บรรยากาศตอนกินอาหารเย็นวันนี้มีอะไรบางอย่างผิดปกติ ลู่เจี้ยนมองดูบุตรชายคนโตที่กำลังกินอาหารไม่พูดไม่จา ทำหน้าบึ้งตึงตลอดเวลาก็สงสัย ในขณะที่ลูกชายคนที่ 2 กลับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ใบหน้าที่ดูก่อนโยนอยู่แล้วกลับดูมีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าเดิม
ลู่ชิงชิงส่งยิ้มแห้ง ให้กับบิดานางรู้สาเหตุว่าทำไมพี่ใหญ่ถึงทำท่าแบบนั้น ตัวนางเองก็พยายามง้อเขาแล้ว แต่เขากลับไม่ยอมพูดคุยอะไรกับนางเลย จนอ่อนใจไปหมดแล้ว ในอดีตพี่ชายใหญ่ไม่เคยแสดงท่าทีน้อยอกน้อยใจกับนางเลยสักครั้ง อาจจะเป็เพราะแต่ก่อนนางสนิทสนมและเชื่อฟังพี่ชายใหญ่มากกว่าใครทั้งหมดในบ้าน แต่ตอนนี้นางกลับทำตัวสนิทสนมกับพี่ชายรองมากกว่าเขา มันก็เลยทำให้เขารู้สึกน้อยใจแบบนี้กระมัง
"พี่ใหญ่ข้าขอโทษ ข้าไม่รู้ว่าวันนี้พี่ใหญ่จะกลับมา ก็เลยไม่ได้ทำขนมเผื่อพี่ใหญ่ เอาไว้พรุ่งนี้ ข้าสัญญาว่า ข้าจะทำขนมของโปรดของพี่ใหญ่แน่นอนเ้าค่ะ อย่าโกรธข้าเลยนะเ้าคะ"
ถึงแม้ว่าจะน้อยใจนางมากแค่ไหน พอเห็นสายตาวิบวับที่มองมาที่เขา ก็อดไม่ได้ที่จะใจอ่อน ทุกครั้งที่จ้องตาน้องสาวคนนี้ มันทำให้เขายอมให้ทุกอย่างที่มีกับนาง เขาพ่ายแพ้ดวงตากลมโตของนางั้แ่เด็กแล้ว ดวงตาของนางงามเหมือนกับดวงดาวที่อยู่บนท้องฟ้า เป็ประกายระยิบระยับเวลาที่มองมา คนที่เห็นก็พากันชื่นชมนางั้แ่เด็กๆแล้วบิดาถึงได้ตั้งชื่อนางว่า ลู่ชิงชิง ชื่อนี้มันเหมาะกับนางมากจริงๆ
"พี่หายโกรธแล้วก็ได้ พรุ่งนี้ชิงเอ๋อร์ต้องทำขนมให้พี่มากกว่าที่ทำให้เ้ารองนะ ไม่อย่างนั้นพี่ไม่ยอมจริงๆด้วย"
โป๊ก!
