ทุกอย่างรอบตัวในเวลานั้นมันสวยงามไปหมด ผมอยู่ในชุดเกราะสีทองอร่ามพร้อมผ้าคลุมสีแดงยาว มือถือดาบเล่มยาวประดับด้วยอัญมณี 7 สี 7 เม็ด ผู้คนที่ได้เห็นต่างพากันโห่ร้องสรรเสริญเสียงดังกึกก้องตลอดข้างทาง
“ท่านผู้กล้าเรย์!!”
“ขอบคุณท่านมาก ๆ ที่ปราบจอมมารช่วยโลกใบนี้ไว้ได้”
“เฮ้!! เฮ้!! ยอดไปเลยพวกเราปลอดภัยแล้ว!! พวกก็อบลินไม่เหลือแล้ว...”
หา? ไงนะ ก็อบลิน? ก็อบลินอะไรวะ นี่งานเฉลิมฉลองที่ฉันจัดการจอมมารได้ไม่ใช่เหรอ นายคนนั้นน่ะมาผิดงานรึเปล่า
“แบบนี้พวกเราต้องฉลองสามวันเจ็ดวันให้กับท่านผู้กล้าแห่งการทำลายล้างความมืด”
อะไร!? นายก็ด้วยเหรอ เข้าใจผิดอะไรรึเปล่า ฉันต่างหากที่เป็คนจัดการจอมมารไม่ใช่ไอ้บ้านั้น
“ท่านผู้กล้าอากิระ จงเจริญ!!”
“ขอบคุณท่านมาก ๆ ที่ปราบจอมมารช่วยโลกใบนี้ไว้ได้ ท่านช่างแข็งแกร่งจริง ๆ”
เดี๋ยวเซ่!! พวกนายพูดบ้าอะไรกัน ฉันต่างหากที่...!!!
“หือ....? อะไรแข็ง ๆ อ้าวนี่มันพื้นดินนี่หว่า แล้วไหงตูถึงมานอนแหมะอยู่ตรงนี้ได้ล่ะเนี่ย?”
ผมค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้น ก่อนจะพบว่าร่างของตนเองกำลังนอนอยู่บนพื้นดิน จากนั้นความทรงจำก็ค่อย ๆ ฟื้นกลับมา
“จริงสินะ ก่อนหน้าเราใช้ดุ้นปืนใหญ่แห่งแสงศีลธรรม นีโออาร์มสตรอง ไซโคลน เจ็ทอาร์มสตรองไปนี่หว่า...พลังก็เลยหมดจนสลบไป”
“โอ้ ฟื้นแล้วเรอะ นายสลบไปยาวเลยนะครั้งนี้” เสียงของเ้าลักซ์เอ่ยขึ้น
“เมื่อกี่ฝันสินะ สงสัยจะหลับยาวจริง ๆ งั้นคราวหน้าถ้าเลือกได้ขอใช้ท่าอื่นนะ ไอ้ท่านี่กินพลังงานโคตร ๆ”
ผมบ่นพึมพำเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นบิดี้เี จากนั้นก็เตรียมจะออกเดินทางต่อ ทว่า....หูสองข้างกลับได้ยินเสียงไชโยโห่ร้องดังมาแต่ไกล เสียงนั้นฟังดูคล้ายเสียงที่ได้ยินในฝันเมื่อครู่มากเลย
“เสียงชาวบ้านะโดีอกดีใจ เขาฉลองให้เราที่ปราบกองทัพก็อบลินงั้นเหรอ? แต่...ไหงถึงเรียกชื่อเ้าบ้านั้นล่ะ?
เ้าบ้าที่ผมหมายถึงก็คือ ไอ้คุณฮิโนะ อากิระจอมตีสองหน้านั่นแหละ ซึ่งพอรู้สึกแปลก ๆ แบบนั้นผมก็เลยจะตรวจสอบสักหน่อย มันต้องมีอะไรผิดพลาดตรงไหนแน่ ๆ และพอไปถึงหมู่บ้านผมก็ทำบางอย่าง นั้นก็คือการไปยืนหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ ก่อนจะโผล่หน้าออกมา และกวักมือเรียกชาวบ้านคนหนึ่งให้มาหา ผมบอกเขาว่าตนเองเป็นักผจญภัยที่บังเอิญโดนสไลม์ทำลายเสื้อผ้าจึงไม่อาจเผยตัวออกมาได้...
หึหึเป็ไงฉลาดใช่ไหมล้า ในเมื่อเ้าแสงศีลธรรมมันไม่ให้ใส่เสื้อผ้า ผมหาวิธีอื่นเอาก็ได้..
