หลังจากได้ฟังคำแนะนำของเทพธิดาเซียนเหยา เย่หยุนซีจึงตัดสินใจเข้าสู่การฝึกฝนอีกครั้งโดยไม่คิดรอช้า แถมก่อนไปยังกำชับบิดาเอาไว้อีกว่า ให้ถ่วงเวลาประมุขหลิงเอาไว้สัก 3 วันและให้เริ่มออกเดินทางไปชายแดนในวันที่ 7 ซึ่งเป็กำหนดการณ์สุดท้าย
“ซีเอ่อร์ ลูก้าทำอะไรกันแน่” เย่ชิงหยางบ่นพึมพำ ขณะมองไปยังแผ่นหลังของบุตรชาย
“อืม........การที่คุณชายบอกให้ท่านแม่ทัพรั้งท่านพ่อเอาไว้ ดูเหมือนเขาคิดจะผูกพันธมิตรกับนิกายท่วงทำนอง์ของข้านะเ้าคะ” หลิงจีพูดขึ้นหลังจากวิเคราะห์สถานการณ์อยู่สักพัก ซึ่งมันมีเหตุผลรองรับเพียงข้อนี้ข้อเดียวเท่านั้น
“เห้อ ข้าก็คิดเหมือนเ้าเช่นกัน แต่โอกาสสำเร็จมันน้อยมาก ต่อให้เ้าช่วยออกหน้าก็แทบจะเป็ไปไม่ได้” เย่ชิงหยางถอนหายใจ การเลือกฝั่งในการแข่งขันชิงตำแหน่งองค์รัชทายาทไม่ใช่เื่ดี โดยเฉพาะการเลือกฝั่งที่เสียเปรียบทุกๆด้านเช่นจวนแม่ทัพประจิมและองค์ชายสาม
ถึงแม้เย่หยุนซีจะช่วยเหลือหลิงจีเอาไว้ก็ตาม แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ประมุขหลิงนำพานิกายท่วงทำนอง์เข้าร่วมการแข่งขันอยู่ดี เพราะหากพ่ายแพ้สิ่งที่สูญเสียอาจจะมากมายเกินประมาณ
“เอาล่ะๆ สามี ท่านไม่ต้องกังวลแล้ว อย่าลืมสิว่าซีเอ่อร์ไม่เคยทำให้พวกเราผิดหวังเลยครั้ง” สวีหนิงยิ้มบางพลางกล่าวอย่างมั่นใจ
“นั่นสินะ ฉีเอ่อร์ไม่เคยทำให้พวกเราผิดหวังจริงๆ” เย่ชิงหยางเห็นด้วยกับคำพูดของผู้เป็ภรรยา
ในสายตาของพวกเขา เย่หยุนซีเป็เด็กที่ฉลาดมากเกินวัย แถมยังเคยช่วยงานเย่ชิงหยางผู้เป็บิดาอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นมันจึงไม่แปลกที่พวกเขาจะเชื่อมั่นในตัวของเย่หยุนซีเอามากๆ
“คิกคิก งั้นตกลงตามนี้นะเ้าคะ..........สาวน้อยหลิงจี ข้าว่าเ้าไปพักผ่อนก่อนดีกว่า อีกไม่นานบิดาของเ้าก็น่าจะมาถึงแล้ว” สวีหนิงหันไปกล่าวกับหญิงงาม
ทางด้านหลิงจีเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ลุกขึ้นทำความเคารพอีกฝ่ายอย่างนอบน้อม ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องรับแขกไปยังห้องพักของตนเองโดยไม่รอช้า ในหัวยังครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลาว่าจะช่วยเหลือจวนแม่ทัพประจิมอย่างไรดี
“คุณชาย ขอให้วิธีการของท่านได้ผลด้วยเถอะ” นางเอ่ยปากภาวนาอย่างจริงใจ
หลังจากเวลาผันผ่านไปถึง่ค่ำของวัน พ่อบ้านเหวินและประมุขหลิงแห่งนิกายท่วงทำนอง์ก็ได้เดินทางมาถึงจวนแม่ทัพประจิมโดยที่ไม่มีทหารยามคนไหนจับได้
“เชิญทางนี้ขอรับ” พ่อบ้านเหวินผายมือไปยังห้องทำงานของผู้เป็นาย
ประมุขหลิงเองก็เดินตามไปอย่างว่าง่าย และสิ่งที่เขาเห็นในเวลาต่อมาก็คือ เย่ชิงหยาง สวีหนิง และหลิงจีที่กำลังนั่งรอการมาของเขา