"เรียกร้องเอานั่นเอานี่เ้าโตแล้วยังทำตัวเป็เด็กๆอีก แล้วอย่างนี้ใครที่ไหนจะเชื่อถือเ้า"
'เพ้ย มันน่าโมโหนะอยู่มาจนป่านนี้นางยังไม่เคยทำขนมให้เขากินแม้แต่ชิ้นเดียว เ้าเด็กพวกนี้กลับมาให้นางทำนู่นทำนี่ให้กินมันใช้ได้ที่ไหนแทนที่จะให้พ่อกลับให้พี่เสียนี่มันน่าน้อยใจนัก'
ลู่เจี้ยนทนไม่ไหวเมื่อได้ยินเื่ราวคร่าวๆว่าพอจะเดาได้ว่าลูกชายคนโตไม่พอใจเื่อะไรเมื่อรู้สาเหตุก็ทนไม่ไหวจึงทุบแรงๆไปทีนึง จะได้เลิกงอแงสักที
"ข้าไม่ได้ทำแบบนี้ให้คนอื่นเห็นสักหน่อยมีแต่คนกันเองทั้งนั้นใยต้องอายใคร"ลู่เหวินซานเถียงบิดา พร้อมกับลูบหัวตัวเองปอยๆ หัวเขาโนเลย ไม่เห็นต้องทำร้ายกันขนาดนั้นเลย บิดาช่างใจร้ายจริงๆชอบลงไม้ลงมือกับเขาอยู่เรื่อย
"กินข้าวกันเถอะเ้าค่ะ นี่เ้าค่ะของโปรดพี่ใหญ่ อ่ะ ส่วนจานนี้ของโปรดท่านพ่อ แล้วก็นี่ของโปรดพี่รอง เสียดายที่น้องเล็กต้องไปเรียนนะเ้าคะไม่อย่างนั้น เราคงได้นั่งกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันแล้ว"
ลู่ชิงชิงพยายามหาเื่พูดคุยเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศที่ตึงเครียดให้กลับมาดีมาขึ้นกว่าเดิม
"เออจริงสิ พี่ว่าจะถามเ้าพี่ก็ลืมไปเลย ทำไมเ้าถึงเปลี่ยนใจมากินข้าวรวมกับพวกเราล่ะ หลายปีแล้ว ที่เ้าไม่ยอมมากินข้าวร่วมกับพวกเราแล้วทำไมเ้าถึงได้เปลี่ยนใจล่ะ"
ลู่เหวินซานเป็คนตรงไปตรงมาคิดอะไรก็พูดออกมาเลย เคยปากถามในสิ่งที่ทุกคนสงสัยแต่ไม่กล้าถามนางออกมาเพราะไม่อยากให้นางรู้สึกไม่ดี
ลู่ชิงชิงก็ถึงกับชะงักเมื่อได้ยินคำถามของพี่ชายคนโตนางวางตะเกียบเอาไว้แล้วเงยหน้ามาสบตาของทุกคน นางไม่รู้จะพูดหรืออธิบายกับทุกคนให้เข้าใจอย่างไรถึงสาเหตุที่นางเปลี่ยนไปแบบนี้ ทุกคนต่างพากันเงียบเพราะในใจก็สงสัยเหมือนกันกับลู่เหวินซาน
"ข้ารู้สึกผิดเ้าค่ะ ที่ทำตัวไม่ดีกับทุกคน แต่ก่อนข้าคิดฝันทะเยอทะยานเกินตัว ฝันว่าตัวเองสามารถโดดเด่นให้คนสนใจข้าได้ ข้าคิดว่าหากมีใครสนใจข้า ชื่นชมข้า ไม่มองค่ะว่าข้าเป็เพียงลูกสาวชาวบ้านธรรมดาก็คงจะดี ตอนนั้นข้าคิดว่าทั้งๆที่ข้าเพียบพร้อมมากขนาดนี้ดีกว่าคนอื่นมาก ข้าอยากเป็คุณหนูที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวงเพราะคิดว่าตัวเองมีดีกว่าคนอื่นตั้งมากมาย ที่ผ่านมาข้าดูถูกคนอื่นทุกคน ข้าช่างหลงตัวเองมากใช่ไหมเ้าคะ"
