ตอนที่ 10บอกรักผ่านใครก็ไม่รู้!?
ข้อมูลส่วนมากจะได้มาจากปากคำของรุ่นพี่ที่โรงเรียนเก่าซึ่งได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนคอยมีคนมาบอกมาเล่าถึงกิจกรรมที่ทั้งคู่จะต้องพบเจอในวันรับน้อง
รุ่นพี่ผู้หญิงส่วนใหญ่ในคณะแทบจะเป็รุ่นพี่จากโรงเรียนเดิมเกือบ 30% ทีเดียวเชียว
และแล้ววันเปิดเทอมก็ได้มาถึง…
ทางสมรกับเอื้อยทั้งคู่ต่างก็ยืนส่องกระจกแต่เช้า หมุนตัวเพื่อดูความเรียบร้อยของชุดนักศึกษาพวกเธอแอบทาปากแดง ๆ เล็กน้อยด้วยน้ำยาอุทัยทิพย์เพราะพอจะรู้ว่ากฎระเบียบของการรับน้องมาอยู่บ้าง
ทั้งคู่ไม่มีปัญหาในการรับน้องแม้แต่น้อยเข้ากันได้ดีกับพวกรุ่นพี่ พวกเขาบอกให้ทำอะไรพวกหล่อนก็ทำตามอย่างว่าง่ายส่วนสาวสวยดาวเด่นอย่างสมร ก็ย่อมถูกเลือกให้ไปประกวดดาวของสาขาโดยปริยาย
ซึ่งก็ไม่ใช่เื่แปลกใหม่แต่อย่างใดสำหรับสมรเพราะเวลาเธอไปไหนมาไหนก็เป็ที่จับตามองของคนอื่น ๆ อยู่แล้ว
พอได้รู้ว่าตนเองได้ลงประกวดสาขาก่อนหากชนะจะได้ส่งประกวดเป็ดาวมหาลัย เธอก็รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยทว่าก็ไม่ได้กังวลมากขนาดนั้น
เพราะว่าแต่เด็กมาคุณนายสมพรผู้เป็แม่ของเธอก็ได้จับลงประกวดโน่นนี่นั่นออกจะบ่อยจึงทำให้เธอมีความมั่นใจและภูมิต้านทานที่ดีในระดับหนึ่ง…
ความสวยเด่นเช่นนี้ย่อมทำให้รุ่นพี่ผู้ชายในสาขา ต่างก็พากันมารุมจีบเธอตรึมสร้างความอิจฉาและริษยาให้กับสาว ๆ ร่วมสาขาไม่ใช่น้อย
แต่เพราะว่าโพลไฟล์ของตัวเธอก็ดีไม่ใช่น้อยนั่นจึงไม่มีใครกล้ากลั่นแกล้งอะไร เนื่องจากเป็ถึงลูกนักการเมืองดัง แถมบ้านรวยทำธุรกิจใหญ่โต
เรียกได้ว่าใครที่กลายไปเป็ลูกเขยบ้านนี้ก็เหมือนหนูตกถังข้าวสารก็ไม่ปาน
เพียงพริบตาเดียวชีวิตในมหาลัยของสมรก็เดินทางมาถึงวันประกวดดาวเดือนซึ่งจากรูปถ่ายที่ติดประชาสัมพันธ์ เรียกความสนอกสนใจได้ไม่ใช่น้อย
และการตอบคำถามที่รุ่นพี่ซักซ้อมมาเป็อย่างดีก็มั่นใจได้เลยว่าเธอจะต้องได้เป็ดาวมหาลัยแน่ ๆ
……
ในขณะเดียวกันนั้นพาทีก็ติดเฟืองลดาอย่างกับตังเม ชายหนุ่มทำตัวติดกันไม่ห่างตัวเขาไม่เคยรู้สึกเลยว่าชีวิตนี้จะหลงใหลใครได้เท่าผู้หญิงคนนี้มาก่อนเพราะเธอมีพร้อมทุกอย่างตามที่เขา้า
ทว่าอนิจจาดูเหมือนสำหรับเฟืองลดาแล้วพาทีก็ดูเหมือน…ของเล่นชั่วคราว!
