ลู่ปิ้งเจี้ยนในคำบรรยายกล่าวเอาไว้ว่า นางคือบุตรสาวของผู้นำเผ่าจิ้งจอกเก้าหางเนตรสวรรค์ นางเป็นจิ้งจอกเก้าหางที่มีหางมากถึงเก้าหางและนางได้รับการดูแลอย่างดีแถมยังได้รับทรัพยากรฝึกฝนในระดับสูง ทำให้นางสามารถพัฒนาตัวเองมาถึงจ้าวเซียนขั้นสมบูรณ์ได้ตั้งแต่อายุยังน้อย
ความสามารถของลู่ปิ้งเจี้ยนนับว่าสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นวิชาเนตรของนางที่สามารถทำให้ศัตรูกลายเป็นทาสหรือแม้กระทั้งพลังน้ำแข็งที่ทำให้พื้นที่หลายลี้กลายเป็นทะเลน้ำแข็งในชั่วพริบตาเดียว
หนานหมิงได้อัญเชิญลู่ปิ้งเจี้ยนทันที
เมื่อลู่ปิงเจี้ยนปรากฏตัว ดวงตาของหนานหมิงก็เต็มไปด้วยความพึงพอใจทันที เพราะว่านางนั้นงดงามเป็นอย่างมาก ถึงขั้นที่ทำให้หนานหมิงถึงกับมองตาไม่กระพริบเลยทีเดียว
ลู่ปิงเจี้ยนเป็นท่าทีของนายท่าน นางก็ยิ้มอย่างภาคภูมิใจและใช้มือขึ้นมป้องปากพร้อมกับหัวเราะเบาๆ
หนานหมิงยิ้มและกล่าวว่า “ ในเมื่อเจ้ามาก็ดีแล้ว ข้าจะให้เจ้าไปหาฮั่วเหนียงและทำความเข้าใจในปัจจุบันก่อนแล้วก็เจ้าก็คอยปกป้องเซี่ยเล่ยจีด้วย ”
ลู่ปิงเทียนตอบรับก่อนที่นางจะมองสมบัติจำนวนหนึ่งให้กับหนานหมิงก่อนที่นางจะตามหลู่เซียงไปหาฮั่วเหนียง
สำหรับตัวละครอัญเชิญ หนานหมิงเคยบอกกับเซี่ยเล่ยจีแล้วว่าเขามีความสามารถในการเรียกเซียนมาจากโลกใบอื่นและเซียนเหล่านั้นจะมีพันธสัญญานายบ่าวตลอดชีวิตและไม่สามารถทำลายได้
ในตอนแรกเซี่ยเล่ยจีไม่เชื่อ แต่พอนางได้เห็นจริงๆนางก็ถึงกับอึ้งและกล่าวอะไรไม่ออกอยู่นานจนท้ายที่สุดนางก็ยอมรับได้
ซึ่งในเรื่องนี้มีเพียงแค่ไม่กี่คนที่รู้ถึงความสามารถของหนานหมิง เพราะเรื่องนี้ควรเก็บเป็นความลับและห้ามเผยแพร่ออกไป เพราะความลับมันจะดีที่สุดก็คือตอนที่มันเป็นความลับ
หลายวันต่อมา
เวลานี้ที่ทางเข้าสระน้ำพุวิญญาณสวรรค์เต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมาก เนื่องจากวันนี้จะเป็นวันแรกที่ป้อมปราการฮั่วเทียนจะเปิดสระให้ทุกคนทดสอบในการคัดเลือกรุ่นเยาว์ที่จะเข้าไปแช่สระน้ำพุในอีกสามวันข้างหน้า
สำหรับการทดสอบนั้นก็ง่ายมาก เพียงแค่เข้าไปในสระน้ำแล้วถ้าหากสระน้ำเกิดปฏิกิริยาขึ้นมาแสดงว่าคนๆนั้นสามารถดูดซัพพลังวิญญาณจากสระน้ำได้ แต่ถ้าหากไม่สามารถดูดซัพได้ก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เนื่องจากสระน้ำพุวิญญาณสวรรค์เป็นสระน้ำที่มีจิตวิญญาณของมันเอง มันจะตรวจสอบทุกๆคนที่เข้าไปใช้งานและถ้าหากผ่านการทดสอบของมันก็จะสามารถดูดซัพพลังวิญญาณจากมันได้
