..เล่ม1 ตอนที่ 5 ..ความวุ่นวายที่มาเยี่ยมเยียน..
“เห้อออ กลับมาไทยแล้วไม่คิดจะไปเยี่ยมพ่อกับแม่บ้างเลยหรือยังไงกันห๊ะ!อีกอย่างแกควรจะมาช่วยงานที่บริษัทได้แล้วเอาแต่เที่ยวเล่นอยู่ได้..” หลังจากที่หงส์พี่สาวของภูมิเข้ามาภายในห้องเธอก็เดินดูรอบๆห้องเพื่อสำรวจว่าน้องชายของเธอนั้นแอบเอาสาวมาซุกไว้ภายในห้องหรือเปล่าก่อนจะมาหยุดนั่งที่โซฟาบ่นกับภูมิหลังจากไม่พบว่ามีใครนอกเสียจากน้องสาวของเธอที่อยู่ตามลำพัง
“เออ.. คือผมคิดว่าจะไปเยี่ยมพวกท่านในวันพรุ่งนี้น่ะครับ เพิ่งจะกลับมาไทยมันก็มีอะไรหลายอย่างให้จัดการ่นี้ก็เลยยุ่งมากๆ” ภูมิกล่าวให้เหตุผลพลางพยักหน้าให้พี่สาวเชื่ออย่างเอาเป็เอาตาย
“เฮ้ออ.. แกคงคิดที่จะเที่ยวเล่นอีกล่ะสิท่า.. ไม่รู้ล่ะวันจันทร์ที่จะมาถึงนี้ แกจะต้องเข้าทำงานที่บริษัท ส่วนเื่ตำแหน่งหน้าที่พี่สาวคนนี้จะจัดการให้แกเอง.. ว่าแต่แกเองก็เล่นเกม MAGICAL FANTASY ด้วยเหรอ? ไม่เห็นจะรู้เลยนะ” หงส์กล่าวเชิงแกมบังคับกับภูมิและเธอก็ไม่สนใจความเห็นของน้องชายเธอเลยแม้แต่นิดเดียวก่อนจะพยายามเปลี่ยนเื่เป็เื่เกมเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายปฏิเสธอะไรได้อีกด้วย
“ก็เพิ่งเล่นเมื่อกี้นี้เองครับ ตอนนี้ก็ยังอยู่เกาะเริ่มต้นอยู่เลย..แต่ว่าเื่งานที่บริษัท ไม่ทำไม่ได้เหรอครับ ที่นั่นพี่ก็บริหารงานอยู่แล้วจะเอาผมเข้าไปเป็ตัวถ่วงทำไมกันล่ะจริงไหม?” ภูมิกล่าว
“หึหึ.. แกคงไม่คิดว่าจะใช้ชีวิตแบบนี้โดยที่มีเงินให้ใช้ตลอดหรอกนะฉันจะบอกอะไรให้อย่างหนึ่งตอนนี้พ่อกับแม่กลุ้มมากเื่ของแกที่ไม่ยอมเป็ผู้ใหญ่สักทีแล้วผลสรุปที่พวกท่านคิดได้ก็คือ..แกจะไม่ได้เงินจากพวกท่านแม้แต่บาทเดียวั้แ่เดือนนี้เป็ต้นไป..อีกอย่างแกเองก็จบตั้งสูง หาเงินใช้เองคงไม่ใช่เื่ยากอะไรหรอกมั้ง..” หงส์กล่าว
“โหดร้ายยยที่สุดดดด..” ภูมิกล่าวทั้งน้ำตาส่วนหงส์ก็ทำเป็ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เธอลุกขึ้นยืนก่อนจะเตรียมท่าจะเดินจากไปเห็นอย่างนี้เธอก็เป็ถึงรองประธานบริษัทในเครือั์ใหญ่อย่าง ‘เกษมกรุ๊ป’ ผู้นำทางด้านอิเล็กทรอนิกส์แห่งเอเชียไม่ว่าจะเป็โทรศัพท์ โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ เครื่องซักผ้าหรืออะไรก็ตามที่มีอิเล็กทรอนิกส์ผสมรวมอยู่ เกษมกรุ๊ปก็เป็ผลิตและส่งออกรายใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้
“..ถ้าวันจันทร์ ฉันไม่เห็นหน้าของแกที่ห้องทำงานของฉันล่ะก็.. หึหึคงไม่ต้องบอกนะว่าจะโดนอะไรบ้าง เอาล่ะ! พี่สาวคนสวยคนนี้ต้องไปก่อนแล้วอีก 15 นาทีฉันมีประชุมกับแผนกโปรดักชั่น ไปล่ะ” หงส์กล่าวพร้อมกับเร่งก้าวเท้าจากห้องไปภูมิที่เห็นอย่างนั้นก็ยกมือโบกลาพี่สาวของเขาสักเล็กน้อย และเมื่อเธอลับสายตาไปเขาก็ถึงกับต้องถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง..
