เสียงฝีเท้าของทหารดังสะท้อนในลานหินหน้าคฤหาสน์หลินอันเงียบงัน หลินอวี้ยืนอยู่กลางลานด้วยชุดผ้าแพรสีซีดที่แทบไม่สมฐานะคุณหนูตระกูลขุนนาง ใบหน้าของเธอสงบนิ่ง แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยคำถามและความไม่แน่ใจ
“คุณหนูหลิน โปรดเตรียมตัวเดินทางไปยังชายแดนภายในสามวัน” นายทหารกล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะยื่นเอกสารราชโองการให้
หลินอวี้รับมาอย่างสงบ แม้จะยังไม่เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด แต่เธอรู้ดีว่าในโลกนี้ การแสดงความอ่อนแอคือการเปิดช่องให้ถูกเหยียบย่ำ
หลังจากทหารจากไป สาวใช้คนเดิมชื่อ “เสี่ยวชุน” รีบเข้ามา
“คุณหนู ท่านจะไปจริงๆ หรือเ้าคะ? ชายแดนนั้นอันตรายมาก...”
หลินอวี้มองเสี่ยวชุนด้วยสายตาอ่อนโยน “ข้าไม่มีทางเลือก...แต่ข้าจะไม่ยอมตายง่ายๆ”
เธอใช้เวลาสองวันในการเตรียมตัว ทั้งศึกษาตำราลับที่พบใต้พื้นห้อง และรวบรวมข้อมูลจากสาวใช้คนสนิทเกี่ยวกับตระกูลหลิน
จากคำบอกเล่า หลินอวี้ในร่างเดิมเป็หญิงสาวอ่อนแอ ถูกเลี้ยงดูอย่างตามใจ และไม่เคยได้รับการฝึกฝนใดๆ เมื่อบิดาถูกใส่ร้าย เธอก็ถูกทอดทิ้งทันทีโดยญาติพี่น้อง
“ข้าไม่ใช่หลินอวี้คนเดิมอีกต่อไป” เธอคิดขณะฝึกท่าร่างจากตำราลับในยามค่ำคืน
…
วันที่สามมาถึง ขบวนรถม้าราชสำนักมารับเธอไปยังชายแดนตะวันตกของแคว้นต้าเหยียน การเดินทางกินเวลาหลายวัน ผ่านูเาและป่าเขาอันหนาวเหน็บ
ระหว่างทาง เธอได้พบกับชายหนุ่มลึกลับผู้หนึ่ง เขาสวมชุดนักพรตสีเทา ใบหน้าซีดขาวแต่ดวงตาคมกริบ
“เ้าคือ...คุณหนูหลิน?” เขาถามด้วยน้ำเสียงแปลกประหลาด
“ใช่ ข้าเป็ใครกันแน่?” หลินอวี้ย้อนถาม
ชายหนุ่มยิ้มบาง “เ้าคือผู้ถูกเลือก...ผู้ที่ข้ามภพมาเพื่อเปลี่ยนแปลงชะตาแห่งใต้หล้า”
คำพูดนั้นทำให้หลินอวี้ขนลุก เธอพยายามถามต่อ แต่ชายหนุ่มกลับหายไปในพริบตา ราวกับไม่เคยมีตัวตน
…
เมื่อถึงชายแดน หลินอวี้ถูกส่งไปยังเรือนพักของขุนนางท้องถิ่นที่ดูแลพื้นที่ เธอพบว่าที่นี่เต็มไปด้วยความยากจนและความวุ่นวายจากการโจมตีของกลุ่มโจรชายแดน
“คุณหนูหลิน ข้าเป็แม่ทัพหลี่ ข้ารับหน้าที่ดูแลท่านตามราชโองการ” ชายวัยกลางคนกล่าวด้วยความเคารพ
หลินอวี้พยักหน้า “ข้าขอให้ท่านจัดหาตำราเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ชายแดน และรายงานการเคลื่อนไหวของกลุ่มโจรทั้งหมดให้ข้า”
แม่ทัพหลี่ใเล็กน้อย “ท่าน...จะทำสิ่งใด?”
“ข้าจะไม่เป็เพียงผู้ถูกเนรเทศ ข้าจะเป็ผู้เปลี่ยนแปลงชายแดนนี้”
…
ในคืนหนึ่ง ขณะหลินอวี้กำลังศึกษาตำราในเรือนพัก เธอได้ยินเสียงร้องไห้เบาๆ จากหลังเรือน เมื่อเดินไปดู เธอพบเด็กชายคนหนึ่งนั่งกอดเข่าด้วยใบหน้าเปื้อนน้ำตา
“เ้าชื่ออะไร?” เธอถาม
“ข้าชื่อ...เสี่ยวไป๋” เด็กชายตอบเสียงสั่น
หลินอวี้รู้สึกบางอย่างในตัวเด็กคนนี้ — พลังบางอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้
“เ้ามาจากไหน?”
“ข้าไม่รู้...ข้าจำอะไรไม่ได้เลย” เสี่ยวไป๋ตอบ ก่อนจะเงยหน้ามองเธอด้วยดวงตาสีเทาอันลึกลับ
หลินอวี้ตัดสินใจรับเขาไว้เป็ศิษย์ และเริ่มสอนพื้นฐานวรยุทธ์จากตำราลับให้
…
หลายวันผ่านไป หลินอวี้เริ่มได้รับความเคารพจากชาวบ้านชายแดน เธอใช้ความรู้จากโลกเดิมในการจัดการน้ำ การปลูกพืช และการสร้างระบบป้องกันโจร
แม่ทัพหลี่เริ่มมองเธอด้วยสายตาเปลี่ยนไป “ท่านไม่เหมือนคุณหนูหลินที่ข้าเคยได้ยินมาเลย”
“เพราะข้าไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป” เธอตอบด้วยรอยยิ้ม
แต่ในเงามืดของป่าเขา กลุ่มโจรชายแดนเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง และเป้าหมายของพวกมันคือ “คุณหนูหลินผู้เปลี่ยนแปลงชายแดน”
…
ในคืนที่เงียบสงัด เสียงแตรเตือนภัยดังขึ้นทั่วค่าย
“โจรบุก!” เสียงทหารร้อง
หลินอวี้รีบคว้าดาบที่ฝึกไว้ และออกไปยังลานหน้าค่ายพร้อมเสี่ยวไป๋
“เ้าพร้อมไหม?” เธอถาม
เสี่ยวไป๋พยักหน้า “ข้าจะปกป้องท่าน!”
การต่อสู้เริ่มขึ้นอย่างดุเดือด หลินอวี้ใช้ท่าร่างจากตำราลับผสานกับกลยุทธ์จากโลกเดิม จนสามารถพลิกสถานการณ์ได้อย่างน่าทึ่ง
หลังศึกสงบลง แม่ทัพหลี่คุกเข่าต่อหน้าเธอ
“ข้า...ขอถวายความเคารพแด่คุณหนูหลิน ผู้กอบกู้ชายแดน”
หลินอวี้มองไปยังขอบฟ้าไกลโพ้น
“นี่เป็เพียงจุดเริ่มต้น...ข้ายังมีภารกิจอีกมากมายที่ต้องทำ”