แน่นอนว่าสระน้ำพุที่จะเปิดให้ภายนอกใช้งานเป็นเพียงสระน้ำพุวิญญาณสวรรค์แบบธรรมดาเท่านั้น ส่วนที่รุ่นเยาว์อัจฉริยะของกองกำลังต่างๆใช้งานก็จะเป็นสระน้ำพุวิญญาณสวรรค์ระดับสูงสุด ซึ่งไม่ว่าใครก็สามารถดูดซัพพลังวิญญาณสวรรค์ได้ทั้งหมด แถมประสิทธิภาพของมันก็ดีกว่าสระน้ำพุธรรมดาอีกด้วย
ในระหว่างที่กองกำลังทั้งหมดกำลังทดสอบ
กลุ่มของหนานหมิงก็ได้ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเคารพ
ถึงอย่างไรการกระทำของพวกเขาก็ทำให้นิกายเซียนพฤกษาโกรธเป็นอย่างมาก พวกเขารู้มาว่าบรรพชนของนิกายเซียนพฤกษาที่มีความแข็งแกร่งระดับเซียนทองคำขัั้นสมบูรณ์มากกว่าสามคนกำลังมุ่งหน้ามายังป้อมปราการฮั่วเทียนแห่งนี้
เมื่อหนานหมิงมาถึงพวกเขาก็ได้รับการต้อนรับอย่างดีจากผู้ดูแลสระน้ำพุวิญญาณสวรรค์ พวกเขารู้ดีว่าเบื้องหลังของกลุ่มหนานหมิงแข็งแกร่งจริงๆ อย่างน้อยๆพวกเขาก็มีเซียนทองคำขั้นสมบูรณ์ที่แข็งแกร่งอยู่ เพราะแม้กระทั้งเซียนทองคำขั้นสมบูรณ์หลายคนที่ปรากฏตัวขึ้นในวันที่ฮั่วเหนียงลงมือ พวกเขาก็บอกเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าถ้าหากต้องต่อสู้กับฮั่วเหนียงแบบหนึ่งต่อหนึ่ง พวกเขาจะไม่สามารถเข้าใกล้ฮั่วเหนียงได้เลย แถมพวกเขาก็ยังไม่รู้ว่านั้นคือพลังสูงสุดของฮั่วเหนียงหรือไม่ ถ้าหากฮั่วเหนียงมีความแข็งแกร่งมากกว่านี้ พวกเขาก็ยกมือยอมแพ้ได้เลย
ด้วยเหตุนี้ทำให้หนานหมิงไม่จำเป็นต้องทดสอบพวกเขาสามารถเข้าใช้งานสระน้ำพุวิญญาณสวรรค์ระดับสูงได้ในทันที
ผู้ดูแลได้ยื่นบัตรประจำตัวในการใช้งานสระน้ำพุวิญญาณสวรรค์ให้กับหนานหมิงและเซี่ยเล่ยจี โดยแจ้งว่าทั้งสองสามารถมาใช้งานสระน้ำพุในวันที่เปิดงานได้
หลังจากที่ได้รับบัตรประจำตัวแล้ว หนานหมิงและคนอื่นๆก็มุ่งหน้ากลับสู่ที่พัก
พริบตาเดียวก็ผ่านไปสองวัน
หนานหมิง เซี่ยเล่ยจีพร้อมกับคนของเขาก็มาถึงที่ตั้งของสระน้ำพุวิญญาณสวรรค์ ซึ่งตอนนี้ที่หน้าทางเข้าถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนได้อย่างชัดเจน
โดยส่วนแรกจะเป็นรุ่นเยาว์ที่ผ่านการทดสอบจากจิตวิญญาณของน้ำพุวิญญาณสวรรค์ ส่วนอีกกลุ่มจะเป็นรุ่นเยาว์ที่มาจากกองกำลังยักษ์ใหญ่ที่ไม่จำเป็นต้องทดสอบใดๆ
ในขณะที่หนานหมิงกำลังรอเวลาเริ่ม เขาก็ได้ยินรุ่นเยาว์คนอื่นๆพูดคุยกันด้วยความสนใจ
พวกเขาเล่าว่าเมื่อไม่นานมานี้ วิหารเซียนเมฆาได้กำเนิดอัจฉริยะผู้หนึ่งขึ้น ชื่อของอัจฉริยะผู้นั้นคือหลิวเซียนเหอ แม้ว่าเรื่องราวถือกำเนิดอัจฉริยะจะเป็นเรื่องราวธรรมดาแต่สิ่งที่ไม่ธรรมดาก็คือ หลิวเซียนเหอผู้นี้เมื่อไม่กี่ปีก่อนยังเป็นเพียงแค่คนไร้ค่าประจำตระกูลหลิวที่ยังไม่เป็นเซียนแท้อยู่เลย แค่เวลาไม่กี่ปีเขาก็ถีบตัวเองขึ้นมาถึงขั้นเซียนนภาได้สำเร็จ นับว่าเป็นเรื่องที่ทำให้กองกำลังทั้งหมดตกใจอย่างมาก
