บทที่ 11 ใครจะรู้ว่าเราเคยนอนด้วยกัน
ั์ตาเจียงหนานขยับไหวเล็กน้อย
นี่ถือเป็โอกาสอันดี ตราบใดที่โน้มน้าวคุณปู่ให้เขาทำหน้าที่คิดแทนลู่ฮ่าวก็คงรับประกันความสำเร็จ
“เื่อะไรหรือ?” ผู้เฒ่าลู่ผินหน้าถาม
เจียงหนานพูดด้วยท่าทีจริงจัง “หนูมีอาจารย์แพทย์แผนจีนอยู่คนหนึ่ง เขามีตำรับการรักษาเฉพาะจากบรรพบุรุษมากมายบอกว่ารักษาแผลไฟไหม้ได้ ขอแค่โรยผงยาเรียกเนื้อร่วมกับยาน้ำลงบนแผล ก็จะสามารถขูดเนื้อเน่าทิ้ง สร้างเนื้อใหม่ขึ้นได้ ต่อไปจะไม่เหลือรอยแผลเป็ น่าทึ่งมากเลยค่ะ”
ได้ฟังถ้อยคำของเจียงหนาน เขาก็ลุกขึ้นนั่งด้วยความตะลึง “จริงหรือ?”
“ใช่ค่ะ แถมตัวหนูเองก็ได้เรียนรู้วิชาแพทย์อยู่บ้าง อาจารย์ของหนูให้สูตรลับจากบรรพบุรุษมากมาย พวกโรคที่รักษาไม่หายยิ่งไม่ต้องพูดถึง”
ใบหน้าเอิบอิ่มของเจียงหนานเต็มไปด้วยความมั่นใจ
ผู้เฒ่าลู่ลังเลเล็กน้อย “หนานหน่าน ตอนฉันไปสู่ขอที่บ้านเธอ ไม่เห็นได้ยินว่าเธอรู้วิชาแพทย์ด้วย”
แม่สาวอ้วนคนนี้ใสซื่อไร้เดียงสาจะตายไป เหมือนหมอตรงไหนกัน?
“หนูแอบเรียนค่ะคุณปู่ หนูจะให้ครอบครัวรู้ไม่ได้ พวกเขาคิดว่าอาจารย์หนูเป็คนไม่ดี เลยไม่ยอมให้คบค้าสมาคบกับเขา”
การแสดงออกของเจียงหนานนั้นจริงใจ ไม่คล้ายว่าโป้ปดมดเท็จ
ชายชราลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เริ่มเชื่อในถ้อยวาจาของเจียงหนาน ในเมื่อมีแสงแห่งความหวังก็ต้องคว้าเอาไว้
เขารีบเอ่ยว่า “งั้นหนูก็รีบคุยกับเสี่ยวฮ่าว ขอให้เขารับการรักษาได้ไหม”
“คุณปู่คะ เขาเป็แพทย์แผนตะวันตก รักษาตามแบบแผนของโรงพยาบาล เขาไม่เชื่อในแพทย์แผนโบราณที่สืบทอดจากบรรพบุรุษหรอกค่ะ หนูแสดงให้คุณปู่เห็นก่อนดีกว่า”
เจียงหนานตั้งใจจะกำหนดเป้าหมายไว้ที่ชายชราก่อน กระนั้นอาการป่วยของชายชราก็ไม่อาจละเลยได้เช่นกัน
ผู้เฒ่าลู่แววตาเป็ประกายเมื่อได้ฟังคำพูดของเจียงหนาน “ฉันยังสบายดีอยู่ เธอจะแสดงอะไรให้ฉันเห็น?”
“คุณปู่ ตอนหนูช่วยพยุงเมื่อกี้ หนูได้ลองตรวจจับชีพจร คุณปู่มีภาวะถุงลมโป่งพองในปอด ภาวะนี้ร้ายแรงมากนะคะ”
เจียงหนานกล่าวถึงตรงนี้ สีหน้าพลันเคร่งขรึมขึ้นมาทันที น้ำเสียงก็จริงจังผิดปกติ
ชายชรามองเธอด้วยความประหลาดใจ
เพราะเธอพูดแบบเดียวกับหมอในเมืองที่วินิจฉัยโรคให้เขาไม่มีผิด
ผู้เฒ่าลู่เชื่อแล้วว่าเจียงหนานเคยเรียนวิชาแพทย์มา เขาเหลือบมองทางประตูอย่างระแวดระวัง เอ่ยเสียงแ่เบาว่า “หนานหน่าน อย่าบอกเสี่ยวฮ่าวเด็ดขาดเลยนะ ฉันไม่เป็ไรจริง ๆ”
เจียงหนานพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นหนูสั่งยาจีนให้คุณปู่สักหน่อยดีไหมคะ?”
