เปิดประตู สร้างเส้นทาง เดินตามเส้นทาง แท้จริง นี่คือระดับของผู้บ่มเพาะ ภายในจักรวาลมีโลกใบหนึ่งซึ่งมีชื่อเรียกว่าโลกหวังซือ ปกครองโดยราชวงศ์หวัง และมีห้าตระกูลใหญ่ที่เป็รองเพียงราชวงศ์
ภายในโลกหวังซือ ณ ตำหนักขององค์ชาย มีชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังฝึกกระบี่ในลานด้านหน้าตำหนัก ท่วงท่ารีราการออกกระบวนท่านั้นดูงดงามอย่างยิ่ง และมีสตรีนางหนึ่งมองท่วงท่ากระบี่ของชายหนุ่มด้วยรอยยิ้ม
“หวังอีฮัง เ้าเอาแต่ฝึกกระบี่ทุกเช้าค่ำ เ้าไม่คิดที่จะชวนข้าออกไปเที่ยวเล่นด้านนอกงั้นเหรอ”หญิงสาวเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกไม่พอใจ นางทำหน้ามุ้ยแต่แลดูน่ารักอย่างยิ่ง
หวังอีฮังที่กำลังออกกระบี่ ได้หยุดฝึกกระบี่และมองไปที่หญิงสาว”ลู่เซียน เ้าเองก็ควรที่จะฝึกฝน ในตอนนี้ระดับของเ้ายังอยู่เพียงระดับเดินตามเส้นทาง เ้าคิดเหรอว่าท่านอาลู่จะให้ข้าพาเ้าออกท่องเที่ยว”หวังอีฮังกล่าว
ลู่เซียนทำได้เพียงกำหมัดแน่นและทำหน้าบูดบึ้งก่อนที่นางนั้นจะก้าวเท้าจากไป หวังอีฮังทำได้เพียงส่ายหน้าเบาๆ “หวังอีฮังเ้าช่วยมาประลองกับข้าด้วย”เสียงของชายหนุ่มดังขึ้น หวังอีฮังนั้นรู้ว่าเสียงนี้คือของใคร
“หวังเจียน เ้ายังคิดที่จะประลองกับข้าอีกงั้นเหรอ!?”หวังอีฮังกล่าวขึ้น แต่ปราณกระบี่ของเขากลับโพยพุ่งออกมา หวังเจียนยิ้ม ปราณดาบของเขาก็โพยพุ่งเช่นกัน
“เรามาตัดสินแพ้ชนะกันเถอะ”หวังเจียนคำราม ดาบตัดในมือของเขาคำรามพุ่งผ่านฉีกอากาศเป็สองส่วนเข้าใส่หวังอีฮัง หวังอีฮังที่เห็นปราณดาบของหวังเจียนเขาจึงตวัดกระบี่ต้านทานคมดาบของหวังเจียน
“ตูม!!!!”
เสียงะเิจากการประทะของทั้งสองดังก้องไปทั่วตำหนักของหวังอีฮัง”ครั้งนี้เราเสมอกัน แต่ครั้งหน้าข้าจะต้องเป็ผู้ชนะ”หวังเจียนกล่าวและเดินจากไป หวังอีฮังมองหลังหวังเจียนที่กำลังจากไป
“ปราณดาบขั้นที่สามแล้วเหรอ ข้าไม่คิดเลยว่า การที่ข้าบรรลุปราณกระบี่ขั้นสามหวังเจียนเองก็บรรลุปราณดาบขั้นสามได้เช่นกัน”หวังอีฮังสูดลมหายใจเข้าลึกๆจากนั้นเขาก็ทำการฝึกฝนกระบี่
หลังจากนั้นผ่านไปหนึ่งเดือน มีหลายเื่ที่เกิดขึ้นภายในราชวงศ์นั้นคือ ตระกูลไท่จงเริ่มที่จะกลืนกินราชวงศ์หวัง นั้นทำให้หวังอีฮังและลู่เซียนนั้นจะต้องรีบหนีไป แต่ในขณะที่หนีพ้นออกมาได้นั้น เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
จากนั้นได้มีลูกศรสีทองพุ่งโจมตีเข้ามา หวังอีฮังที่โดนศรสีทองเสียบทะลุหัวใจเขานั้นได้มองไปด้านหน้า และพบว่าคนที่ยิงนั้นคือใคร หวังอีฮังนั้นแทบไม่เชือสายตาตัวเอง
“ลูเซียนเหตุใดเ้าจึงทำกับข้าเช่นนี้…”สติของหวังอีฮังนั้นค่อยๆดับลงไป หวังอีฮังเขาไม่คิดเลยว่าคนที่เขารักจะทำเื่เช่นนี้กับเขา จากนั้นการต่อสู้ที่รุนแรงก็ได้ปะทุขึ้น
