจากหยินเหวินกั๋วพูดจบ เขาสำรวจอาการบาดเจ็บบนหน้าและลำคอของหูชื่อเหวินอีกครั้ง จากนั้นก็หันไปมองเฉินชูเฟิน หยินเหวินกั๋วเคยสืบสวนคดีอาชญากรรมมาหลายปีเขารู้ดีเรื่องตรวจสอบลายนิ้วมือ แต่เทคโนโลยีสมัยนี้ยังไม่เจริญมากนักและมันจะยุ่งยากเกินไปสำหรับคดีเล็กๆ แบบนี้เขาไม่นิยมทำกัน แต่ที่พูดออกไปก็เพื่อทำให้หวาดกลัวเท่านั้น
“พวกเธอสองคนรักษาแผลกันด้วย เข้านอนพักผ่อนกันเร็วๆ แล้วอย่าสร้างปัญหากันอีก” หยินเหวินกั๋วพูดทิ้งท้ายแล้วจากไป เมื่อเดินผ่านหูชื่อเหวินเขาก็สำรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง
แต่หูชื่อเหวินไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นมามอง
เธอไม่ต้องการให้เขาเห็นสภาพน่าสมเพชของตัวเองในตอนนี้
“ปิดไฟแล้วเข้านอนกันเถอะ!” หูชื่อเหวินส่งเสียงออกมาอย่างกะทันหันจากนั้นจึงเงียบไป
บางคนกระซิบกระซาบกันด้วยความไม่พอใจ แต่หูชื่อเหวินก็ใช้สายตาเย็นชากดดันจนใจสั่น ดวงตาของนางจิ้งจอกตัวนี้ดูน่ากลัวขึ้นทำให้เฉินชูเฟินตื่นตระหนก เธอพึ่งรู้ว่าหญิงสาวคนนี้ตั้งแต่เปลี่ยนชื่อและเปลี่ยนนิสัยก็ทำให้ดูมีสมองมากขึ้น
“พี่เยี่ยนไม่ต้องเสียใจนะ ถ้าชอบชุดนี้ฉันจะซื้อให้เธออีก”
หูชื่อเหวินเดินไปปลอบใจจางหมิงเยี่ยน
จางหมิงเยี่ยนรู้สึกผิดที่ทำให้หูชื่อเหวินและเฉินชูเฟินทะเลาะกันจนได้รับบาดเจ็บ เป็นเธอเองที่ไม่รักษาชุดให้ดี
เธอหยิบขวดยาที่จ้าวหย่วนขุยให้เธอไว้และทาแผลให้หูชื่อเหวิน
เมื่อปิดไฟลงทุกคนก็พากันเข้านอน
ยกเว้นก็แต่เฉินชูเฟิน
เธอกำลังตื่นตระหนกจนนอนไม่หลับ พรุ่งนี้จะทำอย่างไรดี? จะต้องไปที่สำนักงานของหัวหน้าหยินจริงๆ หรอ? หัวหน้าดูเย็นชามาก เขาคงไม่สงสารเห็นใจเธอหรอก เธอไม่รู้จะโทษตัวเองยังไงกับเรื่องนี้ ถ้าเขาขอให้ชดใช้ด้วยการจ่ายค่าเสียหายชุดนี้ล่ะ?
ชุดตัวนั้นดูราคาแพง แต่ฉันมีเงินเดือนแค่ 32 หยวน จะชดใช้หมดได้ไง?
นอกจากค่ากินแล้วก็ยังต้องส่งเงินกลับไปที่บ้าน ขนาดตอนนี้เธอยังลังเลที่จะกินและดื่มในทุกๆ เดือน กระทั่งเสื้อผ้าก็ยังต้องประหยัด ถ้าหากต้องจ่ายเงินซื้อคืนให้จริงๆคงต้องอดตาย แต่ถ้าไม่ไป หัวหน้าจะรู้หรือเปล่า? จะให้เธอไปมอบตัวที่สถานีตำรวจไหม?
หยินเหวินกั๋วเป็นที่รู้จักกันดีในนามหัวหน้าที่เย็นชาเหมือนก้อนน้ำแข็งเดินได้ เธอเชื่อว่าผู้ชายคนนี้ทำได้อย่างที่พูดไว้แน่
เรื่องที่ทำลงไปวันนี้ทำให้ตัวเองเสียใจเหลือเกิน
เธอถูกความเกลียดครอบงำ ดูความอยุติธรรมของพระเจ้านี่สิ ! ทำไมนางจิ้งจอกตัวนั้นถึงสวยและเกิดในตระกูลที่ดีแบบนั้น? ขนาดมาทำงานที่ไร่ยังได้งานง่ายๆ ที่ไม่แม้แต่จะโดนลมโดนฝน
ทำไมเธอต้องมาทนทุกข์กับเรื่องแบบนี้ด้วย? ทำงานหนักในไร่ทุกวัน ตอนสมัยเรียนเธอถูกมองว่าเป็นคนหน้าตาดีคนหนึ่ง แต่พอมาทำงานในไร่ผิวของเธอก็เริ่มคล้ำขึ้น มือไม้ก็หยาบกร้าน เธอจะดูสวยฉ่ำอยู่ได้ยังไง?
เฉินชูเฟินพยายามคิดทั้งคืนและตัดสินใจไม่ได้ว่าควรไปหาหัวหน้าหยินในตอนเช้าดีไหม
ในอีกด้านหนึ่งของห้อง แม้หูชื่อเหวินจะเจ็บหน้าและลำคออยู่แต่ก็รู้สึกดีขึ้นหลังจากการตบตีไปเมื่อครู่
เธอใช้ชีวิตมาแล้วสองชั่วอายุคน นี่เป็นครั้งแรกที่เธอลงมือตบตีใครสักคนจริงๆ แม้ว่าหูลี่อิงจะบอบบางและทำตัวสูงส่งแค่ไหน แต่เธอก็ไม่แพ้เฉินชูเฟินในยกแรก
คืนนี้หูชื่อเหวินจึงหลับสนิทโดยที่หัวใจสงบนิ่ง