Lucius ภาคตระกูลซิกนัส

    บทที่ 2 ห้องหนังสือของตระกูล

    ที่ลูเซียสขอให้อัจฉริยะตัวน้อยของเขาสอนพลังจิตให้นั้นมีอยู่สองเหตุผลหลักๆ หนึ่งคือป็อปปี้เป็๲คนที่เขาไว้ใจได้และยังเป็๲คนที่สามารถผ่านระดับขั้นที่เขายังคงติดอยู่ อย่างหลังคือเขาไม่เชื่อการวินิจฉัยของแพทย์ที่บอกว่าทางเดินพลังจิตของเขามีปัญหาสักเท่าไร

    ในโลกเก่าของเขาเคยมีแพทย์ที่วินิจฉัยถึงหนุ่มน้อยคนหนึ่งซึ่งมี ‘สภาวะนมสาว’ สามารถรักษาได้โดยการผ่าตัดเท่านั้น แต่เด็กคนนั้นกลับออกกำลังกายอย่างหนัก จนสิ่งที่เรียกว่า ‘สภาวะนมสาว’ ได้พัฒนากลายเป็๞กล้ามอกที่สวยงามแทน

    เพราะฉะนั้น เขาคิดว่าพลังจิตอะไรพวกนี้ก็ต้องมีทางรักษาอื่นบ้างแหละหน่า

    เมื่อทุกคนอยู่พร้อมหน้าบนโต๊ะอาหารก็มีบรรยากาศแห่งความเป็๞ครอบครัว ทั้งสามคนต่างทานข้าวพลางพูดคุยถึงเ๹ื่๪๫สัพเพเหระในชีวิต

    ลูเซียสเหลือบมองไปยังใบหน้าของท่านพ่อ

    ท่านพ่อของเขา ‘ลูคัส ซิกนัส’ หรือก็คือลูกชายคนโตของผู้นำตระกูลซิกนัส เป็๞ผู้ที่มีระดับขั้นการฝึกพลังจิตต่ำกว่าอา1และอา2น้องชายของเขา ในตระกูลซิกนัสประกอบไปด้วยสามครอบครัวเล็กๆ ที่แก่งแย่งตำแหน่งผู้นำตระกูลรวมถึงมรดกทั้งหมด แต่ดูท่าแล้ว คงจะไปคาดหวังตำแหน่งนั่นกับท่านพ่อไม่ได้

    อาจจะเป็๲เพราะสาเหตุนี้กระมัง ท่านพ่อจึงดูเศร้าหมองตลอดเวลา ถึงจะพยายามปั้นรอยยิ้มขึ้นมากลบเกลื่อนความรู้สึกของตัวเองเท่าใด มันก็ยังถูกส่งผ่านออกมาทางสายตาอันไร้ชีวิตชีวานั่นอยู่ดี

    เมื่ออิ่มท้อง ลูเซียสกับน้องสาวก็พากันไปที่ห้องหนังสือของผู้ฝึกพลังจิตในตระกูล

    ในห้องหนังสือนี้เปิดให้ทุกคนในตระกูลเข้ามาอ่านได้อย่างเปิดกว้าง โดยมีหนังสือข้อมูลการฝึกพลังจิตต่างๆ ของหลายสำนัก บ้างก็เป็๲ที่โด่งดังในเมืองนี้ บ้างก็มาจากเมืองอื่น หรือแม้แต่หนังสือจากสำนักไร้นามก็มี

    เนื้อหาของหนังสือแทบทั้งหมดในห้องนี้จะพูดถึงแค่ระดับขั้นพลังจิตเพียง 3 ระดับและวิธีในการก้าวข้ามพลังจิตอีก 1 วิธีเท่านั้น

    เพราะหนังสือที่มีขั้นสูงกว่านี้ย่อมเป็๲ความรับของแต่ละตระกูล ไม่สามารถปล่อยให้มันรั่วไหลไปสู่บุคคลภายนอกได้

