เหตุการณ์ ณ ภายในถ้ำ
“หม่อมฉันว่า คนร้ายน่าจะไปกันหมดแล้วนะเพคะ” ต่งหนิงแอบมองออกไปทางนอกถ้ำ
“เหตุการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจ พวกเราคงต้องหลบอยู่ที่นี่ไปก่อน รอจนกว่าจะมีคนมาช่วย” องค์ชายยาลูตรัส
“แล้วใครจะรู้ว่าพวกเราอยู่ที่นี่ล่ะเพคะ หรือว่าให้หม่อมฉันไปตามคนมาช่วยมั้ยเพคะ” ต่งหนิงเสนอ
“เ้าเป็ถึงบุตรสาวของท่านอำมาตย์ หากเกิดอะไรขึ้นกับเ้า ท่านอำมาตย์คงไม่ปล่อยเราแน่นอน” องค์ชายตรัส
ทั้งสองคนต่างนั่งกันคนละมุม เพราะต่งหนิงก็แอบรู้สึกระแวงองค์ชายยาลูอยู่ไม่ใช่น้อย
“เ้ากลัวเรางั้นรึ อยู่ซะห่างเชียว” องค์ชายสังเกต
“เปล่านี่เพคะ” ต่งหนิงกลัวองค์ชายจับได้เลยเปลี่ยนเื่ “หม่อมฉันพอมีอาหารติดตัวมาด้วย นี่เพคะ” ต่งหนิงเดินเข้าไปยื่นอาหารให้กับองค์ชาย
“น่าแปลกที่ผู้หญิงอย่างเ้า พกอาหารติดตัวเผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน หรือว่า เ้าเคยมีประสบการณ์คล้ายๆ แบบนี้มาก่อน” องค์ชายสงสัย
“มันเป็เื่บังเอิญเพคะ” ต่งหนิงแถ
“จริงๆ ต่อไปพวกเราก็จะถือเป็ญาติกันอยู่แล้ว เ้าก็ถือเป็พี่สาวชายาของเรา เ้าไม่เห็นจะต้องกลัวเราขนาดนั้นเลย” องค์ชายตรัส
“ก็หม่อมฉันบอกแล้วนี่เพคะ หม่อมฉันไม่ได้กลัวพระองค์” ต่งหนิงกล่าว
ทั้งสองยังคงอยู่ในถ้ำจนกระทั่งตกดึก องค์ชายจึงให้ต่งหนิงนอนก่อน โดยที่พระองค์จะคอยเฝ้าระวังภัยให้ ในตอนแรกต่งหนิงก็รู้สึกนอนไม่หลับ แต่เพราะความเพลีย ทำให้ต่งหนิงเผลอหลับไปจนกระทั่งได้ละเมอถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นอีกแล้ว
“ไม่ ไม่ ได้โปรดปล่อยข้าเถิดนะ ข้าอุตส่าห์ช่วยชีวิตท่าน อย่าทำกับข้าแบบนี้ ฮือ ฮือ” ต่งหนิงละเมอ
องค์ชายเสด็จเข้ามาฟังใกล้ๆ “เ้าเป็ผู้หญิงคนนั้นจริงๆ ด้วย ที่แท้เ้าก็ไม่เคยลืมเราเลยสินะ ต่งหนิง”
เช้าวันรุ่งขึ้น ต่งหนิงสะดุ้งตื่นสำรวจตัวเองก็ปกติไม่มีอะไรเกิดขึ้น และรีบมองไปยังองค์ชายก็เห็นพระองค์นั่งขัดสมาธิหลับตานิ่งๆ ลักษณะไม่ใช่คนหลับแต่พักสายตาเฉยๆ
“พระองค์ทรงไม่ได้นอนทั้งคืนหรือเพคะ” ต่งหนิงถาม
“ใช่ เราเฝ้าระวังภัยให้ไง” องค์ชายตรัส
“หม่อมฉันขออภัยเพคะ หม่อมฉันน่าจะตื่นเพื่อผลัดกับพระองค์โดยอยู่เฝ้าบ้าง” ต่งหนิงรู้สึกผิด
“ไม่ต้องหรอก เ้าก็เป็เพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ ถึงเ้าคอยเฝ้า ก็ป้องกันภัยไม่ได้อยู่ดี” องค์ชายตรัส
สักพักก็มีเสียงท่านอำมาตย์และทหาระโเรียกองค์ชายและต่งหนิง
“นั่นเสียงพ่อของหม่อมฉันนี่เพคะ” ต่งหนิงดีใจจึงรีบวิ่งออกไปหาพ่อ
แต่แล้วองค์ชายกลับรั้งตัวต่งหนิงเข้ามากอดไว้
“พระองค์จะทำอะไรเพคะ ปล่อยหม่อมฉันเดี๋ยวนี้นะเพคะ” ต่งหนิงใ
จนกระทั่งท่านอำมาตย์และทหารเดินเข้ามาภายในถ้ำ ในขณะที่ต่งหนิงพยายามดิ้น
“นั่น พระองค์ทรงทำอะไรลูกของกระหม่อมน่ะ พะย่ะค่ะ” ท่านอำมาตย์ใ
องค์ชายตรัสทั้งที่ยังกอดต่งหนิงไว้ “เราขอโทษ ท่านอำมาตย์ เมื่อคืนเราเผลอตัวมีอะไรกับต่งหนิงไปแล้ว แต่เพราะต่งหนิงรักน้องสาวมาก เลยจะให้เราเก็บเป็ความลับ และให้เราอภิเษกกับต่งหนานดังเดิม เราทำใจไม่ได้จริงๆ เราจำเป็ต้องรับผิดชอบต่งหนิง หรือหากท่านโกรธไม่พอใจเรา ท่านก็ฆ่าเราเถอะ”
“ไม่จริง ท่านพ่อ พระองค์ทรงโกหก” ต่งหนิงกล่าว
“เอาล่ะ ในเมื่อเื่มันก็เกิดขึ้นแล้ว ต่งหนิงคงต้องเข้าอภิเษกแทนต่งหนาน แต่ตอนนี้พระองค์ปล่อยลูกสาวของกระหม่อมเถิดพะย่ะค่ะ” ท่านอำมาตย์กล่าว
พอองค์ชายยอมปล่อย ต่งหนิงกลับตบพระพักตร์ขององค์ชายอย่างแรงแล้ววิ่งหนีไป ซึ่งเหตุการณ์ดูจะไม่ต่างกับเหตุการณ์เมื่อสองปีที่แล้วเลย
และสุดท้ายต่งหนิงก็ต้องเข้าพิธีอภิเษกกับองค์ชายยาลูแห่งชิตันโดยปริยาย เมื่อทั้งสองผ่านพิธีกราบไหว้ฟ้าดิน ดื่มเหล้ามงคล จนกระทั่งถึงคืนส่งตัวเข้าหอ ต่งหนิงนั่งรออยู่ที่เตียงด้วยความโกรธแค้น พอองค์ชายเปิดผ้าแดงขึ้น ต่งหนิงก็จะพุ่งตัวเข้าไปทำร้ายองค์ชาย ทำให้พระองค์ต้องรีบล็อคตัวและกอดต่งหนิงไว้นิ่งๆ
“ทำไมพระองค์ทรงทำอย่างนี้ล่ะเพคะ ไหนพระองค์บอกว่าชอบต่งหนานไง แล้วไปหลอกท่านพ่อว่าพวกเรามีอะไรกันแล้วได้อย่างไร” ต่งหนิงถาม
“เรารักผู้หญิงคนที่ช่วยชีวิตเราเมื่อสองปีที่แล้ว ซึ่งก็คือเ้าไง ต่งหนิง”
“พระองค์ทรงทราบได้อย่างไรเพคะ ว่าหม่อมฉันคือผู้หญิงคนนั้น หรือว่าท่านเสนาบดีบอกพระองค์” ต่งหนิงสงสัย
“เมื่อคืนเ้าก็ละเมอถึงเหตุการณ์นั้นไม่ใช่เหรอ แสดงว่าเ้าก็คิดถึงเราอยู่ไม่ใช่น้อย” องค์ชายตรัส
“พระองค์ทรงหลงตัวเอง หม่อมฉันไม่…อื้อ” ต่งหนิงกล่าวไม่จบ
องค์ชายทรงดึงตัวต่งหนิงเข้าไปจูบอย่างดูดดื่ม จนกระทั่งทั้งคู่ได้ซึ่งกันและกันโดยสมบูรณ์ รสสวาทเมื่อคืนทำให้ต่งหนิงได้ลืมเหตุการณ์ที่รู้สึกไม่ดีต่อองค์ชายยาลูไปแล้ว
ในที่สุดต่งหนานก็รอดพ้นวิกฤตไปได้ เพราะพี่สาวได้เข้าพิธีอภิเษกกับองค์ชายยาลูแทนตน ทุกคนในจวนอำมาตย์ต่างดีใจและรู้สึกซาบซึ้งใจต่งหนิงที่ยอมเสียสละแต่งงานเพื่อน้องสาว แต่มันไม่เพียงเท่านั้นนี่สิ เพราะยังมีอีกคนที่เสียสละเพื่อต่งหนานเหมือนกัน นั่นคือ ไป่หลิงก็ต้องยอมแต่งงานกับท่านเสนาบดีด้วยเช่นเดียวกัน