หลิวเซียนเหอเป็นบุตรชายของอดีตผู้นำตระกูลหลิว ในอดีตนับว่าเป็นหนึ่งในอัจฉริยะแถวหน้าของตระกูลหลิว ด้วยวัยที่น้อยแต่มีพลังถึงขั้นเซียนปฐพีขั้นกลาง แต่หลังจากที่บิดาของเขาหายตัวไปอย่างลึกลับ หลิวเซียนเหอก็เก็บตัวเงียบก่อนที่จู่ๆเขาจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีใครพบเห็นตัวเขาแม้แต่คนเดียว
จนกระทั้งเมื่อแปดปีก่อนเขาก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับพลังที่ลดลงจนเหลือเพียงแค่กึ่งเซียนเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ทำให้หลิวเซียนเหอกลายเป็นตัวตลกประจำตระกูลหลิว จนกระทั้งทั่วทั้งเมืองที่เขาอาศัยอยู่ก็รู้ถึงเรื่องนี้และได้กลายเป็นที่พูดคุย
ท้ายที่สุดตระกูลหลิวก็ตัดสินใจที่จะขับไล่หลิวเซียนเหอออกจากตระกูล ซึ่งทางหลิวเซียนเหอเองก็ยอมรับและออกจากตระกูลหลิวอย่างว่าง่าย
และหลังจากที่ผ่านมากว่าสิบปี เวลานี้หลิวเซียนเหอได้ปรากฏตัวขึ้นในฐานะอัจฉริยะอันดับหนึ่งของสำนักเซียนเมฆา ด้วยวัยไม่ถึงหนึ่งร้อยปี เขาก้าวมาถึงขั้นเซียนนภาขั้นกลางแล้ว
สำหรับตระกูลหลิวพวกเขาเป็นตระกูลที่ไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก ซึ่งในปัจจุบันคนที่แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลหลิวก็คือเซียนนภาขั้นสมบูรณ์เท่านั้น แถมเซียนนภาขั้นสมบูรณ์ก็ยังอายุเยอะแล้วด้วย
และที่สำคัญคือเวลานี้ตระกูลหลิวถูกกดดันอย่างหนักจากสำนักเซียนเมฆาเพราะพวกเขาพยายามเอาใจหลิวเซียนเหอ
เนื่องจากสำนักเซียนเมฆาแข็งแกร่งกว่าตระกูลหลิวอย่างมาก พวกเขามีเซียนทองคำขั้นปลายอยู่ถึงห้าคนและยังมีเซียนทองคำขั้นกลางและขั้นต้นอีกหลายสิบคน เพียงเท่านี้ก็สามารถกดดันให้ตระกูลหลิวหวาดผวาได้แล้ว
นอกจากนี้คู่หมั้นของเซียวหลินเหอที่เคยดูถูกและเหยียดหยามก่อนที่จะถอนหมั้นก็ยังเป็นถึงศิษย์ของผู้อาวุโสของสำนักหมื่นสุตา ซึ่งเป็นสำนักที่แข็งแกร่งและทรงพลังเทียบเท่ากับสำนักเซียนเมฆาอีกด้วย
ตอนนี้หลิวเซียนเหอก็สามารถเอาชนะอดีตคู่หมั้นและทำให้นางเสียหน้าอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ทำให้หลิวเซียนเหอกลายเป็นรุ่นเยาว์ที่มีชื่อเสียงอย่างมาก
เมื่อหนานหมิงได้ยินดวงตาของเขาถึงกับเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ เพราะเขารู้ว่านี้คือสูตรความสำเร็จของพวกพระเอกในนิยาย
หนานหมิงคิดว่าหลิวเซียนเหอน่าจะมีวิญญาณเฒ่าหรือไม่ก็อาจจะมีระบบที่ช่วยเหลือแบบเขาก็ได้ เพราะขนาดเขาเองก็ยังมีระบบช่วยเหลือทำให้พัฒนามาถึงจุดนี้ในเวลาไม่นาน
เพราะฉะนั้นถ้าหากคนอื่นจะมีระบบเขาก็ไม่ได้แปลกใจเช่นกัน
