บทที่ 27 หนูว่าตอนนี้งูน่าจะกลัวพี่มากกว่า
ฝั่งของเซี่ยจ้งหลังจากที่ได้รับข่าวก็รีบลงมือทันที
ก่อนไปพวกเขาต่างก็พกยันต์คุ้มภัยที่เสิ่นจืออินยัดใส่มือมาให้
เด็กน้อยจ้องพวกเขาอย่างดุ ๆ จนกระทั่งเห็นพวกเขานำไปใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เธอจึงยอมให้ไป
เสิ่นจืออินส่งเสียงฮึดฮัดอย่างเอาแต่ใจ ยันต์พวกนี้ต้องใช้เงินซื้อนะ จะต้องให้ทุกคนพกติดตัวไว้คนละแผ่น
สุดท้ายก็เหลือเพียงจ้าวชิงที่รออยู่กับเธอ จ้าวชิงอยากจะพาเธอลงจากเขาไปด้วย แต่เสิ่นจืออินไม่ยอม
“พี่จ้าวชิง ไปเดินเล่นในูเากับหนูเถอะ”
จ้าวชิงถามอย่างสงสัย “ในูเา? ไปทำอะไรในูเา?”
“ไป...เก็บเห็ด”
ที่จริงแล้วเธอ้าไปเก็บสมุนไพรต่างหาก แต่ถ้าพูดออกไป จ้าวชิงก็คงไม่เชื่ออยู่ดี
เหตุผลที่เธอมาที่นี่ ส่วนหนึ่งเป็เพราะไป๋เค่อเค่อ อีกส่วนหนึ่งก็เพราะอยากจะเข้ามาเก็บสมุนไพรบนเขาลูกนี้
“เด็กดี ตอนนี้บนเขามันอันตราย พวกเรากลับไปก่อนเถอะ”
“ไม่กลัวหรอกค่ะ ถ้าเจอพวกค้ามนุษย์ที่กำลังหลบหนี หนูก็จะจับพวกมันมาให้ได้ ถ้าไม่เจอ พวกเราก็แค่เก็บเห็ดไปเรื่อย ๆ”
จ้าวชิงคิด ๆ ดูแล้วก็เห็นด้วย แถมูเาชิงหยางก็กว้างใหญ่ พาเธอไปเดินเล่นแถว ๆ นี้ก็คงไม่เป็ไร
ความจริงแล้ว เธอก็ไม่ได้วางใจเพื่อนร่วมงานของเธอเท่าไรนัก
ไม่น่าเชื่อว่าบนูเานี้จะมีเห็ดมากขนาดนี้ พวกเขาสองคนเดินเล่นไปเรื่อย ๆ ก็เจอเห็ดจำนวนมาก
เสิ่นจืออินไม่พูดพร่ำทำเพลง หยิบเถาวัลย์ข้าง ๆ มาหนึ่งเส้นแล้วนั่งถักอย่างขะมักเขม้น
จ้าวชิงถามด้วยความสงสัย “เธอกำลังทำอะไรอยู่เหรอ?”
เสิ่นจืออินตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมา “ถักตะกร้าเถาวัลย์ค่ะ”
วิชานี้ท่านผู้เฒ่าเป็คนสอน เพราะเขายากจนมาก ของหลาย ๆ อย่างจึงต้องทำเอง
นอกจากงานหลักของเขาที่เป็นักพรตแล้ว เขายังมีความสามารถพิเศษเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันอีกมากมาย
เสิ่นจืออินมีพลังิญญาเข้มแข็ง ทำให้ความจำดีเยี่ยม เพียงแค่ดูครั้งสองครั้งก็จำได้แล้ว
จ้าวชิงเห็นตะกร้าใบหนึ่งค่อย ๆ เป็รูปเป็ร่างในมือของเด็กหญิงอายุเพียงสามขวบ เธอรู้สึกตกตะลึงและทึ่งมาก
โอ้พระเ้า เด็กคนนี้เก่งเกินไปแล้ว!
“ให้นี่แก่พี่จ้าวชิง เอาเห็ดที่เก็บได้ใส่ไว้ในนี้”
เสิ่นจืออินส่งตะกร้าให้จ้าวชิง หลังจากนั้นนิ้วมือเล็ก ๆ ของเธอก็เริ่มขยับอย่างว่องไว สานตะกร้าใบใหม่ให้ตัวเอง
การเก็บเห็ดเป็เื่ที่คลายเครียดและทำให้ติดใจได้อย่างไม่น่าเชื่อ จ้าวชิงเองก็จดจ่ออยู่กับมันอย่างรวดเร็ว แต่มีเห็ดหลายชนิดที่เธอไม่รู้จัก เธอจึงต้องถามเสิ่นจืออินอย่างเขินอาย
เมื่อเทียบกับเธอแล้ว เสิ่นจืออินดูเหมือนจะรู้จักทุกอย่าง
ในตอนนี้ สมองของเธอเต็มไปด้วยความคิดที่ว่า เธอเป็ถึงคนที่จบการศึกษาจากโรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้แท้ ๆ แต่กลับสู้เด็กน้อยอายุสามขวบไม่ได้
เด็กสมัยนี้พัฒนาการน่ากลัวขนาดนี้เลยเหรอ?