    ระดับขั้นพลังทั้งสามระดับ ได้แก่ ‘การก่อเกิดออร่าหรือออร่าขั้นต้น’ ‘การเข้าใจออร่าหรือออร่าขั้นกลาง’ และ ‘การพัฒนาออร่าบริสุทธิ์หรือออร่าขั้นสูง’

    อีกหนึ่งวิธีนั้นถูกเรียกว่า ‘การควบแน่นออร่า’ โดยกระบวนการควบแน่นออร่าจะนับเป็๲ลำดับ ‘ครึ่งก้าวพลังจิต’ ซึ่งป็อปปี้เองก็กำลังฝึกฝนในขั้นนี้

    ลูเซียสเดินไล่ไปตามชั้นหนังสือต่างๆ ก่อนจะไปหยุดที่ชั้นหนังสือออร่าขั้นกลาง

    น้องสาวตัวเล็กก็เดินตามมาพอดี

    “พี่คะ ตอนที่หนูอยู่ขั้นที่2 หนูอ่าน ‘การเรียนรู้ที่จะใช้ออร่าของอาจารย์ลี’ กับ ‘การออกหมัดออร่าของอาจารย์กัล’” เด็กสาวกระตุกชายเสื้อพี่ชายเบาๆ มือเล็กชี้ไปที่ชั้นหนังสือออร่าขั้นกลาง

    ลูเซียสมองไล่ไปตามชั้นหนังสือ แล้วหยิบ 2 เล่มนั้นออกมา

    เด็กหนุ่มถือหนังสือหนาเตอะทั้งสองเล่มไปวางที่โต๊ะตัวยาวกลางห้องหนังสือ ก่อนจะบรรจงเปิดเล่มของอาจารย์ลีออกมาอ่านทีละหน้า

    เวลาผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมง หนังสือกว่าสี่ร้อยหน้าก็ถูกเขาอ่านไปหมด ใบหน้าของลูเซียสเหยเก

    อ่านจบก็รู้สึกเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เขาเลือกที่จะหยิบเล่มที่สอง ‘การออกหมัดออร่าของอาจารย์กัล’ มาอ่านต่อ

    ตอนนี้หน้าตาของลูเซียสเหมือนกับได้กินยาขมไปยังไงยังงั้น

    หนังสือสองเล่มนี้มันอธิบายพลังจิตไปคนละทิศละทางกันเลย บ้าเอ้ยแบบนี้ก็งงตายกันพอดี

    ลูเซียสทำได้แค่หันไปยิ้มแหยให้กับน้องสาวที่กำลังอ่านนิทานภาพอยู่ข้างๆ การอ่านหนังสือสองเล่มนี้แทบไม่ทำให้เขาเข้าใจอะไรขึ้นมากเท่าไร

    “ที่จริงแล้วหนูก็ไม่ได้ฝึกหรือทำความเข้าใจกับหนังสือพวกนี้หรอกค่ะ แต่คิดตามว่าคนเขียนรู้สึกอะไรอยู่ แล้วเขาคิดอะไร ทำไมถึงเขียนมันออกมาเช่นนี้ อย่างเช่น…”

    ป็อปปี้เขยิบเข้ามาใกล้

    “ประโยคนี้ ‘พลังแข็งแกร่งอันร้อนระอุที่แผดเผาอยู่ที่มือ จะผสานเป็๞หนึ่งเดียวกันกับมือ’ คือแบบนี้ค่ะ”

    ป็อปปี้ยื่นมือออกมา ผ่านไปสักพักกลุ่มพลังงานที่ลักษณะคล้ายฝุ่นผงก็รวมตัวกันโอบล้อมมือเธอไว้ เมื่อมันรวมตัวกันมากพอจนเริ่มนิ่งแล้ว กลุ่มก้อนฝุ่นผงนั่นดูคล้ายถุงมือบางๆ ที่หุ้มมือเธออยู่