ขณะที่ชายชรากำลังจะพูดต่อ ประตูอันคับแคบพลันถูกปกคลุมด้วยเงา เป็ลู่ฮ่าวนั่นเองที่เดินเข้ามา
ผู้เฒ่าลู่เงียบกริบ ส่งสายตาเป็นัยให้เจียงหนานว่าอย่าพูดอะไรเหลวไหลทันที
ร่างสูงใหญ่ของลู่ฮ่าวยืนอยู่หน้าเตียงเตา แม้หน้าจะพันด้วยผ้ากอซ ทว่าดวงตาคู่นั้นที่จ้องมองมา กลิ่นอายที่แผ่ซ่าน แสดงให้เห็นว่าเขาอารมณ์ไม่ดี
เขามองชายชราที่นั่งอยู่บนเตียงเตา เอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า “คุณปู่ อาหญิงกำลังลำบาก คุณปู่น่าจะทำดีกับเธอหน่อย อย่าโกรธเธอเลย อาหญิง… ทุกข์ใจมากนะครับ”
เมื่อกล่าวถึงลู่ฮุ่ยฟาง โทสะของชายชราก็ลุกโชนขึ้นทันที “หาเหาใส่หัวเอง! ใครใช้ให้แต่งงานกับเ้าห้าแซ่ฟางล่ะ? ตอนนั้นฉันเตือนปากเปียกปากแฉะว่าตระกูลฟางมีลูกชายมากเกินไป หล่อนนิสัยขี้ขลาดอ่อนแอแบบนั้น จะไปจัดการพวกสะใภ้บ้านนั้นได้อย่างไร แต่ไม่เห็นจะยอมฟัง หนำซ้ำยังอยากจะตัดสัมพันธ์กับฉันให้ได้ แล้วตอนนี้มาเหยียบบ้านฉันเพื่ออะไร? เสี่ยวฮ่าว ฉันไม่อนุญาตให้แกพบปะพูดคุยกับหล่อน”
ลู่ฮ่าวเป็คนตรงไปตรงมา ยึดในเหตุผลของตัวเอง เขาตอบกลับอย่างมีน้ำโหว่า “ผมฟังคำของปู่ไม่ได้หรอก เมื่อก่อนอาหญิงดีกับผมมาก ผมปิดซ่อนใจมโนธรรมไม่ได้”
“แก...” เคราของชายชราสั่นกึกด้วยความกริ้วโกรธ
“เลิกพูดได้แล้ว เราไปทำความสะอาดบ้านกันเถอะ”
แลเห็นว่าผู้เฒ่าลู่กำลังโกรธจัด เจียงหนานจึงรีบดันตัวลู่ฮ่าวออกไป
เมื่อถึงในลานบ้าน เจียงหนานก็เหลือบมองลู่ฮ่าว พูดเสียงเบาว่า “อย่ารุนแรงกับคุณปู่นักสิ แค่บอกว่าตีตัวออกห่างกับอาหญิงไม่ได้ก็พอแล้ว ทำไมต้องโมโหใส่เขาด้วย?”
ั์ลุ่มลึกของลู่ฮ่าวทอดมองมาที่เธอ
เจียงหนานใกับแววตาเย็นเยียบถึงกระดูกจนตัวสั่น รีบกล่าวเสริมว่า “คุณก็มีขา แอบไปบ้านอาหญิงก็ได้นี่ แค่อย่าไปให้ปู่เห็นก็พอ คุณปู่ไม่ได้ตามติดคุณตลอดเวลาเสียหน่อย”
“ฉันจะไปทำความสะอาดแล้ว คุณก็เข้ามาดูว่ามีของสำคัญอะไรไหม อย่าปล่อยให้ฉันทิ้งหมด”
หลังจากพูดจบ เธอก็ตรงไปยังห้องเล็ก
ลู่ฮ่าวมองร่างอ้วนท้วนที่อยู่ข้างหน้า เดินตามไปแบบไม่รู้ตัว
บ้านดินที่ลู่ฮ่าวอาศัยอยู่นั้นไม่ได้กว้างขวาง นอกจากโต๊ะและเตียงเตาแล้วก็ไม่มีเครื่องเรือนจำพวกโซฟาเลย
เจียงหนานนำหนังสือเกรอะฝุ่นบนโต๊ะวางใส่ในกล่องกระดาษอย่างคล่องแคล่ว
“เธอแน่ใจนะว่าจะย้าย?”
ลู่ฮ่าวไม่ได้กลับมาอยู่บ้านเก่าเป็เวลานาน ตัวเองยังไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมคับแคบนัก
เขาอดมองดูสาวน้อยที่กำลังจัดเก็บหนังสือเก่าไม่ได้
เจียงหนานหอบกล่องหนังสือออกมาข้างนอก ตั้งใจจะไปปัดฝุ่น “ย้ายสิ คุณไม่อยากย้ายมาหรือไง?”
ลู่ฮ่าวยังคงอยู่ตรงนั้นไม่ขยับเขยื้อน ย้ำเตือนเสียงเบาว่า “ที่นี่มีเตียงเตาเตียงเดียว”
หากพวกเขาย้ายมา เตียงนอนย่อมเป็ปัญหาใหญ่
เจียงหนานวางกล่องกระดาษไว้ด้านนอกประตู เดินย้อนกลับมาพลางเลิกคิ้วมองเขา “งั้นคุณก็นอนกับคุณปู่สิ?”
ลู่ฮ่าว “...”
“เดาว่าคุณปู่คงไล่ตีคุณออกมาแน่”
เจียงหนานวางหนังสือกองเป็ชั้น ๆ ทำท่าทำทางให้เขาดู “คุณนอนฝั่งนู้น ฉันนอนฝั่งนี้ วางหมอนตรงกลาง ไม่รุกล้ำกันและกัน”
ลู่ฮ่าวยังคงสองจิตสองใจ “มันจะไม่ดีต่อชื่อเสียงของเธอ”
ตัวเขาเองไม่อยากนอนร่วมเตียงเดียวกับหญิงแปลกหน้า
ยิ่งกว่านั้น ยัยหมูน้อยยังกินเนื้อที่มากเกินด้วย
เตียงเตาไม่ได้กว้างพอที่คนสองคนจะนอนได้อย่างสบาย ๆ
เจียงหนานกลับไม่แยแส “ไม่เป็ไร ถ้าวันหน้าฉันตามคุณเข้าเมือง คุณไม่พูด ฉันไม่พูด ใครจะรู้ว่าเราเคยนอนด้วยกัน?”
เราเคยนอนด้วยกันหมายความว่าอย่างไร?
ถ้อยวาจาของเธอทำเอาลู่ฮ่าวไอโขลกอย่างรุนแรง
ะเืถึงาแจนรู้สึกปวดแสบปวดร้อน
เจียงหนานยิ้มแหยด้วยความเก้อเขิน “อย่าเข้าใจผิดนะ ฉันหมายถึงบนเตียงเดียวกัน แต่เป็แค่ความสัมพันธ์แบบเพื่อนร่วมห้องน่ะ”
“ถึงอย่างไร ฉันก็ไม่ชอบอยู่ที่บ้านหลังนั้น ไม่อยากจัดการกับความสัมพันธ์ยุ่งเหยิงด้วย ฉันใจเสาะอยู่แล้ว น้องชายกับน้องสาวของคุณดุร้ายขนาดนั้น ฉันก็กลัวเป็นะ”
ลู่ฮ่าว “...”
ใจเสาะ?
เกรงว่าหล่อนจะเข้าใจในตัวเองผิดไปหรือเปล่า?
ใครกันที่ขี่คร่อมตบตีอีกฝ่ายเป็บ้าเป็หลัง?
“แล้วแต่เธอ”
มือขวาของเขาไม่ค่อยปราดเปรียว แผลบนใบหน้าก็เจ็บ การทำความสะอาดแบบนี้ เขาคงทำไม่ไหว ชายหนุ่มเลยตัดสินใจออกนอกประตูไป
เจียงหนานแค่นเสียงก่อนจะฮัมเพลงพลางขัดล้าง
ผู้เฒ่าลู่สงบสติอารมณ์แล้วถึงออกมาข้างนอก แล้วก็พบว่าเจียงหนานทยอยเอาข้าวของมากองไว้ในลาน ชายชรารู้ว่าตัวเองไม่ได้ยังหนุ่มแน่นเหมือนแต่กาลก่อน จึงได้แต่ให้คำแนะนำ
“พวกเธอย้ายมาได้ แต่อย่างแรกต้องทำผนังให้เรียบร้อยก่อน หนังสือพิมพ์ขาดแล้ว ทาผนังเป็สีขาวก็ดี จะได้น่ามอง พรุ่งนี้ฉันจะไปซื้อตัวอักษรมงคลมา ทาสีเสร็จแล้วค่อยแปะบนผนัง จะดูเหมือนห้องหอหน่อย”
“วันนี้ไม่ต้องรีบร้อนย้ายมา ไว้ค่อยว่ากันทีหลัง”
ชายชราเอ่ยจบแล้วมองไปยังลู่ฮ่าว “เสี่ยวฮ่าว พาหนานหน่านไปอยู่ฝั่งบ้านพ่อแก ใช้เวลาอยู่กับพวกเขาให้มากหน่อย”
ลู่ฮ่าวย่อมเข้าใจเจตนาดีของคุณปู่ หลังจัดระเบียบบ้าน เขากับเจียงหนานก็ออกไป
พอออกมาจากบ้านหลังเก่า ลู่ฮ่าวก็บอกว่าเขาจะไปบ้านอาหญิง ให้เจียงหนานกลับไปก่อน