“เป็ห่วงกันไม่เข้าเื่จริงๆ..อีกอย่าง..เราก็ไม่ใช่ครอบครัวแท้ๆกันสักหน่อย” ภูมิกล่าวก่อนจะส่ายศีรษะของตัวเองเล็กน้อยก่อนจะอาบน้ำ ทำธุระส่วนตัวเตรียมไปห้างสรรพสินค้าตามที่ตั้งใจเอาไว้..
ภูมิขับรถออกจากคอนโดของตัวเองด้วยความเร็วพอประมาณภายในความคิดของเขากำลังคิดถึงเื่ที่พี่สาวของเขาพูดเกี่ยวกับเื่การทำงานในบริษัทและความสัมพันธ์ครอบครัวตัวของภูมินั้นรู้ตัวเองดีว่าเขาไม่ใช่ลูกแท้ๆของคุณพ่อและคุณแม่คนปัจจุบันเขาเป็เพียงแค่เด็กกำพร้าที่มาจากบ้านสงเคราะห์เล็กๆแห่งหนึ่งในชนบทแม้ว่ามันจะเป็ความทรงจำในวัยเด็ก แต่เขาก็จำมันได้ดีกับสิ่งที่เรียกว่า ‘ความทรมาน’
มันเป็ความทรมานจากความหิวโหยในยามที่ไม่มีอะไรให้กินมันเป็ความทรมานจากอากาศที่เหน็บหนาวในยามหน้าหนาวมาเยือน แม้ว่าครอบครัวใหม่นี้จะให้อะไรกับเขาเอาไว้มากแต่เขาก็ไม่เคยหลงลืมกับต้นกำเนิดของตัวเองเขาพยายามศึกษาเล่าเรียนอย่างหนักจนจบปริญญาเอกด้วยอายุเพียงแค่ 22 ปีนี้เองและนอกจากนั้นยังทำอะไรอีกหลายอย่างที่พ่อ แม่ พี่สาวไม่เคยได้รับรู้..
“เฮ้ออ คิดมากไปตอนนี้มันก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรมันดีขึ้น.. หือออ ตำรวจ?”ภูมิถอนหายใจออกมา และพยายามจะทิ้งเื่ราวต่างๆเอาไว้เื้ัแต่แล้วเขาก็ต้องใเมื่อพบว่าตำรวจที่ตั้งด่านได้โบกเรียกรถยนต์ของเขาให้จอด..
“หรือว่าเราขับเร็วเกินกว่ากำหนด.. บ้าเอ้ย! คิดอะไรเพลินๆทีไรเผลอเหยียบเยอะไปจนได้”ภูมิกล่าวก่อนจะเปิดไฟเลี้ยว และเข้าไปจอดที่ข้างทางภูมิเลื่อนกระจกลงต่ำเพื่อที่จะพูดคุยกับเ้าหน้าที่ตำรวจ เขาไม่ได้ใอะไรมากนักด้วยนิสัยเสียเก่าๆของเขา เขาก็ได้แต่ยอมจำนนให้กับการเสียค่าปรับ
“สวัสดีครับ!.. ต้องขอโทษด้วยนะครับแต่เราได้รับรายงานจากสายข่าวว่ารถยนต์คันนี้เป็รถต้องสงสัยเกี่ยวกับคดียาเสพติด..เราขออนุญาตตรวจรถของคุณได้ไหมครับ” นายตำรวจกล่าวพร้อมกับตะเบะในท่าทำความเคารพก่อนจะเอ่ยถึงเหตุผลที่ให้ภูมินั้นจอดข้างทางอย่างนี้
“ห๊ะ! ยาเสพติด?.. เออ เข้าใจแล้วครับ เชิญ!..”ภูมิไม่มีทางเลือกอะไรมากนักเขาได้แต่ต้องยอมให้ตำรวจตรวจค้นรถตามหน้าที่ของพลเมืองที่ดีภูมิเดินลงมาจากรถไปยืนข้างฟุตบาทถนน จากนั้นตำรวจคนเดิมก็ตะเบะขอบคุณสำหรับการที่ภูมิในให้ความร่วมมือก่อนจะเริ่มค้นรถในทันที..