    “ลองจับดูสิคะ” เธอยื่นมือเล็กๆ ไปตรงหน้าลูเซียส

    ลูเซียสค่อยๆ ยื่นมือไปจับ ถุงมือบางๆ นั้นก็ไหลจากมือป็อปปี้มาที่มือเขา ความรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมือ แต่แค่ที่กล้ามเนื้อเท่านั้น ไม่ได้ผสานทั้งมือแบบที่หนังสือบอก มันไม่ได้รวมเส้นเอ็นและกระดูกไปด้วย

    “อ่า เขาแค่เขียนจากสิ่งที่เขารู้สึกสินะ” ลูเซียสขยับมือไปมา พลังงานที่ส่งผ่านจากป็อปปี้เมื่อกี้พลันหายไปทันทีที่เขาขยับ

    “หนูคิดว่าแบบนั้นนะ” ป็อปปี้กำมือแน่น เมื่อแบมือมาอีกครั้ง พลังงานก็หายไป

    “ที่หนูกลายเป็๞ออร่าขั้นสูงได้ เพราะหนูควบคุมพลังแบบนี้ได้ทั้งตัว แต่อย่างที่ท่านพี่เห็น กว่าหนูจะเรียกมันออกมาได้ มันช้าเกินไป”

    ลูเซียสเหมือนจะคิดอะไรออกมาได้

    …ก่อเกิดออร่า เข้าใจออร่า และ ออร่าบริสุทธิ์ งั้นเหรอ

    “ป็อปปี้ ๼ั๬๶ั๼ออร่าในอากาศให้พี่ดูหน่อย”

    “หือ?” คนตัวเล็กเอียงคอสงสัยเล็กน้อย ก่อนจะตอบรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “อือ ได้สิ”

    ป็อปปี้ค่อยๆ หลับตาลง ไม่นานก็มีกลุ่มพลังงานในอากาศวนหมุนวนอยู่รอบตัว ก่อนจะหมุนรวมเป็๲เกลียวเข้าสู่หน้าอก เข้าไปถึงหัวใจ

    นี่มันไม่เหมือนตอนที่เรารวบรวมเลย

    “พอแล้วๆ เก่งมากครับ” ลูเซียสวางมือบนหัวของป็อปปี้แล้วขยี้เบาๆ

    “ค่ะท่านพี่” รอยยิ้มกว้างเปี่ยมไปด้วยความสุขของเด็กน้อยถูกส่งกลับมา

    “ป็อปปี้เองก็ไม่รู้จะสอนอะไร แต่ป็อปปี้คิดว่าท่านพี่น่าจะต้องฝึกฝนหมัดของอาจารย์กัลให้ชำนาญก่อน ถึงจะผ่านขั้น 2 ไปได้ค่ะ” เด็กสาวแสดงอาการหวั่นใจเล็กๆ เธอกังวลว่าคำแนะนำของเธออาจช่วยไม่ได้มากนัก แต่อย่างน้อยก็พยายามสอนที่สุดแล้วนะ

    ลูเซียสยิ้มให้กับท่าทางของคนตรงหน้า เพราะการแสดงออกแบบซื่อตรงแบบนี้ทำให้เขาอดจะเอ็นดูเธอไม่ได้จริงๆ

    “คนเก่งของพี่ทำดีมากแล้วครับ วันนี้ขอบคุณมากนะ เดี๋ยวพี่ขอหาหนังสืออ่านต่อนิดหน่อย ป็อปปี้ไปพักเถอะ” เด็กหนุ่มเอื้อมมือไปขยี้ผมเธออีกรอบ

    ขยี้บ่อยขนาดนี้ ผมยุ่งหมดแล้วนะ! เด็กสาวหน้ามุ่ยได้แต่คิดในใจ แต่ก็ยอมให้ขยี้อยู่ดี

    หลังจากข้าวเย็นก็ผ่านมาหลายชั่วโมงแล้ว เวลาตอนนี้ก็น่าจะประมาน 2 ทุ่ม อ๊ะ ถึงเวลานอนของเ๽้าตัวเล็กพอดี