“โอ้ นายก็ฉลาดเหมือนกันน่ะเนี่ยที่ใช้วิธีนี้ แต่ฉันจะเตือนอะไรไว้สักอย่างนะ ทำแบบนี้น่ะก็พอได้อยู่หรอก แต่อย่าทำนานนักล่ะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นไม่รับรู้ด้วยนะเฟ้ย”
“มันจะเกิดอะไร? ไร้สาระน่า นายอยู่เฉย ๆ เถอะ”
ผมคุยกับเ้าลักซ์ผ่านโทรจิต ก่อนจะเริ่มสนทนากับหญิงสาวชาวบ้านวัยกลางคนที่เรียกมาต่อ
“ก็อย่างที่บอกไปนั้นล่ะครับคุณป้า เสื้อผ้าผมขาดจนไม่เหลือสักชิ้นเลย”
“อุ๊ยตาย น่าสงสารจริง ๆ พ่อหนุ่ม อุตส่าห์ต่อสู้กับพวกมอนสเตอร์เพื่อปกป้องหมู่บ้าน งั้นเดี๋ยวป้าไปเอาชุดมาให้ดีมั้ย รูปร่างเธอน่าจะพอ ๆ กับหลานป้า”
“ขะ ขอบใจครับคุณป้า แต่ไม่ดีกว่าผมเกรงใจ ที่เรียกคุณป้ามาก็เพราะอยากจะถามว่าเกิดอะไรขึ้นที่หมู่บ้าน เห็นไชโยโห่ร้องกันใหญ่ มีเื่อะไรน่ายินดีเหรอครับ”
“พ่อหนุ่มนักผจญภัยคงมัวแต่สู้กับมอนสเตอร์สินะ ถึงได้ไม่รู้เื่อะไรเลย”
“เื่อะไรเหรอครับ”
“ก็เื่ที่ทัพของท่านผู้กล้าอากิระปราบพวกกองทัพของก็อบลินซะจนราบคาบไงละจ๊ะ...”
พอได้ยินคุณป้าชาวบ้านบอกแบบนั้นสองของผมก็พลันเบิกกว้างด้วยความใสุดขีด ก่อนจะคิดในใจว่า
“ดะ ได้ไงวะ!! ไอ้หมอนั้นมันทำที่ไหน ตูต่างหากที่เป็คนจัดการกองทัพก็อบลิน ไอ้เลวนั้นชุบมือเปิบเอาความดีความชอบไปดื้อ ๆ เลยบ้าที่สุด!!”
เวลานั้นผมโกรธมาก โกรธจนแทบอยากจะไปตามหาเ้าอากิระ และซัดหน้ามันสักหมัดสองหมัดให้หายแค้น ทว่า...ก็ต้องเก็บอาการไว้ ผมรีบตั้งสติก่อนจะตัดสินใจบอกความจริงกับคุณป้า เพื่อให้เธอไปบอกคนในหมู่บ้านว่า ผมต่างหากที่เป็คนช่วยหมู่บ้านไว้
“คุณป้าครับคือว่า....หือ?”
แต่ยังไม่ทันที่ผมจะอ้าปากพูดจบ จู่ ๆ ตรงหว่างขาก็เกิดความร้อนขึ้นอย่างมหาศาล
“เฮ้ย!!! เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย!?”
“ฉันเตือนนายแล้วนะ ว่าอย่ายืนแอบหลังต้นไม้นานเกินไปเพราะเ้าแสงแห่งศีลธรรมไม่ถูกใจสิ่งนี้...”
เสียงของเ้าลักซ์เอ่ยขึ้นในหัวผม ขณะที่เ้าแสงศีลธรรมตรงหว่างขาเองก็สว่างมากขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนที่จะ
ตูมมมม!!! เ้าแสงแห่งศีลธรรมะเิออกอย่างแรงจนต้นไม้ที่บดบังตัวผมอยู่ปลิวกระเด็นลอยไปไกลลิบลิ่ว ผมตาโตอ้าปากค้าง คุณป้าชาวบ้านตรงหน้าตาโตอ้าปากค้าง คนอื่น ๆ ในหมู่บ้านที่กำลังเดินไปเดินมาอย่างมีความสุขหันมามองผม ก่อนจะตาโตอ้าปากค้าง
จากนั้นก็...3....2...1!!
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด........ดดดดดดด!!!
“เหวออออออออออออ.....อออออออ!!”
เสียงหวีดร้องดังลั่นสนั่นไปทั่วหมู่บ้าน ก่อนจะตามมาด้วยเสียงเดิม ๆ ที่แสนคุ้นเคย
“ไอ้โรคจิต!!!”
“ไอ้วิตถาร ไอ้บ้ากาม!! จับตัวมันเร็ว!! มันจะทำมิดีมิร้าย ป้าลีเนียแล้ว”
อ๊าาา...าา ช่างเป็เสียงที่คิดถึงซะเหลือเกิน เสียงที่ชาวบ้านทุกคนโห่ร้อง พร้อมใจกันจะกินเืกินเนื้อผม
ขอบคุณมิตรรักแฟนเพลงทุกคนนะครับ แต่ไว้เจอกันใหม่โอกาสหน้านะ ไกปู กุไปล่ะโว้ยยยยยยยยย...ยยย!!!
ผมหันหลังใส่ตีนหมาวิ่งหนีสุดชีวิต...