“จีเอ่อร์ ลูกเป็อย่างไรบ้าง าเ็ตรงไหนหรือเปล่า” ประมุขหลิงพุ่งตรงไปหาลูกสาวแล้วเอ่ยถามด้วยความร้อนใจ
“ท่านพ่อ ลูกสบายดี แถมยังแข็งแกร่งกว่าเดิมด้วยเห็นไหม” หลิงจียิ้มบางพลางเอ่ยปากกล่าวอย่างสบายใจ
ประมุขหลิงเมื่อลองมองบุตรสาวของตนเองดีๆก็ถึงกับดวงตาเบิกกว้าง “จะ จีเอ่อร์ บตะของลูกไฉนถึงพุ่งพรวดพราดขนาดนี้กัน”
คำถามนี้ของบิดา ทำให้หลิงจีหวนคิดถึงเหตุการณ์ใต้หน้าผาอีกครั้ง ก่อนที่ใบหน้าของนางจะแดงระเรื้อขึ้นมาด้วยความเขินอาย
“เอ่อ.....ท่านพ่อ ก่อนจะถามลูกท่านควรจะพูดคุยกับแม่ทัพเย่ก่อนไม่หรือเ้าคะ”นางรีบเปลี่ยนเื่ในทันใด
“อ่า.......จริงด้วยๆพ่อมัวแต่ดีใจที่เจอลูกจนลืมไป” พูดจบ! หลิงหยวนก็หันไปผสานมือคาราวะเย่ชิงหยางกับสวีหนิงโดยไม่คิดลังเล “แม่ทัพเย่ ฮูหยินเย่ ข้าขอบคุณท่านมากๆที่ช่วยชีวิตบุตรสาวเพียงคนเดียวของข้าเอาไว้”
เย่ชิงหยางรีบเข้าไปประคองอีกฝ่าย “ประมุขหลิงไม่ต้องมากพิธี จริงๆแล้วลูกชายของเราต่างหากที่เป็คนช่วยสาวน้อยหลิงจี ส่วนพวกข้าก็แค่ช่วยเคลื่อนย้ายนางมาที่นี่ก็เท่านั้น”
“แล้วบุตรชายท่านอยู่ไหนงั้นหรือ! ได้โปรดให้ข้าขอบคุณเขาสักครั้งด้วยเถิด” ประมุขหลิงเริ่มมองหา
“คิกคิก ท่านพ่อ ตอนนี้คุณชายไม่ได้อยู่ที่นี่หรอกนะเ้าคะ หากท่านอยากเจอคงต้องรออีกประมาณสามวัน” หลิงจีออกตัวหาข้ออ้าง สำหรับนางที่คือการช่วยเหลือจวนแม่ทัพประจิมที่ดีที่สุดในเวลานี้
“โอ้ งั้นหรือ ได้สิๆถึงอย่างไรการขอบคุณคนที่ช่วยเหลือลูกสาวก็เป็เื่ที่สมควรทำ ต่อให้รอ 3 วันหรือ 7 วันพ่อก็รอได้” หลิงหยวนหันไปหาลูกสาวแล้วตอบกลับอย่างฉับไว
คำกล่าวนี้! ทำให้แม่ทัพแย่และสวีหนิงสองสามีภรรยาถึงกับรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก ในใจรู้สึกขอบคุณหลิงจีเป็อย่างมากที่ช่วยหาข้ออ้าง
“ว่าแต่จีเอ่อร์ ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”ประมุขหลิงเอ่ยถาม
โฉมสะคราญเมื่อได้ยินก็เผยสีหน้าจริงจังเจือความคลั่งแค้นออกมา ก่อนจะเริ่มเล่าถึงต้นสายปลายเหตุของเื่ทั้งหมดให้บิดาของตนเองได้ฟัง
ซึ่งในระหว่างที่นางเล่านั้น ใบหน้าของหลิงหยวนก็กลายเป็มืดมนอย่างที่ไม่เคยเป็ ดวงตาจากเดิมที่เคยอ่อนโยนก็พลันเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดอย่างฉับพลัน
“นิกายบรรพตโลหิตสารเลว! พวกมันกล้าดีอย่างไรมาลอบกัดลูกสาวข้า!!” หลังจากฟังทุกอย่างจนจบ! ประมุขหลิงก็มิอาจสะกดกลั้นจิตสังหารของตนเองเอาไว้ได้
สำหรับตัวเขาหลิงจีเปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจ การที่อีกฝ่ายกล้ามาแตะต้องนั่นย่อมหมายถึงพวกมันอยากที่จะประกาศา