ตัวเธอพร้อมที่จะทิ้งชายหนุ่มรุ่นน้องคนนี้ตลอดเวลาคล้ายกับพร้อมที่จะถีบทิ้งสามล้อและไปะโขึ้นรถเบนซ์
และไม่ใช่แค่ผู้ชายที่มีสิทธิ์เลือกแต่ว่าเดี๋ยวนี้ผู้หญิงก็มีสิทธิ์เลือกแบบนี้เช่นกัน
การส่งเสริมคุณค่าความเท่าเทียมทางเพศในตอนนี้กำลังมาแรงส่วนตัวเธอเองก็เริ่มเบื่อกับรสรักเดิม ๆ ของแฟนคนปัจจุบันแล้ว…
พอได้รู้ประวัติว่าเป็ลูกของครูต๊อกต๋อยเฟืองลดาก็ยิ่งพยายามที่จะตีตัวออกหากเื่อะไรที่จะต้องเอาตัวเองไปผูกมัดกับชายหนุ่ม
เพราะในใจเธอก็รู้ดีว่าหมอนี่ไม่มีทางหยุดที่เธอเป็คนสุดท้ายแน่ๆ ดังนั้นก่อนจะถูกทิ้ง ทำไมเธอถึงไม่เป็ฝ่าย บอกเลิกเสียก่อนล่ะ?
โอกาสของเธอมาถึงในเวลาไม่นานหลังจากได้คิดตกผลึก ก็ได้มีชายหนุ่มหล่อหน้าตาดีที่เจอกันในผับเดอะพาเลซชวนเธอไปเดทแรกที่สยามด้วยกัน ทั้งคู่ดูแล้วศีลเสมอกันไปด้วยกันได้ดีแถมอายุก็รุ่นราวคราวเดียวกันอีก
พอได้ลองกินกันแล้วเธอก็ต้องยอมรับว่า อีกฝ่ายนั้นไม่เด็ดดวงเท่ากับทางพาทีแต่ทว่าของแบบนี้มันสอนกันได้!
หลังจากวันนั้นเป็ต้นมาเฟืองลดาก็ตัดสินใจบอกเลิกกับพาทีและก็ได้ย้ายไปอยู่หอกับชายหนุ่มซึ่งเป็แฟนใหม่ในทันที!
ทางด้านพาทีก็พยายามดึงหน่วงและรั้งเธอเอาไว้แต่ปรากฏว่าก็ถูกเธอขับไล่ไสส่ง แถมพูดจาตัดขาดเยื่อใย นี่ก็ยังไม่รวมพูดจาลามปามไปถึงพ่อของตนด้วยถ้อยคำรุนแรง…
ชายหนุ่มได้แต่กัดฟันกรอดดวงตาแดงก่ำ มือทั้งสองกำแน่นจนเห็นเส้นเืที่ปูดโปน
ตอนนี้มีแต่เสียงหนึ่งที่ดังก้องอยู่ในหัวเขาเลยก็คือ“น้ำหน้าอย่างนาย เป็แค่ลูกของครูจน ๆ แล้วใครเขาจะคิดเอามาทำผัวและก็อย่าคิดว่าเราไม่รู้นะว่านายแอบไปจีบยัยเด็กบัญชีนั่น!?”
อันที่จริงแล้วเขารู้สึกถึงการเสียศักดิ์ศรีที่ถูกบอกเลิกเพราะโดยปกติเขามักจะเป็คนทิ้งคนอื่นไปก่อน โดยพูดจาไม่เหลือเยื่อใยต่อกัน…
ทำให้ความเกลียดชังค่อยๆ เริ่มก่อตัวขึ้น ทีละนิดภายในหัวใจของพาที “เพียงแค่เพราะกูจนน่ะเหรอ…ฮึ!?”ความคิดนี้วนเวียนอยู่ในสมองของเขา
ก่อนที่ชายหนุ่มจะทำเสียงฮึดฮัดและปาดคราบน้ำตา จิตใจที่มุ่งมั่นของเขายิ่งนานยิ่งก่อตัวเป็ความทะเยอทะยานความมั่งคั่งร่ำรวย ชื่อเสียงเงินทอง เขาจะมีมันและจะต้องทำมันให้สำเร็จให้จงได้!
