ตอนที่ 12 หรือเธอจะได้โชคลาภแทน
ท่าเรือเมืองชิงเถียงมีสินค้านำเข้าจากหลายเมือง ต่างแคว้นจำนวนมาก ทำให้ที่นี่มีความหลากหลายในด้านสินค้า และวัฒนธรรมด้วย เธอจัดการซื้อ ทั้งพริก และพริกไทย มะนาว มะเขือ มันฝรั่ง เครื่องเทศต่างๆ เผื่อมาทดลองทำเมนูสักอย่าง และก็พวกไม้หอม ผ้าเปอร์เซียที่สวยและให้ความอุ่นอย่างมากในปลายหน้าหนาวแบบนี้ เธอเจอตะไคร้ด้วย เ้านี่น่าจะมาจากทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้
“ข้าเอาเ้านี่ กับเ้านี่ และก็นั่นด้วย” ขณะเธอกำลังเลือกซื้อของอย่างเมามัน
“เ้ารู้จักของสิ่งนี้ด้วยหรือ” โจวหยวนถัง คุณชายใหญ่แห่งตระกูลโจวที่เมืองหลวง ในขณะนี้กำลังอยู่ใน่ทัศนสัญจร จึงมาเยือนเมืองชิงเถียงเพื่อตรวจสอบร้านค้าของครอบครัว และตั้งใจมาท่าเรือเดินดูสินค้าเพื่อมองหาสินค้าที่ไม่คุ้นเคย เผื่ออาจจะได้นำกลับไปขายที่เมืองหลวง
“ไม่ทราบเ้าค่ะ ข้าแค่เห็นว่ามันหอมดี” เธอหันไปตอบคุณชายที่ดูท่าทางร่ำรวยผู้หนึ่งอย่างสุภาพ ส่วนแท้จริงเธอจะรู้จักหรือไม่มีแค่เธอเท่านั้นที่รู้
“เรากลับกันเถอะเ้าค่ะท่านแม่” เมื่อพอทราบสถานการณ์ตลาดที่นี่พอสมควรแล้ว จึงคิดได้ว่าสมควรกลับจึงจูงซูเม่ยและชวนท่านแม่กลับ
เขาเห็นนางมาสักพักแล้วั้แ่ต่อราคากับพวกหัวทองอย่างน่าสนใจ จึงคิดจะเข้าไปสนทนาด้วย แต่สิ่งที่ได้รับคือคำปฏิเสธและไม่คิดที่จะสนทนาใดใดกับเขาต่อ เป็ไปได้ที่นางจะไม่รู้ว่าเขาคือใคร แต่จากรูปร่างหน้าตา มีข้ารับใช้ติดตาม ทั้งสวมเสื้อผ้าหรูหรา ทำให้เขาแทบจะเป็จุดศูนย์กลางความสนใจได้ไม่ยาก แต่กับแม่นางน้อยผู้นี้ กลับตอบปัดๆ แล้วรีบจากไปเหมือนไม่อยากสนทนากับเขานัก
ถังซูมี่ผู้ไม่รู้เื่ราวอันใดเลยว่าได้ดึงดูดความสนใจของชายหนุ่มร่ำรวยผู้หนึ่งมาได้โดยไม่ตั้งใจ ที่เธอรีบตอบไม่ทราบเพื่อที่จะไม่ต้องอธิบายสิ่งใด และการพูดคุยกับบุคคลต่างชนชั้นกันมากๆโดยไม่มีผลประโยชน์ที่เท่าเทียม ตัวเธอเองนั่นแหละที่จะเสียเปรียบ ดังนั้นหนีให้ไวคือทางออก
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ระหว่างทางเธอกลับมาที่เกวียนต้องผ่านโรงพนันที่ข้างท่าเรือ ขณะที่กำลังจะเดินผ่านเธอดันเห็นจ้างอ้าว[1]ผอมโทรมสองตัว ถูกล่ามไว้ในกรงข้างกำแพง
