การเกิดใหม่อีกครั้งของนักอัญเชิญอสูร

    ตอนที่ 46 พบเจอหุบเหวปริศนา

    ณ กลางป่าแห่งหนึ่งอันเงียบสงบ
           “พี่ชาย พี่ปรากฎตัวออกมาได้ยังไง ?” หวังลู่เมิ่งได้กล่าวถามหวังเหว่ยด้วยความประหลาดใจ       “นายท่าน” อี้หลิว ดัฟฟ์ โดแวน ดาเรย์ ได้กล่าวทักทายหวังเหว่ย       หวังเหว่ยได้พยักหน้าตอบรับคำทักทายของทั้งสี่คน จากนั้นได้หันไปพินิจมองหวังลู่เมิ่งอย่างลึกซึ้งอยู่ครู่หนึ่ง       “น้องพี่ พี่จะพาเจ้าไปทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ เจ้าอยากไปหรือไม่ ?”       “อยากไปสิ! ข้าอยากไป ข้าชอบที่จะได้มีเพื่อนเยอะๆ” หวังลู่เมิ่งได้กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สดใสร่าเริง       หวังเหว่ยได้เผยรอยยิ้มอันอบอุ่นออกมา เมื่อเห็นนางแสดงท่าทีมีความสุข       “เช่นนั้นเราก็ไปกันเลย” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้นำ หวังลู่เมิ่ง อี้หลิว ดัฟฟ์ โดแวน ดาเรย์ เข้าไปภายในมิติแดนอสูรพร้อมกับตนเอง       วูบ
    มิติแดนอสูร
           “พี่ชายที่นี่คือที่ไหน !” หวังลู่เมิ่งได้กล่าวถามหวังเหว่ยด้วยความประหลาดใจอีกครั้ง       “ที่นี่คือบ้านของพี่และก็เป็นบ้านของเจ้าเช่นกัน” หวังเหว่ยได้กล่าวตอบหวังลู่เมิ่ง       “นายท่านกลับมาแล้ว” เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์มากมายภายในมิติแดนอสูรได้กล่าวออกมา เมื่อเห็นหวังเหว่ย หวังลู่เมิ่ง อี้หลิว ดัฟฟ์ โดแวน ดาเรย์ เข้ามาภายในมิติแดนอสูร       ดัฟฟ์ โดแวน ดาเรย์ ได้แยกกันไปทำหน้าที่ของตนเองในทันทีที่เข้ามาในมิติแดนอสูร       ส่วนหวังเหว่ยได้พาหวังลู่เมิ่งที่กำลังแสดงสีหน้าตื่นเต้น เดินแนะนำตัวและทักทายเหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์ภายในมิติแดนอสูร โดยมีอี้หลิวเดินตามมาด้วย       เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง หวังเหว่ยได้กล่าวออกมาว่า       “อี้หลิวเจ้าพาน้องลู่เมิ่งเดินทักทายเพื่อนใหม่ภายในมิติแดนอสูรแทนข้า ข้าจะไปทำธุระบางอย่าง”       “รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” อี้หลิวได้กล่าวตอบหวังเหว่ย       “พี่ชาย พี่จะไปไหนเหรอ ?” หวังลู่เมิ่งได้หันไปถามหวังเหว่ยด้วยน้ำเสียงหวานใส       หวังเหว่ยได้ยิ้มให้นาง “พี่มีธุระบางอย่างต้องไปทำต่อ เจ้าอยู่กับพี่อี้หลิว อย่าดื้อล่ะ เข้าใจหรือไม่”       “ข้าเข้าใจแล้วพี่ชาย หากท่านมีเวลา ท่านแวะมาเล่นกับข้าบ้างนะ” หลังจากกล่าวจบ หวังลู่เมิ่งได้จูงมือของอี้หลิวเดินทักทายเหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์ภายในมิติแดนอสูร       “เฟิงเป้า เจ้าตรวจพบอะไรบ้างหรือไม่?” หวังเหว่ยได้กล่าวถามเฟิงเป้าผ่านการสื่อสารทางจิต       “ข้ายังไม่พบเจออะไรเป็นพิเศษเลยขอรับนายท่าน” เฟิงเป้าได้กล่าวตอบหวังเหว่ยผ่านการสื่อสารทางจิต       “ตอนนี้ใกล้จะมืดค่ำแล้ว เจ้ากลับมาพักผ่อนภายในมิติแดนอสูรก่อน พรุ่งนี้พวกเราค่อยวางแผนกันอีกที”       “รับทราบขอรับนายท่าน” เฟิงเป้าได้กลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรผ่านทางโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญ       หลังจากพูดคุยกับเฟิงเป้าเสร็จเรียบร้อย หวังเหว่ยได้ออกไปหาเฟิงเค่อผ่านประตูมิติ ในมิติแดนอสูร       วูบ
    ณ กลางป่าแห่งหนึ่งอันเงียบสงบ
           “นายท่าน” เฟิงเค่อได้กล่าวทักทายหวังเหว่ย       “อีกไกลหรือไม่กว่าเราจะไปถึงเมืองแห่งนักประดิษฐ์” หวังเหว่ยได้กล่าวถามเฟิงเค่อ       “ข้าคาดว่าอีกราวหนึ่งถึงสองวัน พวกเราจะไปถึงเมืองแห่งนักประดิษฐ์ขอรับ”       “อืม เจ้าทำได้ดีมากเฟิงเค่อ วันนี้ใกล้จะมืดค่ำแล้ว เจ้ากลับไปพักภายในมิติแดนอสูรก่อน”       “รับทราบขอรับนายท่าน”       ในขณะที่หวังเหว่ยกำลังจะกลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูร เขาสัมผัสได้ถึงพลังปราณอสูรสายหนึ่งที่ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่เขาและเฟิงเค่ออยู่มากนัก       “หืม? ข้ารู้สึกคุ้นเคยกับพลังปราณอสูรสายนี้นักหรือว่า !” หวังเหว่ยได้ใช้ทักษะตรวจจับระยะไกล ออกตามหาที่มาของพลังปราณอสูรจนมาหยุดอยู่ที่หน้าหุบเหวแห่งหนึ่ง เฟิงเค่อที่เห็นหวังเหว่ยมีท่าทีแปลกๆ จึงได้เดินติดตามหวังเหว่ยอย่างเงียบๆ       “พลังปราณอสูรที่ปะทุขึ้นอยู่ภายใต้หุบเหวแห่งนี้” หวังเหว่ยได้นำแผ่นหยกบันทึกเคลื่อนย้ายหลายอันที่ได้มาจากป้อมปราการมังกรทิศตะวันตกออกมาจากแหวนมิติ       "เพื่อความปลอดภัยข้าควรจะใช้แผ่นหยกบันทึกเคลื่อนย้ายกับสถานที่แห่งนี้เอาไว้เผื่อมีอะไรเกิดขึ้นข้าจะได้กลับมาที่นี่ได้" หวังเหว่ยได้ยืนคิดในใจ จากนั้นได้ใช้แผ่นหยกบันทึกเคลื่อนย้ายหนึ่งอัน บันทึกสถานที่หน้าหุบเหวเอาไว้       “เอาล่ะ พวกเรากลับไปพักผ่อนภายในมิติแดนอสูรกันก่อน วันพรุ่งนี้พวกเราค่อยมาสำรวจที่นี่กันอีกที”       “รับทราบขอรับนายท่าน”       หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้นำเฟิงเค่อกลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรพร้อมกับตนเองในทันที       วูบ
    มิติแดนอสูร