“จักรพรรดิ์หวังซือ เ้าเองปกครองโลกแห่งนี้มาเนิ่นนานแล้ว ได้เวลาที่เ้าจะต้องลงจากตำแหน่งแล้ว ส่วนบุตรของเ้านั้นไม่ต้องกังวลไป ข้าได้ส่งคนไปสังหารแล้ว”ประมุขตระกูลไท่จงกล่าวอย่างเย้ยหยัน
“ชะตาของบุตรข้าเ้ามิอาจหยั่งรู้ได้”หวังซือคำราม จากนั้นปราสาทหนึ่งก็ได้ปรากฏอยู่ในมือของหวังซือ และจากนั้นโลกหวังซือก็ได้แยกออกเป็สี่หทวีปท่ามกลางหมู่ดาว
แต่ละทวีปจะมีชื่อเรียกต่างกัน โลกระดับล่าง โลกระดับกลาง โลกระดับสูง และโลกที่ถูกทอดทิ้ง ทั้งสามทวีปนั้นยังคงไปมาหาสู่กันได้ แต่โลกที่ถูกทอดทิ้งนั้นมีทางเข้าและทางออกที่แตกต่างกัน
หลังจากหวังซือได้แยกโลกเป็สี่ส่วน เขาก็หายไปเหลือไว้เพียงปราสาท ปราสาทนั้นได้ล่วงล่นลงไปยังโลกระดับล่าง ประมุขตะกูลไท่จงยื่นมือออกไป เพื่อที่จะควบคุมสมบัติ แต่ด้วยกฎที่ต่างกันของแต่ละทวีปจึงทำให้ประมุขไท่จงที่มีระดับสูงสุดภายในโลกไปม่อาจที่จะััสมบัติได้
เวลาล่วงเลยนับพันปี ณ สถานที่แห่งหนึ่งในโลกระดับล่างที่ถูกแยกออกมา ในเมืองซูโจว มีสามตระกูลที่มีอำนาจ ตระกูลซู ตะกูลหลี่ ตระกูลหวัง และมีสามสำนักที่ทรงอำอาจปกครองอีกที
ภายในตระกูลหวัง มีชายหนุ่มผู้หนึ่งนอนอยู่ภายในห้อง และมีหญิงสาวนั่งเฝ้าดูอาการของชายหนุ่ม ร่างกายของชายหนุ่มนั้นมีรอยซ้ำเขียวจากการถูกทำร้ายมาหลายครั้ง
แววตาของหญิงสาวดูโศรกเศร้า “หวังอีฮังมารดาผิดเอง ที่ไม่อาจปกป้องเ้าได้”นางจับมือของชายหนุ่มที่ชื่อหวังอีฮังที่นอนอยู่บนเตียงและมีหยดน้ำตาไหลอาบแก้มอมชมพูของนาง
“ลู่เซียนเ้า!!?”ชายหนุ่มที่สลบพลันลืมตาจากนั้นคำรามดังขึ้น แต่เมื่อเขาพบว่าห้องที่เขาอยู่นั้นไม่คุ้นเคย และหญิงสาวตรงหน้านั้นคือใคร แต่หลังจากนั้นเหมือนกลับมีความทรงจำบางอย่างไหลเข้าสู่สมองของเขาจากนั้นหวังอีฮังก็สลบไป
เวลาล่วงเลยไปหนึ่งสัปดาห์หวังอีฮังประสานความทรงจำเสร็จสมบูรณ์ จากนั้นเขาก็เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หญิงสาวนั้นคือมารดาของเขานางนั้นมีนามว่าหวังลั่วหลานส่วนบิดานั้นเขาจำได้เพียงชื่อคือหวังซือิ
เมื่อหวังอีฮังเข้าใจสถานการณ์และเขาก็รู้ด้วยว่าตนนั้นไร้พร์ แต่หารู้ไม่คนเ่าั้กลับคิดผิด เพราะร่างนี้นั้นมีพร์มากกว่าร่างเดิมของเขา หวังอีฮังเริ่มฝึกฝนเพื่เข้าสู่ระดับแรกของการบ่มเพาะ
“วิชากายาเหล็ก และวิชากระบี่ไร้ใจ วิชาหมัดคลื่น”ในตอนนี้หวังอีฮังเลือกฝึกวิชากายาเหล็ก และหมัดคลื่นก่อน เพื่อปรับสมดุลร่างกายของเขา หวังอีฮังใช้เวลาฝึกส่วนมากอยู่หลังตำหนักของตน
และไม่ได้ออกไปพบกับคนในตระกูลเป็เวลานาน เวลาล่วงเลยไปหนึ่งเดือน ถึงแม้ร่างกายจะแข็งแกร่งขึ้นมาแต่มันต่างจากร่างของผู้บ่มเพาะอย่างมาก
