"อาิ เ้าไปเรียกเพื่อนของเ้ามาทานข้าวด้วยกัน... เดี๋ยวพี่ กับซินซิน จะยกสำหรับอาหารไปที่ห้องพี่ รอพวกเ้า"เว่ยซินเหลียนบอกเด็กน้อย
"ขอรับ" เฉินิรับคำถึงแม้จะไม่อยากไปก็ตาม
ส่วนเว่ยซินเหลียน และกู่ซินหยานก็พากันยกสำหรับอาหารและเดินนำหน้าเด็กน้อยไป
เฉินิ มองตามหลังเว่ยซินเหลียนและเดินตามคนทั้งสองไป
ห้องพักของเว่ยซินเหลียน
ภายในห้องพัก เฉินเจียลี่ ที่ตอนนี้อยู่ภายในห้องและนั่งสมาธิอยู่ที่เตียงของเขา เมื่อได้ยินเสียงประตูห้องถูกเปิดเข้าก็รู้สึกตัวทันที
"คุณชายเฉิน ได้เวลาอาหารแล้ว ...เ้ามาทานข้าวกับพวกเราเร็วเข้า ข้า อาิ และซินซินช่วยกันทำเลยนะ เดี๋ยวอาิกับเพื่อร่วมห้องของเขาก็มากันแล้ว" เว่ยซินเหลียนชวนบุรุษหนุ่มที่ยังคงทำท่านั่งสมาธิของอยู่ที่เตียงไม้ของตนเองที่อยู่อีกฝากของห้อง
"ซินซิน เ้าไปตามเพื่อนของเ้ามาเร็วเดี๋ยวอาหารเย็นจะไม่อร่อยเอาได้" เว่ยซินเหลียนหันไปบอกกู่ซินหยาน
"งั้น เดี๋ยวข้าไปตามเพื่อนมาก่อนนะท่านพี่เว่ยรอข้าก่อนนะ" กู่ซินหยานวางถาดอาหาร แล้วรีบออกจากห้องไปในทันที
กลิ่นอาหารที่กำลังอุ่นๆ จากเตากำลังส่งกลิ่นยั่วยวนให้คนภายในห้องรู้สึกน้ำลายสอได้เลยทีเดียวแต่ไม่ใช่กับคุณชายเฉินท่านนี้ ท่าทางเ็าและนิ่งของเขาทำให้ไม่สามารถคาดดำได้ว่าเขากำลังคิดอะไร
แต่มีหรือเว่ยซินเหลียนจะปล่อยให้คนนี้หลุดมือเขาต้องตีสนิทเอาไว้ก่อน เผื่อมีอะไรคุณชายเฉินท่านนี้อาจจะเป็ตัวช่วยชีวิตเขาไว้ก็ได้ใครจะรู้
เว่ยซินเหลียนเดินไปหาบุรุษที่ยังคงนั่งนิ่งๆไม่ไหวติง พร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ กลิ่นตัวของเขา พร้อมลมหายใจอุ่นๆที่อยู่ข้างหู และเสียงกระซิบก็เกิดขึ้น
"คุณชายเฉิน ไปทานข้าวกันนนนนน" น้ำเสียงอันแ่เบาของเว่ยซินเหลียนที่กำลังพูดอยู่ข้างหูของเฉินเจียงลี่จนทำให้คนฟังขนลุกได้ ทำให้ผู้ที่กำลังพยายามทำสมาธิอยู่รู้สึกไม่มั่นคงแต่ก็พยายามสะกดข่มเอาไว้
เว่ยซินเหลียนเข้าใกล้ผู้ที่นั่งทำท่าทางสงบอยู่ที่เตียงจนผมของเว่ยซินเหลียนที่สยายอยู่ปลิวไปโดนใบหน้าของเขาทำให้เขาต้องลืมตาตื่นขึ้นมาในทันที
"เ้าคิดจะทำอะไร"น้ำเสียที่ดูไม่ค่อยเป็มิตรสักเท่าไหร่
"ข้าก็แค่มาตามเ้าไปทานข้าวด้วยกัน... ปะ เพื่อนกันทั้งนั้น อย่าได้เกรงใจไปเลย" เขาไม่พูดเปล่า เอามืออันบอบบางของเขา(หากเทียบกับบุรุษนะ แต่มันอาจจะใหญ่กว่าสตรีเล็กน้อย)จับที่ข้อมือขวาของอีกฝ่ายแล้วลากตัวเฉินเจียลี่ให้ลุกขึ้นจากเตียงไม้เพื่อไปร่วมวงด้วยในทันที
เฉินิที่เดินมาพร้อมกับเพื่อร่วมห้องโม้หยาง เข้ามาในห้อง เสียงใสๆ ของเด็กน้อยก็ดังขึ้น
"ท่านพี่! ข้ามาแล้วขอรับ" เสียงเฉินิดังขึ้น น้ำเสียที่เขาใช้ดูจะแข็งๆ ทื่อๆขึ้นมานิดหนึ่ง เมื่อเห็นเว่ยซินเลี่ยนกำลังฉุดลากเฉินเจียลี่มาร่วมโต๊ะด้วยพอดี
"ทักทายทุกท่าน ข้าโม้หยางยินดีที่ได้รู้จักทุกท่าน" โม้หยางกล่าวทักทายทันทีที่เห็นชายหนุ่มสองคนกำลังอยู่ในท่าจับข้อไม่ข้อมือ คนหนึ่งยื่นอยู่ข้างเตียงอีกคนกำลังถูกฉุดลงจากเตียงพร้อมขาอีกข้างที่กำลังก้าวตามลงมา
โม้หยางอ้าปากค้างนิดหนึ่งแต่ก็เก็บอาการเอาไว้ (พวกเขาสองคนสนิทสนมกันด้วยหรือ?)