           “นายท่าน พี่ใหญ่เฟิงเค่อ” เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์ได้ทักทายหวังเหว่ยและเฟิงเค่อ       “น้องสาวข้าอยู่ที่ไหน ?” หวังเหว่ยได้กล่าวถามเหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์       “นายหญิงน้อยกำลังพูดคุยอยู่กับแม่นางฉิงเหม่ยขอรับ” เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์ได้กล่าวตอบหวังเหว่ย       หลังจากพูดคุยกับเฟิงเค่อและเหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์เสร็จเรียบร้อย หวังเหว่ยได้ไปหาหวังลู่เมิ่งในที่พักของฉิงเหม่ย       “พี่ชายกลับมาแล้ว !” หวังลู่เมิ่งเดินเข้ามาหาหวังเหว่ยและได้จูงมือพาหวังเหว่ยไปนั่งอยู่ข้างนาง       “นายท่าน” ฉิงเหม่ย เหม่ยหลิน เหม่ยจู อี้หลิว ได้กล่าวทักทายหวังเหว่ย       “พี่ชายพวกเรากำลังพูดคุยกันถึงเรื่องการสร้างที่พักแห่งใหม่ให้กับข้า พี่ชายคิดว่าข้าควรจะสร้างที่พักของข้าตรงไหนดี ?”       “อืม... เจ้าสร้างที่พักของเจ้าใกล้กับที่พักของพี่ก็ได้ บริเวณโดยรอบที่พักของพี่ยังมีที่ว่างเหลืออีกเยอะ แต่ถ้าเจ้าอยากได้ที่พักหลายแห่ง เจ้าก็สามารถสร้างได้ พวกเรามีต้นไม้ขนาดใหญ่สำหรับใช้สร้างที่พักอยู่มากมาย !”       “พี่ชายยอดเยี่ยมที่สุด !” หลังจากกล่าวจบหวังลู่เมิ่งได้หันไปมองฉิงเหม่ย       “พี่สาวฉิงเหม่ยข้าขอกอดพี่สาวได้หรือไม่ ?”       ฉิงเหม่ยมีท่าทีแปลกใจเล็กน้อยกับคำขอของหวังลู่เมิ่ง “ได้สิ”       “ขอบคุณพี่สาว” หวังลู่เมิ่งได้ยิ้มอย่างน่ารักออกมา จากนั้นนางได้เข้าไปใกล้กับฉิงเหม่ยและได้โน้มตัวของนางเข้าไปกอดฉิงเหม่ย       “พี่สาวฉิงเหม่ยข้ารู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกเวลาได้อยู่ใกล้ชิดกับพี่สาว”        “พี่สาวเองก็มีความสุขเวลาได้อยู่ใกล้ชิดกับเจ้า” ขณะกล่าวฉิงเหม่ยได้ลูบหัวของหวังลู่เมิ่งด้วยความเอ็นดู ในขณะที่นางลูบหัวของหวังลู่เมิ่งนางได้รู้สึกถึงพลังปราณอสูรที่อ่อนโยนและบริสุทธิ์ของหวังลู่เมิ่ง นางจึงได้หันหน้าไปกล่าวถามหวังเหว่ย       “นางท่านเจ้าค่ะ ข้ารู้สึกได้ถึงพลังสายหนึ่งที่อ่อนโยนและบริสุทธิ์ จากน้องสาวของนายท่าน พลังที่อ่อนโยนเช่นนี้ข้าเคยได้รับจากนายท่านเช่นกัน สิ่งนี้คืออะไรหรือเจ้าค่ะ ?”       