ตอนที่ 6
“เ้าดูนั่นสิ แม่ทัพหานซวนพาคุณหนูกลับมาแล้ว!”เสียงบ่าวรับใช้อีกคนบอกฉิงอันที่นั่งคอยอยู่ที่เดิมตามที่ทหารผู้นั้นบอก พอเห็นว่าใช่จึงรีบลุกขึ้นยืนคอยอย่างดีใจ
“รีบไปบอกท่านเสนาบดีกรมกับฮูหยินใหญ่เร็วเข้าว่า ท่านแม่ทัพช่วยคุณหนูกลับมาแล้ว”ฉิงอันบอกคนรับใช้ที่ยังรออยู่ที่เดิมกับตน เพราะอีกส่วนได้รีบกลับไปบอกข่าวแก่เ้านายจวนตระกูลเหลียนแล้ว แต่เลี่ยงหลิ่งกลับไม่ได้รู้สึกดีใจเลยสักนิดที่กลับมาได้เลยสักนิด เพราะพอเข้ามาในเมืองแล้ว ชาวบ้านทุกคนต่างมองด้วยสายตาแปลกประหลาด จะกลัวก็ว่ากลัว จะครหาก็ว่ากันไป จนนางรู้สึกใจไม่ดีขึ้นมา
“เป็สิ่งใดไป เ้ากลัวคนครหาเ้าที่เ้าโดนคนตาบอดเช่นข้า แตะต้อง
เนื้อตัวอย่างนั้นรึ?”หานซวนก้มลงข้างหูของนาง ถามอาการด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
“ไม่ใช่เช่นนั้นหรอก ท่านต่างหากที่ต้องอายที่มาช่วยสตรีหัวรั้นอย่างข้า ชาวบ้านแถวนี้เขาก็รู้กันทั้งนั้น ว่าข้าหัวดื้อ หัวรั้น จนต้องถูกท่านแม่ลงโทษเป็ประจำ”เลี่ยงหลิ่งเอ่ยบอกอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก
แต่นั่นมันกลับทำให้แม่ทัพใหญ่สนใจเื่นี้เป็พิเศษ
“ก็คงจะเป็เช่นนั้น”
“ท่านนี่..!”ด้วยความเกรงใจที่เขาช่วยชีวิตตนไว้ อีกทั้งยังไม่รู้จักมักคุ้นกัน จึงทำให้นางไม่กล้าหันไปว่าเขาได้เต็มที่นัก
จนหานซวนหยุดม้าศึกของตนหน้าจวนตระกูลเหลียน บ่าวรับใช้ต่างใ ฉิงอันและบ่าวรับใช้ที่วิ่งมาตามหลัง ต่างก็พากันประคองเลี่ยงหลิ่งลงมาจากหลังม้า และก้มหัวขอบพระคุณแม่ทัพหานซวนเสียยกใหญ่
เสนาบดีกรมและฮูหยินใหญ่พร้อมกับซูหนี่ว์ ที่รอข่าวอย่างกังวลใจรีบวิ่งออกมาถึงหน้าประตูจวน และกล่าวขอบใจอย่างใจหาย
“ท่านแม่ทัพ ข้าขอบใจที่ท่านช่วยลูกสาวข้าไว้ หากไม่ได้ท่านช่วย เลี่ยงหลิ่งคงไม่รอดแล้ว ข้าขอบใจท่าน”เสนาบดีกรมเอ่ยบอกอย่างร้อนรน หานซวนลงจากหลังม้ามารับคำขอบคุณของเสนาบดีกรมและฮูหยินใหญ่
แต่เขาก็แอบสังเกตเห็นว่า ฮูหยินใหญ่มีท่าทีที่ไม่พอใจเลี่ยงหลิ่งอยู่เล็กน้อย นางคงจะกลัวเขามากกว่า จึงไม่กล้าแสดงอารมณ์ใดออกมาต่อหน้าเขาเป็แน่
และเขาก็หันไปทางเลี่ยงหลิ่ง เขามองที่มือของนางที่กำลังกำนิ้วโป้งกำลัง
ถูมือที่กำอยู่ บ่งบอกได้ว่านางคงจะกลัวผลที่กำลังตามมาและกำลังคิดว่า จะทำเช่นไรจึงจะอธิบายให้ฮูหยินใหญ่ไม่ลงโทษได้