“ด้วยเกลียดของข้า ข้าสัญญาว่า ชาตินี้ข้าจะไม่ใส่ใจเื่ของชาวบ้าน จะไม่ยื่นมือยื่นเท้าไปช่วยใครอีกแล้ว”
ผมตั้งปณิธานในใจด้วยความมุ่งมั่นแน่วแน่ ก่อนจะวิ่งหายลับเข้าไปในแนวป่า.... ซึ่งหลังจากวันนั้นผมก็ทำได้จริง ๆ ระหว่างเดินทางต่อ เจอรถม้าของเศรษฐีกำลังโดนโจรปล้น แต่แน่นอนว่าผมโนสน โนแคร์ คนจริงต้องใจแข็งสิฟ่ะ ผมเดินทางต่อมาเรื่อย ๆ ก่อนจะพบ
กลุ่มนักผจญภัยสามสี่คนกำลังสู้กับมอนสเตอร์ ดูเหมือนมีคนในปาร์ตี้าเ็เพราะพวกเขากำลังเสียเปรียบนิดหน่อย ผมในเวลานั้นมองดูอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ ก่อนหันหลังเดินทางต่ออย่างไม่สนโลก
“ดูทรงแล้ว นายคงไม่คิดจะช่วยใครจริง ๆ สินะเรย์”
“เออ สิฟ่ะ ชีวิตใคร ปัญหาใครก็รับผิดชอบกันเอาเองเถอะ ฉันก็แค่ไอ้ผู้กล้าโรคจิตวิตถาร ช่วยใครไปก็เท่านั้น ไร้คำขอบคุณ แถมยังโดนไล่ยังกับหมูกับหมา ไม่สนไม่เอาแล้วว้อย ฉันเอาเวลามาหาทางกลับโลกเดิมดีกว่า”
“เฮ้ออ...ออออ งั้นก็ช่วยไม่ได้แฮะ ไอ้ฉันก็แค่ผู้อาศัยซะด้วย ถ้างั้นต่อไปนี้นายอยากจะทำอะไรก็เอาที่สบายใจเลยละกัน”
พอเ้าลักซ์เลิกยุ่งกับผม ทุกอย่างก็เหมือนจะเป็อิสรเสรีเต็มที่ ถ้างั้นต่อไปนี้จะได้มุ่งหน้าไปยังอาณาจักรเธียร์เดียร์แบบเต็มกำลังสักที
“เอาล่ะนะ จากนี้ไปฉันจะ....”
“ฮือ ๆ อย่าเข้ามานะ...”
ยังไม่ทันจะได้ชูมือขึ้นฟ้า แหกปากะโเป้าหมายด้วยจิตใจที่ฮึกเหิม จู่ ๆ หูก็ได้ยินเสียงเล็ก ๆ ของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งร้องไห้ดังแว่วมาในสายลม
....
“เด็กผู้หญิงเหรอ อืมมม ดูเหมือนกำลังลำบากสินะ... ทรงนี้ถ้าไม่โดนพวกคนนิสัยไม่ดีรังแกอยู่ ก็อาจจะโดนมอนสเตอร์ดุร้ายจ้องจะเขมือบแน่ ๆ ทางนั้นมุ่งหน้าไปอาณาจักรเธียร์เดียร์ ส่วนทางนี้ไปช่วยเด็ก... แถมเราตั้งปณิธานสาบานด้วยเกลียดของลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ไปแล้วซะด้วย เอาไงดี จะไปช่วยดี หรือไม่ช่วยดีน้าาา”
ยามนั้นผมกอดอก คิ้วขมวดมุ่นพร้อมความรู้สึกที่ยากลำบากในใจ
ทว่า...ขณะที่ตกอยู่ในห้วงความคิดอันลังเลนั้น ผมก็มารู้สึกตัวอีกทีว่าตอนนี้ ได้เดินเข้ามาใกล้เสียงร้องไห้ของเด็กคนนั้นเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
อุ๊ย!! ไม่รู้ตัวเลยมาได้ไงเนี่ย...
"ไหนเอ็งบอกว่าชาติจะไม่ช่วยใครหน้าไหนทั้งนั้นไม่ใช่เรอะ - -""
"พอคิดไปคิดมา ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว ต่อไปฉันจะช่วยเฉพาะ เด็ก! สตรีมีครรภ์! กับคนชราก็แล้วกัน"
จากนั้นผมก็มองไปข้างหน้า ก่อนจะได้พบกับภาพของเด็กหญิงตัวน้อยคนหนึ่งในชุดกระโปรงสีขาวเก่า ๆ ขาดซึ่งเธอกำลังนั่งกอดลูกฮิปโปมีปีกตัวหนึ่งไว้ในอ้อมแขนด้วยความสั่นกลัว โดยข้างหน้าของเด็กหญิงนมี มอนสเตอร์สิงโตตัวใหญ่ซึ่งปลายหางเป็เหล็กในแมงป่อง กำลังยืนแยกเขี้ยวขู่ด้วยท่าทางดุร้าย...
จบตอน