ตอนที่ 88 มหาเทพ
สีแดงชาดยามค่ำคืนช่างทรงสว่างไปตามทางพื้นที่เต็มไปด้วยนองเลือดมากมายผู้คนต่างฟาดฟันกันอย่างดุเดือดเหมือนโกรธแค้นกันมาแต่ปางไหนชายหนุ่มเสื้อคลุมจ้องมองภาพตรงหน้าอย่างเหนื่อยใจกับสิ่งตรงหน้า ก่อนจะมีบางอย่างพุ่งผ่านใบหน้าของตนไปอย่างรวดเร็วก่อนจะมีชายร่างใหญ่เดินออกมาจากด้านข้างตอนนั้นจำได้เลยว่าดวงตาสีทองจับจ้องมาที่เขาอย่างสนใจแล้วนั้นคือภาพความทรงจำของรัลที่มีต่อพาราซอนช่วงแรง ๆก่อนที่เขาจะจ้องมองอีกฝ่ายที่กำลังต่อสู้อย่างดุเดือดกับวากาเน็ท
“ช่างดุเดือดเหมือนครั้งแรกที่เจอจริง ๆ” รัลจ้องมองอย่างสนใจก่อนจะจ้องมองเทพที่เขารังเกียจ “ถึงชาติไหน ๆ วากาเน็ทก็จะไปอยู่ใกล้ ๆพวกเราทุกคน ถ้าตอนนั้นข้ารู้เร็วกว่านั้นก็คงดี...”
“ทำไงได้ล่ะ...พวกเจ้าไม่ดีรู้นี่น่าว่าเจ้านั้นเป็นเทพที่จะมาฆ่าพวกเจ้านะ”โพรทาเลียฟังคำพูดของรัลเธอจำความทรงจำของทุกคนได้ว่าวากาเน็ทอยู่ใกล้ตัวแค่ไหน
“หึ...” รัลได้ยินก็ส่งเสียงหึออกไปอย่างไม่ชอบใจเขารังเกียจเทพนั้นเป็นที่สุดถึงเขาจะเป็นเทพองค์เล็กที่เกิดจากเทพีดีมิเทอร์ก็ตามที"มันก็จริงของเจ้าแต่ตอนนี้ข้ามีเรื่องอยากขอร้องเจ้า โพรทาเลีย”
“อะไร?”
“ข้าขอยืมร่างเจ้าเท่านั้นล่ะ!”
โพรทาเลียหน้าอึ้งไปเลยว่าอีกฝ่ายจะมายืมร่างเธออะไรเวลานี้ “จะเอาไปทำอะไรนะ?”
“ไม่ได้เอาต้มยำทำแกงละกัน”
“เอ่อ...อืม...” โพรทาเลียจ้องมองอีกฝ่ายอยู่สักระยะก่อนจะครุ่นคิดสักระยะ ก่อนทำใจว่าไม่ขออีกฝ่ายก็คงเข้าสิงเธอแน่ ๆ “ก็ได้...จะเอาไปจัดการวากาเน็ทสินะ”
“นั้นมัน...ส่วนหนึ่ง...” รัลเอ่ยอย่างเป็นนัย ๆก่อนจะยื่นมือไปหาอีกฝ่าย“ขอเสียมารยาท…”
มือที่ยื่นไปรับมือของอีกฝ่ายไม่กี่นาทีรัลสลายหายไปเข้าสู่ร่างกายของโพรทาเลีย ร่างกายของโพรทาเลียมีแสงสว่างขึ้นมาจนครอบครัวแจ็กสันต่างงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนที่ร่างกายของโพรทาเลียจะแปรเปลี่ยนกลายเป็นบุคคลปริศนาที่มีส่วนสูงเท่ากับตัวเธอในอ้อมกอดของฟีนีอุสทำให้รัลรู้สึกว่าร่างกายของตนยังโดนใครบางคนกำลังกอดรัดเอาไว้ก่อนจะหันหน้าไปหาชายหนุ่มผมทองที่พอมอง ๆ ก็ดูหล่อใช้ได้เสียจริง
“เจ้านี่น่าทานจังนะ”
“เอ๋!?” ใบหน้าของฟีนีอุสแดงก่ำจนอึ้งไปชั่วขณะกับคำพูดของอดีตชาติคนนี้
“ล้อเล่น ข้าเป็นชายแท้”
รัลเอ่ยพร้อมกับยกมือลูบปลายคางอีกฝ่ายอย่างสนุกก่อนจะใช้มืออีกข้างแตะมืออีกฝ่ายที่กอดรัดเอวเขาเอาไว้
“ช่วยปล่อยตัวข้าหน่อยสิ บุตรหลานจูปิเตอร์”
“ครับ!” ฟีนีอุสได้ยินคำพูดอีกฝ่ายก็กอดหลวมๆ
พอรู้สึกว่าอีกฝ่ายปล่อยมือออกจากร่างกายของเขาแล้วเขาก็ขยับมือจนมีสิ่งบางอย่างงอกเงยขึ้นมาจากอากาศจนเรียบกันเป็นบันไดคนในบ้านแจ็กสันเห็นก็รีบลอยตัวกันมา พวกเขานั้นต่างลอยตัวกันอยู่พวกเพอร์ซีย์ได้รับการช่วยเหลือจากอลิซ่าเบ็ธทำให้ลอยตัวกันอยู่บนอากาศเพอร์ซีย์ลอยมาหาฟีนีอุส
“เกิดอะไรขึ้นนะ? ทำไมลูกสาวฉันถึงกลายเป็นอดีตชาติไป?”