“ผู้กองครับ! เราพบยาเสพติดประเภท 1 ยาบ้าจำนวน 1 ห่อในรถของผู้ต้องสงสัยครับ”หลังจากค้นได้ไม่นานเสียงของจ่าตำรวจก็ร้องเตือนมาเสียงดังภูมิที่ได้ยินอย่างนั้นก็ใหรือบางทีเหตุการณ์นี้มันจะเป็เหตุการณ์ที่เรียกกันว่า ‘การยัดยา’ ก็เป็ได้ แม้มันจะเป็มุกตำรวจที่เก่าแก่ แต่มันก็ได้ผลเสมอ
“ผมคงต้องขอแจ้งจับคุณในข้อหามียาเสพติดประเภทหนึ่งไว้ในเพื่อจำหน่ายครับ.. ตอนนี้คุณถูกจับแล้วคุณมีสิทธิที่จะพูดแก้ต่างในชั้นศาลคุณมีสิทธิที่จะเรียกร้องขอทนายเพื่อความเป็ธรรมต่อตัวคุณได้หากคุณไม่มีทนายทางรัฐบาลจะจัดหาทนายให้กับคุณเอง.. จ่า! จับกุมผู้ต้องหาทันที”นายตำรวจก่อน พร้อมกับสั่งให้จ่าตำรวจใส่กุญแจมือกับภูมิแบบงงๆ
“เดี๋ยวก่อนสิครับ!.. คุณจะจับกันง่ายๆอย่างนี้เลยเหรอครับพวกคุณแน่ใจนะครับว่า้าที่จะทำอย่างนี้” ภูมิกล่าวพร้อมกับยิ้มรับบางๆเขาไม่เกรงกลัวต่อข้อหาที่ว่ามานี้เลย เพราะเขามีหลักฐานเพียงพอที่สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองได้และคนที่จะเดือดร้อนก็คงจะเป็พวกตำรวจเองที่คิดจะเล่นงานเขา
“ไม่ต้องพูดมาก!.. จ่า! นำตัวของผู้ต้องหาขึ้นรถไปที่สน.ฝากขังเอาไว้ก่อน” นายตำรวจกล่าวอย่างไม่วิตกกังวลใดๆส่วนทางด้านของภูมิก็ยอมไปกับตำรวจที่คุมตัวเขาอย่างดี ไม่ได้ขัดขืนอะไรในใจของเขาคิดถึงแนวทางได้อยู่สองกรณีกับเื่ที่เกิดขึ้นมานี้หนึ่งคือมันเกิดการยัดยาจริงๆ และผู้กองคนนี้ก็มั่นใจมากถ้ามันเป็ในกรณีแรกเขาก็มีหลักฐานกล้องที่อยู่ทั่วทุกมุมรถที่บันทึกเอาไว้ได้
แต่ถ้ามันเป็อย่างในกรณีที่สองล่ะก็ภูมิรู้ได้เพียงอย่างเดียวว่าเมื่อเจอหน้าของคนคนนั้นเขาจะสวดให้ยับๆเลยทีเดียวจากนั้นภูมิก็ถูกคุมตัวขึ้นรถตำรวจไปยังสถานีตำรวจแต่แทนที่พวกเขาจะพาภูมิไปยังสน.แถวบ้านกลับพามายังสำนักงานซะอย่างนั้นและมันก็ทำให้ภูมิค่อนข้างมั่นใจแล้วว่ามันเป็กรณีที่สองอย่างแน่นอนโดยไม่ต้องสืบสวนอะไรเพิ่มเติมภูมิถูกจัดให้นั่งรอเ้าหน้าที่ภายในห้องสอบสวนอย่างเงียบๆไม่นานนักเสียงประตูห้องก็ถูกเปิดออกมาอย่างช้าพร้อมกับนายตำรวจยศสูงแต่งองค์ทรงเครื่องครบ..