‘ ระบบเจ้าคิดว่าคนอื่นๆจะมีระบบด้วยหรือไม่? ’ หนานหมิงถามขึ้นในใจ
[ ไม่มีทางเนื่องจากระบบมีตัวตนเดียวเท่านั้น จะไม่มีระบบอื่นๆปรากฏขึ้นมาอย่างแน่นอน ขอให้โฮสต์ไว้วางใจได้เลย ]
เมื่อได้ยินที่ระบบกล่าวมา หนานหมิงก็ถอนหายใจและโล่งใจด้วยเช่นกัน อย่างน้อยๆเขาเป็นคนเดียวที่มีระบบ
แต่ถึงอย่างนั้นหนานหมิงก็คิดว่าคนที่ชื่อหลิวเซียนเหอก็น่าจะมีพวกวิญญาณเฒ่าช่วยเหลืออย่างแน่นอน เพราะตอนนี้ตัดปัญหาเรื่องระบบออกไปได้เลย
‘ ดูเหมือนว่าจะต้องส่งคนไปตรวจสอบสักหน่อย ถ้าหากเป็นพวกตัวเอกจริงๆข้าก็อาจจะช่วยเหลือสักหน่อย เพราะอย่างน้อยๆพวกตัวเอกก็นับว่าเป็นพวกที่สวรรค์รัก แต่ถ้าหากกล้าขวางทางข้ามันก็อีกเรื่องหนึ่ง ’ หนานหมิงครุ่นคิด
สำหรับหนานหมิงและเซี่ยเล่ยจี ทั้งสองกลายเป็นเป้าสายตาของทุกๆคน เพราะพวกเขารู้ดีว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องราวใหญ่โตเช่นนี้คือสตรีผู้นี้
ด้วยการที่ตอนนี้บรรพชนของนิกายเซียนพฤกษากำลังมาที่นี้ ทำให้ไม่กล้ามีกองกำลังไหนยุ่งเกี่ยวกับทั้งสองคนเพราะกลัวว่าจะโดนลูกหลงไปด้วย
สำหรับหนานหมิงและเซ่ี่ยเล่ยจีแล้ว ทั้งสองก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก เพราะพวกเขาแค่แวะมาแล้วก็จากไป ไม่ได้ต้องการที่จะสร้างความสัมพันธ์ใดๆ
ไม่นานผู้อาวุโสของป้อมปราการฮั่วเทียนก็เดินเข้ามาพร้อมกับพารุ่นเยาว์ที่ผ่านการทดสอบไปยังสระน้ำพุวิญญาณสวรรค์ก่อน
จากนั้นก็มีผู้อาวุโสของป้อมปราการฮั่วเทียนอีกหนึ่งคนเดินมาพร้อมกับพาหนานหมิงและคนอื่นๆไปยังสระน้ำพุวิญญาณระดับสูง
เมื่อพวกเขามาถึงก็พบว่าสระน้ำพุนั้นเต็มไปด้วยพลังวิญญาณที่หนาแน่นอย่างมาก ซึ่งมันมากกว่าด้านนอกหลายสิบเท่าเลยทีเดียว
“ ทุกท่านเลขประจำตัวของทุกท่านจะมีหมายเลขกำหนด ขอให้ทุกท่านเดินไปยังบ่อของตัวเองด้วย ” ผู้อาวุโสคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
หนานหมิงและเซี่ยเล่ยจีได้หมายเลขของบ่อติดกัน ทำให้ทั้งสองไปแช่พร้อมกัน
เมื่อหนานหมิงลงมาแช่สระน้ำพุวิญญาณสวรรค์ ดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง พลังจำนวนมากก็ถูกตันเถียนของเขาดูดซัพด้วยความเร็วสูง
เมื่อตันเถียนดูดพลังวิญญาณเข้ามาหนานหมิงก็พบว่าร่างกายของเขาดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมาก เพียงแค่พละกำลังอย่างเดียวก็เพิ่มมากกว่าเดิมสามเท่าแล้ว
จากนั้นหนานหมิงก็สัมผัสได้ว่าพลังของเซี่ยเล่ยจีพุ่งสูงมากขึ้น ทำให้ตอนนี้นางทะลวงเข้าสู่ขั้นเซียนแท้ได้สำเร็จและยังพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่มีท่าทีว่าจะหยุด
