ตอนที่ 2 สมัยมัธยม
ย้อนกลับไปใน่มัธยมปลาย...
เด็กหนุ่มใบหน้าหวานที่ชื่อว่า 'ทนนท์' ย้ายเข้าโรงเรียนมาใหม่เมื่อตอนมอห้าแถมยังมาอยู่ในห้องเด็กแสบอีกด้วย ซึ่งก็คือมอห้าทับหนึ่งนั่นเองถึงจะขึ้นชื่อว่าเป็ห้องของเด็กเรียนเเต่วีรกรรมเเต่ล่ะอย่างมีแต่แสบๆ ทั้งนั้น เข้าห้องปกครองกันเป็ว่าเล่น เเละตัวเเสบที่สุดของห้องคงจะเป็ใครไปไม่ได้นอกเสียจากสองสาวเพื่อนซี้เมริณกับใบเตยที่เปรียบเสมือนหัวโจกของห้องเลยก็ว่าได้
"เตย เด็กใหม่ที่เข้ามาอ่ะเรามารับน้องกันหน่อยดีกว่า" เมริณกระซิบบอกกับเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ด้านข้างพลางเหลือบมองร่างสูงที่นั่งอยู่หน้าห้องไปด้วย
"อีกแล้วหรอยัยเม ไม่เอาด้วยเเล้ว ครั้งก่อนฉันโดนเเม่ด่าหูชาไปหลายวันเลยเเถมยังโดนหักค่าขนมอีก" ใบเตยกระซิบตอบเมริณพร้อมกับส่ายหัวให้กับยัยเพื่อนตัวแสบ
"อ๋อ..ฉันรู้เเล้ว เเกเห็นว่ามันหล่อใช่ไหมเลยไม่กล้าเเตะต้องอะไร" เมริณหันมองหน้านี้เพื่อนอย่างรู้ทัน
"ไม่ใช่สักหน่อย แกไม่เห็นหรอว่าท่าทางของเขาดูเรียบร้อยจะตายไป ต่างกับแกลิบลับเลย" ใบเตยรีบปฏิเสธพลางหันมองยัยเพื่อนตัวแสบกับเด็กใหม่สลับไปมา
"ขี้เก๊กล่ะสิไม่ว่า เชิดใส่ฉันตลอดเลยรู้สึกหมั่นไส้ยังไงก็ไม่รู้ไม่ถูกชะตาเอาซะเลย" เมริณกอดอกเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหันไปเบ้ปากใส่แผ่นหลังกว้างของทนนท์
"แกจะหาเื่คนอื่นไปทั่วเลยหรือไงคราวนี้ฉันจะไม่ยอมตามใจเเกอีกแล้ว เเม่เเกฝากให้ฉันดูเเลเเกอยู่นะขืนฉันร่วมมือด้วยได้โดนหนักเเน่"
"เข้าใจแล้วไม่เเกล้งก็ไม่เเกล้ง เดี๋ยวเลิกเรียนแล้วแกกลับก่อนเลยก็ได้นะฉันจะไปยืมหนังสือที่ห้องสมุดก่อน" เมริณพยักหน้าเข้าใจและล้มเลิกความคิดที่จะแกล้งทนนท์ออกไปจากหัวจนหมด ถึงยังไงเขาก็ไม่ได้มาแกล้งอะไรเธอ จะให้เธอไปแกล้งเขาก่อนก็ดูจะใจร้ายเกินไปแล้ว
เมริณสะบัดหัวไล่ความคิดไร้สาระออกไปก่อนจะหันกลับมาจดจ่อกับกระดานตรงหน้าอีกครั้ง ( (โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งแอบลอบมองมาที่เธอ) )
"ถ้างั้นวันจันทร์เจอกันนะเม" เมื่อเสียงกริ่งหมดเวลาดังขึ้นใบเตยก็รีบเก็บของใส่กระเป๋าตัวเองอย่างรวดเร็วก่อนจะหันมาตบบ่าเพื่อนเเล้วเดินออกไป ส่วนเมริณก็ได้แต่มองตามหลังเพื่อนสนิทไปด้วยความใ เสียงกริ่งยังดังไม่ทันจบเลยด้วยซ้ำแต่เพื่อนของเธอเดินออกไปนู่นแล้ว
ณ ห้องสมุดโรงเรียน เวลา 16:30 น.