“สวัสดีคุณสตีฟ!.. ไม่ได้พบกันเสียนาน สบายดีนะครับ..ก่อนอื่นเลย ผมคงต้องกล่าวขออภัยที่กระทำเหตุเกินควรเช่นนี้แต่อย่างที่คุณรู้สถานะของคุณถือได้ว่าเป็ความลับของรัฐบาลสหรัฐการจะเชิญตัวมาในรูปแบบธรรมดาอาจจะผิดสังเกตได้..” ชายผู้มาใหม่กล่าวทักทายกับภูมิในนามของ‘สตีฟ’ซึ่งเป็ชื่อที่ภูมิในใช้สมัยอยู่ที่เมืองนอกเมืองนา
“ผู้พัน ‘เชญฐา’ ?...เป็คุณเองเหรอครับ” ภูมิกล่าวถามพร้อมกับเอียงคอสงสัย
“ใช่ครับผมเอง.. แต่ตอนนี้ผมเป็นายพลแล้วนะครับคุณสตีฟ” เชญฐากล่าวตอบพร้อมกับตบบ่าของตนเองเพื่อที่จะอวดดาวระดับนายพล..
“เออ.. ยินดีด้วยนะครับ แต่ว่าอยู่ที่ไทยโปรดเรียกว่า ‘ภูมิ’ หรือ ‘ณัฐภูมิ’ จะดีกว่านะครับ ส่วนเื่ที่จับผมมานี่ คุณจะต้องมีคำอธิบายดีๆหรือคำพูดอะไรสักอย่างให้ผมได้เข้าใจด้วยไม่อย่างนั้นก็อย่าหาว่าผมโหดร้ายกับคุณเลยนะครับ” ภูมิกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม
“โอ้คุณสตีฟ.. อ่า! ไม่สิ! คุณณัฐภูมิผมคงไม่กล้าทำอย่างนี้กับคุณหากว่ามันไม่ใช่เื่ระดับประเทศหรอกครับ..ใครจะกล้ามีปัญหากับนักธุรกิจชื่อดังอย่างคุณแถมยังมียศเป็ถึงผู้พันพิเศษจากกองกำลังสหประชาชาติอีกล่ะครับ.. ฮ่าๆ” เชญฐากล่าวพลางหัวเราะเบาๆ
“ช่างเถอะ!.. แล้วที่บอกมีเื่ระดับชาติน่ะมีเื่อะไรกันล่ะ.. ถ้ามันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับผมมากนักผมคงจะต้องขอกล่าวปฏิเสธล่ะนะ ่นี้เป็่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับผม..” ภูมิกล่าวพลางพิงหลังไปที่เก้าอี้
“แหะๆ คือว่าเื่มันเป็อย่างนี้ครับ...” เชญฐากล่าวต้นสายปลายเหตุที่เขาจะต้องลงทุนลงแรงเชิญตัวของผู้ที่เป็ดังตำนานในกองกำลังสหประชาชาติผู้ทลายแก๊งเ้าพ่อมาเฟียค้าอาวุธาด้วยกองกำลังเพียงหยิบมือเดียวนอกจากนี้ยังมีวีรกรรมอีกมากมายถึงบุกทลายผู้ก่อการร้ายระดับนานาชาติอีกหลายหนแห่งฝีมือของชายตรงหน้านี้คือของจริงแถมลูกทีมของเขาคนนี้ยังเป็ผู้เชี่ยวชาญที่หาตัวจับได้ยากในโลกแห่งนี้ด้วยความสำเร็จทั้งหมดคงหนีไม่พ้นผู้ที่ฝึกสอนอย่าง ‘สตีฟ’ หรือก็คือ ภูมิคนนี้นี่เอง