หวังเหว่ยได้ยิ้มให้กับฉิงเหม่ย “พลังที่อ่อนโยน ที่เจ้าสัมผัสได้ถูกเรียกว่าพลังปราณอสูรที่อ่อนโยน ซึ่งพลังปราณอสูรลักษณะนี้ มีเพียงผู้ที่มีเมตตาและความอ่อนโยนกับสัตว์อสูรอย่างแท้จริงเท่านั้นถึงจะมี น้องสาวของข้ามีพลังปราณอสูรที่อ่อนโยนและบริสุทธิ์อย่างหาได้ยากติดตัวของนางมาตั่งแต่นางเกิด”       “เป็นเช่นนี้นี่เอง” อี้หลิว ฉิงเหม่ย เหม่ยหลิน เหม่ยจู ได้กล่าวพึมพำเบาๆ เนื่องจากพวกนางเองก็สัมผัสได้ถึงพลังสายหนึ่งที่อ่อนโยนและบริสุทธิ์จากหวังลู่เมิ่งเช่นกัน       "ในอดีตชาติ นางก็มีพลังปราณอสูรที่อ่อนโยนและบริสุทธิ์แบบนี้เช่นเดียวกัน" หวังเหว่ยได้คิดในใจตนเองขณะจ้องมองหวังลู่เมิ่งด้วยสายตาที่อ่อนโยน       “น้องพี่ พี่สาวฉิงเหม่ยกำลังตั้งครรภ์อยู่ เจ้าต้องระมัดระวังเวลาเล่นกับนางด้วยนะ” หวังเหว่ยกล่าวกับหวังลู่เมิ่งด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม       “ตั้งครรภ์! ยินดีด้วยพี่สาว แบบนี้ในอนาคตข้าก็จะมีน้องชายหรือน้องสาวมาเล่นด้วยกันกับข้า !” หลังจากกล่าวจบหวังลู่เมิ่งได้ลุกขึ้นกระโดดโลดเต้นไปมาด้วยความดีใจ       ฉิงเหม่ยได้ยิ้มออกมาเมื่อได้ยินหวังลู่เมิ่งกล่าวเช่นนั้น “ใช่แล้ว ในอนาคตเจ้าจะมีน้องชายหรือน้องสาวมาเล่นเป็นเพื่อนเจ้า”       “ฮ่า ฮ่า” หวังเหว่ยได้หัวเราะออกมา เมื่อได้เห็นท่าทางที่ดูเหมือนเด็กของหวังลู่เมิ่ง       “เอาล่ะ ในตอนนี้ใกล้จะมืดค่ำแล้ว ข้าจะไปฝึกฝนทักษะอีกเล็กน้อยก่อนจะนอนพักผ่อน พวกเจ้าก็รีบพักผ่อนกันล่ะ”       หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้หันหน้าไปมองหวังลู่เมิ่ง “น้องพี่เจ้าอยากพักที่ไหน ?”       “ข้าจะไปพักอยู่กับพี่สาวอี้หลิว พี่ชายไม่ต้องเป็นห่วง”       หวังเหว่ยได้พยักหน้าตอบรับคำกล่าวของหวังลู่เมิ่ง จากนั้นได้เดินออกมาจากที่พักของฉิงเหม่ย       หวังเหว่ยได้ฝึกฝน "ทักษะเจ็ดดาบทลายมิติ" ดาบที่สามอยู่นานหลายชั่วโมง จากนั้นเขาได้นอนหลับไปด้วยความเหนื่อยล้าภายในที่พักของเขา       เมื่อเวลาเที่ยงคืนมาถึง แสงจันทร์ภายในมิติแดนอสูรได้สาดส่องมาที่ฉิงเหม่ย จากนั้นพลังปราณอสูรมากมายภายในมิติแดนอสูร ได้หลั่งไหลเข้าไปตรงบริเวณหน้าท้องของนาง และได้มีพลังปราณอสูรส่วนหนึ่งหลั่งไหลไปทั่วร่างกายของนาง ทำให้ระดับเลเวลของนางค่อยๆเพิ่มขึ้นจากระดับเลเวล20 เป็นระดับเลเวล21 ระดับเลเวล22... จนเวลาผ่านไปนานนับชั่วโมง ระดับเลเวลของฉิงเหม่ยได้เพิ่มขึ้นมาถึงระดับเลเวล25 หลังจากนั้นไม่นานพลังปราณอสูรได้หยุดหลั่งไหลเข้าไปตรงบริเวณหน้าท้องของนางและแสงจันทร์ที่สาดส่องมาที่ฉิงเหม่ยก็ได้จางหายไป       เหตุการณ์นี้ทำให้พลังปราณอสูรภายในมิติแดนอสูรลดความหนาแน่นลงไปบ้างเล็กน้อย แต่หลังจากเวลาผ่านไปไม่นาน พลังปราณอสูรภายในมิติแดนอสูรก็ได้กลับมามีความหนาแน่นเช่นเดิม

    คล้ายกับเรื่องการเกิดใหม่อีกครั้งของนักอัญเชิญอสูร ที่คุณอ่าน