เสิ่นจืออินฮัมเพลงเด็ก ‘เสือน้อยสองตัว’ ด้วยน้ำเสียงใส ๆ ไร้เดียงสา เห็นเห็ดก็เก็บเห็ด เห็นสมุนไพรก็เก็บสมุนไพร
โดยไม่รู้ตัว ทั้งสองคนก็เดินมาไกลแล้ว
จนกระทั่งจ้าวชิงเห็นงูตัวหนึ่ง เธอก็ร้องกรี๊ดด้วยความใ จากนั้นก็จับหางงูตัวนั้นแล้วเริ่มออกอาการคลุ้มคลั่ง กรีดร้องไปเหวี่ยงไป
“กรี๊ดดดดดดดด!!! งู!!!”
ถึงเธอจะเป็สายตรวจ แต่เธอก็กลัวงูนะ
เสิ่นจืออิน “...”
เสี่ยวหลี “...”
เสิ่นจืออินคิดในใจ ‘ผู้หญิงคนนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว’
เสี่ยวหลี ‘ฉันต่างหากที่ควรจะกลัว ถูกจ้าวชิงจับแบบนี้ เมาหัวจนอยากจะอ้วก’
สุดท้ายงูตัวนั้นไม่รู้ว่าเธอเขวี้ยงไปติดบนต้นไม้ต้นไหน รู้แค่ว่าไกลมาก
จ้าวชิงรู้สึกตัวอีกที ก็เห็นเสิ่นจืออินกำลังจ้องเธอด้วยสีหน้าเอือมระอา
เธอหัวเราะแห้ง ๆ “คือ...ฉันกลัวงู”
เสิ่นจืออินพูดด้วยน้ำเสียงน่าเอ็นดู “พี่จ้าวชิงไม่ต้องกลัวนะ หนูว่าตอนนี้งูน่าจะกลัวพี่มากกว่า”
ทั้งน้ำเสียงและแววตาของเธอดูจริงใจมาก
จ้าวชิง “...”
“แล้วนี่...พวกเรามาอยู่ที่ไหนกัน?”
เสิ่นจืออินกางมือออก “ไม่รู้ค่ะ~”
หมู่บ้านเสี่ยวหยาง...
การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของสายตรวจ ทำลายความสงบของหมู่บ้านแห่งนี้
เสียงปืนเริ่มดังขึ้นจากข้างนอก ฉินเจินพาพวกที่มีฝีมือดีไปที่เขาหลังหมู่บ้านเพื่อช่วยเหลือเด็กและผู้หญิงที่ถูกจับตัวไป
พวกเขามีจำนวนน้อยและเป็ทีมที่ค่อนข้างเก่ง ดังนั้นจึงเน้นการโจมตีแบบสายฟ้าแลบ
คนกลุ่มนี้คงได้ยินเสียงปืนจากหมู่บ้านเสี่ยวหยางแล้ว พวกเขาจึงระแวดระวังมากขึ้น และเตรียมย้ายคนที่ถูกลักพาตัวไป
ฉินเจินและพวกเขาจัดการกับคนที่อยู่โดดเดี่ยวทีละคน และสุดท้ายก็เผชิญหน้ากับกลุ่มคนที่เฝ้าปากถ้ำ
ะุปืนไร้ตา แม้จะหลบได้ดีแค่ไหนก็มีความเสี่ยงที่จะถูกยิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อฝ่ายตรงข้ามมีพลซุ่มยิงซ่อนอยู่
ในตอนที่ซ่งหยางรู้สึกว่ามีะุพุ่งเข้ามาหาเขา มันก็สายเกินไปที่จะหลบแล้ว ในชั่วขณะนั้น ความคิดมากมายผุดขึ้นในหัวของเขา สุดท้ายก็หยุดอยู่ที่จดหมายลาตายที่เขาเขียนไว้ก่อนออกปฏิบัติภารกิจ
หวังว่าพ่อแม่จะไม่เสียใจมากเกินไปหลังจากที่ได้อ่านจดหมายนี้
ความคิดทั้งหมดผุดขึ้นในชั่วพริบตา
ะุนัดนั้นกำลังจะโดนซ่งหยาง เขาก็ได้ยินเสียงดังแกร๊ก
ะุนั้นโดนอะไรบางอย่างสะบัดออกไปก่อนจะถึงตัวเขาเพียงหนึ่งเิเ
ซ่งหยาง “!!!”
เขาเบิกตาโต หายใจหอบ หน้าซีดขาว ตาลอยมองไปข้างหน้าราวกับยังไม่ทันได้ตั้งสติ
“ซ่งหยาง”
เสียงของฉินเจินทำให้เขาสะดุ้งตื่น
“รีบหลบซะ!”