“เขาขอโพรทาเลียนะครับแล้ว...โพรทาเลียอนุญาต...”
“ว่าไง!? เดียวก็...”
“ไม่ต้องห่วง บุตรโพไซดอน” รัลเอ่ยพูดขึ้นระหว่างที่เขากำลังหันหลังให้พวกอีกฝ่ายก่อนจะหันข้างโดยใช้แค่หางตามองอีกฝ่าย “จะไม่มีแบบครั้งที่แล้วแน่ ๆ”
รัลเอ่ยพูดพร้อมกับเดินลงจากบันไดธรรมชาติอย่างชาติเขาจับที่เสื้อคลุมของเขาก่อนที่จะดึงเสื้อคลุมสะบัดขึ้นเหนือหัวของเขาจนเผยร่างกายอันผอมบางดุจดั่งหญิงสาวที่สวมชุดเกราะชาวกรีกเหมือนแม่ทัพภายใต้หมวกเกราะเหล็กดวงตาสีทองกำลังจับจ้องการต่อสู้อย่างชอบใจเขายกมือขึ้นมาคว้าบางอย่างจากด้านหลังที่ไม่มีอะไรแต่แล้วก็มีขวานขนาดใหญ่โผล่ออกมาพาราซอนที่กำลังต่อสู้อย่างบ้าคลั่งก็รู้สึกได้ถึงพลังบางอย่างที่กำลังเพิ่มขึ้น
“มาแล้ว! พลังที่ฉันต้องการ” ร่างกายของพาราซอนกำลังเอ้อล้นออกมาจนเปล่งประกายออกมาแล้วทำหน้าอิ่มเอมใจอย่างหาอะไรมาเทียบไม่ได้ “เจ้าตัวเล็กของฉัน”
“หือ?”
วากาเน็ทคำพูดอีกฝ่ายที่เอ่ยถึงใครสักคนทำให้เขานึกคิดได้ว่าอีกฝ่ายนั้นปกติก็มีพละกำลังที่แข็งแกร่งแล้วแต่ถ้ามีอีกคนมันก็จะเสริมพลังให้อีกฝ่ายมากกว่าเดิมเป็นสองเท่าทำให้เขาเห็นสายตาอีกฝ่ายหันไปทางด้านหลังของเขาก็ทำให้เขาหันไปมองข้างล่างก็ได้เห็นร่างที่เขาเคยฆ่าตายไปเมื่อหลายร้อยปีก่อน
“ไม่จริง...”
“ดูใบหน้าเจ้าสิ วากาเน็ท” น้ำเสียงอันลากยาวแต่ฟังแล้วน่าหลงใหลเหมือนหญิงสาวพูดกับชายหนุ่มเพื่อยั่วยวน “ดูหวาดกลัวจังนะ”
รัลเอ่ยจบก็มาอยู่ที่พื้นนั้นทำให้วากาเน็ทไม่ชอบใจที่เจออีกฝ่ายที่นี่
“เจ้า...โผล่มาได้ไง...เจ้าสองคน...”
“อยากรู้...ก็ถามเหล่าเทพนรกในนรกละกัน!!”
รัลพูดไม่ทันจบก็หายไปจากตรงนั้นแล้วโผล่มาอยู่ด้านบนกำลังลอยอยู่กลางอากาศก่อนจะพุ่งตรงใส่อีกฝ่ายพร้อมอาวุธขวานขนาดใหญ่ของเขาฟาดใส่วากาเน็ทเห็นแบบนั้นก็ใช้พลังของตนพุ่งใส่กลับ รัลเห็นก็ไม่ได้ตั้งรับการโจมตีนั้นเลยแต่แล้วอีกคนก็ช่วยจับตัวอีกฝ่ายให้หลบการโจมตีจนรัลมาอยู่ในอ้อมแขนข้างตัวอีกฝ่ายทำให้รัลนึกถึงสมัยก่อน
“ทุกครั้งที่เจ้าต้องมาช่วยข้าตลอดนะท่านเจ้าเมืองพาราซอน”
“เรื่องปกติไม่ใช่หรือไง? แม่ทัพรัล”
พาราซอนเอ่ยพูดพร้อมกับมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าชอบใจที่เจออีกฝ่ายอีกครั้งแต่รัลทำหน้าอย่างไม่ชอบที่เจออีกฝ่ายจริง ๆแต่ก็ไม่พอใจที่อีกฝ่ายอุ้มเขาเหมือนเป็นกระสอบข้าวที่แบกด้วยแขนทั้งสองข้างไม่มีผิด
“นี้ ๆ ปล่อยข้าลงได้ไหม?”
“ไม่!” พาราซอนอย่างชัดถ้อยชัดคำสุด ๆ
“ชิ” รัลสบถออกมาเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยพูดกับอีกฝ่ายอีก”รู้ไหม!ถ้าเจ้าไม่ช่วยข้าก็จัดการเขาเองได้นั้นล่ะ!!”
“ได้ตายล่ะเจ้าหัวร้อนคงไม่นิ่งเฉยจนจัดการอะไรไม่ได้แบบนั้นเนี่ยนะ!”
“ว่าแต่ผู้อื่นที่เจ้าล่ะ!”
“มันก็เรื่องของข้านั้นล่ะ!!”