“ไม่ต้องขอบใจข้า ท่านเสนาบดีกรม ข้าไม่ถือสา อีกทั้งมันเป็หน้าที่ของข้าที่ต้องช่วยทุกคนอยู่แล้ว”
“ไม่ขอบใจไม่ได้ เชิญท่านเข้าไปดื่มชาข้างในก่อนเถิด”ฮูหยินใหญ่เอ่ยปากบอก หานซวนเหลือบมองหน้าเลี่ยงหลิ่งอีกครั้ง ก่อนจะตอบตกลงไป
“ข้าขอบใจท่านที่ช่วยน้องสาวข้า ขอบใจท่านมากจริง ๆ เ้าค่ะ”ซูหนี่ว์
ก้มหัวให้ พอหานซวนรับคำขอบคุณแล้ว ซูหนี่ว์ก็พาเลี่ยงหลิ่งเข้าไปในห้อง
นี่น่ะหรือ? เหลียน ซูหนี่ว์ เรียบร้อย อ่อนหวาน ไม่หือไม่อือ
ไม่น่าสนใจเท่าน้องสาว
“ข้าต้องขอบใจท่านและขออภัยที่เลี่ยงหลิ่งทำเื่วุ่นวาย จนท่านต้องเจียดเวลาไปช่วยนาง ตระกูลเหลียนเป็หนี้ท่านแล้ว”เสนาบดีกรมกล่าวบอกไปตามความจริงและให้ฮูหยินใหญ่เทน้ำชาให้
“ข้ารับคำขอบใจไปหลายรอบแล้ว ท่านไม่ต้องเอ่ยออกมาแล้ว แล้วเื่ที่บุตรสาวของท่านสร้างความวุ่นวาย ข้าไม่ถือสา เพราะนางไม่ได้เป็คนทำเอง หลังจากที่ข้ากลับไป ข้าไม่อยากให้ท่านทั้งสองอบรมหรือลงโทษนาง นางไม่มีส่วนผิดในเหตุการณ์ครั้งนี้”
“ม้าของตระกูลท่าน ท่านไปรับมาจากที่ใด ใง่ายเหมือนไม่เคยถูกฝึกให้ชินกับเสียงดัง รถม้าของบุตรสาวท่านใเสียงประทัด พอใมากก็ออกตัววิ่งไป ควบคุมไม่ได้”
“เหตุจากการที่นางเกือบตาย ไม่ใช่เพราะนางเล่นซนตามประสาเด็ก แต่เป็เหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้นจากสิ่งรอบตัว ดังนั้นขอท่านอย่าถือสานางหรือลงโทษนาง”
“ข้าทราบแล้ว ข้าไม่มีทางลงโทษนางเื่นี้แน่ท่านแม่ทัพ ท่านไม่ต้องกังวลใจ ใช่ไหมฮูหยิน?”เสนาบดีกรมหันไปกำชับกับฮูหยินใหญ่ เพราะรู้อยู่แล้วว่า นางจะทำเช่นนั้นกับเลี่ยงหลิ่งแน่ การที่หานซวนพูดมาเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน เสนาบดีกรมจะได้ไม่ต้องพูดให้มากความกับภรรยา
“ข้ารับปากว่าจะไม่ลงโทษนาง ท่านแม่ทัพเป็คนเชื่อถือได้ หากท่านอธิบายแทนนางมาเช่นนี้แล้ว ข้าก็โล่งใจที่นางไม่ได้สร้างเื่วุ่นวายให้ชาวบ้านและท่านแม่ทัพฟาน”
“ถ้าเป็เช่นนั้น ข้าขอตัวกลับก่อน”หานซวนเอ่ยบอก เพราะต้องรีบไปเข้าเฝ้าเฉียนฮ่องเต้ เนื่องจากมีราชโองการรับสั่งให้ไปเข้าเฝ้า
ก็พอจะเดารู้ว่าเป็เื่อันใด จากสีหน้าของเสนาบดีกรม
“ท่านมีสิ่งใดจะกล่าวกับข้า?”พอมาส่งถึงหน้าจวน เสนาบดีกรมบอกให้
ฮูหยินใหญ่กลับเข้าไปดูบุตรสาวคนเล็ก เพราะตนมีเื่จะกล่าวแต่พอฮูหยินใหญ่อยู่ ก็ไม่สามารถจะพูดได้