เมริณกำลังง่วนกับการค้นหาหนังสือที่อยู่บนชั้น ดวงตากลมสะดุดเข้ากับหนังสือเล่มหนาที่อยู่ชั้นบนสุดเข้าพอดี นั่นเป็หนังสือที่เธอกำลังตามหาอยู่ ไม่รอช้ามือเล็กรีบเอื้อมออกไปหยิบหนังสือที่วางอยู่ชั้นบนสุดทันที
"ทำไมมันสูงขนาดนี้นะแล้วบรรไดมันหายไปไหนอีก" เมริณบ่นออกมาโดยที่ปลายเท้าก็เขย่งจนสุดพยามที่จะเอื้อมให้ถึงหนังสือเล่มนั้น สุดท้ายความพยายามของเธอก็สำเร็จหนังสือเล่มหนาได้มาอยู่ในมือของเมริณเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
เเต่เื่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น...เมื่อหนังสือชั้นบนสุดก็ยกแผงเทลงมาตกใส่หัวของเมริณเข้าอย่างจัง
"โอ๊ย! ไอ้หนังสือบ้านี่" เมริณก่นด่ากองหนังสือตรงหน้าเบาๆ ก่อนที่จะก้มลงไปเก็บหนังสือพวกนั้นขึ้นมาจัดใส่ชั้นเหมือนเดิมอย่างช่วยไม่ได้
"หึ!" ทนนท์ที่เดินผ่านเข้ามาเห็นฉากนั้นเข้าพอดีก็หลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะเดินผ่านหน้าเมริณไป
"เมื่อกี้หัวเราะฉันหรอ ฉันได้ยินนะ" เมริณตวัดสายตาหันไปหาร่างสูงที่กำลังจะเดินผ่านหน้าเธอไป เท้าของทนนท์หยุดชะงักก่อนจะค่อยๆ หันกลับมามองเมริณอีกครั้ง
"เปล่านี่" ทนนท์ตอบเมริณด้วยสีหน้านิ่งเรียบพร้อมกับยักไหล่เบาๆ ท่าทางของคนตรงหน้าทำให้เมริณหัวเสียยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
"เหอะ!" เธอรู้สึกโมโหแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่กระฟัดกระเฟียดหัวเสียอยู่คนเดียว
ทนนท์ไม่ได้สนใจเมริณอีกเขาเดินผ่านเธอไปโดยที่ไม่ได้หยุดช่วยเก็บกองหนังสือพวกนั้นแต่อย่างใด
"ไอ้คนไร้น้ำใจ!" เสียงที่ดังไล่หลังมาทำให้ทนนท์ยิ้มออกมาเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้หันกลับไปช่วยอยู่ดี
เมริณหันกลับไปเก็บหนังสือเข้าชั้นจนเสร็จเรียบร้อย เธอเหลือบมองนาฬิกาที่ข้อมือเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ายังไม่เย็นมากจึงเดินไปนั่งยังมุมประจำที่เธอมักใช้เป็ที่อ่านหนังสือ
มือบางกางหนังสือเล่มหนาที่เธอเพิ่งหยิบมาเมื่อกี้ขึ้นมาอ่าน อ่านไปได้สักพักดวงตากลมโตก็หรี่ลงพร้อมที่จะหลับเต็มที แต่แล้วก็มีบางอย่างล่วงลงมาเบื้องหน้าของเธอ
"กรี๊ดด!" เมริณกรีดร้องออกมาอย่างใ ก่อนที่จะมีมือของใครคนนึงเอื้อมมาปิดปากเธอเอาไว้
"หยุดกรี๊ดได้แล้ว ผมเอง" คนที่เข้ามาปิดปากเธอไว้คือทนนท์นั่นเอง เมริณรีบสะบัดมือที่ปิดปากเธอไว้ออกไปทันทีก่อนจะหันซ้ายมองขวาเพื่อหันไปขอโทษคนอื่นๆ แต่ที่นี่ไม่มีใครอยู่เลยนอกจากพวกเธอสองคน
"มีอะไร" เมริณหันกลับมาถามทนนท์อย่างหัวเสีย อยู่ๆ เขาก็เข้ามาโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียงจนเธอใเผลอกรี๊ดออกมาเสียงดังลั่น โชคดีที่ไม่มีใครอยู่ไม่อย่างนั้นเธอได้อับอายไปมากกว่านี้แน่
"หน้าผากเธอเืออกผมเลยไปขออุปกรณ์ทำแผลที่ห้องพยาบาลมาให้" ทนนท์ชี้ไปยังกล่องปฐมพยาบาลที่ยืมมา
"เืหรอ..จริงด้วย" มือบางจับไปที่หน้าผากของตัวเองเบาๆ ััเปียกชื้นที่ปลายนิ้วทำให้เมริณต้องเบ้หน้าออกมา
"ขอบคุณนายมาก" เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ายังคงยืนนิ่งอยู่กับที่เธอจึงเอ่ยขอบคุณออกไป แต่ทนนท์ก็ยังคงไม่ไปไหน
"นายไม่กลับบ้านหรอ"
"ผมรอเอาอุปกรณ์ทำแผลไปคืนห้องพยาบาล"