“ดูพูดเข้า!!! ไอ้เวรนี่!!” รัลตะโกนใส่อีกฝ่ายอย่างไม่พอใจสุด ๆ
“เลิกมาทะเลาะกันต่อหน้าศัตรูสักทีให้คู่รักเฮงซวย!!!”วากาเน็ทตะโกนขึ้นมา
ทั้งสองได้ยินเสียงตะโกนนั้นก็เห็นท่าทางอีกฝ่ายที่ดูเหนื่อยชอบกลแต่รัลจ้องมองรู้เลยว่าเพราะใคร แต่พาราซอนชอบคำพูดของวากาเน็ทก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมา
“ดูเจ้าเหนื่อยนะ วากาเน็ท”
ใบหน้าของวากาเน็ทถึงกับเหงื่อแตกออกมาเยอะยิ่งกว่าอะไรคงเพราะพาราซอนกำลังดูพลังของเขาออกจากร่างกายจนวากาเน็ทรู้สึกเลยว่าไอ้ตัวข้างหน้ากำลังดูพลังเขาอยู่
“แก...บังอาจ…”
“เล่นคืนไม่โกง”
พาราซอนพูดออกมาเป็นนัย ๆ ด้วยรอยยิ้มอันน่ารังเกียจแต่คำพูดเขาเหมือนเคยโดนแบบเดียวกับที่เขากำลังทำกับอีกฝ่ายแต่คำพูดนั้นของพาราซอนทำเอาวากาเน็ทถึงกับเส้นเลือดขึ้นหน้าจนพุ่งตรงเข้าหาอีกฝ่ายอย่างบ้าคลั่ง
“ไปตายซะ!!”
“ไม่น่ารักจริง ๆ รัลฉันขอโทษนะ”
“หือ?”
รัลยกคิ้วอย่างสงสัยว่าอีกฝ่ายมาขอโทษเขาทำไมก่อนที่อีกฝ่ายจะจับตัวเขาขึ้นแล้วย่อตัวลง แล้วกำลังจะจับเขาโยนขึ้นสู่ฟ้า
“เดียว!! พารา- “ รัลยังพูดไม่จบก็โดนอีกฝ่ายโยนขึ้นสู่ฟ้าทันที”ซอนนนนนนนนนนน!!”
ทุกคนต่างเงยหน้ามองอย่างตกตะลึงที่อดีตชาติของโพรทาเลียโดนโยนขึ้นฟ้าอย่างรวดเร็วฟีนีอุสเห็นก็จะไปช่วยแต่ว่าเสียงของพาราซอนกับเอ่ยพูดว่าอย่ามายุ่งฟีนีอุสกำหมัดแน่นที่ว่าที่ภรรยาเขาโดนโยนแบบนั้นถึงจะอยู่ร่างไหนแต่นั่นก็ภรรยาของเขาพาราซอนจ้องมองสถานการณ์แล้วรับการโจมตีอันรุนแรงของอีกฝ่ายเขาดันอีกฝ่ายออกแล้วตวัดดาบใหญ่ฟาดฟันโต้ตอบกับอีกฝ่ายอย่างสนุกแต่วากาเน็ทก็ไม่ยอมแพ้ก็เหวี่ยงเคียวโจมตีใส่จนสามารถสร้างบาดแผลให้ที่แขนอีกฝ่ายแต่ว่าพาราซอนกับไม่รู้สึกถึงความเจ็บแต่อย่างใดแต่กลับชอบเสียงมากกว่าแล้วก็โจมตีอีกฝ่ายอย่างไม่ยั้งมือเลยสักนิดระหว่างที่ทั้งสองคนต่อสู้ตัวของรัลลอยสูงจนเริ่มช้าลงก่อนที่ร่างกายจะร่วงหล่นกลับสู่ที่เดิม
“อ๊ากกกกกกกกกกกก พาราซอนนนนนน!!”
เสียงของรัลดังขึ้นทำให้พาราซอนเตรียมตัวที่จะรอรับอีกฝ่ายเขาเริ่มโจมตีใส่วากาเน็ทด้วยการดักทางไม่ให้อีกฝ่ายขยับตัวได้นั้นก็คือการให้อีกฝ่ายนอนที่พื้นโดยมีการใช้ขาข้างหนึ่งเหยียบตัวอีกฝ่ายเอาไว้วากาเน็ทรู้สึกเจ็บและสมเพชที่ตนเองโดนกระทำเยี่ยงนี้เขาพยายามดิ้นหนีอย่างแรงแต่ไม่เป็นผลพาราซอนเงยหน้ามองท้องฟ้าก่อนจะเห็นร่างที่เขาโยนขึ้นไปกำลังตกลงมาก่อนที่เขาจะอ้าแขนรับไปทันใด
“อ๊ายยยย~” รัลถึงกับเวียนหัวไปหมดจนจะเป็นลม
“ดูสิ เจ้าตัวน้อยฉันลงมาก็หน้ามึนเสียแล้ว”
“เพราะใครกันล่ะ!?” รัลได้สติก่อนจะชกหน้าอีกฝ่ายไม่หนึ่งครั้ง
แต่การชกของอีกฝ่ายไม่ได้ทำอันตรายเขาเลยเสียนิดก่อนที่พาราซอนจะเขยิบใบหน้าเขาหาอีกฝ่าย
“เจ้าคงไม่ลืมใช่ไหม? ว่าทำอะไรข้าแล้ว...เจ้าจะโดนอะไรนะ?”