“ท่านจะไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ใช่หรือไม่”
“โอ๊ย! พี่ซูหนี่ว์ ท่านทำเบา ๆ สิ หัวข้ายิ่งจะปูดมากกว่าเดิม”เลี่ยงหลิ่งแทบจะหงายหลัง เมื่อผู้เป็พี่สาวแตะยาสมุนไพรลงไปบนหน้าผากของนาง
“เ้าเอามืออกก่อน ยิ่งเ้าหนีพี่ หัวเ้าจะปูดกว่าเดิมแน่”ซูหนี่ว์จับมือของ
ผู้น้องออกจากการกุมหน้าผากไว้ เลี่ยงหลิ่งเอามือออกแต่โดยดี หลับตาแน่น
“่นี้เ้าห้ามออกจากจวนจะดีกว่า ปกติท่านแม่ก็บ่นว่าเื่เ้าออกเที่ยวอยู่แล้ว ยิ่งเกิดเื่แบบนี้ขึ้นท่านแม่ยิ่งไม่อยากให้เ้าออกไปที่ใด”
“ไม่เป็เช่นนั้นหรอก ท่านแม่เลิกว่าข้าไปนานแล้ว นี่ขนาดข้าเกือบตก
หน้าผา ท่านแม่ยังไม่เป็ห่วงข้าเลย”เลี่ยงหลิ่งพูดทีเล่นทีจริง แต่สิ่งที่นางพูด ทำให้คนที่อยู่หลังประตูชะงักนิ่งไปชั่วครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนประตูเปิดออก
“เอาอย่างที่พี่เ้าพูด ครั้งนี้แม่ห้ามเ้าออกจากจวนอีกเด็ดขาด”
เลี่ยงหลิ่งและซูหนี่ว์หันหน้าไปมองผู้มาใหม่ บ่าวรับใช้ต่างก้มหน้าลงกันอย่างนึกกลัว “ท่านแม่”
“นับแต่นี้ต่อไป แม่ไม่อนุญาตให้เ้าออกจากเรือน จนกว่าเ้าจะได้ตบแต่งออกจากจวน”ฮูหยินใหญ่ยื่นคำสั่งเด็ดขาดต่อหน้าลูกสาวทั้งสอง แต่เลี่ยงหลิ่งไม่เข้าใจ เพราะเื่นี้ตนไม่ผิด ไม่ได้เล่นสนุกจนเกิดเื่วุ่นวาย เหตุใดจึงสั่งให้นางอยู่แต่ในจวนกันเล่า
“ข้าไม่เข้าใจ ท่านแม่ ข้าไม่ได้เป็คนก่อเื่ ช้าไม่ได้เล่นซนจนทั้งตลาดวุ่นวาย ท่านแม่จะสั่งห้ามให้ข้าออกจากจวนเช่นนี้ ข้าขอไม่รับคำสั่งเ้าค่ะ”
ปัง!
“กล้านัก! เ้าก็เห็นอยู่ว่าเ้าเกือบตายเพราะไปจวนตระกูลหยางมา เหตุใดจึงไม่นึกกลัวบ้าง”
“ท่านแม่ ใจเย็น ๆ ก่อนเถิดเ้าค่ะ เลี่ยงหลิ่งไม่ได้ตั้งใจ เลี่ยงหลิ่งแค่ไม่เข้าใจสิ่งที่ท่านแม่ตัดสิน”ซูหนี่ว์รีบลุกขึ้นไปจับแขนฮูหยินใหญ่ไว้ บอกให้มารดาใจเย็นลง “ซูหนี่ว์ เ้าไม่เคยลุกขึ้นมาเถียงแม่แทนน้องเ้า เหตุใดจึงกลายเป็คนเช่นนี้”
“ข้า..ข้าแค่อยากให้ท่านแม่ใจเย็นลง น้องไม่ได้ตั้งใจ ข้าบอกท่านด้วยเหตุผล”
“เลี่ยงหลิ่งสอนให้เ้าทำเช่นนี้อย่างนั้นรึ ว่าอย่างไรเลี่ยงหลิ่ง นอกจากเ้าจะหัวรั้นกับแม่ เ้ายังจะทำให้พี่เ้าหัดเป็คนเถียงผู้ใหญ่เช่นเ้าอย่างนั้นรึ”ฮูหยินใหญ่มองไปที่ลูกสาวคนเล็ก นึกแปลกใจเพราะลูกสาวคนโตไม่เคยเถียงหรือลุกขึ้นมาพูดเช่นนี้ เวลาที่น้องสาวโดนตำหนิ หรือโดนบ่นว่า
“ไม่...”