เื่ของเื่ก็คือทางรัฐบาลมีโครงการต้นแบบที่จะสร้างสุดยอดนักรบเหมือนอย่างหน่วยของภูมิที่กองกำลังสหประชาชาติซึ่งแน่นอนว่าการเชิญภูมิมาพบในครั้งนี้เป็การเชิญตัวของภูมินั้นมาฝึกสอนให้กับทหารเ่าั้แม้ว่ามันเป็โครงการที่จะทำให้ประเทศปลอดภัยจากการคุกคามได้แต่มันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับภูมิเลยสักนิดแค่ที่ผ่านมาก็เรียกได้ว่าหนักหน่วงพอสมควรแล้ว เขาเพียงแค่อยากจะพักผ่อนเท่านั้น
“ที่คุณกล่าวมา ผมก็ไม่เห็นถึงความจำเป็ที่ผมต้องทำอะไรอย่างนั้นให้กับคุณเลย..ถึงทางคุณจะเสนอสวัสดิการบ้าบออะไรนั่นให้มาเยอะก็เถอะแต่คุณคิดว่าผมยัง้ามันอยู่อีกเหรอถ้ามีปัญหาเื่อื่นๆจริงๆผมเพียงแค่โทรกริ๊งเดียวสหประชาชาติก็จัดการให้ผมแล้ว..” ภูมิกล่าวเชิงปฏิเสธ
“แหม่! อย่าพูดอย่างนั้นสิครับ..มันเป็เกียรติยศมันสูงสุดเลยนะครับที่ได้รับใช้ชาติผมไม่ได้ขอให้คุณไปรบกับพวกผู้ก่อการร้ายสักหน่อยผมเพียงแค่ขอให้คุณฝึกทหารให้พวกเขาเป็แบบหน่วยของคุณเท่านั้น..” เชญฐากล่าวโน้มน้าวภูมิอย่างเอาเป็เอาตาย
“ไม่ก็คือไม่!.. ่นี้ผมยุ่งมากท่านนายพลผมไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นแล้ว โปรดเข้าใจด้วย” ภูมิกล่าวเพราะตอนนี้เขายุ่งมากจริงๆ ไหนจะต้องไปจัดการเ้าบอสทั้งสี่ของเกาะเริ่มต้นในเกมอีกไหนจะต้องออกไปผจญภัยในดินแดนทวีปใหญ่อีก นับว่าเขาไม่ว่ามากจริงๆนั่นแหละ
“..ผมยอมยกหลานสาวให้คุณเลยเอ้า.. นี่คือสุดตัวแล้วนะครับ ได้โปรดรับหน้าที่นี้เถอะนะครับ” เชญฐากล่าวเล่นๆในเชิงประชดประชันเขาไม่มีอะไรจะเสนอให้กับชายตรงหน้าแล้ว ถ้าจะมีสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตก็คงจะเป็หลานสาวเพียงคนเดียวของเขาที่มีอายุใกล้เคียงกับชายตรงหน้า
“ท่านนายพล!.. คุณเห็นผมเป็คนยังไงกันแน่...แล้วหลานสาวของคุณสวยหรือเปล่าล่ะ ไหนเอารูปมาดูก่อนดีไหม อื้มๆ” ภูมิกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนสีหน้าของเขาจะเปลี่ยนไปภูมิเรียกเอ่ยถามหารูปถ่ายของหลานสาวของท่านนายพลทันทีเพราะถึงจะเห็นว่าเขามีอำนาจล้นฟ้าขนาดนี้ แต่เขาก็ยังโสดสนิทอยู่นะเออ
เชญฐาที่ได้ยินอย่างนั้นก็อึ้งไปเล็กน้อยก่อนที่จะจำใจหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมาเปิดเป็รูปของหลานสาวนามว่า ‘พิม’ ให้กับภูมิได้รับชม..