เพราะหากมีสิ่งเหล่านี้แล้วพวกสาว ๆ จะหนีเขาไปไหนพ้น หากไปถึงจุดนั้น สาว ๆก็เป็ได้เพียงดอกไม้ริมทางสำหรับเขา เด็ดมาดมแล้วก็โยนทิ้งอย่างไม่สนใจไยดี!
พาทีเริ่มเปลี่ยนความเสียใจเป็แรงผลักดันอันมุ่งมั่นและแรงกล้า จากนั้นเขาก็ไปหาสาวบัญชีที่ไปตามจีบไว้ส่งข้อความเข้าเพจเจอร์ของเธอ ทำการนัดแนะไปกินข้าวทว่าในขณะที่เขากำลังจะออกไปกินข้าวกับสาวคนใหม่
ก็ได้บังเอิญเหลือบไปเห็นป้ายโฆษณา“เชิญชวนเข้าชมการประกวดดาวเดือนของมหาลัย” ก่อนมองเห็นรูปของผู้สมัครในปีนี้และเผอิญก็พบใบหน้าอันคุ้นเคย
ซึ่งเป็เป้าหมายที่เขาถวิลหามาเนิ่นนานเฝ้าใฝ่ฝันมาเป็แรมปี ตลอด่เวลาที่ผ่านมา
ตัวเขาเองก็ไม่ได้ลืมสมรหากแต่ติดใจใน ‘รสรัก’ ของแม่เฟืองลดา เรียกได้ว่าติดจนงอมแงมเลยทีเดียว
หลังจากกลับจากการกินข้าววันนั้นพาทีก็ไปที่ตู้โทรศัพท์ ซึ่งคนต่อแถวคิวยาวเป็หางว่าวไม่ได้สะดวกสบายเป็เหมือนโทรศัพท์บ้านแต่อย่างใด…
ในยุคที่อะไรก็ติดต่อกันยากลำบากตู้โทรศัพท์สาธารณะก็ต่อแถวยาวเป็หางว่าว ใครที่แสดงความซาบซึ้งนานเป็พิเศษย่อมกลายมาเป็เป้าสายตา และก็ได้ถูกเขม่นจากคนที่รออยู่ด้านหลังโดยง่ายบางครั้งถึงขั้นเคาะกระจกเรียกก็มี
พาทีต่อสายไปหาโอเปอร์เรเตอร์ก่อนจะพูดฝากข้อความยาวเหยียด ส่งไปให้สมรจนเกินตัวอักษร
ทางด้านพนักงานโอเปอร์เรเตอร์ก็บอกกลับว่า“กรุณากระชับข้อความด้วยค่ะ”
ทำเอาพาทียิ้มเจื่อนบางครั้งการส่งข้อความบอกรักมันก็น่าเขินอายไม่ใช่น้อยเพราะว่าไอ้คนที่เรากำลังพูดด้วย มันดันเป็ใครก็ไม่รู้เสียนี้แต่อีกฝ่ายก็ดันรู้ความลับของเราหมดแล้ว!
กลายเป็ว่าไม่ได้อายที่จะบอกรักบอกคิดถึงคนที่อยู่ปลายทางแต่อายที่จะพูดกับโอเปอร์เรเตอร์นี่แหละ!
พออยู่ในตู้โทรศัพท์นานเพื่อแก้ข้อความเขาก็ถูกคนด้านหลังเคาะกระจกไล่เสียแล้ว นั่นจึงทำให้เขาต้องทำงานแข่งกับเวลาไม่เช่นนั้นคงได้วางมวย กับไอ้หน้าดุคนนี้เป็แน่!
……
หลังจากสมรได้รับข้อความก็เร่งรีบไปหาตามจุดนัดพบที่พาทีได้บอกไว้เพราะอีกฝ่ายบอกว่า “จะรอจนกว่าเธอจะมา!”