“ใช่เ้าค่ะ ข้าเป็คนสอนให้ท่านพี่ซูหนี่ว์ทำเช่นนี้เอง สิ่งใดที่ไม่ใช่ความจริง ก็ควรจะได้อธิบายว่ามันไม่ใช่ หากผิดจริง ก็จะไม่แก้ตัว แต่ถ้าไม่ ก็ควรจะได้รับความยุติธรรม”เลี่ยงหลิ่งอธิบายบอกถึงเหตุผล คนผู้พี่มองอย่างคาดไม่ถึง เพราะ
ผู้น้องไม่เคยสอนให้ตนทำเช่นนั้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว นางแค่เห็นว่าเลี่ยงหลิ่งไม่ได้มีความผิดในเื่นี้ จึงไม่ควรจะถูกลงโทษ
“เถียงคำไม่ตกฟาก อย่างนี้เ้าคงไม่ได้ออกจากเรือนไปตลอดชีวิตแล้วกระมัง ไม่มีบุรุษคนใดจะมาสู่ขอเ้า เหตุผลคงไม่ต้องสงสัยแล้ว”
“ท่านแม่ไม่ต้องห่วงเื่นั้น”
“ข้าไม่ได้อยากแต่งงาน แต่งไปเป็ทาส ต้องรับผิดชอบ ต้องเป็สตรีที่ออกความเห็นไม่ได้ หากไม่มีบุรุษผู้ใดเปิดกว้างรับฟังความเห็นของข้า ข้าก็ขอปฏิเสธที่จะแต่งงานกับเขา”
ฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้าของเลี่ยงหลิ่ง ทุกคนต่างตื่นใที่เห็นในสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้ที่เป็เ้าของมือที่ฟาดเข้าหน้าของลูกสาวเอง
เลี่ยงหลิ่งน้ำตาคลอเล็กน้อยด้วยความเจ็บชาที่ใบหน้า แต่ความรู้สึกตอนนี้แทบจะไม่รู้สึกรู้สาอะไรแล้ว
โดนมาั้แ่เด็ก ตอนนี้ก็ไม่จำเป็ต้องรู้สึกอะไรแล้ว
ซูหนี่ว์รีบเข้าไปจับแขนเลี่ยงหลิ่งไว้ แต่เลี่ยงหลิ่งปลดมือพี่สาวออกจากแขนของตน
“ดื้อด้าน ไร้ยางอาย หัวรั้น อกตัญญู เถียงคำไม่ตกฟาก คำพวกนี้ท่านแม่เป็ผู้กรอกหูข้ามาตลอด ข้ารับในสิ่งที่ท่านกรอกหูข้า แต่คนที่ไม่ฟังอะไรเลยอย่างท่าน คิดว่าตนดีมากแค่ไหนกัน”เลี่ยงหลิ่งบอกแค่นั้นก็รีบเดินออกไป ฮูหยินใหญ่พูดไม่ออก ไม่ะโบ่นว่าตามหลัง คำพูดของเลี่ยงหลิ่งจี้จุดใจดำข้างในของนาง ในส่วนที่ลึกที่สุด เพราะประโยคพวกนี้เมื่อครั้งที่นางยังอายุเท่าลูกสาวคนเล็ก นางก็พูดเช่นเดียวกัน
“ไม่ต้องตามไป! คนเอาแต่ใจอย่างนั้นให้อยู่คนเดียวเช่นนั้นดีแล้ว”ซูหนี่ว์ที่เห็นว่าน้องสาวเดินออกไปแล้ว ก็จะตามออกไปด้วยเช่นกัน แต่ฮูหยินใหญ่ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด จึงไม่มีผู้ใดกล้าตามออกไป มีเพียงฉิงอันเท่านั้นที่ขัดคำสั่งวิ่งหมอบออกไปหาเลี่ยงหลิ่ง
ฮูหยินใหญ่เห็นว่าทุกคนนั่งเงียบแล้ว จึงเดินออกไปด้านนอกเพื่อลงโทษบ่าวรับใช้ โทษฐานที่ดูแลคุณหนูคนเล็กของตระกูลเหลียนไม่ดี จนเป็เหตุให้เกือบตาย