นางพยายามเก็บซ่อนความรู้สึกที่เ็ปเอาไว้ เมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา มุมปากยกขึ้นเพราะสมเพชตัวเองที่ไม่รู้จักเจียมตัวจนทำให้ครอบครัวต้องเดือดร้อน
"ที่ข้าทำแบบนั้นทั้งหมด ก็เพื่อที่จะให้บางคนได้เห็นตัวตนของข้าบ้าง แต่ตอนนี้ข้าตื่นแล้วเ้าค่ะ ข้ามีสติพอที่จะรู้ว่าสิ่งที่ข้า้ามันไม่มีอยู่จริง มันก็แค่ความฝันทั้งหมด แต่พวกท่านต่างหากที่เป็คนสำคัญและเป็ครอบครัวของข้า หากเกิดอะไรขึ้นกับข้า พวกท่านก็คือคนที่จะอยู่เคียงข้างข้าไม่ใช่คนอื่น แล้วทำไมข้าถึงทำตัวไม่เห็นคุณค่ากับสิ่งที่มีในตอนนี้ ข้าอยากปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเดิม ข้าจะไม่สนใจชื่อเสียงจอมปลอมแบบนั้นและข้าจะไม่ทำตัวเหลวไหลแบบนั้นอีก ข้าขอบคุณทุกคนมากนะเ้าคะที่ยอมให้อภัยและให้โอกาสข้าได้เปลี่ยนแปลงตัวเอง ขอบคุณจริงๆเ้าค่ะ"
ทุกคนเมื่อได้ยินความในใจของนางก็พากันน้ำตาคลอ มารดาของนางและแม่รองยกมือขึ้นใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำตาตัวเอง ลู่เหวินหลางรู้สึกถึงความเ็ปของนางแต่เขาก็ไม่รู้ว่าสาเหตุมันเกิดจากอะไร ลู่เหวินซานกำลังอึ้ง เขาคิดว่าน้องสาวกำลังปิดบังอะไรบางอย่างกับเขาอยู่ก็เป็ได้อยู่ที่ผ่านมาเขาใส่ใจนางน้อยเกินไป
"ชิงเอ๋อร์ของพี่เติบโตแล้วสินะ"ลู่เจี้ยนพยักหน้าน้ำตาคลอจับมือหลิวซื่อแน่น เมื่อบุตรสาวคิดได้แบบนี้ เขาก็สบายใจขึ้น หลายปีที่ผ่านมาเขากังวลเกี่ยวกับนางมาตลอด ยิ่งนางโตมากเท่าไหร่ นางยิ่งอารมณ์ร้ายมากขึ้นจนน่าเป็ห่วง เมื่อเห็นนางสำนึกได้คนที่เป็บิดามารดาอย่างพวกเขาก็ต้องมีความสุขมากกว่าเดิมอยู่แล้ว
ลู่เหวินซานลุกขึ้นจากที่นั่งมาโอบไหล่น้องสาวพร้อมทั้งลูบหัวของนางเบาๆเพื่อปลอบโยน เขาดีใจที่น้องสาวคิดได้ นางเป็คนหน้าตางดงามแต่เพราะความเอาแต่ใจของนางที่ผ่านมา มันทำให้ความงดงามของนางมันหายไป บดบังใบหน้าที่งดงามของนางจนหลายคนต่างพากันเอือมระอา
มีเพียงเขาที่ยอมนางเพราะไม่อยากให้นางรู้สึกว่านางไม่เหลือใครจึงได้แต่มองข้ามแล้วพยายามเอาใจ และหาสิ่งของทุกอย่างที่นาง้า โดยหวังว่านางจะทำตัวดีๆเมื่อได้ของที่นาง้าแล้ว เขารู้ว่าสิ่งที่เขาทำมันผิด ที่ไม่ได้สั่งสอนให้นางทำตัวให้ดี แถมบางครั้งยังสนับสนุนให้นางกลายเป็คนเอาแต่ใจด้วยซ้ำไป เมื่อนางคิดได้แล้วเขาก็ดีใจที่สุดยิ่งกว่าอะไรเลยด้วยซ้ำ