“คุณหนูสนใจหรือขอรับ” ชายผอมแห้ง ขอบตาคล้ำ แววตาหลุกหลิกผู้หนึ่งทักเธอจนใ
“หมาของท่านหรือ”
“ใช่ขอรับ หมาพวกนี้มีประโยชน์นะขอรับ ข้าเคยเห็นพวกซีจ้าง[2]เลี้ยงมันไว้เฝ้าแกะในทุ่ง” ชายคนนี้พยายามโน้มน้าวว่าหมาตัวเองเป็ของดีจากแดนลึกลับตะวันตก
“ท่านลุงจะขายเท่าไหร่” เธอเข้าประเด็นทันที
“แค่หนึ่งตำลึงเงินเท่านั้นขอรับ”
“หะ …คือที่บ้านข้าไม่มีแกะ งั้นไม่รู้จะมีไว้ทำอันใด” เธอรีบปฏิเสธทัน แล้วทำท่าเดินจากไป
“ปะ..แปดร้อยอีแปะ แปดร้อยอีแปะก็ได้” เขาพยายามต่อรอง
“ท่านลุงพวกข้าแท้จริงไม่มีมีเงินมากขนาดนั้น วันนี้ที่เห็นใส่ชุดดูดีเพราะท่านแม่ข้าเพิ่งทำชุดตัวใหม่จากผ้าที่บ้านคนรวยเขาบริจาคให้ เพราะตัวเก่าใส่จนขาดแล้ว ท่านดูหน้าข้าสิ ข้าผอมแทบจะเท่าหมาของท่านแล้วนะ ถ้าข้าซื้อมันไปจะหาข้าวที่ใดให้มันกิน” เธอร่ายยืนยาว
“งั้นหกร้อยอีแปะเถอะ ถือว่าช่วยข้า ข้ายังมีท่านแม่ที่ต้องดูแล เ้าสองตัวนี้อยู่เป็เพื่อนข้ามานาน แท้จริงมีความผูกพันอย่างมาก แต่เพราะท่านแม่ข้าล้มป่วยข้าจึงจำเป็ต้องใช้เงินจริงๆขอรับ” เขายังพูดน้ำไหลไฟดับไม่หยุด เธอน่ะไม่เชื่อสักนิด แต่ท่านแม่แลดูสงสารอย่างยิ่ง จึงสะกิดแขนเธอเบาๆ
“สองตัวสี่ร้อยอีแปะเท่านั้น ท่านขายก็ซื้อ ไม่ขายข้าจะไปแล้ว”
“ตัวเดียวไม่ไ่ด้หรือ” เขาโอดครวญ
“เนื้อหนึ่งจินราคาร้อยอีแปะ เงินสี่ร้อยอีกแปะได้เนื้อมาทำอาหารให้ข้าอิ่มทั้งหลายสัปดาห์ ท่านคิดว่าจะมีใครซื้อหมาท่านในราคานี้ได้อีกหรือ”
“ก็ได้ สี่ร้อยก็สี่ร้อย”
เธอจึงได้หมาสองตัวมาก่อนที่จะไปรับเนื้อหมูมาด้วยประการละฉะนี้
เธอคิดเื่เลี้ยงหมาไว้เฝ้าบ้านั้แ่เมื่อคืนแล้ว บ้านที่จะมีผู้ป่วยหนึ่ง สตรีหนึ่ง และเด็กสอง ทั้งที่ตั้งห่างไกลอยู่ท้ายหมู่บ้าน ข้ามแม่น้ำไปก็เป็ป่าเขาซึ่งคนในหมู่บ้านไม่กล้าเข้าไปนัก (ปกติชาวบ้านจะหาของป่าที่ป่าชั้นนอกหน้าหมู่บ้าน) หากมีเื่ไม่ดีเกิดขึ้นคงยากที่จะร้องเรียกผู้ใดได้ ตอนแรกคิดจะไปขอหมาใครสักคนในหมู่บ้านมาเลี้ยง ไม่คิดว่าจะมาเจอเ้าหมาจ้างอ้าวสองตัวนี้ได้ ที่เห็นผอมๆ แต่ก็สูงเกือบเท่าซูเม่ยวัย 5 ขวบแล้ว และนี่ก็ไม่ใช่ขนาดโตเต็มวัยของพวกมันด้วย เธอจะขุนมันให้สมบูรณ์ และให้ไล่กัดคนที่คิดจะเข้ามายุ่งย่ามกับคนและของในบ้านเธอให้หมด คิดๆแล้วว่าการที่เธอไม่ได้ของวิเศษณ์อะไรมา แต่เธอจะได้โชคลาภแทนหรือเปล่า โสมคนก็ทีหนึ่ง เ้าจ้างอ้าวสองตัวนี้ก็ไม่ธรรมดา เธอยังละเมอเพ้อลมต่อไป
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
“ท่านพ่อค่อยๆขึ้นนะเ้าคะ” หลังจากที่เธอไปรับเนื้อต่างๆมาแล้วก็ตรงมารับท่านพ่อทันที โดยมีท่านหมอฝึกหัดสองคนในโรงหมอช่วยพยุงท่านพ่อขึ้นเกวียน
“ท่านพ่อนั่งแบบนี้ไปก่อนนะเ้าคะ อาจจะเบียดๆหน่อย แต่ถึงเรือนแน่นอน” เธอบอกแบบติดตลก เพราะสภาพในเกวียนตอนนี้ยิ่งกว่าย้ายบ้าน เกวียนที่เธอเลือกเป็แบบที่มีหลังคามุงปิดทั้งคัน ไม่มีใครเห็นของภายในแน่นอน
“นี่เ้าจะย้ายเรือนรึ” ท่านพ่อถามทันทีที่ขึ้นมานั่งบนเกวียน
“ก็ย้ายเรือนจริงๆนี่เ้าคะ เพียงแค่ไม่เคยมีของพวกนี้แต่แรกจึงต้องซื้อใหม่”
“อืม” เป็ความจริงที่ต้องยอมรับว่าเขานั้นไร้ความสามารถจริงๆที่ไม่มีอะไรติดตัวให้ลูกเมียสักอย่าง
“เรามาเริ่มต้นใหม่ด้วยกันเ้าค่ะท่านพ่อ” เธอและท่านแม่ยิ้มให้กำลังใจท่านพ่อเมื่อเห็นท่านดูจะคิดมากอีกแล้ว
“เริ่มใหม่ เรือนใหม่ ดีที่สุดเ้าค่ะ” เ้าหนูอายุน้อยที่สุดในเกวียนพูดอย่างร่าเริง
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เกวียนวัวเล่มนี้กำลังจะไปสู่บ้านอันแสนสุขของเธอ
[1]จ้างอ้าว สุนัขพันธุ์ ทิเบตัน มาสทิฟฟ์ (Tibetan mastiffs) เป็สุนัขที่มีความเก่าแก่มาก มีต้นกำเนิดในทิเบต ประเทศจีน เรียกว่า จ้างอ้าว และยังมีความเชื่อด้วยว่า เป็สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ชาวบ้านเอาไว้ใช้เฝ้าฝูงแกะ ฝูงจามรีบนูเา เป็สุนัขพันธุ์ใหญ่ที่สุด ดุ และแข็งแกร่งที่สุดในโลก (https://www.dogilike.com/content/tip/1604/, 2555)
[2]ซีจ้าง คือ ทิเบต ภาษาจีนเรียก 西藏 Xī zàng ซีจ้าง 西 ซี..หมายถึงตะวันตก 藏 จ้าง..หมายถึงมหาสมบัติ รวมความแล้วหมายถึงดินแดนมหาสมบัติทางภาคตะวันตก