    ฮ้าวว

    “งืออ” ป็อปปี้เอามีขยี้ตา ปากก็หาวหวอด เด็กๆ นี่นอนเป็๲เวลากันดีจริง

    “..ง่วงจริงด้วย” ลูเซียสพึมพำเบาๆ เด็กสาวตรงหน้าเขาทำท่าสะลึมสะลือเสียจนแทบจะนอนหลับตรงนี้ให้ได้

    “งั้นฝันดีนะคะ” ป็อปปี้ชะเง้อคอไปหอมแก้มเขาเบาๆ ก่อนจะลากร่างง่วงๆ ของตัวเองเดินออกจากห้องหนังสือ

    ลูเซียสนิ่งสนิท มือยังคงจับแก้มซ้ายของตัวเอง ใบหน้าขาวซีดแดงระเรื่อขึ้นจนกลายเป็๞สีของมะเขือเทศสุก

    ไม่ชินกับการมีสาวมาหอมแก้มแบบนี้สักทีแฮะ…

    ยังไงก็ต้องสลัดความเขินนี่ออกไปก่อน ตั้งสติสิ ต้องอ่านหนังสือ ต้องอ่านหนังสือ!

    เมื่อตั้งสติได้ ลูเซียสก็มุ่งหน้าไปที่ชั้นหนังสือ ‘การก่อเกิดออร่าขั้น 1’ แล้วกวาดหนังสือมาสิบกว่าเล่มโดยไม่สนใจชื่อคนแต่งมาไว้ในอ้อมแขน

    จากนั้นก็ทำแบบเดียวกันกับหนังสือขั้น 2 ‘การเข้าใจออร่า’

    ลูเซียสแบกหนังสือกองโตกว่ายี่สิบเล่มตรงดิ่งเข้าห้องนอนของตัวเอง

    เมื่อประตูห้องนอนของลูเซียสถูกปิด เงาทะมึนรูปร่างคล้ายคนก็ค่อยๆ เดินออกมาจากมุมมืด กระดิ่งพรวนที่ข้อมือสั่นไปตามการเคลื่อนไหวของเ๯้าของ

    เขาคือลูกพี่ลูกน้องของลูเซียส… ‘อัลเฟรด’

    “นายคงจะฝึกพลังจิตมาแก้แค้นฉันสินะ ไอ้พิการเอ้ย”

           

    เพราะเสียงกุ๊งกิ๊งของกระดิ่งพรวนที่ข้อมือดังวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ห้องเขา ทำให้คนในห้องต้องแนบหูกับประตูแอบฟังว่าไอ้คนข้างนอกมันมีธุระอะไรกับเขานักหนา

    แก้แค้นเหรอ? เราไปมีความแค้นอะไรกับมันตอนไหน เพ้อเจ้อ

    แต่อัลเฟรดคิดว่าเขาจะไม่รู้ตัวเลยหรือว่าโดนสะกดรอยตามมา ทั้งเสียงกุ๊งกิ๊งของกระดิ่งพรวน ฝีมือการซ่อนตัวระดับโคตรห่วย แถมมันยังพูดกับตัวเองคนเดียวอีก

    ประสบการณ์การเป็๲มือสังหารมา 7 ปีเศษของลูเซียสแทบไม่ต้องใช้เลยด้วยซ้ำ เล่นแสดงตัวมาชัดเจนขนาดนี้ เขาได้แต่ส่ายหน้าเอือมระอากับพฤติกรรมติงต๊องของคนนอกห้อง

    ตอนแรกก็คิดว่ามาแอบเอาของลับอะไรในห้องสมุด ที่แท้ก็พยายามมา ‘ยุ่ง’ เ๹ื่๪๫ของเขานี่เอง

    แต่คนบื้อแบบเ๽้านั่นจะไปทำอะไรได้ เอาเวลาไปอ่านหนังสือกองโตที่เพิ่งขนมายังมีประโยชน์เสียกว่า

    ลูเซียสแบกหนังสือกองโตที่วางไว้ข้างๆ ประตูไปไว้บนโต๊ะ ก่อนจะพลิกอ่านทีละหน้าด้วยความมุ่งมั่น

    คืนนี้จะอ่านให้หมดเลย!