รัลได้ยินก็หน้าถอดสีจนแดงก่ำเสียยิ่งกว่าลูกมะเขือเทศก่อนจะดันตัวเองจนตัวเองลงจากอ้อมกอดอีกฝ่ายก่อนจะมองที่เท้าอีกฝ่ายแต่ทว่าวากาเน็ทหายไปแล้ว
“เจ้าบ้านั้นหายไปไหน!!”
“หือ?” พาราซอนก้มมองก็ไม่เห็นร่างอีกฝ่ายก่อนจะมีเงามือจากด้านหลัง
“ข้างหลัง!!”
ทุกคนที่อยู่บนอากาศต่างตะโกนออกมาทำให้รัลเงยหน้ามาเห็นว่าข้างหลังของพาราซอนเขาวิ่งไปหาอีกฝ่ายแล้วดึงตัวเข้ามาหาเข้าแต่ทว่ามันไม่ทันการแล้วทั้งสองคนกำลังจะโดนโจมตีแต่แล้วก็มีสายฟ้าฟาดลงอย่างใส่วากาเน็ทในทันใด
“อ๊ากกกกกกกกกกก!!!”
สายฟ้าได้หยุดลงร่างกายของวากาเน็ทก็ไหม้ดำเป็นตอตะโกก่อนจะล้มลงไปกับพื้นในทันใด ทุกคนต่างมองอย่างตกใจว่าทำไมจู่ ๆฟ้าผ่าลงมากลางวันแสก ๆ
“เกิด...อะไรขึ้นนะ?”
“ไม่รู้สิ...” รัลมองอย่างตกตะลึง
“สายฟ้านั้นมัน...หรือว่า...”
โอราอุสหันไปหาเพื่อนข้าง ๆ แต่เจ้าตัวกับส่ายหน้าเหมือนบอกว่าไม่ใช่เขาที่สร้างสายฟ้านั้นเพอร์ซีย์จ้องมองสายฟ้านั้นก็รับรู้ว่ามันมีพลังอนุภาคมากกว่าที่ฟีนีอุสจะสร้างขึ้นทำให้เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่กำลังจะมืดครึ้มทำให้เขารู้ในทันใดว่าเป็นฝีมือของเขา
“ซุส!”
สิ้นเสียงของเพอร์ซีย์เสียงฟ้าร้องดังไปทั้งท้องฟ้าอลิซ่าเบ็ธได้ยินก็ไม่ชอบใจก่อนจะค่อย ๆ พาทุกคนลงสู่พื้นดาดฟ้าทุกคนกำลังลอยตัวลง ฟีนีอุสก็ลอยตัวลงไปตามเสียงฟ้าร้องดังไปทั่วบริเวณนั้นสายฟ้าพุ่งเข้าหากันแล้วแล้วก่อตัวกันกลายเป็นร่างชายวัยกลางคนใส่ชุดสูทโผล่มาจากสายฟ้าเพอร์ซีย์เห็นก็จำได้อย่างดีว่าคนคนนั้นเป็นใคร ก่อนที่ชายคนนั้นจะลอยลงมาสู่พื้นอดีตชาติสองตนจ้องมองอีกฝ่ายอย่างตะลึงที่อีกฝ่ายออกมาจากเขาโอลิมปัสได้เหมือนกัน
“เล่น...ออกมาเองเลยเหรอ?”
“ข้าไม่รู้...”
“รู้สึกเหมือนจะโดนเต็ม ๆ เลยสินะ” ซุสเอ่ยพูดพร้อมกับเดินไปด้วยร่างที่ไหม้เป็นตอตะโกจนเกือบจำไม่ได้
“ต้องขอบคุณท่านมหาเทพ ซุสที่ทำให้ดำเยี่ยงนี้” พาราซอนเอ่ยพูดจนอีกฝ่ายหันมามองเขา “แต่ไม่นึกว่าเทพผู้ยิ่งใหญ่จะลงมาด้วยตนเองแบบนี้”
รัลได้ยินก็ใช้ข้อศอกกระแทกเอวอีกฝ่ายจนพาราซอนมองอีกฝ่ายว่าทำอะไรแต่สีหน้าของรัลเอ่ยว่าอย่าทำอะไรให้มหาเทพโกรธเคืองดีกว่าแต่เหมือนพาราซอนจะไม่สนใจซุสจ้องมองทั้งสองคนที่กำลังส่งสายตาคุยกันก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ข้ามาเพราะความปั่นป่วนที่เจ้าสองพ่อลูกนี่…”ซุสก้มมองร่างไหม้เกรียนก่อนจะเงยหน้ามองชายหนุ่มตรงหน้า” มันทำเอาไว้ เหล่าเทพโอลิมปัสก็ต้องออกปฏิบัติการจริงๆ ไม่งั้นใครบางคนแถวนี้มันจะสาปแช่งอีก”
คำพูดของซุสดันไปสะเทือนใส่บางคนที่เคยสาปแช่งหลายครั้งเรื่องงานต่างๆ ที่มนุษย์กึ่งเทพไม่ควรทำ แต่ชอบส่งให้ตลอดจนน่ารำคาญใจแล้วคนที่ชอบสาปแช่งก็คือ เพอร์ซีย์นั่นล่ะ ซุสมองอีกฝ่ายก่อนจะหันกลับมามองชายหนุ่มตรงหน้าสองคนรัลจ้องมองอีกฝ่ายก่อนจะเอ่ยถามขึ้น
“แล้วท่านจะทำอะไรกับเขาหรือขอรับ มหาเทพซุส”
ซุสมองชายหนุ่มที่สวมชุดเกราะ “จงถอดหมวกออกเจ้าหนุ่ม”
รัลได้ยินแบบนั้นก็นิ่งสงัดไปสักพักหนึ่งก่อนจะยอมทำตามเพราะอีกฝ่ายเป็นมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ ถ้าเขาขัดคำสั่งร่างจุติอาจจะโดนลูกหลง เขาค่อยๆ ถอดหมวดของตนออกจนเผยใบหน้าอันเด่นชัดออกมา ใบหน้าอันเล็กคล้ายหญิงสาวทรงผมสีดำยาวมัดสูง ดวงตาสีทองจับจ้องมองอีกฝ่าย ควบคู่กับผิวกายสีน้ำผึ้งงดงามใครที่เห็นก็ต่างหลงใหลความงามของอีกฝ่าย ทำเอาซุสจ้องมองอย่างอ้ำอึ้งเช่นกันก่อนจะเอ่ยถามขึ้น
“เจ้าชื่อ?”
“รัล บุตรแห่งดีมิเทอร์ขอรับ”
คำตอบของชายหนุ่มทำเอาซุสนิ่งไปชั่วขณะเขาจำเด็กหนุ่มได้จากสถานการณ์ล่าสุดว่าอีกฝ่ายเป็นบุตรของดีมิเทอร์
“รัลเอ่ยการลงโทษเทพองค์นี้เราจะลงโทษให้ถึงที่สุด เราจะส่งเขาไปสู่นรกทาร์ทารัสเฉกเช่นพ่อของมันในอดีต”
“ไม่ลงโทษน้อยไปหรือไหม? ซุส”พาราซอนแย้งขึ้นมาอย่างไม่ชอบใจกับบทลงโทษของซุส
“หึ อยู่ในนรกยาว ๆ อีกหลายพันปีไม่น่าจะน้อยไปเจ้าเด็กน้อย” ซุสหันไปมองชายหนุ่มอีกคนที่แย้งบทลงโทษของเขา “เจ้าชื่ออะไร?”
“โธ่ ๆ ลืมกระทั่งหลานตนเอง!” พาราซอนพูดอย่างเหนื่อยใจกับตาแก่ตรงหน้าของตนเสียจริง“ข้า พาราซอนบุตรแห่งแอรีส!”
“อ๋อ...เจ้าหลานหน้าไม่อายตายเพียงเพราะโดยภรรยาตัวเองหลอกลวงจนโดนฆ่าเนี่ยนะ!?”
“!?”
ทุกคนได้ยินแบบนั้นต่างอึ้งไปเลยว่าซุสสร้างชนวนระเบิดขึ้นเสียแล้วรัลได้ยินแบบนั้นไม่รู้จะพูดยังไงเลยจริง ๆ
“เมื่อกี้ท่านว่าไงนะ...” พาราซอนเอ่ยถามพร้อมกับมุมจมูกกำลังกระตุกไปมาอย่างขุ่นเคืองสุดๆ
“ทำไม? แก่จนหูตึงแล้วหรือเจ้าหนู”
บรรยากาศตอนนี้เหมือนรู้สึกถึงสายฟ้ากับไฟกำลังจะปะทะกันอย่างดุเดือดทำให้รัลต้องเข้าไปขัดจังหวะในทันใด
“ขออภัยมหาเทพแต่ข้าว่าถ้าท่านยังอยู่เยี่ยงนี้ โลกมนุษย์อาจจะปั่นป่วนได้นะ ขอรับ!”
สิ่งที่รัลเอ่ยก็เป็นจริงตอนนี้ท้องฟ้ากำลังแปรปรวนจนมนุษย์บนโลกกำลังแตกตื่นก่อนที่ซุสจะทำจิตใจให้สงบท้องฟ้าก็กลับมาเบาบางลง
“เพราะคำพูดเจ้า ข้าจะยอมเสียสักครั้ง”
“ขอบคุณขอรับ...” รัลโล่งใจที่อีกฝ่ายยอมสักครั้ง
ซุสจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าสักพักอีกฝ่ายงดงามจริง ๆจนเขาไม่คิดว่าเด็กที่งดงามเยี่ยงนี้จะเป็นบุตรของเขากับเทพีดีมิเทอร์ได้ทำให้เขาคิดเลยว่าทำไมเขาไม่เจอเด็กคนนี้เลยสักครั้งเพราะความโกรธที่ดีมิเธอร์ที่มีต่อเขามันแรงกล้าจนอีกฝ่ายไม่ยอมให้เจอเขามองสักพักก่อนจะหันหลังให้
“ครั้งหน้าเจอกันอีก ข้าจะชวนไปทานหน่อยละกันรัล”
“ขอรับ?” รัลมองอย่างสงสัยว่าทำไมมหาเทพต้องการจะชวนเขาไปทานอาหารด้วย
ซุสสั่งให้ทหารนำตัววากาเน็ทไปพร้อมกับร่ายคำสาปให้อีกฝ่ายเพื่อควบคุมพลังอีกฝ่ายไม่ให้สามารถทำร้ายใครได้อีกก่อนที่ซุสจะหายไปพร้อมกับทหารที่นำตัววากาเน็ทไปทุกคนต่างมองอย่างงุนงงที่เทพมาแล้วก็ไปอย่างง่ายดายแบบนี้
”มาก็ไปช่างเทพที่น่ารำคาญเหมือนทุกทีเสียจริง”เพอร์ซีย์เอ่ยขึ้น
“เพอร์ซีย์!!”
“หึ!”
ระหว่างที่พ่อแม่คุยกันนั้นเสียงไซเรนก็ดังขึ้นทำเอาทุกคนต่างคิดเลยว่าเสียงไซเรนมากันเพราะอะไรก่อนที่พวกเขาจะก้มมองที่พื้นดาดฟ้าที่เหยียบกันอยู่ เด็ก ๆต่างมองเข้าใจเลยว่าอาจจะมาเพราะเรื่องนี้ไหมก่อนที่พาราซอนเห็นแบบนั้นก็เอยพูดขึ้น
“ข้าไม่รู้ไม่ชี้ล่ะ”
ตัวต้นเหตุพูดจบก็สลายเปลี่ยนร่างไปในทันใดกลับกลายเป็นโฟกัสที่ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมามองอย่างสับสนว่าตอนแรกเธออยู่สถานการณ์ที่วากาเน็ทโจมตีแต่ทำไมตอนนี้เธอมาอยู่สถานการณ์ที่สงบไปแล้ว
“เกิดอะไรขึ้นกัน?”
“ตัวต้นเหตุหนีไปเสียแล้ว...” สองแฝดชายเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“ไอ้พวกตัวปัญหานั้นหายไปเฉย!”
โพรทาเลียตะโกนขึ้นจนโฟกัสไปหันไปมองก็เห็นร่างกายของพี่กำลังแปรเปลี่ยน
“พี่...เกิดอะไรขึ้นนะ?”
“จู่ ๆ อดีตชาติคนใหม่เข้าร่างเธอนะสิแล้วหมอนั้นก็เอาร่างเธอมาใช้ต่อสู้กับวากาเน็ทนะสิ!”
“เอ๋!?”
“พี่ว่าเรารีบหนีจากที่นี่ดีกว่าไหม? รู้สึกเหมือนตำรวจจะมาทางนี้กันนะ”
“เด็ก ๆ แยกย้ายกลับร้านบลูเมอร์เมด!!”
เพอร์ซีย์หันไปมองลูก ๆ ก่อนจะเตรียมตัวหนีกันทุกคนก็ต่างพากันหนีสุดกำลัง โดยไม่มีคนเห็นพวกเขา ไม่นานนักพวกตำรวจก็ขึ้นมาดูจุดที่โดนฟ้าผ่าว่ามีคนไหมก่อนที่จะขึ้นมาก็ไม่เห็นมีอะไรแล้วพื้นที่เคยมีรอยแตกก็ไม่มีอะไรเหมือนไม่มีคนขึ้นมาด้วยซ้ำโดยที่พวกเพอร์ซีย์ก็ไม่รู้ว่ามีคนมาซ่อมแซมสิ่งที่เกิดขึ้นให้พวกเขา
พวกเพอร์ซีย์หนีกันไปสักระยะก็มาถึงร้านบลูเมอร์เมดแต่พวกเขาก็ต้องตะลึงว่าร้านนั้นกลับมีสภาพปกติดีทุกอย่างพวกเขาต่างมองหน้ากันอย่างสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นจนฟีนีอุสสงสัยก็ถามเพื่อนโอราอุสก็บอกได้แค่ว่าก่อนไปอยู่ที่ดาดฟ้าพวกเขาโดนโจมตีจนชั้นสองของร้านพัง ฟีนีอุสได้ยินก็ตกใจสุดๆ เพอร์ซีย์รีบเดินไปที่ร้านเพื่อไปดูแม่ของเขาว่าเป็นไงมั้ง ทุกคนต่างก็รีบตามไปพวกเขาเดินกันเข้าไปในร้านก็ทำให้พนักงานต่างมองกันสงสัยว่าครอบครัวของเจ้าของร้านมาทำไมกันพอพวกเขาขึ้นมายังชั้นสองก็รีบเดินไปยังห้องนั่งเล่นก็เห็นคนเป็นแม่ น้องสาว และหลาน ๆ กำลังนั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่นกัน จนพวกเขาหันมามองพวกเขาทุกคน
“แม่! พ่อ!” สองแฝดหันไปมองก็เห็นพ่อแม่เดินเข้ามาพอดี
คาเร็นน่ารีบลงจากโซฟาแล้ววิ่งไปหาพ่อของเธอในทันที “พ่อจ๋า!”
“ไง ตัวเล็กของพ่อ” ฟีนีอุสรีบกอดลูกสาวอย่างมีความสุข “ลูกเป็นไงมั้งนะ?”
“หนูไม่เป็นอะไรคะ”
“ดีแล้วล่ะ”
“แม่! จัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ?”เดวิคถามแล้วเดินมาหาแม่
โพรทาเลียย่อตัวมามองลูกชายที่เข้ามากอดแล้วฟังคำถามลูกจนเธอไม่รู้ว่าสิ่งที่จะตอบไปมันดีหรือเปล่า
“เอ่อ...ก็เรียบร้อยดีนะ...”
“ทำไมแม่ตอบแบบนั้นนะ?”
“น่า ๆตอนนี้เราก็ปลอดภัยไปหนึ่งอย่างแล้วล่ะนะ” โพรทาเลียกอดลูกพร้อมกับหอมแก้มไปหลายครั้ง
“ฮ่า ๆ แม่ จั๊กจี้!” เดวิคหัวเราะอย่างบ้าจี้ที่แม่กำลังหอมแก้มเขา
ทำเอาพวกพี่น้องของโพรทาเลียต่างมองแม่ลูกกำลังคุยกันอย่างน่ารักมากๆ จนความเหนื่อยจากเมื่อกี้หายไปหมดจริง ๆ โพรทาเลียอุ้มลูกชายไปนั่งพักที่โซฟาคนเป็นแม่อย่างแซลลี่ก็มาดูลูกชายของตนว่าเป็นยังไงมั้ง
“แม่นึกว่าลูกกับหลาน ๆ จะเป็นอะไรแล้วซะอีก” แซลลี่รีบเดินเข้ามาหาลูกชายแล้วสวมกอดอย่างเป็นห่วง
“เกือบแล้วล่ะแต่ดีที่อดีตชาติของโพรทาเลียกับโฟกัสช่วยพวกเรานะครับ” เพอร์ซีย์กอดแม่อย่างโล่งใจแล้วถอยตัวมองแม่ว่าเป็นอะไรมั้งหรือไหม “แม่กับเอสเทลไม่เป็นไรนะ”
“ไม่เป็นไร แต่งง ๆ ว่าจู่ ๆ ก็มาอยู่ในห้องที่ตอนแรกพังไปแล้วได้ไง” เอสเทลเอ่ยพูดด้วยท่าทางที่ไม่
“เทพเจ้า...”
แซลลี่เอ่ยคำนั้นออกมาแล้วหันกลับมามองลูกชายที่ทำสีหน้าอย่างรับรู้ว่าต้องเป็นแบบที่แม่พูดแน่ๆ
“ครับแบบนี้ต้องเป็นฝีมือซุส...แต่...เขาจะมาไม้ไหนนี้สิ”
“พ่อหมายความว่าไง?” เบเดอร์เอ่ยถามขึ้น
พวกเด็ก ๆกำลังฟังที่พ่อแม่กำลังคุยกันจนมาได้ยินว่าเทพเจ้าก็ทำให้ยิ่งสงสัยกว่าเดิมว่าหมายความว่าอะไร
“ที่พ่อหมายถึงคือ เทพไม่เคยทำอะไรให้ฟรี ๆ”
แอนนาเบ็ธเอ่ยให้ลูก ๆ ฟังทำเอาทุกคนต่างมองหน้ากันอย่างสงสัยแต่สิ้นคำพูดคนเป็นแม่ไม่นานนั่งก็มีแสงสว่างบังเกิดขึ้นจนทุกคนเอามือขึ้นมาบังแสงสว่างนั้นก่อนที่จะมีชายคนหนึ่งออกมาจากแสงสว่างนั้นแล้วคนคนนั้นก็คือเทพผู้ส่งสาส์นที่ทุกคนไม่อยากเจอเลยตอนนี้
“สวัสดีทุกคน!” เฮอร์มีสยกยิ้มอย่างร่าเริง
แต่ก็ต้องเห็นสีหน้าที่เฉื่อยชาสุด ๆเมื่อเห็นอีกฝ่ายทุกคนก็หันไปทำธุระของตนเองกันในทันใด
“อย่าเมินกันสิ!!!” เฮอร์มีสตะโกนอย่างเสียใจที่ทุกคนต่างไม่เห็นหัวเทพอย่างเขาสักนิด
“เฮ้อ...เฮอร์มีส” เพอร์ซีย์หันไปมองอีกฝ่ายที่ตะโกนออกมาอย่างเสียงดัง“คุณมาทำไม...”
“ไม่น่าถามนะ....ก็...มาส่งสาส์นให้นาย...” เฮอร์มีสพูดพร้อมกับยื่นสาส์นให้อีกฝ่าย
เพอร์ซีย์จ้องมองสาส์นและอีกฝ่ายก็นึกเลยว่าจากใคร “ซุสสินะ...”
“คิดว่าใครล่ะ?”
“เฮ้อ...”
เพอร์ซีย์รับสาส์นจากอีกฝ่ายก่อนจะนำมาเปิดอ่านดูว่าคืออะไรแอนนาเบ็ธที่อยู่ข้าง ๆก็อ่านพร้อมกับสามีแต่พออ่านไปก็ต้องตาเบิกกว้างอย่างตกตะลึงแล้วหันมาทางเทพตรงหน้า
“นี่มันเกินไปไหม!!!”
“ฉันไม่ใช่คนตัดสินนะ อย่าถามเลย”
“มันเยอะเกินไปนะ! เพอร์ซีย์!!” แอนนาเบ็ธเขย่าแขนสามี “เขารู้ว่าเราไม่ค่อยมีเงินเขาถึงเล่นวิธีนี้กับนาย!!”
“ฉันรู้...” เพอร์ซีย์ทำหน้าอย่างเหนื่อยใจ
“พ่อมีอะไรนะคะ?”
โฟกัสถามอย่างห่วง ๆ ที่พ่อแม่พูดกันทำให้ทุกคนสงสัยเพอร์ซีย์หันมามองทุกคนที่กำลังจ้องมองอย่างเขาอย่างสงสัย
“เฮ้อ...ซุสต้องการให้เราจ่ายเงินค่าซ่อมของทุกอย่างที่เขาซ่อมให้ถ้าไม่มีจ่าย...เขาจะให้พ่อทำงานให้เขาชดใช้ค่าซ่อม”
“ว่าไงนะ!!” ทุกคนต่างอุตส่าห์ออกมาอย่างตกใจ
“อย่างงี้มันปล้นกันชัด ๆ แล้วต้องจ่ายเท่าไหร่?”เอเดอร์ถามขึ้นอย่างสงสัย
“50,000 ดรัคม่า”
“50,000 ดรัคม่า!!”