ตอนนี้ไม่มีเวลาคิดอะไรอีก สมองของซ่งหยางยังไม่ทันตั้งสติ แต่การฝึกฝนมาหลายปีทำให้ร่างกายของเขาตอบสนองเองโดยอัตโนมัติ เขารีบไปหาที่กำบังแล้วซ่อนตัว
ใน่เวลาสั้น ๆ นั้น เกิดอะไรขึ้นกันแน่
ซ่งหยางหลับตาลง แล้วลืมตาขึ้นมาอีกครั้งด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนจะจับปืนและเริ่มปฏิบัติการต่อ
หลังจากต่อสู้กันอย่างดุเดือดถึงห้าชั่วโมง ในที่สุดพวกเขาก็สามารถจับกุมชาวบ้านและแก๊งค้ามนุษย์ที่หมู่บ้านเสี่ยวหยางได้ทั้งหมด
พวกเขายังช่วยเหลือกลุ่มคนที่ถูกลักพาตัว รวมถึงผู้หญิงที่ถูกชาวบ้านกักขังไว้ในห้องใต้ดิน
สภาพของพวกเธอแย่มาก บางคนท้องแก่ แต่ร่างกายกลับผอมแห้งแรงน้อยเพราะถูกทรมาน ท้องของพวกเธอดูแล้วน่ากลัวมาก
บางคนผอมจนเห็นกระดูกชัดเจน
บางคนก็มีสภาพจิตใจที่ไม่ปกติ
แม้แต่สายตรวจที่คลุกคลีกับคดีแบบนี้มานานปี พอได้เห็นสภาพของพวกเธอก็ยังโกรธจนพูดไม่ออก
พวกสัตว์เดรัจฉาน!
ทันใดนั้นเองก็มีผู้หญิงคนหนึ่งพุ่งเข้ามาจับเสื้อผ้าของสายตรวจพลางะโว่า “พวกมันไม่ใช่แค่แก๊งค้ามนุษย์นะ แต่ยังเป็แก๊งค้ายาด้วย พวกมันทั้งเสพทั้งขายยา!!!”
เสียงของผู้หญิงคนนั้นแหบแห้งราวกับมีเืปน
สีหน้าของสายตรวจเคร่งขรึมลงทันที
พวกเขาเอะใจกับความผิดปกติของหมู่บ้านนี้มาระยะหนึ่งแล้ว เพียงแต่ไม่คิดว่าแก๊งค้ามนุษย์จะมีอาวุธครบมือขนาดนี้ แถมยังมีพลซุ่มยิงอีกด้วย
ในใจของทุกคนต่างเต็มไปด้วยความสงสัย สายตรวจจึงทำการค้นหาภายในหมู่บ้านต่อ และในที่สุดคำให้การของผู้หญิงคนนั้นก็ยืนยันความสงสัยของพวกเขา
“คุณรู้ไหมว่าพวกมันซ่อนยาเสพติดไว้ที่ไหน?”
หลังจากที่ผู้หญิงคนนั้นะโออกไป เธอก็ทรุดลงกับพื้น ดวงตาเลื่อนลอย เธอเสียสติไปแล้ว ไม่ตอบคำถามใด ๆ ทั้งสิ้น มีเพียงเสียงพึมพำเรียกหาแต่ลูกสาว
ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าลูกสาวของเธอคงถูกพวกเดรัจฉานทำร้ายไปแล้ว
พวกเขาทำอะไรไม่ได้ นอกจากต้องตามหายาเสพติดกันเอง เพราะต่อให้ตาย พวกคนที่ถูกจับได้ก็ไม่มีทางยอมปริปากบอกที่ซ่อนยาเสพติดแน่นอน
ขณะที่ทุกคนกำลังวุ่นวายกับการค้นหาอยู่นั้น ฉินเจินก็เดินถือ...หนูตัวหนึ่งเข้ามา
สีหน้าของเซี่ยจ้งและคนอื่น ๆ ต่างก็มืดครึ้มไปตาม ๆ กัน
“นายกำลังทำอะไร?”
“พวกคุณเงียบก่อน รอผมถามมันก่อน” ฉินเจินกล่าว
เขาจำหนูตัวนี้ได้ มันคือหนึ่งในหนูที่เคยมารุมล้อมเสิ่นจืออิน
มันต่างจากหนูสีเทาตัวอื่น ๆ ขนของมันเป็สีเงินเทา บนหัวมีขนสีขาวอยู่กระจุกหนึ่ง ทำให้ง่ายต่อการแยกแยะ
“เธอพอจะช่วยพวกเราหาของได้ไหม เสร็จแล้วฉันจะไปซื้อยาเม็ดบำรุงิญญาที่เด็กผู้หญิงคนนั้นชอบให้เธอกินเป็รางวัล”