"เอาเถอะเื่มันผ่านไปแล้วอย่าเก็บมาคิดมากอีกเลย ตอนนี้เราได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันไม่ควรที่จะเศร้าหมอง มาเถอะ มากินข้าวกันต่อ แม่ได้ยินว่าพรุ่งนี้เ้าจะไปที่ร้านลู่หลินแต่เช้าไม่ใช่หรือ"หลิวซื่อเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าแล้วทำทีเปลี่ยนเื่คุยเพราะไม่อยากให้ทุกคนโศกเศร้าเกินไป
"หืม ใครจะไปที่ไหนนะ ชิงเอ๋อร์ จะไปซื้ออะไร"
"ข้าไม่ได้ไปซื้ออะไรเ้าค่ะพี่ใหญ่ ข้าจะไปเรียนรู้งานที่นั่น เมื่อเช้าข้าปรึกษากับท่านพ่อแล้วว่าข้าอยากจะรู้เื่เกี่ยวกับการค้าขายท่านพ่อจึงแนะนำให้ข้าเรียนรู้กับหลงจู๊ที่อยู่ร้านลู่หลินไปก่อน เพราะว่าข้ายังไม่เก่งเท่ากับพี่ใหญ่เลยต้องเริ่มจากที่นี่ไปก่อนเ้าคะ"
คิ้วเข้มของลู่เหวินหลางขมวดมุ่น เขารู้สึกไม่เห็นด้วยที่จะให้น้องสาวออกไปทำงานข้างนอกนางเป็สตรีบอบบางแบบนั้นจะไปทำงานให้เหนื่อยทำไม แต่ก็ยังไม่ได้พูดอะไรออกมาเพราะเขาคิดว่าพี่ใหญ่เองก็คงไม่เห็นด้วยเช่นเดียวกัน
"ถ้าอย่างนั้นพี่ไปด้วยพรุ่งนี้พี่จะไปพร้อมกับเ้าพี่จะเป็คนสอนเ้าเองดีไหม"
ลู่เหวินหลางถึงกับสำลักน้ำชามองพี่ชายแทบตาถลน อนิจจาพี่ชายไม่มองหน้าเขาเลยแม้แต่น้อย จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยห้าม
"พี่ไม่เห็นด้วยนะ เ้าเป็ผู้หญิง หากเจอคนไม่ดีจะทำอย่างไร แต่ไหนแต่ไรไม่มีสตรีออกไปค้าขาย อย่าไปเลยพี่เป็ห่วง"
คราวนี้ลู่เหวินซานแอบอมยิ้ม เขาคิดแล้วว่าน้องรองต้องไม่เห็นด้วยกับนาง แต่เขาไม่อยากที่จะเป็คนห้ามนางในสิ่งที่นางอยากทำ เขาต้องเป็พี่ที่เข้าใจนางที่สุด ใครก็แทนไม่ได้
เขาคิดวิธีหาทางออกเอาไว้แล้ว เขาเป็พ่อค้ามีหรือจะไม่หาทางออกเอาไว้ เขาไม่ได้เป็บันทิตที่เถรตรงเหมือนน้องรองนี่นา
"พี่รองเ้าขา ข้าอยากทำจริงๆนะเ้าคะ ให้ข้าทำเถอะนะเ้าคะ ข้ารับรองว่าข้าจะดูแลตัวเองให้ดีเ้าค่ะ"
"เ้าไม่ต้องเป็ห่วง พี่ใหญ่อยู่ทั้งคน ชิงเอ๋อร์ปลอดภัยแน่นอน เ้าเลิกพูดเถอะ อย่าไปฟังมาก พี่ใหญ่เห็นด้วยกับเ้านะ"
เมื่อเห็นน้องสาวหันไปออดอ้อนน้องชาย จึงอดหมั่นไส้ไม่ได้ จึงรีบเอ่ยขัดขึ้นมา
'ปล่อยให้น้องสาวเฝ้าเ้าอ่านตำราตั้งหลายวันแล้ว ตอนนี้ถึงคราวนางต้องมาอยู่กับพี่ใหญ่แล้ว'
"ท่าน!! ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้พี่จะไปกับเ้าด้วย ห้ามไปก่อนพี่เด็ดขาด!"
ลู่ชิงชิงมองหน้าลู่เหวินหลาง ที่ดูแล้วไม่เห็นด้วยกับนางทางเป็จริงเป็จัง ก็อดที่จะท้อใจไม่ได้ เพียงแค่ก้าวแรกที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองก็เริ่มมีอุปสรรคแล้วหรือนี่
___________________________________
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ ก็เห็นคนรออยู่ที่รถม้าหลายคน บุรุษทั้งสามคน ก็คือบิดา พี่ชายใหญ่และก็พี่ชายรอง แต่คนอื่นนี่สิ นางไม่รู้จักแม้แต่คนเดียว ทำไมพวกเขาถึงได้มายืนอยู่ที่นี่
"คนพวกนี้คือใครเ้าคะ"
"คนพวกนี้คือคนที่จะมาคุ้มครองเ้าระหว่างเดินทาง พี่ใหญ่เป็คนคัดมาเองกับมือ เ้าจะได้ไม่ต้องกลัว คนพวกนี้เก่งไม่น้อย พอๆกับคนที่อยู่ข้างกายพี่ใหญ่เลย พวกเขาอยู่ด้วยพี่จะได้ไม่ต้องเป็ห่วง เวลาเ้าเดินทางไปร้านลู่หลิน"
ลู่ชิงชิง กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก คนคุ้มครองตอนเดินทางอย่างนั้นหรือ คนจะไม่มองมาที่รถม้าของน้องกันหมดหรือ ที่มีขบวนบุรุษหน้าตาดุดันเดินตามขบวนเป็ 10 แบบนี้ ขนาดองค์หญิงยังไม่มากเท่านี้เลย ขืนทำแบบนี้คนต้องหมั่นไส้นางแน่นอน
"ข้าขอให้เหลือเพียง 2-3 คนได้ไหมเ้าคะมาก คนมากขนาดนี้ข้าไม่อยากเป็จุดเด่นให้คนมอง ข้าเป็เพียงบุตรสาวพ่อค้าธรรมดา คงไม่มีใครคิดร้ายมาทำร้ายข้าหรอกนะเ้าคะพี่ใหญ่ ข้าขอร้อง"
ในเมื่อนางเลือกเส้นทางอีกทางนึงแล้ว คงไม่มีทางที่จะไปขัดแข้งขัดขาผู้ใดอีก นางขอใช้ชีวิตธรรมดาเรียบง่าย ทำงานแล้วก็อยู่กับครอบครัวของตัวเองเท่านั้น เพราะฉะนั้นนางจึงไม่จำเป็ต้องกลัวว่าองค์หญิงมู่หรงฟางเซียน จะส่งคนมาฆ่านาง เพราะเกลียดนางข้อหาที่นางหมายปอง บุรุษที่องค์หญิงหมายตาเอาไว้เหมือนในอดีต
เพราะชาตินี้นางไม่ได้เข้าไปร่วมในงานเลี้ยงของวังหลวง นางไม่มีโอกาสที่จะได้เจอกับองค์หญิงมู่หรงฟางเซียนภายในงาน แล้วก็ไม่ได้ถูกซีเยว่หลอกใช้ให้วางยาพิษเพื่อฆ่าองค์หญิงเหมือนที่ผ่านมา เมื่อเป็อย่างนั้นแล้ว นางก็ไม่จำเป็ที่จะมีคนคุ้มครองหลายคนขนาดนี้
เมื่อเห็นว่าน้องสาวไม่ยอมจริงๆเขาจึงยอมตามใจนางเลือกคนที่เก่งที่สุดมาดูแลนางสามคนอย่างที่นางร้องขอ เมื่อได้ข้อสรุปตามที่ตกลงกันแล้วขบวนรถม้าทั้ง3คันของนายท่านลู่ คุณชายใหญ่ คุณชายรอง แล้วก็คุณหนูลู่ชิงชิง ก็ได้เวลาเดินทางไปที่ร้านลู่หลิน
เพียงแค่วันแรกเท่านั้นอะไรที่นางคิดว่าจะเรียบง่าย มันกลับไม่เรียบง่ายอย่างที่นางคิดซะแล้ว