อันที่จริงดูเหมือนสมรเองก็ไม่ได้คิดถึงนายคิ้วหนาคนนี้มาก เหมือนสมัยตอนอยู่มัธยมแล้วเพราะว่าที่มหาลัยมีชายหนุ่มหลากหลายคน เข้ามาพัวพันกับเธอทั้งที่หล่อกว่าและดูดีกว่า…
หากแต่ด้วยเป็คนที่รู้จักกันมานานได้สักระยะแถมอีกฝ่ายเคยไปฝากท้องเป็ประจำที่บ้านหล่อนต้องหลายครั้งหลายคราอีกทั้งยังสนิทสนมกันมาก แถมช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยกันมาครั้นจะปฏิเสธก็ดูจะหักหาญน้ำใจกันเกินไปหน่อย…
พอมาถึงที่นัดหมายเธอก็เห็นพาทีชายหนุ่มหล่อคิ้วเข้มกำลังยืนเหม่อลอยซึ่งดูเหมือนกับว่าอีกฝ่ายกำลังจะครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่
สมรได้เดินเข้าไปสะกิดชายหนุ่มและปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์
“ว่าไงทีมีอะไรเหรอถึงได้เรียกเรามาด่วนขนาดนี้?” สมรเอ่ยปากถามด้วยความฉงน
“ไม่มีอะไรมากพอดี่นี้รับน้องหนักไปหน่อย เลยไม่ได้มีเวลาเจอหมอนเลย” ชายหนุ่มถอนหายใจ
ก่อนจะพูดขึ้นต่อว่า“เราเห็นป้ายโฆษณาแล้วนะ ที่หมอนจะลงประกวดดาวมหาลัย จึงส่งข้อความเรียกมาคุยเพื่อที่จะให้กำลังใจนี่แหละ!”
ชายหนุ่มยิ้มกว้างทั้งอกผายไหล่ผึ่งซึ่งมองดูแล้วใจกว้างดูเป็กันเอง ก่อนจะสัพยอกว่า “นี่ไปเที่ยวพาเลซให้มันน้อย ๆหน่อยก็ดีนะ ได้ข่าวมาว่าไปทุกวันเลยนี่?”
มุมปากของเขาตวัดขึ้นเป็รอยโค้งเผยฟันขาวสดใส มองดูแล้วมีเสน่ห์เฉพาะตัวเหมือนกัน
“ร…รู้ได้ไง?”สมรทำตัวเลิ่กลั่กทันที
พาทีกลั้นยิ้มก่อนตอบไป“ถึงแม้ว่าหมอนจะลืมเรา แต่ว่าทางตัวเราก็ไม่เคยลืมหมอนเลยนะ!”
คำพูดหวาน ๆ ก็พ่นออกมาจากปากพาทีอีกครั้งเพราะว่าหนังสือรวมกลอนจีบสาวที่อ่านมาั้แ่อยู่มัธยมจึงทำให้มีคำหวานมากมายที่จะใช้พูดออกไปหรือว่าส่งข้อความออกไปจีบสาวผ่านตัวอักษรในเพจเจอร์
ดังนั้นนี่จึงทำให้คำพูดเลี่ยนๆ หวานซึ้งพวกนี้มีอยู่เต็มหัวเขาไปหมดและนี่มันก็ยังรวมกับประสบการณ์ส่วนตัวไปแล้วด้วย!
สมรก็เขินอายทันทีที่ได้ยินคำพูดจากปากพาทีภายในใจก็รู้สึกผิดไม่น้อยที่ตนหลงลืมชายหนุ่มไปเลย ดังนั้นความรู้สึกเก่า ๆที่จืดจางเริ่มค่อย ๆ กลับคืนมา
และอันที่จริงมันก็พึ่งผ่านไปได้ไม่กี่เดือนเท่านั้นเพียงแต่ว่าทั้งสองต้องมาอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ มันจึงทำให้รู้สึกนานเป็ปี!
หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ได้คุยกะหนุงกะหนิงกันไปเรื่อยและก็ได้ชักชวนกันให้ไปกินข้าวความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เริ่มก่อตัวขึ้นใหม่…อีกครั้งหนึ่ง!
เนื่องจากสมรเป็คนสวยและรวยเสน่ห์จึงทำให้เป็ที่จับตามองของใครหลาย ๆ คน ทั้งเพื่อนร่วมรุ่น รวมไปจนถึงพวกพี่ปีสอง– ปีสี่
รวมเข้ากับเ้าหล่อนประกวดดาว“ได้ที่สองของมหาลัย” เวลาเดินไปไหนมาไหน…ยิ่งเป็ที่จับตาของชายหนุ่มเป็อย่างมาก
นั่นจึงต้องทำให้พาทีจำเป็ที่จะต้องแสดงสถานะของตนอย่างออกนอกหน้าผ่านการไปรับมาส่งถึงที่