"เดี๋ยวฉันไปคืนเองก็ได้" แค่เขาเอาอุปกรณ์ทำแผลมาให้เธอก็รู้สึกขอบคุณมากพอแล้ว
ดูๆ ไปเขาก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เธอคิดสักหน่อยบางทีเธอคงอคติมากเกินไป เมริณคิดพร้อมกับจ้องหน้าทนนท์อย่างลืมตัว
"รีบทำแผลเถอะ" ทนนท์พยักพเยิดไปทางอุปกรณ์ทำแผลพวกนั้น ส่วนเมริณก็ไม่ได้พูดอะไรต่อเธอหยิบอุปกรณทำแผลขึ้นมาทำแผลที่หน้าผากทันที
มือข้างหนึ่งของเมริณถือกระจกเพื่อส่องดูาแของตัวเองส่วนมืออีกข้างก็คอยหยิบยาขึ้นมาใส่แผลไปด้วย ไม่นานแผลที่หน้าผากก็เกือบเสร็จเรียบร้อยเหลือแค่ปิดพลาสเตอร์เท่านั้น แต่เธอเหลือมือเพียงข้างเดียวซึ่งไม่ค่อยถนัดเอาเสียเลย
"ฉันทำไม่ถนัดนายช่วย..." เมริณหันไปขอความช่วยเหลือจากทนนท์ที่ยืนนิ่งมาสักพักนึงแล้วแต่ไม่ทันที่เธอจะพูดจบคนตรงหน้าก็ดึงกระจกจากมือเธอออกมาถือไว้เสียก่อน
"เดี๋ยวผมถือกระจกให้"
"นี่นายกลัวเืหรอ ดูท่าทางแปลกๆ" สายตาของเขาไม่แม้แต่จะหันมองเืที่หน้าผากของเธอเลยแม้แต่น้อยเอาแต่เหลือบมองไปทางอื่นอยู่ตลอดเวลา
"เปล่า" ทนนท์ปฏิเสธเสียงแข็ง แต่นั่นทำให้ดูมีพิรุธมากกว่าเดิมเสียอีก
"กลัวสินะ"
"ก็บอกว่าไม่ได้กลัวไง"
"อ๋อ..." เมริณลากเสียงยาวเพื่อ้าจะกวนประสาทเขา แต่ทนนท์ไม่ได้สนใจทำเพียงยืนถือกระจกให้เธออยู่เงียบๆ
"เสร็จแล้ว ขอบใจนายมากนะ ไม่น่าเชื่อว่านายจะมีน้ำใจเหมือนกัน" เมื่อทำแผลเสร็จแล้วเมริณก็รีบหันมาขอบคุณทนนท์ทันที
"ถือว่านั่นคือคำชมก็แล้วกัน ถ้างั้นผมขอตัวกลับก่อน" ทนนท์เอ่ยบอกกับเมริณพร้อมกับเก็บของของตัวเองขึ้นมาเเละกำลังจะเดินออกไป
"นายอ่านหนังสือทำขนมด้วยหรอ" สายตาของเมริณเหลือบไปเห็นหนังสือที่อยู่ในมือของเขาเข้าพอดีจึงเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
"อืม..ผมชอบทำขนมน่ะ" แววตาของทนนท์เปล่งประกายยามที่พูดถึงขนมจนเมริณอดยิ้มตามออกมาไม่ได้
"งั้นหรอ"
"ถ้างั้นฉันกลับก่อนก็แล้วกัน ขอบใจนายมาก" เมริณส่งกล่องยาคืนให้กับทนนท์ก่อนที่จะหันไปคว้ากระเป๋าของตนเองขึ้นมาพร้อมกับเดินออกไป
ฟึ่บ!
ในจังหวะที่เมริณกำลังจะเดินผ่านหน้าของทนนท์ออกไปเท้าของเธอก็ดันไปเหยียบเข้ากับกระดาษที่ตกอยู่บนพื้นเข้าเสียก่อนความลื่นของพื้นบวกกับกระดาษทำให้เธอเกือบจะหงายหลังล้มลงไป
"ระวัง!" แขนข้างหนึ่งของทนนท์เอื้อมออกมาโอบรอบเอวของเมริณเอาไว้ได้ทัน
"ขะ..ขอบคุณ" เมื่อตั้งสติได้เมริณก็รีบกล่าวขอบคุณคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ใบหน้าของเธอซับสีเืขึ้นมาแทบจะทันที ถึงแม้เมริณจะมีนิสัยห้าวเหมือนผู้ชายแต่เธอก็ไม่เคยใกล้ชิดกับผู้ชายมากขนาดนี้มาก่อนเลย
"..."
"..."
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบก่อนที่ทนนท์จะเป็ฝ่ายเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง...
"ไม่ต้องหน้าแดงผมไม่ได้ชอบผู้หญิง"
"คะ..คิดว่าฉันชอบนายหรือไง ถอยไปเลย!" ใบหน้าของเมริณแดงกร่ำยิ่งกว่าเก่าเสียอีกแต่คราวนี้ไม่ใช่เพราะความเขินอายแต่เป็เพราะความอับอายต่างหาก
อุตส่าห์จะญาติดีกับหมอนั่นแล้วแท้ๆ แต่ดูคำพูดคำจาแต่ละอย่างของหมอนั่นสิ อย่านึกว่าจะญาติดีด้วยเลย!..เมริณคิดอย่างหัวเสีย
^____________________^
สนุกไม่สนุกยังไงฝากติชมกันด้วยนะคะ
ขอคนละเม้นเพิ่มกำลังใจให้ตะวันรัตน์นักเขียนมือใหม่ด้วยน้าาาาา