"มาๆ อาิพาเพื่อนของเ้ามานั่งนี้" เว่ยซินเหลียนพูดกับเด็กน้อยพร้อมบอกให้เขาพาเพื่อเข้ามาแต่มือของเขายังจับที่ข้อมือบุรุษที่เหมือนเขาจะพามาทานข้าว แต่บังคับต่างหากละไม่ว่า
"เ้านั่งนี้ ... ส่วนตรงนี้ รอซินซินกับเพื่อน"เว่ยซินเหลียน จัดแจงที่นั่งให้สองคน
พอดีกับที่กู่ซินหยานเดินเข้ามาคนเดียว
"เพื่อนของเ้าล่ะ นางไม่มาด้วยเหรอ"เว่ยซินเหลียนถามขึ้นเมื่อเห็นว่าหญิงสาวเดินเข้ามาคนเดียว
"นางไม่อยู่ที่ห้องนะท่านพี่เว่ย"
"ไม่เป็ไร เอาไว้โอกาสหน้าก็ได้ มาเ้ารีบมานั่งตรงนี้เลย" กู่ซินหยานมองไปที่ใบหน้าอันเฉยชาของชายที่นางจะต้องนั่งใกล้ด้วยก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ ก็นางอยากนั่งใกล้ๆ ท่านพี่เว่ยนี้นา...
บรรยากาศโต๊ะอาหารคนที่มาใหม่เริ่มทักทายกันอย่างเป็ทางการ
"ข้าขอแนะนำตัวเองอีกครั้ง ข้าโม้หยาง ..."
"ข้าลืมแนะนำตัวเองไปเลยข้าชื่อเว่ยซินเหลียน ...เ้าน่าจะอายุพอๆ กับข้า งั้นเราก็เป็เพื่อนกัน"เว่ยซินเหลียนพูดคุยอย่างเป็กันเอง พร้อมแนะนำอีกสองคนให้โม้หยางได้ทราบด้วย
"คารวะแม่นางกู่ยินดีที่ได้รู้จักแม่นาง ... คุณชายเฉินไม่ได้พบหน้ากันนานเลยนะ"โม้หยางทักทายอีกสองคน
"ดีจังพวกเ้าทั้งสองรู้จัก ...งั้นพวกเราก็เป็สหายร่วมชั้นเรียนกันแล้ว ถ้างั้นพวกเราก็มาทานข้าวกันดีกว่าเย็นไป จะไม่อร่อยเอาได้" ทักทายกันเสร็จ เว่ยซินเหลียนก็ชวนทานข้าวทันที(ก็ตอนนี้ฉันหิวแล้วนี่นา)
ถึงแม้ในตอนแรกเฉินเจียลี่จะไม่ชอบใจในการเข้าร่วมวงสนทนากับทั้ง4 คน แต่เมื่อเขากำลังจะลุกขึ้น เว่ยซินเหลียนก็คีบอาหารให้
"ทานนี่ก่อน อร่อยนะ"โดยคีบผ่านหน้ากู่ซินหยานไปเลย ทำเอาสาวเ้าทำหน้าบูดบึ้งขึ้นมาทันที
กู่ซินหยานมองตามอาหารและหันกลับมามองคนที่คีบอาหารเมื่อสักครู่นี้ เว่ยซินเหลียนจึงต้องคีบให้นาง
เด็กน้อยที่นั่งข้างๆก็ดึงแขนเสื้อของเว่ยซินเหลียน เขาก็เลยต้องคอยคีบอาหารให้ทั้ง 3 คนกว่าเขาจะได้กิน ทำเอาเขาต้องคีบอาหารให้เต็มถ้วยของทั้งสามก่อน
โม้หยางที่มองดู ก็อดที่จะรู้สึกแปลกใจกับความเอาใจใส่ของเว่ยซินเหลียนที่มีต่อทั้ง 3 คนไม่ได้และมองไปยังคนทั้งสามที่้าได้รับความเห็นใจเว่ยซินเหลียน
"เอาๆ กินได้แล้ว กับเต็มถ้วยหมดแล้ว... อะนี่คุณชายโม้ ข้าคีบให้ท่านด้วย เดี๋ยวท่านน้อยใจว่าข้าดูแลไม่ทั่วถึง"เว่ยซินเหลียนรู้สึกสมเพชตัวเองที่ต้องคอยมาดูแลคนทั้ง 3 แทนที่จะดูแลแค่คนคนเดียว
(เฮ้ย~...กูละเหนื่อย)
เด็กน้อยเมื่อ เว่ยซินเหลียนคีบอาหารให้ก็หน้าบาน
กู่ซินหยานก็ยิ้มแก้มแทบปริ
ส่วนเฉินเจียลี่ที่หน้าบอกไร้อารมณ์พอคีบอาหารเข้าปากแค่นั้นละ ก็ยังคงไร้อารมณ์เช่นเดิม แต่.... ก็เคี้ยวไม่หยุดภายในใจกลับเต้นไม่เป็จังหวะ มองอาหารที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ (รสชาติเหมือนที่ท่านแม่ทำเลย)
เขาเงยหน้าขึ้นมองบุรุษที่ปล่อยผมยาวสยายเคียวอาหารไป พูดคุยดูมีความสุขไป เอามือลูปหัวเฉินิไป แล้วก็กลับมาก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อไป(หูของเขาเริ่มที่ร้อนนิดๆ)