“พวกเ้าทั้งหมดจะต้องถูกลงโทษ รู้ใช่หรือไม่ว่ามีบทลงโทษเป็เช่นไร”บ่าวรับใช้ทั้งหมดพยักหน้ารับ รู้โทษของตนดีและเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องโดนอะไรบ้าง
“พี่ฉิงอัน ฮูหยินใหญ่เรียกออกไปด้านนอก พี่ออกไปเถิด”ไม่เว้นแม้แต่ฉิงอันที่เป็พี่เลี้ยงของเลี่ยงหลิ่ง ฉิงอันพยักหน้ารับและกำลังจะเดินออกไป แต่โดนเลี่ยงหลิ่งจับแขนไว้เสียก่อน
“ท่านแม่เรียกพี่ฉิงอันไปทำอันใด”นางเอ่ยถามบ่าวรับใช้อีกคน
“ฮูหยินใหญ่มีคำสั่งให้ไปรับโทษเ้าค่ะคุณหนู”
พอได้ฟังเช่นนั้น จากที่ไม่ได้นึกอารมณ์ขุ่นเคืองก็ลุกขึ้นมาและเดินออกไปข้างนอก เอาอย่างไรกันนี่ เหตุการณ์นี้ไม่มีใครผิดเลยสักนิด แต่ทำไมมารดาของนางถึงทำเหมือนน้ำเต็มแก้ว ไม่ฟังเหตุผลของผู้ใดเลยเช่นนี้
“เลี่ยงหลิ่ง เ้าจะไปที่ใด”ซูหนี่ว์ออกมาถาม นึกอยู่แล้วว่าเลี่ยงหลิ่งต้องออกไปห้ามมารดาแน่ คราวนี้ฮูหยินใหญ่คงสั่งลงหวายลูกสาวคนเล็กอีกแน่นอน
“ข้าจะไปอธิบายให้ท่านแม่ฟังอีกครั้ง ครั้งนี้ข้าจะพูดดี ๆ ท่านไม่ต้องห่วง”
“พี่ว่าเ้ากลับห้องไปเถิด มันไม่ใช่เื่ที่เ้าจะเข้าไปห้าม”
เลี่ยงหลิ่งถอนหายใจและหันหน้ากลับมามองผู้เป็พี่สาว จับมือที่จับแขนของตนออกเบา ๆ “ถ้าหากท่านว่าเื่นี้ไม่ใช่เื่ที่ข้าควรจะห้าม ถ้าเช่นนั้น”
“เื่ที่ข้าจะห้าม ก็ไม่ใช่เื่ของท่านเช่นกัน”
ซูหนี่ว์กลืนน้ำลายลงคอ ใจนางไม่นึกโกรธที่น้องสาวกล่าวเช่นนี้ เพราะสิ่งที่นางพูดไป มันเป็เพราะความกลัวที่เกิดขึ้นภายในจิตใจเพียงเท่านั้น
เลี่ยงหลิ่งมีความกล้ามากกว่า กล้าที่จะโดนลงโทษเพื่อแลกกับความยุติธรรมและความถูกต้อง แบบนี้ต่างหากเล่า บุรุษเ้าคนนายคนจึงจะรักอย่างใจจริง มากกว่าคนเรียบร้อย ไม่หือ ไม่อือเช่นนาง
ซูหนี่ว์ยอมถอยออกมาหนึ่งก้าว เป็การเข้าใจ ตกลงให้น้องสาวออกไป
“ขอบใจท่านที่เข้าใจข้า”
เลี่ยงหลิ่งเอ่ยบอกและรีบเดินออกไป ด้านหลังก็มีเสียงฉิงอันและบ่าวรับใช้คนอื่น ๆ ตามมาด้วย แต่ก็ไม่ลืมก้มหัวให้ซูหนี่ว์เพราะนางยืนอยู่
“ท่านแม่ อย่าลงโทษบ่าวเ้าค่ะ”ในขณะที่ฮูหยินใหญ่กำลังจะสั่งให้คนของตนลงหวายที่หลังของคนขับรถม้า ก็หันมามองผู้เดินมาใหม่แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
“ลงหวายซะ”
“ท่านแม่! ข้าบอกท่านว่าอย่าไงเ้าคะ!”
“พวกเ้าหยุด!”เลี่ยงหลิ่งรีบวิ่งเข้าไปฉวยไม้หวายจากมือบ่าวรับใช้ของ
ฮูหยินใหญ่และปาทิ้งไป
เสนาบดีกรมที่เพิ่งกลับเข้ามาก็ใที่เห็นสถานการณ์ไม่สู้ดี จึงนึกถึงคำขอของแม่ทัพใหญ่ที่เคยขอไว้ให้เป็การตอบแทน
“เกิดสิ่งใดขึ้น!”