“ตีเป็นเงินดอลลาร์เกือบแสนดอลลาร์เลยนะคะทำไมถึงคิดแพงแบบนี้!!” เรน่าขมวดคิ้วอย่างสงสัยว่าทำไมเทพต้องมาเก็บเงินจากพวกเขา
“จริงด้วย ทำไมซุสถึงเรียกเยอะแบบนี้เราไม่มีเงินเยอะแบบนั้นหรอกนะ” คารีเซลลุกขึ้นมากอดจ้องมองเทพส่งสาส์น
“เด็กน้อย...ข้าไม่สามารถพูดได้ นั้นเป็นคำสั่งของเทพ...ข้าทำอะไรไม่ได้นะ”
“พ่อทูนหัวก็ช่วยเราหน่อยไม่ได้เหรอ?”
โพรทาเลียลุกขึ้นหันมามองเทพแต่ก็มีคนอิ่มอกอิ่มใจในการมองรูปร่างอันงดงามของเธอจากด้านหลังนั้นก็คือฟีนีอุสที่นั่งฟังตรงข้ามพอดี เขาคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ว่าอีกฝ่ายไม่อายเขาเลยสักนิดแต่ก็ดีสำหรับเขาเพราะมันคืออาหารตา
เฮอร์มีสมองลูกทูนหัวอย่างเสียใจว่าเขาช่วยไม่ได้จริง ๆ “อย่างที่ข้าบอกลูกเอ่ย ข้าทำอะไรไม่ได้”
“ชิ!” โพรทาเลียสบถออกมาเบา ๆก่อนจะกลับมานั่งเหมือนเดิมอย่างเซ็ง ๆ
ระหว่างที่พวกผู้ใหญ่กำลังครุ่นคิดนั้น โฟกัสก็กำลังคิดว่าจะทำไงให้ได้เงินห้าหมื่นดรัคม่ามาแต่แล้วเธอก็นึกความทรงจำบางอย่างขึ้นมาได้ เธอก็หันไปมองพี่สาวของเธอในทันทีก่อนจะรีบมาหาเธอ
“พี่!!”
“อะไร?”
“พี่ ๆ จำตอนนั้นได้ไหม?”
“ตอนไหน?”
“ตอนที่พี่เอาเงินไปแลกนะ”
“ได้สิ ทำไม...หือ?” คำพูดของน้องสาวทำให้โพรทาเลียนึกได้แล้วว่าน้องสาวพูดหมายถึงอะไร”อ๋อ...เงินในตอนนั้น”
“ใช่!!”
สองพี่น้องต่างยิ้มให้กันอย่างกับคนบ้าทำเอาคนเป็นลูกชายอย่างเดวิคมองแม่และน้าสาวอย่างสงสัยว่าเป็นอะไรกันก่อนที่เพอร์ซีย์จะตัดสินใจแล้วว่าจะทำยังไงกับเรื่องนี้ ก่อนที่เขาจะเงยหน้ามองเฮอร์มีส
“จะให้เช็กสัญญาการทำงานตรงไหน?”
“เพอร์ซีย์!!” แอนนาเบ็ธมองสามีที่ตัดสินใจไม่ถามเธอ
“พวกเราไม่มีเงินจ่ายนะ แอนนี่ เราต้องส่งลูก ๆเรียนอีก...”
“งืม...”
แอนนาเบ็ธทำหน้าอย่างไม่พอใจถ้าพวกเธอมีก็จ่ายได้แบบไม่ต้องคิดอะไร เพราะการเป็นทาสทำงานของเทพอาจจะต้องใช้เวลายาวนานเหมือนกัน
“งั้นเช็กที่-”
“หนูจะจ่ายเงินทั้งหมดนั้นเองค่ะ!!”
เสียงของโพรทาเลียตะโกนขึ้นทำให้ทุกคนต่างตกใจจนหันไปมองก็เห็นอีกฝ่ายกำลังยกของบางอย่างออกมาจากกระเป๋าคาดเอวของเธอที่คืนมาจากพี่อลิซ่าเบ็ธถุงผ้าทั้งห้าดึงออกมาเสร็จพร้อมกับเปิดออกมาให้ทุกคนได้เห็นว่ามีเงินดรัคม่าอยู่เต็มถุงจนพี่น้องของโพรทาเลียตกตะลึงกันเป็นอย่างมากว่าอีกฝ่ายเอามาจากไหน
“50,000 ดรัคม่า ตามที่ต้องการเลยค่ะ เฮอร์มีส!”
เฮอร์มีสเห็นแบบนั้นถึงกับสะอึกเลยที่มีเด็กตรงหน้าสามารถจ่ายเงินแทนพ่อของเธอได้ทำเอาเขาคิดเลยว่าต้องมีเทพไม่พอใจที่ไม่สามารถนำตัวเพอร์ซีย์ไปรับใช้ตัวเองได้แน่ๆ
“ฮ่า ฮ่า เธอนี่แสบจริง ๆ ลูกข้า”
โพรทาเลียยิ้มอย่างชอบใจเธอจะไม่ยอมให้มหาเทพอย่างซุสมาวุ่นวายกับพ่อเธอเป็นแน่
จบตอนที่ 88 โปรดติดตามตอนที่ 89ต่อไป