อีกหนึ่งสัปดาห์ก็จะเป็วันประลองของตระกูลเพื่อคัดเลือกผู้เยาว์ไปทดสอบเข้าสำนัก ดังนั้นหวังอีฮังจึงคิดที่จะทลวงเข้าสู่ระดับเปิดประตูบานที่หนึ่งก่อนถึงการประลอง เขานั้นมั่นใจว่าตนจะถูกคัดเลือกอย่างแน่นอน
ในตอนนี้เขานั้นจะต้องเพิ่มความแข็งแกร่ง เพราะเขา้ารู้ความจริงเมื่อหนึ่งพันปีก่อน เหตุใดตระกูลไท่จงจึงสามารถจัดการราชวงศ์หวังลงได้ ก้าวแรกสู่ความจริงคือการเข้าสู่สำนัก
หวังอีฮังฝึกจนเหนื่อยและเขายังไม่อาจที่จะเปิดประตูได้ แต่เขายังไม่หมดหวัง เมื่อเขาสามารถฝึกร่างกายเข้าสู่ขอบเขตแรกของกายาเหล็กได้ หวังอีฮังก็เริ่มรู้สึกถึงแระตูบานที่หนึ่ง เขานั้นนั่งเขาชาญจากนั้นประตูสีทองก็ปรากฏขึ้นที่เบี้ยงหน้าของเขา
ประตูนั้นเปิดออกมา และพลังปราณภายในประตูก็เริ่มขัดเกลาร่างกายของเขา ทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นมาอย่างมาก “ท่านเข้าสู่ระดับเปิดประตูบานที่หนึ่งได้สำเร็จ”เสียงหนึ่งดังก้องภายในความคิดของหวังอีฮัง
“ในที่สุดข้าก็ได้ก้าวเข้าสู่ระดับแรกได้ ขั้นตอนต่อไปคือตามหาจิติญญาที่เข้ากับกลับประตูบานที่หนึ่งของข้า”หวังอีฮังตัดสินใจที่จะเดินทางไปยังูเาหินม่วง
จากนั้นหวังอีฮังก็เริ่มฝึกวิชาต่อสู้ “วิชาหมัด หมัดคลื่น” หวังอีฮังจะฝึกชกหมัดเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของวิชา ผ่านไปหนึ่งชัั่วยาม คลื่น เสียงสั่นะเืทั่วตำหนัก ตู้ม! เสียงะเิดังขึ้น
“ในที่สุดข้าก็ฝึกถึงระดับหนึ่งของวิชาหมัดคลื่น” เสียงดังเ่าั้ทำให้ผู้คนในตระกูลหวังแตกตื่น มารดาของหวังอีฮังนั้นแตกตื่นกว่าใคร “หวังอีฮังเกิดอะไรขึ้น!” เสียงของนางนั้นรู้สึกกังวลอย่างมาก นนางนั้นกลัวว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับหวังอีฮัง แต่ภาพที่นางเห็นตรงหน้าก็ทำให้นางนั้นประหลาดใจ
“ลูกสามารถเปิดประตูได้แล้วงั้นหรือ” หวังอีฮังพยักหน้าตอบ มารดาของหวังอีฮังนั้นรู้สึกมีความสุขอย่างมาก จากนั้นหวังอีฮังก็บอกให้มารดาของตนนั้นเก็บไว้เป็ความลับ เมื่อผู้คนตระกูลหวังแห่กันมาก็ไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“สงสัยข้าต้องออกไปฝึกในูเาหินม่วงเสียแล้ว” หวังอีฮังเข้าไปในูเาหินม่วง มีมอนสเตอร์เตอร์ระดับเปิดประตูอาศัยอยู่ในที่แห่งนี้ “ข้าหวังว่าข้าจะได้อะไรดีๆหลังจากสังหารพวกมัน” ลึกเข้าไปในป่า มอนสเตอร์รูปร่างเหมือนไก่กำลังจิกกินพืชชนิดหนึ่งอยู่
“นั้นมันไก่หินม่วง มันมีระดับเปิดประตูบานที่สอง” หวังอีฮังในตอนนี้เขานั้นเริ่มระวังตัวขึ้น จากนั้นเขาก็อ้อมทางเพื่อหลีกเลี่ยงไก่หินม่วง หวังอีฮังพึ่งจะเปิดประตูได้เมื่อสัปดาห์ก่อนดังนั้นเขาไม่มีความมั่นใจว่าจะสามารถจัดการกับไก่หินม่วงที่เปิดประตูบานที่สองได้หรือไม่ ดังนั้นเขาควรที่จะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับอันตราย