ยุทธวิธีไต่เต้าสู่ความโปรดปรานของนางสนม

    บทที่ 35 งานเลี้ยงครบเดือน

    เมื่อปฏิเสธไม่ให้อิ้นถังเข้ามาเยี่ยมนางได้สำเร็จหว่านซีก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกหากเป็นฤดูหนาว นางเพียงจัดเตรียมเล็กน้อยก็สามารถพบหน้าผู้คนได้แต่ตอนนี้อากาศอบอ้าวและร้อนจัด แม้แต่ตัวนางเองก็ยังทนกลิ่นในห้องไม่ได้แล้วนางจะปล่อยให้อิ้นถังเข้ามาได้อย่างไร

            แม้ว่าธูปจะกลบกลิ่นข้างในได้ แต่นางรู้ซึ้งและผ่านการทนทรมานกับกลิ่นนั้นในชาติที่แล้วจะไม่ยอมให้เกิดข้อผิดพลาดและทำให้อิ้นถังรังเกียจนางและปล่อยให้หลิวเจียซื่อมีโอกาสคลอดบุตรชายเหมือนในชาติที่แล้วแน่นอน

            ในชีวิตนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มแตกต่างออกไปแต่เกราะป้องกันในใจของนางไม่สามารถนำออกไปได้โดยง่าย

            ตอนนี้เป็นความจริงที่นางต้องการลดระยะห่างระหว่างสองคนนี้แต่นางก็รู้ตนเองว่าสิ่งใดควรทำหรือสิ่งใดไม่ควรทำ

            หลังจากที่น้ำคาวปลาหายไปแล้ว ร่างกายของหว่านซีก็เริ่มแข็งแรงขึ้นเทียบกับเมื่อก่อนตอนนี้นางสามารถเคลื่อนไหวได้สะดวกกว่าเดิม เกาหมัวมัวและคนอื่นๆก็ไม่จำเป็นต้องเฝ้านางอยู่ตลอดเวลาอีกต่อไปดังนั้นหว่านซีจึงใช้เวลากับบุตรชายของนางมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน

            ดูเหมือนว่าซาลาเปาน้อยจะจำกลิ่นของมารดาตนเองได้ดีเมื่อใดก็ตามที่หว่านซีเข้าใกล้เด็กน้อยจะโบกมือและเท้าเล็กๆ ของเขาไปทางนางเหมือนกำลังพยายามที่จะทักทายมารดาหว่านซีหัวใจอบอุ่นทุกครั้งที่ได้เห็นดังนั้น ทุกครั้งที่มีโอกาสนางจะจุมพิตแก้มยุ้ยๆ ของเขา และไม่เพียงแต่เด็กน้อยจะไม่เขินอายทว่ายังหัวเราะด้วยความสนุกสนานอีกด้วย

            เพื่อชดเชยความเสียใจในชีวิตที่แล้วของนางเมื่อใดที่อิ้นถังไม่อยู่นางจะให้นมแก่ลูกชายด้วยตนเอง เกาหมัวมัวและคนอื่นๆรู้ว่าสิ่งนี้ขัดต่อกฎ แต่ก็ไม่ได้ห้ามปรามตรงกันข้ามพวกนางยังช่วยหว่านซีปกปิดเรื่องนี้เอาไว้และเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการแพร่กระจายข่าวออกไป พวกนางถึงกับติดสินบนแม่นมอยู่สองสามครั้งเพื่อป้องกันไม่ให้คนเหล่านั้นเปิดปากและสร้างเรื่องโดยไม่จำเป็น

            แม่นมทราบว่าหว่านซีเป็นผู้ที่ได้รับความโปรดปรานอย่างมาก จึงเชื่อฟังและรับสิบบนปิดปากแสร้งหลับตาปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปง่ายๆ และเต็มใจที่จะร่วมมือกับเกาหมัวมัวเพื่อปกปิดเรื่องให้ถึงที่สุด

            หว่านซีกลัวว่าใครบางคนในเรือนหลังจะลงมือกับซาลาเปาน้อยผ่านทางแม่นมดังนั้นจึงเข้มงวดในเรื่องของซาลาเปาน้อยและแม่นมเป็นอย่างมากทิงหลานและทิงเสวี่ยเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องอาหารทั้งหมดเพื่อหลีกเลี่ยงเหตุร้ายใดๆที่จะเกิดขึ้น

            หว่านซีเป็นคนใจกว้างและเต็มใจที่จะตกรางวัลให้แก่แม่นมเดิมก็เพียงเพื่อบุตรชายของตนเองแต่การตกรางวัลนั้นก็ทำให้แม่นมเกิดความซาบซึ้งต่อนางเป็นอย่างมาก

            เมื่ออิ้นถังมาเยี่ยม มองเห็นแม่นมที่มีสุขภาพแข็งแรงดี จึงชมเชยหลินชูจิ่วและคนอื่นๆด้วยอารมณ์ขันที่หาได้ยาก หลินชูจิ่วก็รู้สึกตื่นเต้นและจดจำความดีของหว่านซีเอาไว้ในใจเช่นกัน

            การเลือกแม่นมนั้นเป็นเรื่องสำคัญแม้แต่เจ้านายในเรือนหลังทั้งหลายยังไปหาหลิวหมัวมัวเพื่อขอคำแนะนำคงมีแต่เพียงหว่านซีชายารองที่จะสามารถเลือกบ่าวไพร่ของนางได้ด้วยตนเอง

            หว่านซีไม่รู้ว่าการดูแลสุขภาพของบุตรชายกลายเป็นเรื่องที่ทำให้นางได้รับความชื่นชมจากทั้งหลินชูจิ่วและหลิวหมัวมัว แต่ถึงแม้นางจะรู้ นางก็ไม่ปฏิเสธในเรือนหลังการมีผลประโยชน์ร่วมกันจะสามารถทำให้ต่างฝ่ายต่างอยู่ได้อย่างยืนยาวยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าพวกเขาต่างเป็นคนที่อยู่รอบกายของอิ้นถังด้วย

            ยามนี้หว่านซีทุ่มเทความคิดไปที่ซาลาเปาน้อยทั้งหมดแม้ว่านางจะรู้ว่าอิ้นถังเคยไปที่เรือนของหลิวเจียซื่อและเว่ยซื่อ แต่นางก็เพิกเฉยต่อความขมขื่นในใจโดยไม่รู้ตัว

            งานเลี้ยงครบเดือนของซาลาเปาน้อยไม่ใช่เรื่องใหญ่อิ้นถังบอกหว่านซีว่างานเลี้ยงสรงสามที่จัดขึ้นก่อนหน้านี้ทั้งยิ่งใหญ่และมีชีวิตชีวาเกินไปหากยังคงจัดงานเลี้ยงครบเดือนให้ยิ่งใหญ่เช่นเดิมก็อาจจะทำให้ซาลาเปาน้อยดึงดูดความริษยาของผู้คนได้มากเกินไปเช่นกัน

            ในงานเลี้ยงครบเดือน ต่งเอ้อซื่อยังคงแต่งตัวสดใสและวนเวียนอยู่ท่ามกลางบรรดาพระชายาแม้จะดูเหมือนนางยอมรับความจริงและให้ความสำคัญกับลูกในท้องของตนเองเป็นอันดับแรกแต่ใจจริงของนางเป็นอย่างไรเกรงว่าจะมีแต่นางเองที่รู้ชัด

            เกาหมัวมัวอุ้มซาลาเปาน้อยเดินตามอิ้นถังไปอย่างสงบเด็กน้อยดูสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ขึ้นเรื่อยๆบรรดาองค์ชายต่างหยอกล้อเล่นกับหลานชายตัวน้อยอย่างสนุกสนาน

            เมื่อพูดถึงบรรดาองค์ชาย ไม่นับอิ้นเอ๋อที่สนิทสนมกับอิ้นถังแล้วองค์ชายสี่อิ้นเจินก็ดูเหมือนจะมีความประทับใจที่ดีต่อซาลาเปาน้อยเช่นกันแม้จะไม่ได้แสดงท่าทางเป็นพิเศษ แต่เมื่อเทียบกับหลานชายคนอื่นๆ แล้วการกระทำของเขาก็ถือว่าอบอุ่นกว่าที่แสดงออกกับหลานคนอื่นเช่นกัน

            ในเรือนชิงอี้ ฉีเจียซื่อที่มางานเลี้ยงครบเดือนกับหวังต้าปลีกตัวเข้าไปยังเรือนหลังเมื่อเห็นใบหน้าที่สดใสของหว่านซีนางก็รู้ว่าบุตรสาวของนางใช้ชีวิตในเรือนขององค์ชายเก้าได้เป็นอย่างดี

            นับตั้งแต่พวกนางพบว่าหว่านซีตั้งครรภ์ หัวใจของทุกคนก็เหมือนกับจะลอยคว้างอยู่กลางอากาศพวกเขาต่างกลัวว่านางจะถูกวางยาพิษโดยต่งเอ้อซื่อหรือถูกคนอื่นๆ โจมตีหากไม่ระมัดระวังเพียงพอแม้พวกเขาจะจัดเตรียมคนส่งข่าวเอาไว้ในเรือนหลังอย่างรอบคอบเพื่อคอยรายงานข่าวคราวให้พวกเขาทราบแต่เพราะไม่ได้เป็นครอบครัวสูงศักดิ์และไม่ได้มีเงินทองมากมายทำให้พวกเขาไม่สามารถรับรู้ข่าวอะไรได้มากนัก

            ยิ่งรู้น้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งกังวลมากขึ้นเท่านั้นโชคดีที่หว่านซีมีบุตรชายคนหนึ่งแม้สุดท้ายแล้วในอนาคตนางอาจจะสูญเสียความโปรดปรานขององค์ชายเก้าไปแต่นางก็ยังมีบุตรให้พึ่งพาได้

            "ซีเอ๋อร์ตอนนี้เจ้าได้ให้กำเนิดท่านชายน้อยได้อย่างปลอดภัยแล้วเจ้ามีฐานะในเรือนหลังที่มั่นคงแล้วท่านย่าของเจ้ามีความสุขมากจริงๆ หากไม่ใช่เพราะอากาศหนาวจนทำให้นางเป็นหวัดวันนี้นางคงมาหาเจ้ากับหลานชายแล้ว "ฉีเจียซื่อพูดเสียงเบาขณะที่จับมือของหว่านซี

            “ท่านแม่ ข้าสบายดีเจ้าค่ะแต่ว่าท่านย่าไม่ได้เป็นอะไรมากใช่ไหมเจ้าคะ”

            “ไม่ต้องห่วงท่านหมอตรวจดูแล้วไม่มีปัญหาอะไรหนักหนา แม้ว่าคราวนี้จะเดินทางไม่ได้แต่ท่านย่าเจ้าบอกว่านางจะมาร่วมงานฉลองวันเกิดของท่านชายน้อยอย่างแน่นอน”

            "ดีเจ้าค่ะ" หว่านซีพยักหน้าแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม "ท่านแม่ ประเดี๋ยวข้าจะให้เกาหมัวมัวเตรียมยาบำรุงชั้นดีเอาไว้ให้ท่านอย่าลืมให้ท่านย่าด้วยนะเจ้าคะ”

            ท่านย่าของนางมาจากตระกูลแมนจูที่มีสถานะสูงส่งแม้ว่ามารดาของนางจะให้กำเนิดเพียงบุตรชายและบุตรีอย่างละคนแต่ท่านย่าก็ไม่เคยดูแคลนหว่านซีเพียงเพราะนางเป็นสตรี แต่กลับให้การปกป้องหญิงงามทุกๆด้าน ดังนั้นความสัมพันธ์ระหว่างมารดากับท่านย่าจึงดีมาก

            "ได้" ฉีเจียซื่อยังกตัญญูต่อแม่สามีอย่างจริงใจ

            เมื่อเทียบกับแม่สามีที่ชอบยัดคนเข้าไปในห้องของบุตรชายแล้วฮูหยินผู้เฒ่ากลับเปิดกว้างเห็นใจลูกสะใภ้มากกว่า แม้ว่าครอบครัวของฉีเจียซื่อจะมีบุตรชายหญิงอย่างละคนมาเป็นเวลาหลายปีแล้วแต่ฮูหยินผู้เฒ่าก็ไม่เคยยัดเยียดใครให้กับบุตรชายของตนเองเลยเป็นฉีเจียซื่อด้วยซ้ำที่เตรียมสาวใช้ข้างห้องให้กับสามีก่อนแต่งงาน

            ผู้คนในครอบครัวของหวันเหยียนต่างมีนิสัยเรียบง่าย อนุภรรยาเป็นคนซื่อสัตย์มีบุตรชายอนุเพียงหนึ่งคนเท่านั้น ในบ้านจึงไม่มีเรื่องสกปรกเหมือนที่อื่นและนี่เองจึงทำให้หวันเหยียนหว่านซีใสซื่อไร้เดียงสาไม่รับรู้ถึงความโสมมของโลกใบนี้ ไม่เช่นนั้นชีวิตที่แล้วหวันเหยียนหว่านซีจะตกตายภายใต้แผนการของต่งเอ้อซื่อและคนอื่นๆได้อย่างไร

            "ซีเอ๋อร์ท่านชายน้อยตอนนี้มีสุขภาพดีและเป็นที่รักขององค์ชายเก้า ข้าเกรงว่าสตรีเรือนหลังพวกนี้จะไม่ยอมหยุดอย่างแน่นอนเจ้าต้องระมัดระวังมากกว่านี้!" ฉีเจียซื่อเห็นต่งเอ้อซื่อในงานเลี้ยงแล้ว ในใจก็เต็มไปด้วยความกังวลไม่คลาย

            "ท่านแม่ อย่าได้กังวล! ตั้งแต่ข้าเหยียบย่างเข้ามาในเรือนหลังแห่งนี้พวกนางก็ไม่เคยหยุดเลยสักครั้งเดียว แต่เพราะมีองค์ชายคอยคุ้มครองพวกนางจึงไม่กล้าลงมืออย่างโจ่งแจ้ง แต่ข้าเองก็จะระวังตัวให้มากขึ้นเจ้าค่ะ"หว่านซีกล่าวนางรู้จักต่งเอ้อซื่อและคนอื่นๆ ดี พวกนางไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้สิ่งใดง่ายๆ

            แม้ว่าความสิ้นหวังชั่วขณะจะทำให้พวกนางลังเลแต่ตราบใดที่พวกนางเห็นแสงสว่างแม้เพียงเล็กน้อย พวกนางก็จะกระโจนเข้าใส่โดยไม่ลังเลเหมือนหมาป่าหิวโหย

            ฉีเจียซื่อตบมือของหว่านซีพลางถอนหายใจเบาๆ "แม่กังวลว่าเจ้าได้รับการปกป้องอย่างดีตั้งแต่เด็กดังนั้นเจ้าจึงไม่รู้ถึงอันตรายตอนนี้ดูเหมือนว่าซีเอ๋อร์ของแม่จะโตขึ้นแล้ว" การเติบโตเช่นนี้ช่างทำให้คนเป็นพ่อแม่ปวดใจยิ่งนัก

            “ท่านแม่มีคนบอกว่าการเป็นมารดานั้นจะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นแม้ว่าไม่ใช่เพื่อตัวเองข้าก็ต้องเข้มแข็งเพื่อลูกของข้า” เห็นมารดามีสีหน้าผ่อนคลายขึ้นหว่านซีจึงตระหนักว่าท่านแม่ของนางไม่ได้โง่เขลาในการวางแผนแต่เพียงไม่มีโอกาสได้สอนนางวางอุบายต่างหาก

            ทุกอย่างในชีวิตที่แล้วมากะทันหันเกินไปตามการจัดเตรียมของฉีเจียซื่อและคนอื่นๆหว่านซีควรหาครอบครัวที่เข้ากันได้ดีเพื่อแต่งงานและใช้ชีวิตเล็กๆของนางอย่างสงบและมั่นคง ใครจะรู้ว่าโชคชะตาจะเล่นตลกกับชีวิตผู้คนทำให้นางต้องกลายมาเป็นอนุของอิ้นถัง และได้พบกับต่งเอ้อซื่อที่แสนจะใจแคบ ริษยาและเปี่ยมไปด้วยกลอุบาย มิเช่นนั้นหากนางปฏิบัติตัวตามคำสอนของฉีเจียซื่อนางก็ไม่ควรเสียชีวิตอย่างคลุมเครือเช่นนั้น

            แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ความตายของชีวิตที่แล้วก็เป็นอดีตในชีวิตนี้นางและคนรอบตัวจะต้องมีอนาคตที่แตกต่างออกไปจากเดิมอย่างแน่นอน

            หว่านซีปรับอารมณ์ของตนเองก่อนจะได้ยินฉีเจียซื่อพูดถึงเรื่องบางอย่างเกี่ยวกับเฉียนหนิงผู้เป็นพี่ชายของนางและอดไม่ได้ที่จะหัวเราะในชีวิตที่แล้วนางไม่ได้เจอครอบครัวตนเองอีกเลยจนกระทั่งนางเสียชีวิตไม่รู้ว่าพี่ชายของนางแต่งงานกับใครและมีชีวิตเป็นอย่างไรตอนนี้เมื่อได้ยินฉีเจียซื่อพูดอย่างกังวลเกี่ยวกับการแต่งงานของพี่ชายหว่านซีก็อดหัวเราะไม่ได้และพูดว่า "หากท่านแม่มีคนที่เหมาะสมที่จะเป็นพี่สะใภ้ของข้าก็โปรดบอกข้าด้วยนะเจ้าคะ”

            ฉีเจียซื่อกำลังจะตอบตกลงเมื่อทิงจู๋เข้ามาด้วยสีหน้าลำบากใจและเตือนฉีเจียซื่อว่า"ฮูหยิน ถึงเวลาแล้วเจ้าค่ะ…”

            สีหน้าของหว่านซีเปลี่ยนไปเมื่อนางได้ยินคำพูดนั้นนางจับมือฉีเจียซื่อด้วยมือทั้งสองข้าง ในใจหวังให้นางอยู่ต่ออีกสักพักแต่หว่านซีก็เข้าใจว่าจะเป็นการไม่เหมาะสมที่ฉีเจียซื่อจะปลีกตัวออกมาจากงานเลี้ยงครบเดือนของซาลาเปาน้อยถ้าต่งเอ้อซื่อและคนอื่นๆรู้เห็นแล้วเอะอะขึ้นมาพวกนางจะต้องเป็นฝ่ายโชคร้ายเสียเอง

            “ไม่เป็นไรรอจนกว่าเจ้าจะพักฟื้นเสร็จแล้ว แม่จะส่งเทียบขอเยี่ยมเข้ามาอีกครั้ง” ฉีเจียซื่อมองใบหน้าอ่อนเยาว์ของบุตรีในใจพลันรู้สึกย่ำแย่เช่นเดียวกัน ทว่าเมื่อเข้าสู่ราชวงศ์ กฎเกณฑ์นั้นใหญ่เท่าท้องฟ้าแม้ว่าจะไม่เต็มใจ แต่ก็ต้องปฏิบัติตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

            หว่านซีมองสีหน้าฉีเจียซื่อที่ฉายแววไม่เต็มใจด้วยดวงตาแดงก่ำก่อนหลั่งน้ำตาเมื่อเห็นมารดาซึ่งเดินออกไปแล้วหันกลับมามองนางอีกหลายครั้งแม้จะเสียใจเพียงใด แต่นางก็เชื่อว่าวันหนึ่งนางจะทำลายกฎและพันธนาการที่ผูกมัดนางไว้ออกไปได้ในที่สุด

            ในพิธีครบเดือน ฮ่องเต้ได้ทำลายความสงบสุขของจวนองค์ชายเก้าอีกครั้งด้วยราชโองการประทานชื่อน้อยครั้งนักที่ท่านชายอายุครบเดือนจะได้รับพระราชทานชื่อจากฮ่องเต้เช่นนี้ชั่วขณะนั้นเองที่สายตาขององค์ชายคนอื่นๆ ที่จ้องมองอิ้นถังพลันทวีความซับซ้อนขึ้น

            การแสดงความโปรดปรานต่ออิ้นถังครั้งแล้วครั้งเล่าของฮ่องเต้กลับชวนให้ผู้คนต่างพากันคิดไปต่างๆนานา บางคนอาจจะยอมรับได้ แต่กับบางคนก็กำลังคิดว่าจะทำลายสถานการณ์นี้อย่างไร

    อิ้นถังยังคงระมัดระวังอยู่ทุกย่างก้าวทว่าใบหน้ากลับยังคงเรียบเฉยเขาไม่มีเจตนาที่จะเป็นใหญ่หรือตั้งใจจะขัดแย้งกับพี่น้องของตนเองสิ่งที่เขาต้องการคือความโปรดปรานที่เขาสมควรจะได้และตำแหน่งที่ควรจะเป็นของเขาเท่านั้นและหากมีใครกล้ามาก่อกวน เขาก็ไม่ลังเลที่จะตอบโต้ไปเช่นกัน