ส่วนหนานหมิงพลังของเขาก็พุ่งขึ้นมากและไม่นานเขาก็ทะลวงเข้าสู่ขั้นเซียนแท้ขั้นกลาง
เนื่องจากช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาสำคัญ ทุกๆคนจึงเอาแต่ดูดซัพพลังวิญญาณอย่างบ้าคลั่งและไม่ยอดเสียเวลาแม้แต่นิดเดียว
นอกจากนี้ในช่วงเวลาที่ทุกๆคนอยู่ในนี้ก็มีเวลากำหนดเช่นกัน เพราะป้อมปราการฮั่วเทียนมีเวลาให้ทุกๆคนดูดซัพเพียงแค่สิบวันเท่านั้น
พริบตาเดียวก็ผ่านไปหลายวัน
ในระหว่างที่หนานหมิงและเซี่ยเล่ยจีกำลังแช่สระน้ำวิญญาณสวรรค์อยู่ เรือบินของนิกายเซียนพฤกษาก็มาถึงป้อมปราการฮั่วเทียน
จากนั้นบรรพชนของนิกายเซียนทองคำขั้นสมบูรณ์ก็พุ่งไปยังสระน้ำพุวิญญาณสวรรค์ทันที เพราะพวกเขารู้ว่าตอนนี้พวกที่สร้างปัญหาก็อยู่ที่นั้น
ณ สระน้ำพุวิญญาณสวรรค์ด้านนอก
หลู่เซียง เหมาอี้กัง ฮั่วเหนียงและลู่ปิงเจี้ยนเองก็มองไปยังทิศทางที่บรรพชนของนิกายเซียนพฤกษากำลังมาด้วยรอยยิ้มที่เย้ยหยัน
“ พวกมดแมลงเหล่านี้ช่างไม่รู้จักเจียมตัวจริงๆ ” หลู่เซียงกล่าวด้วยรอยยิ้มที่เย้ยหยัน
ไม่นานนักยอดฝีมือทั้งหมดก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเซียนทองคำขั้นสมบูรณ์สามคนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ พวกเขามองหน้ากันก่อนที่จะถอยห่างทันที เพราะพวกเขากลัวที่จะโดนลูกหลงจากการต่อสู้ แถมพวกเขาก็รู้ว่าเปลวเพลิงที่ฮั่วเหนียงปลดปล่อยมานั้นรุนแรงมากแค่ไหน
เมื่อบรรชนทั้งสามปรากฏตัว พวกเขามองไปยังจิ้นฉางเหล่ยและเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ตะโกนขึ้นว่า “ จิ้นฉางเหล่ยสารเลวตัวไหนกล้าสร้างปัญหาให้กับนิกายเซียนพฤกษา!! ”
ชายวัยกลางคนผู้นี้คือบรรพชนฮวงซาน
ส่วนอีกสองคนก็คือบรรพชนเฟิงหวังและบรรพชนป๋อจิงหง
ซึ่งบรรพชนทั้งสามนับว่าเป็นยอดฝีมือที่มีชื่อเสียงอย่างมากในอดีต พวกเขาสามารถสยบเซียนทองคำทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย
จิ้นฉางเหล่ยรีบบินขึ้นมาและชี้ไปยังทิศทางที่พวกฮั่วเหนียงยืนอยู่
“ ท่านบรรพชนเป็นพวกมันที่สร้างปัญหา โดยเฉพาะสารเลวสตรีที่สวมชุดสีฟ้าคนนั้นเป็นคนสังหารฮ่าวรุ่ยโจว ” จิ้นฉางเหล่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
บรรพชนทั้งสามมองไปยังกลุ่มของฮั่วเหนียงก่อนที่จะหรี่ตาลงเล็กน้อยพร้อมกับขมวดคิ้วแน่นทันที ในฐานะเซียนทองคำขั้นสมบูรณ์พวกเขามีความรับรู้ที่เหนือกว่าเซียนทองคำขั้นสูงหรือต่ำกว่านั้นมาก พวกเขาสัมผัสได้ว่าคนเหล่านี้อันตรายเป็นอย่างมากแม้ว่าจะดูเหมือนกับไม่มีพิษไม่มีภัยใดๆ
จากนั้นพวกเขาก็เห็นว่าฮั่วเหนียงบินขึ้นมาบนท้องฟ้าและมองไปยังพวกเขาด้วยแววตาเย้นหยัน ซึ่งนั้นทำให้บรรพชนทั้งสามไม่พอใจอย่างมาก