“หลานของผม เธอมีชื่อว่า ‘พิม’ตอนนี้เธอเป็อาจารย์ผู้ช่วยอยู่ที่มหาวิทยาลัยประจำเมืองอีกไม่นานเธอจะได้รับแต่งตั้งอย่างเป็ทางการให้เป็อาจารย์ในภาควิชาเคมีอย่างเต็มตัวแล้วครับ”เชญฐากล่าว
“หืออ สวยใช่เล่นเลยนะครับเนี่ย ชื่อพิมสินะ พิมภูมิ.. โอ้! ดูเข้ากันดีใช่ไหมล่ะครับคุณว่าที่ญาติผู้ใหญ่ฝั่งภรรยา..”ภูมิกล่าวพร้อมตาใส หลานสาวของท่านนายพลคนนี้ดูจากรูปแล้วต้องกล่าวชมเลยว่าเธอเป็ผู้หญิงที่งดงามมากคนหนึ่งเลยทีเดียวทั้งผิวพรรณ ทั้งหน้าตา ความขาว และหน้าอกหน้าใจนั้นมันตรงกับสเปคในฝันของภูมิเลยทีเดียวส่วนทางด้านของเชญฐาที่เห็นว่าภูมินั้นจ้องรูปหลานสาวตาเป็มันคิ้วของเขาก็กระตุกขึ้นหลายครั้งก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้
“ถึงคุณจะแสดงอาการอย่างนั้นออกมาก็เถอะ..แต่ถ้าเป็คุณผมก็ยินดีที่จะไฟเขียวให้นะครับคุณสตีฟ.. ผมมีเงื่อนไขอยู่ข้อหนึ่งครับถ้าคุณถูกใจหลานสาวของผมจริงๆผมจะไม่ห้าม แถมจะยังสนับสนุนอีกด้วยแต่ว่าคุณจะต้องเข้าไปจีบกับเธอเองอย่างสุภาพบุรุษ ตกลงไหมครับ?” เชญฐากล่าว
“โธ่! อะไรกัน! ไหนว่าจะยกให้ไงเล่า..ยกให้ก็ต้องแปลว่าจัดงานแต่งงาน สู่ขอเลยอะไรทำนองนั้นสิ” ภูมิกล่าวพร้อมกับทำหน้าบูดเล็กน้อยใจจริงเขาก็แค่้าล้อเล่นเท่านั้น เขาแค่พยายามจะยั่วให้อีกฝ่ายโมโห และล้มเลิกข้อตกลงนี้ไปก็เท่านั้นแต่ใครจะไปคิดกันล่ะว่าชายคนนี้จะเอาจริง และจริงจังมากขนาดนี้
“แหะๆ ต้องขออภัยด้วยนะครับคุณสตีฟ ั้แ่หลานผมเด็กๆจนโตเป็สาวอย่างนี้ผมก็ไม่เคยบังคับฝืนใจเธอเลยสักครั้งเดียวถึงเธอจะเอาแต่ใจไปบ้างเพราะขาดความอบอุ่นจากแม่ผู้ให้กำเนิดแต่ก็ได้โปรดพิจารณารับตัวเธอเอาไว้ด้วยเถอะครับ..” เชญฐากล่าว
“อะไรกัน! อย่างนี้ไม่ถือว่าเป็ข้อตกลงถ้าไม่จัดงานแต่งกันเลย ผมไม่มีทางยอมทำงานนี้แน่นอน..ถ้าอย่างนั้นก็ถอดใจเสียเถอะนะ ขอบคุณที่แนะนำให้รู้จักกับคุณพิมคนสวยนะครับ อิอิ”ภูมิที่เห็นว่าเข้าทางเงื่อนไขทุกอย่างลงตัวพอที่จะยกเลิกการพูดคุยได้แล้ว เขาก็ไม่รอช้าทำตัวเป็เด็กงอแง ก่อนจะทิ้งะเิลูกหนึ่งเอาไว้กับเชญฐาอีกด้วย..
“หยุดแค่นั้นแหละไอ้หลานตัวดี!.. ไม่คิดเลยว่าแกจะเ้าชู้ถึงขนาดนี้สงสัยคงต้องบอกเื่นี้กับหลานหงส์เสียแล้วล่ะมั้ง” จู่ๆประตูก็เปิดออกมาอีกครั้งปรากฏเป็ชายผู้คุ้นเคย ซึ่งมันทำให้ภูมิถึงกับหน้าเสียที่ได้ยินอย่างนั้น
“คุณอา ‘เกียรติศักดิ์’..อาก็มีเอี่ยวกับเื่นี้ด้วยเหรอครับเนี่ย” ชายคนนี้คือน้องชายแท้ๆของพ่อบุญธรรมของเขาเองและคุณอาคนนี้ยังทำงานที่สำนักนายกรัฐมนตรีอีกด้วยหลายครั้งเลยที่เขาจะต้องช่วยเหลืองานของคุณอาอย่างลับๆแลกกับการที่คุณอาจะต้องปกปิดความลับของเขาเอาไว้จากครอบครัว
“ก็มันเป็งานระดับชาติล่ะนะ.. อารู้นิสัยหัวรั้นของแกดี เฮ้ออ คิดถูกแล้วที่มาสรุปจะเอายังไง? จะรับงานนี้ไปทำไม ถ้าไม่อาจะได้โทรหาพี่สาวเราเดี๋ยวนี้เลยเป็ไง?”เกียรติศักดิ์กล่าวกับหลานชายตัวดีของเขาอย่างจนใจส่วนภูมิที่ได้ยินอย่างนั้นเขาก็ถึงกับหน้าบูดหน้าเบี้ยวไปเลยในทันที
“ข่มขู่กันชัดๆ.. ก็ได้! แต่ผมบอกเอาไว้ก่อนเลยนะหลังจากหกโมงเย็นเป็ต้นไป ผมจะต้องไปจัดการงานอื่นที่สำคัญมาก(เล่นเกมล่ะนะ)ดังนั้นก็หมายความว่าผมจะฝึกให้กับทหารของคุณอาได้แค่ 8 โมงเช้าจนถึง 6โมงเย็นเท่านั้น โอเค๊?..” ภูมิกล่าวตกลงอย่างไม่เต็มใจนัก
“ก็แค่นั้นแหละ โธ่! ทำเป็เื่ใหญ่ไปได้... แล้วระบบเครือข่ายของรัฐบาลเมื่อไหร่แกจะมาอัปเดตกันล่ะ เงินก็พร้อมจ่ายแล้วเนี่ย ถ่วงเวลาอยู่ได้” เกียรติศักดิ์กล่าว
“คร้าบบบ เข้าใจแล้วครับ พรุ่งนี้ผมจะเข้าไปจัดการให้ โอเค๊?” ภูมิกล่าวตอบ
“ก็ดี!.. ท่านนายพลหลังจากที่เ้าเด็กบ้านี้อัปเดตระบบของรัฐบาลเสร็จก็จัดรถมารับมันไปแนะนำตัวกับทหารของเราด้วยล่ะหน้าอย่างมันคงจะใช้เวลาไม่นานหรอกจริงไหม..” เกียรติศักดิ์กล่าวอย่างรู้ทันภูมิที่ได้ยินก็ยิ่งเบ้ปากไปอีก เขากะว่าจะนั่งแช่แอร์เย็นๆถ่วงเวลาไปสนามฝึกสักหน่อยแต่คุณอาของเขาก็ดันรู้ทันนี่สิ
“ครับท่านผู้ช่วย.. ผมจะจัดรถรับ-ส่งให้กับคุณสตีฟเองครับ” เชญฐากล่าว
“เฮ้ออ แล้วตอนนี้ผมไปได้หรือยัง.. หิวข้าวจะตายชักอยู่แล้ว ส่วนคุณ..นายพล!หวังว่าคุณจะไม่ลืมเื่ไฟเขียวที่พูดเอาไว้นะ..” ภูมิกล่าวพร้อมกับลุกขึ้นยืนและไม่ลืมที่จะแวะพูดกับท่านนายพลเื่หลานสาวของเขาอีกด้วยทางด้านของเชญฐาที่ได้ยินอย่างนั้นก็ได้แต่หัวเราะแห้งๆเมื่ออยู่ต่อหน้าของท่านผู้ช่วยสำนักนายกรัฐมนตรีอย่างนี้..
“ไอ้เด็กคนนี้จริงๆเลยเชียว..”
เกียรติศักดิ์ผู้เป็อาได้แต่ส่ายศีรษะของตนเองกับเ้าหลานชายของเขาแม้ว่าเ้าหลานบ้านี้จะเป็ผู้ที่มีอำนาจมากคนหนึ่งในโลกแห่งนี้แถมยังเป็นักธุรกิจชื่อดังที่มีทรัพย์สมบัติไม่ได้น้อยหน้าตระกูลเลยแม้แต่นิดเดียวเผลอๆอาจจะมากกว่าหลายเท่าตัวอีกด้วย แต่เ้าภูมิมันก็ไม่เคยคิดที่จะเปิดเผยเื่นี้กับครอบครัวของตนเองเลยสักครั้งเดียวถ้าไม่ติดว่าเขาเคยไปงานประชุมระดับนานาชาติของรัฐบาลล่ะก็เขาก็คงจะเป็อีกคนที่ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเ้าหลานชายคนนี้..